3 เหตุผลที่ ธุรกิจ SME ของไทย ไม่ประสบความสำเร็จ แบบยั่งยืน

สมาพันธ์ SME ไทย เปิด 3 ข้อเสนอ ให้รัฐเร่งช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุด และน่าเป็นห่วง

SME ไทย กว่า 80% ได้รับผลกระทบจากโควิด

ประธานสมาพันธ์SMEไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง และกลุ่มSMEถือว่า ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 80% อยู่ในภาคการค้าและการบริการ  ซึ่งจะต้องปิดกิจการชั่วคราว และขาดรายได้เป็นเวลานาน เนื่องจากมาตราการป้องกันการแพร่ระบาด

85% SME ไทยขอสินเชื่อ ไม่ผ่าน

นอกจากนี้ มีเพียง 25% ของผู้ประกอบการSME ที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบได้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย โดยSMEส่วนใหญ่ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทำให้เกิดข้อจำกัดในข้อนี้ ทั้งนี้การสนับสนุนภาคSMEของไทย ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจากภาครัฐ มีการส่งเสริมการลงทุนเพียง 20% และส่วนมากยังกระจุกตัวอยู่ในภาคกลาง และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้SME ยังขาดโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งภาครัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน

หนี้ 3 กอง ปัญหาหลัก SME ไทย

โดยสมาพันธ์ SME ไทยเสนอแนวคิดในการช่วยเหลือSMEดังนี้

1.แก้หนี้ 3 กอง แก้หนี้ครัวเรือน หนี้เสีย และหนี้นอกระบบ การจะดำเนินธุรกิจต่อได้ จำเป็นต้องอาศัยแหล่งเงินทุน โดยเสนอพัฒนากองทุนฟื้นฟูSME ด้วยการทำ SME Credit Scoring Card โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ประกอบการชี้แจ้งหนี้ต่างๆ รวมไปถึงมีพี่เลี้ยง แนะนำด้านการเงิน และการปรับโครงสร้างหนี้ แนะแนวทางในการบริหารหนี้อย่างถูกต้อง เพื่อให้มีเครดิตที่ดี และสามารถนำเครดิตดังกล่าว ไปใช้กับคู่ค้า เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กิจการอย่างน้อย 30-60 วัน รวมไปถึงยังเป็นการเก็บข้อมูลที่ถือว่าเป็นประโยชน์กับภาครัฐ และสถาบันการเงิน ในการออกมาตราการช่วยเหลือหรือสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการของSMEได้

2.การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการSMEด้านดิจิทัล เพื่อการยกระดับการพัฒนาของSMEให้เติบโตขึ้นในระดับประเทศและระดับโลก ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและองค์รวมความรู้ เช่น การวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง การใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ เป็นต้น

3.การแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพิ่มให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนSMEรายย่อย ให้สามารถเติบโตได้บ้าง เช่น การขอขึ้นทะเบียน อย. หากดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นการลดต้นทุนการรอ และลดช่องว่าของมิชฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาส รวมไปถึงเสนอให้ทบทวนร่างกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ยา และ พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ เนื่องจาก เนื้อหาเน้นกำกับ และควบคุมมากเกินกว่าการส่งเสริม รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมสูง ทำให้SMEรายเล็กเข้าถึงได้ยาก

ธุรกิจSMEจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกประเด็นด้วย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ธุรกิจSMEทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กแข็งแรง เพื่อไม่ฉุดรั้งระบบเศรษฐกิจยังสามารถช่วยขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจไปได้อย่างยั่งยืน และเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการเปิดธุรกิจใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด19


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

20 วิธี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณ

ประสิทธิภาพในการทำงาน คำว่ามีประสิทธิภาพคือ สำเร็จ ด้วยการใช้ทรัพยากร เวลา คน และอื่นๆ ให้น้อยที่สุด ทีนี้เรามาดูกันครับว่า 20 วิธี ทีจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้คุณ มีอะไรบ้าง

1. อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ข้อแรกนี่สำคัญที่สุดเลยครับ ไม่จำเป็นจะต้องตั้งปณิธานว่า ปีหน้าคุณจะทำอะไร อีกปีละจะทำอะไร ก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ มันก็เรื่อยๆอย่างนั้นแหละ ไม่เกิดเลยสักที ข้อแรกคืออย่าผลัดวันประกันพรุ่งครับ วันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร ว่ากันไปเลย

2. เอาชนะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หลายคนมักจะมีภาพมายาสะกดจิตตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นอุปสรรคที่คุณมองว่ามันใหญ่โตมาก ถ้าคุณเห็นอุปสรรค คือกำแพงสูงตระหง่านตรงหน้าคุณ คุณคงทะลุกำแพงนั้นไปถึงอีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ นั่นแหละคุณถึงรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณมันเป็นไปไม่ได้ ทำไมคุณไม่คิดที่จะสร้างบันได หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณปีนข้ามกำแพงสูงใหญ่นั้นไปให้ได้ สร้างหรือปีนขึ้น ทีละขั้น ทีละขั้น สุดท้ายคุณก็จะสามารถปีนบนกำแพงที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่คุณคิดว่า คุณจะปีนข้ามมันไม่ได้ ลองทำดูครับ พยายามให้มากครับ

3. คุณใช้เวลาจ้องหน้าจอวันละกี่ชั่วโมงครับ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยีต่างๆทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น แต่บางครั้ง มันก็ทำให้คุณเสียเวลามาอย่างมากมายมหาศาล คุณลองเลิกเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ทำงาน ขณะที่คุณใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ คุณก็เปิดเฉพาะหน้าจอที่คุณทำงานเท่านั้น ไม่ต้องเปิดหน้าจอเช็คอีเมล เปิด facebook หรือ เปิด YouTube เปิดเฉพาะหน้าจอที่คุณต้องทำงาน แล้วปลดปล่อยความเป็นอิสระของตัวเอง เพื่อมุ่งมั่นที่จะทำงานเท่านั้น

4. ผ่อนคลายสมองคุณบ้าง คนที่ทำงานมีประสิทธิภาพเขาจะไม่ทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ สำหรับส่วนตัวผมเอง จะแบ่งการทำงานเป็น 20 นาที พัก 10 นาที เท่ากับ 1 ชั่วโมง ผมจะทำงานทั้งหมด 40 นาที แต่ผมจะพักเป็นช่วง 20 ต่อ 10 มันจะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองไปปรับใช้ให้เหมาะกับคุณเอาเองละกันครับ

5. หยุดทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ต่อเนื่องมาจากข้อ 4 หมายถึงว่า คุณทำงานโดยต่อเนื่องและคุณจำเป็นต้องพัก เวลาที่คุณพักคุณควรจะพักแบบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เวลาพักคุณก็ยังท่องโลกอินเตอร์เน็ตอยู่ คุณควรจะออกจากสิ่งแวดล้อมของการทำงาน ออกไปดูทิวทัศน์บรรยากาศข้างนอกบ้าง ส่วนตัวผมก็คงจะนั่งนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ผ่อนคลายร่างกาย และผ่อนคลายสมอง หรือออกไปข้างนอกบ้าน หรือนอกออฟฟิศของคุณ พักสายตา มองบรรยากาศรอบรอบแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ ผ่อนคลายบ้างครับ

6. เป้าหมายตลอดชีพ คุณต้องกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้น คือวันนี้ คุณจะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร ระยะกลางคือรายสัปดาห์หรือรายเดือน จะทำอะไรให้เสร็จ ระยะยาวคือ 1 ปี ในความคิดของผม คุณไม่ควรกำหนดระยะยาว 2 ปี 3 ปี 4 ปี 5 ปีข้างหน้าแค่ 1 ปี ในยุคนี้ผมถือว่ายาวแล้ว

เอาชนะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ถ้าคุณเห็นอุปสรรค คือกำแพงสูงตระหง่านตรงหน้าคุณ คุณคงทะลุกำแพงนั้นไปถึงอีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ นั่นแหละคุณถึงรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณมันเป็นไปไม่ได้ ทำไมคุณไม่คิดที่จะสร้างบันได หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณปีนข้ามกำแพงสูงใหญ่นั้นไปให้ได้ สร้างหรือปีนขึ้น ทีละขั้น ทีละขั้น สุดท้ายคุณก็จะสามารถปีนบนกำแพงที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่คุณคิดว่า คุณจะปีนข้ามมันไม่ได้ “

7. การประเมินคุณค่าของงานที่จะทำ คุณควรจะประเมินคุณค่าของงานที่คุณกำลังจะทำ ว่ามันคุ้มค่ากับการที่คุณจะต้องเสียเวลาทำ เสียพลังงาน เสียงพลังสมองของคุณ หรือเปล่า?

8. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น คุณตั้งเป้าไว้ว่า คุณอยากเป็นนักเขียน ซึ่งมันไม่ชัดเจน แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายว่า คุณจะเริ่มเขียนบทความ อาทิตย์ละ 1 บทความ แล้วคุณจะทำมันให้ได้ 52 บทความใน 1 ปี มันจะเป็นเป้าหมายเชิงรุก และผลักดันคุณ ให้เข้าใกล้กับความจริงที่คุณตั้งเป้าไว้มากที่สุด

9. เฝ้าดูจังหวะร่างกาย และสมองคุณ ว่าช่วงเวลาไหน ที่คุณสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วสมองจะมีจังหวะที่เป็นธรรมชาติ ของตัวบุคคลนั้นๆเอง เช่นบางคนที่ตื่นเช้า ก็มาทำงานที่สำคัญเป็นอย่างแรกๆในช่วงเช้า แต่เป็นคนที่ชอบนอนดึกเขาก็จะมักจะทำงานได้ดีช่วงดึกๆ แค่คุณ รู้สึกได้ว่าตัว คุณมีประสิทธิภาพมากที่สุดตอนไหน ใช้จังหวะนั้นแหละที่ทำงาน ที่คุณคิดว่ายากที่สุดให้จบ

10. หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดไม่เป็นผลลัพธ์เสมอไป ความเครียดหรือความกดดันเล็กๆน้อยๆ บางครั้งมันก็อาจจะสร้างประสิทธิภาพให้คุณทำงานได้ดีขึ้น แต่บางครั้งความเครียดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้คุณผิดหวัง และจะทำงานได้ไม่ดี ดังนั้นหากคุณรู้สึกเครียด ให้ใช้เวลาสักพักเพื่อปรับสภาวะความเครียด

11. จัดงานเป็นหมวดหมู่ การจัดงานเป็นหมวดหมู่ หรือเป็นชุด จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น

12. กลยุทธ์จัดการโดยอัตโนมัติ คุณสามารถใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีอยู่ ช่วยการทำงานของคุณให้เป็นระบบ โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำงาน เป็นขั้นเป็นตอนแบบเดิมๆ ลองหาแอพ ต่างๆ ที่จัดระบบ มาช่วยงานของคุณดู

13. บนหน้ากระดาษ เคล็ดลับนี้ง่ายๆ และตรงไปตรงมา เมื่อคุณได้งานใหม่ที่ได้รับมอบหมาย จดมันไว้เลยครับ เขียนบันทึกทุกครั้งที่คุณได้รับงานใหม่ คุณต้องจดอย่าพยายามจำ สำหรับผม มีแอปที่ช่วยงานตรงนี้ได้ เช่น google task google calendar ลองไปใช้ดูครับ อย่าจำครับถ้าคุณจำแล้วคุณจะงง

14. ช่วงเวลาที่สมองของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือช่วงเวลา 2.5 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมง หลังจากที่คุณตื่นนอน หลายคนสร้างแรงบันดาลใจ หรือพยายามกระตุ้นตัวเองในช่วงเวลานั้น ถ้าคุณตื่นเช้า บางคนตื่นตั้งแต่ 4:00 น 5:00 น คุณจะใช้ช่วงเวลาหลังจากที่คุณตื่นมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในช่วงนั้น แต่หลายคนพลาดโอกาสเพราะช่วงเวลาหลังจากตื่น คุณต้องเดินทางมาทำงาน แล้วสภาพการจราจรที่ไม่เป็นใจเลย หรือ บางคนทำงานที่ไม่มีผลิตผลสำคัญอะไรออกมาเลย น่าเสียดายมากครับ

15. คุณต้องปิดกั้นการรบกวนทั้งหมด ในช่วงเวลาที่คุณทำงาน อีเมล์ สายเรียกเข้า คุณต้องจดจ่อกับงานที่ทำก่อน เสร็จแล้ว ค่อยกลับไปเคลียร์สิ่งต่างๆ เหล่านั้น

16. พลังของการทำงานร่วมกัน คุณมีจุดแข็งและจุดอ่อน คุณต้องให้คนอื่นช่วยงานคุณในจุดแข็งของเขา แล้วใช้จุดแข็งของคุณช่วยงานคนอื่น เพราะทุกคนมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวเอง

17. การอ่านให้เร็ว คุณต้องฝึกฝนการอ่าน และทำความเข้าใจในเนื้อหา หรือสิ่งที่คุณต้องอ่านให้เร็วขึ้น อันนี้เป็นทักษะที่คุณต้องฝึก

18. กฎ ” ถ้า… แล้ว… ” สมมุติว่าถ้าเกิดคุณทำงานแล้วหมดแรงจูงใจ ให้คุณใช้กฎข้อนี้ ถ้า …. แล้ว…. เช่นตั้งไว้กับตัวเองว่า ถ้าคุณทำงานให้เสร็จภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมงนี้ ถ้าทำได้ตามนี้แล้ว คุณจะขอไปพัก นั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนสักครึ่งชั่วโมง คุณต้องวางกรอบการทำงานให้อยู่ในวลีที่ว่า ” ถ้า……….แล้ว………. ” วางกรอบเอาไว้ครับ

19. เพิ่มศักยภาพตัวคุณเอง ด้วยการพูดกับตัวเอง การพูดกับตัวเอง เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่ คุณสามารถใช้ได้ทุกเมื่อ ใช้มัน เมื่อคุณหมดแรงจูงใจ คุณเพิ่มแรงจูงใจให้กับตัวเอง เตือนตัวเองตลอด และสม่ำเสมอ ให้กําลังใจตัวเองว่าคุณ ทำได้ คุณจะทำได้คุณจะถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ ให้ได้

20. ใส่ใจในสุขภาพ คนที่มีประสิทธิภาพ เขาจะอยู่กับกิจวัตรประจำวันของเขาแบบใส่ใจในสุขภาพครับ ดูแลตัวเองด้วยครับ ทำตามกำหนดที่ตั้งไว้ เป็นกิจวัตรที่เต็มไป ด้วยนิสัยที่ก่อให้เกิดผลดี และส่งเสริมสุขภาพของตัวเอง อย่าทำกิจวัตรประจำวันอะไรของคุณในแบบที่ทำลายสุขภาพตัวคุณเองครับ

ลองทำดูครับ ทั้ง 20 ข้อ หวังว่า จะทำให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

สินเชื่อซอฟต์โลน Soft Loan เงินกู้ สินเชื่อความหวังของธุรกิจ SME

สินเชื่อซอฟต์โลน soft loan คือความหวังของธุรกิจ sme ในประเทศไทย ช่วง covid ธุรกิจใหญ่น้อย หวังที่จะได้รับเงินกู้ตัวนี้ แบงค์ชาติขึงขัง ตั้งงบไว้ 500,000 ล้าน เพื่อที่จะอัดฉีดให้กับธุรกิจ sme ต่อลมหายใจให้กับธุรกิจ แต่สุดท้าย ไม่ตรงเป้าไม่สำเร็จ ผมเห็นกฎเกณฑ์ที่ออกมาแล้วผมก็ตลก แต่ด้วยความเป็นประชาชนคนธรรมดาก็ได้แต่หัวเราะในใจ คิดในใจว่าจะมีธุรกิจซักกี่รายที่ได้เงินกู้ก้อนนี้ แบงค์ชาติมักจะออกนโยบาย หรือโครงการอะไรออกมาต่างๆนานา ปฏิบัติจริงแทบไม่ได้ ไม่เข้าใจถึงปัญหา และแนวทางแก้ไข ผมอยากจะบอกว่า คนในแบงค์ชาติ ทฤษฎีล้วนๆ

พรก. soft loan ครั้งแรกออกมาด้วยวงเงิน 500,000 ล้านบาท ให้กู้กับธุรกิจที่มีวงเงินกู้ ที่ลูกหนี้มีกับธนาคารอยู่แล้ว วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ให้กู้ได้ 20% ของวงเงินกู้เดิม ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้คืน 2 ปี รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยให้ช่วง 6 เดือนแรก ต้นทุนเงินกู้ที่ แบงค์ชาติให้กู้ กับธนาคารพาณิชย์ ดอกเบี้ยแค่ 0.01%

สินเชื่อธุรกิจ

คุณลองพิจารณาดูสิครับ โคตรความเสี่ยงต่ำ แต่มีธุรกิจที่ได้รับวงเงินกู้ soft loan ไปเพียง 120,000 ล้านบาทในช่วงแรก

ผ่านไปได้เกือบปี แบงค์ชาติเริ่มขยับ รู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาไม่ตรงเป้า ธนาคารไม่ขยับปล่อยกู้ เงินกู้ที่อุตส่าห์ออกเป็น พรก. ผ่านสภาฯ smes ทั่วไปแทบไม่ได้รับผลประโยชน์จากเงิน ซอฟต์โลนก้อนนี้เลย

มาดูกันครับว่าหลักเกณฑ์ต่างๆที่แบงค์ชาติปรับเปลี่ยนมีอะไรบ้าง

1. ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีวงเงินสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค.63 จากฉบับปัจจุบันที่ผู้ประกอบการจะต้องมีวงเงินสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค.63

2. การขยายเวลาการยื่นกู้ขยายเวลาให้สถาบันการเงินยื่นกู้ขอวงเงินกู้ได้คราวละ 6 เดือน จนกว่าเงินจะหมด จากฉบับปัจจุบันที่ขยายเวลาการยื่นกู้ออกไปได้คราวละ 6 เดือน ไม่เกิน 2 ครั้ง

3.ขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากยอดหนี้เดิมได้ไม่เกิน 30% ของยอดสินเชื่อ และกรณีลูกค้าไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน กู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท จากฉบับปัจจุบันขอสินเชื่อได้ไม่เกิน 2 ครั้ง โดยวงเงินทั้ง 2 ครั้ง รวมกันต้องไม่เกิน 20% ของยอดสินเชื่อคงค้าง

เงินกู้


4.สามารถคิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก จากฉบับปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี นาน 2 ปี

5.ชดเชยความเสียหายไม่เกิน 80% ของลูกหนี้แต่ละราย จากฉบับปัจจุบันชดเชยความเสียหาย 70% กรณีที่มีวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือ 60% ที่มีวงเงินเดิมเกิน 50 ล้านบาท

6. สถาบันการเงินชำระคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยแก่ ธปท. ภายใน 5 ปี จากฉบับปัจจุบันสถาบันการเงินชำระคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยแก่ ธปท. ภายใน 2 ปี

ครับ ผมเองอยู่ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ก็หวังว่าแบงค์ชาติจะขยับตัวได้เร็วมากกว่านี้ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มันพลิกแพลงและพิสดารไปกว่าทฤษฎีที่พวกแบงค์ชาติเคยเรียนมา

Antonio Attorney ที่ปรึกษาการเงิน สินเชื่อธุรกิจ แก้หนี้ ให้กับธุรกิจ SME เราหวังว่า หากคุณมีปัญหากับสถาบันการเงิน ด้านหนี้สิน ติดปัญหาเจรจาแก้ไขหนี้กับธนาคาร ไม่จบเสียที ให้เราช่วยแก้ปัญหา ไปกับคุณนะครับ เพื่อนๆ คงได้สินเชื่อเงินกู้ Soft Loan กัน ทุกคนนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

แก้หนี้

เตรียมตัวกู้มาอย่างดี สุดท้ายกู้ผ่าน ธุรกิจร้านอะไหล่มอเตอร์ไซค์ กู้บ้านผ่าน 3 ล้าน

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

จะปรับโครงสร้างหนี้ ทำไมต้องรอให้เป็นหนี้เสีย

ลูกหนี้ทั้งหลาย ที่เริ่มรู้ตัวว่า อนาคตอันใกล้ จะผ่อนชำระเงินกู้ไม่ได้ ตามสัญญากู้ที่มีกับเจ้าหนี้ ลูกหนี้บางคนรู้ตัวก่อน ก็ไปเจรจากับเจ้าหนี้ก่อนเลย บางธนาคารก็ดี เร่งปรับแผน เร่งปรับโครงสร้างหนีให้ ก่อนที่จะเป็นหนี้เสีย บางธนาคารบอกว่าไม่มีนโยบายปรับโครงสร้างหนีให้กับลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีอยู่ คุณอยากปรับโครงสร้างหนี้ใช่ไหม? คุณก็ไม่ต้องจ่ายหนี้ ทำให้เป็นหนี้เสียไปเลย แล้วเดี๋ยวค่อยมาคุยกันอีกรอบ เมื่อถึงเวลานั้น

ผู้บริหารระดับสูงหลายธนาคาร รวมถึงแบงค์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย มักจะออกมาพูดเสมอว่า หากเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ ให้รีบเข้าไปคุยกับธนาคาร ก่อนที่จะเป็นหนี้เสีย เข้าไปชี้แจงว่า สถานการณ์ปัจจุบันรายได้เป็นอย่างไร ความสามารถในการชำระหนี้เป็นอย่างไร เข้าไปปรับโครงสร้างหนี้ตามกำลังความสามารถที่มีอยู่ ก่อนที่เป็นหนี้เสีย

ซึ่งต่างๆนานาที่กล่าวมานี้ ก็เป็นเพียง คำพูดสวยหรูของผู้บริหารธนาคาร และผู้บริหารแบงค์ชาติ แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ กลับเพิกเฉย ส่วนใหญ่มักจะพูดว่า ให้เป็นหนี้เสียก่อน แล้วค่อยมาคุย ค่อยมาปรับโครงสร้างหนี้สรุปคือยังไงกันแน่ ผมเองอยู่ในวงการนี้มานาน ก็ยังไม่มั่นใจว่าตกลง ธนาคารมันทำให้ลูกค้าไม่ได้ หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการมันขี้เกียจทำกันแน่

ช่วงเวลาขณะนี้ ที่อยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีนโยบายการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก เพื่อช่วยลูกหนี้ 2 กลุ่ม คือ

1. โครงการ DR Biz โครงการนี้ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 50 ถึง 500 ล้านบาท มีหลักการคือ คล้ายๆกับการยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เพียงแต่ ลูกหนี้หรือผู้ประกอบการเหล่านี้ มีวงเงินสินเชื่อหลากหลายสถาบันการเงิน หรือภาษาชาวบ้านก็คือมีเจ้าหนี้หลายราย ก็ให้เจรจาหนี้ กับสถาบันการเงิน ที่มีหนี้เยอะสุด และส่วนใหญ่สถาบันการเงินที่มีหนี้เยอะสุดมักจะมีหลักประกันมากสุดด้วยเช่นกัน หรือเรียกว่ามี core asset อยู่กับสถาบันการเงินนั้น โดยให้ลูกหนี้เสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ต่อเจ้าหนี้หลัก หรือเจ้าหนี้รายใหญ่เท่านั้นรายเดียว แผนที่ว่าต้องชัดเจน และปฏิบัติได้จริง ควรจะมีผู้จัดทำแผนปรับโครงสร้างหนี้แบบมืออาชีพ อันนี้บอกเลยครับควรเลือกใช้บริษัทผม Antonio Attorney

คิดว่ายังไงครับ โครงการ DR Biz นี้ คิดว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ผมเองมีลูกค้าที่กำลังจะขอยื่นเข้าโครงการ DR Biz ซึ่งบริษัทผม ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ได้นำเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้ ทำแผนชำระหนี้ ตามความสามารถปัจจุบันของลูกค้า หรือลูกหนี้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่า เจ้าหนี้หลักที่เราเข้าไปคุย จะมีผลตอบรับเป็นเช่นไร…หรือมันเป็นเพียงโครงการ ลมๆแล้งๆ ของแบงค์ชาติเท่านั้น

2. โครงการ Debt Consolidation คือการรวมหนี้ของลูกหนี้รายย่อย เป็นการรวมหนี้ระหว่างหนี้บ้าน กับหนี้ต่างๆ เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดหรือ สินเชื่อบุคคล เป็นต้น มีข้อแม้ว่า ทุกหนี้ที่มารวมกับหนี้บ้านต้องเป็นธนาคารเดียวกันกับสินเชื่อบ้านที่ปล่อยกู้ หนี้ที่จะเอามารวมกับ หนี้บ้านเป็นหนี้เสียก็ได้ แต่หนี้บ้านต้องไม่เป็นหนี้เสีย โดยเอามารวมหนี้เป็นก้อนเดียวกัน แล้วผ่อนชำระตามระยะเวลาผ่อนชำระหนี้บ้านหรือจะผ่อนหมดก่อนก็ได้ โดยหนี้ย่อยๆเหล่านี้ ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย ที่อัตรา MRR เท่านั้น

แต่ข้อสังเกต ผมเดานะ ต้องดูราคาประเมินบ้านด้วยว่าราคาประเมินบ้านได้เท่าไหร่ และภาระหนี้บ้านปัจจุบันเหลืออยู่เท่าไหร่ หากเอาหนี้ย่อยๆมารวมกันเกินมูลค่าราคาประเมินบ้าน ผมว่าธนาคารก็จะไม่รับ

ครับ โครงการดีๆจากแบงค์ชาติ 2 โครงการนี้ ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ SMEs วงเงิน 50 ถึง 500 ล้าน และครอบคลุมไปถึงลูกหนี้รายย่อย แต่ทั้ง 2 โครงการนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมว่า มันเป็นแค่โครงการสวยหรูที่ออกมาเป็นเพียงแค่กระดาษ ที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ผมล่ะเบื่อจริงๆกับไอ้นโยบายแบบนี้ ขอให้ลูกหนี้ประเทศไทยโชคดีกันทุกคน ขอบคุณครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney