7 สิ่ง ที่คุณยิ่งทำยิ่งจน

ทุกคน คงไม่มีใครที่ไม่อยากรวย แต่หลายคน ก็พยายามหาหนทาง เพื่อที่จะนำตัวเองไปสู่ความร่ำรวย บทความวันนี้ ผมจะบอกถึงข้อแตกต่างระหว่าง คนจนกับคนรวย ข้อแตกต่างนั้นคืออะไร

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คนรวยกับคนจน มีแตกต่างกันคือคือ การแตกต่างที่ความคิด หรือ Mindset ในบทความนี้ ผมจะแบ่งแยกย่อย ความคิด Mineset ระหว่างคนรวยกับคนจน แบ่งได้ทั้งหมด 7 ข้อครับ แต่ผมต้องบอกก่อนนะครับว่าในบทความนี้ ผมอาจจะไม่เห็นด้วยในหลายๆข้อ เนื้อหาสาระของบทความนี้ ผมแปลมาจากภาษาต่างประเทศครับ

1. คนจนมักจะตั้งรับ มากกว่ารุก คนส่วนใหญ่ พอใจเพียงแค่ ไม่ต้องเป็นหนี้ และหารายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเท่านั้น สรุปง่ายๆ คือ เป้าหมายของคุณมันต่ำเกินไป หรืออาจจะเรียกว่า คุณมักจะพอใจอยู่ใน comfort zone อะไรที่ได้ชัวร์ๆ แล้วผลตอบแทนจะต่ำ แต่ก็พอใจแล้ว คุณขาดความทะเยอทะยาน

2. คนจน ไม่เข้าใจคุณค่า หรืออาจจะไม่สนใจของคำว่าอิสระ อิสระความหมายคือ คุณ จะสามารถกำหนดชีวิตของตัวคุณเองได้จัดตารางเวลาชีวิตของคุณเองได้ อยากทำอะไร อยากไปไหน คุณกำหนดเองได้ ไม่มีใครมากำหนดชีวิตคุณ

หลายคนมักจะบอกว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต คนที่มุ่งมั่น ระหว่างที่จะไขว่คว้ากับเงินมากเกินไป คุณจะเสียตัวตนของความเป็นคน อันนี้คือมุมมองของคนที่ยังไม่รวย ลำบากจะพูดปลอบใจตัวเองเสมอ ว่ายิ่งมีเงินมาก เงินมันอาจจะเป็นปีศาจร้าย แล้วชีวิตก็ไม่ได้อาจจะมีความสุข จากการมีเงินมากๆ

อันนี้ในฝั่งคนที่ยังไม่รวย ก็น่าจะเอามาเป็นข้ออ้าง แต่คนรวย จะถือว่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างอิสรภาพให้กับตัวเอง เงินจะสามารถสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง จะสร้างความอุ่นใจ ให้กับชีวิตและครอบครัวได้

3. คนจนทำงานหนักเพื่อเงิน ฟังแล้วก็ดูงงๆนะ หลายคนก็ต้องทำงานหนักเพื่อเงินไม่ใช่เหรอครับ การที่คุณจะทำงานหนัก เพื่อแลกกับผลตอบแทน คุณจะมีข้อจำกัด คือเวลา มันไม่สามารถสร้างเวลากันขึ้นเองได้

แต่คนรวย จะให้เงินทำงานหนักแทนคุณ แน่นอนครับในช่วงแรก คุณต้องทำงานหนักเพื่อเงินก่อน แต่นั่นคือเพียงแค่ช่วงแรก จากนั้นคุณควรจะให้เงินทำงานแทนคุณ ในข้อนี้ ผมว่า ก่อนที่คุณจะให้เงินทำงานหนักแทนตัวคุณ คุณก็ควรจะต้องมีเงิน จำนวนมากพอที่มันจะทำงาน แล้วผลิดอกออกผล ให้มากเพียงพอ จากการที่คุณจะหลุดพ้น จะสร้างอิสรภาพให้กับตัวเองได้ ในข้อนี้ผมว่ามันขัดแย้งกัน ยังไงคุณก็ต้องทำงานหนักเพื่อเงินในก้อนแรกให้ได้ก่อน

4. คนจนส่วนใหญ่ จะมองเห็นแต่อุปสรรค และโฟกัสอยู่กับอุปสรรค ผมกำลังจะบอกว่าทุกธุรกิจมีอุปสรรคหมดละครับ ถ้าคุณไม่เริ่ม คุณก็ไม่มีวันได้แก้อุปสรรค และมองหาโอกาส ที่จะเกิดขึ้นหลังอุปสรรคได้ ยิ่งคุณสร้างสรรค์ และมองหาโอกาส ในทุกโอกาสจะมีอุปสรรค และในทุก อุปสรรคจะมีโอกาส

ในหัวข้อนี้ก็กำลังจะบอกคุณว่า ให้มองที่โอกาส ก่อนที่จะมองอุปสรรค เพราะหากคุณเห็นแต่อุปสรรค คุณก็จะไม่คิดทำอะไรเลย

5. คนจน มักจะมีแต่ความคิดลบๆ แล้วเป็นคนขี้อิจฉา เขาจะมองเห็นแต่สิ่งที่ไม่ดีของคนอื่น และไม่ร่วมแสดงความยินดีกับคนอื่น ที่ประสบความสำเร็จ

คุณลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าคุณเห็นธุรกิจที่บางคนทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณอยากให้สำเร็จแบบเขาเหล่านั้น คุณอาจจะไปร่วมธุรกิจ เป็น partner หรือ ร่วมงาน เพื่อเข้าไปเรียนรู้ สร้าง connection ในการทำธุรกิจ กับ คนที่สำเร็จ คุณก็จะซึมซับสำเร็จนั่นไปด้วย มันอาจจะสร้างโอกาส สร้างทักษะ เพื่อให้คุณนำไปต่อยอดกับธุรกิจของคุณได้ แต่หากคุณมองเขาเหล่านั้นด้วยความหมั่นไส้ หรือมีอคติ คุณก็จะจมอยู่กับความคิดลบๆต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

6. อย่าทำตัวว่าคุณเก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง ที่เรียกว่าเป็นคนน้ำเต็มแก้ว คนประเภทนี้ ผมเจอมาเยอะ รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง แต่ตัวเองไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย จริงๆ

7. คนจนไม่มีทักษะทางด้านการเงิน พวกเขาบริหารเงินไม่เป็น เงินไม่พอใช้ ธุรกิจผลประกอบการไม่ดี ก็ไม่เห็นวิเคราะห์ ถึงปัญหาที่แท้จริงของธุรกิจ มีแนวคิดอยู่อย่างเดียวคือ ขาดเงิน ขาดสภาพคล่อง ถ้ามีเงินหมุนเข้ามาอีกสักก้อน รับรองธุรกิจไปต่อได้แน่นอน ฟังดูก็อาจจะคล้อยตามได้นะครับ แต่หลายปัญหาของธุรกิจ ผู้ประกอบการไม่มองไปที่เหตุผลของมันจริงๆ

หลายครั้ง ธุรกิจมันเกิดปัญหา จัดตัวสินค้า จากการตลาด หรือธุรกิจมันไปต่อไม่ได้แล้ว ต่อให้หาเงินมาอัดใส่เข้าไป เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ มันก็ไม่สามารถพยุงธุรกิจให้ไปต่อได้ เพราะคุณไม่ได้แก้ปัญหา ที่ตรงจุดชัดเจนจริงๆ

ถ้าสุดท้าย คุณกู้เงิน จนรู้สึกว่าธุรกิจไม่น่าจะไปต่อได้ ธุรกิจเริ่มมีหนี้สินล้นพ้นตัว เชิญลองฟังช่อง YouTube ของผมเยอะๆครับแล้วคุณอาจจะ มีทักษะด้านการเงินเพิ่มขึ้น แล้วคุณอาจจะมีแนวคิด มุมมอง ที่สามารถนำไปปรับใช้ หาคนทางรอดให้กับธุรกิจของคุณได้

สรุปแล้ว ความคิด สามารถเปลี่ยนจากคนจนให้เป็นคนรวยได้ จริงๆ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

คาถา พ่อรวย สอนลูก 4 คำ แบบเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีแสนล้าน

เจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี ตอนนี้รั้งตำแหน่ง เจ้าสัวที่รวยลำดับสองของประเทศไทย ซึ่งมีภรรยาคือ คุณหญิง วรรณา สิริวัฒนภักดี ทั้งสองท่าน มีหลักการ และปรัชญา สอนลูกๆ ในครอบครัวอย่างไร ….


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

วิธีบริหารเวลา ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวคุณ

คนที่มักจะเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการบริหารเวลา จะเข้าใจคำว่า to do list แต่เชื่อไหมครับว่า 41% ของรายการที่เตรียมไว้ทำ 41% ไม่ได้ทำครับ มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ ที่คุณเขียนลงไปว่าคุณจะทำอะไรบ้าง แล้วคุณไม่ทำ ถ้าคุณปล่อยเวลาให้มันผ่านไป มันก็ผ่านไปแบบไร้ประโยชน์ วันนี้เรา จะมาเรียนรู้เคล็ดลับ 15 ข้อ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เกี่ยวกับการบริหารเวลา

เราทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่บางคนปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

1. เวลาคือสิ่งมีค่าเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดสำหรับคุณ เวลา 1,440 นาที เท่ากับ 1 วัน คุณเคยเป็นไหมครับ สูญเสียเงิน ไม่ว่าจะเกิดจากอะไร คุณก็สามารถหาเงินกลับมาทดแทนมันได้ สุขภาพคุณไม่ดี คุณก็ฟื้นฟูขึ้นมา รักษามันขึ้นมา และกอบกู้มันขึ้นมาได้ แต่ว่าเวลา ถ้ามันหายไป หรือเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระเนี่ย คุณเอามันกลับคืนมาไม่ได้นะครับ คุณคงไม่อยากให้ใคร รวมถึงตัวคุณเองขโมยเวลาที่สำคัญที่สุดของคุณไป ฉะนั้น อย่าทำเรื่องไร้สาระ ที่เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ครับ

2. กำหนดงานที่สำคัญที่สุดของคุณ แล้วทำมันก่อนเป็นสิ่งแรก มีนักจิตวิทยาบางคนบอกว่า 2 ชั่วโมงแรกของวัน คุณจะเป็นช่วงเวลาที่สมองคุณเปิดและทำงานที่ดีที่สุด คนส่วนใหญ่เสียเวลา 2 ชั่วโมงแรกด้วยการเดินทางไปทำงาน หรือทำเรื่องไร้สาระ คุณควรทำสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดใน 2 ชั่วโมงแรกของวัน แต่สำหรับผม ผมให้แบบหลวมๆครับ ครึ่งวันเช้าก่อนเที่ยง เรื่องสำคัญคุณต้องทำให้เสร็จ

3. ทำงานจากปฏิทินของคุณ ไม่ใช่ ตั้งจาก สิ่งที่คุณต้องทำ อย่างที่บอกข้างต้นนะครับ to do list คุณลิสต์รายการ ที่คุณต้องทำ แต่ส่วนใหญ่ 41% คุณจะไม่ทำมัน สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆนะเนี่ย เขาจะทำตามปฏิทินตามตารางเวลา คุณต้องกำหนดเป้าหมายว่าพรุ่งนี้ คุณจะทำอะไรบ้าง คืนนี้จะทำอะไร สัปดาห์ต่อไปทำอะไร แล้วทำมัน ตามกำหนดเวลา

4. คุณต้องเอาชนะตัวเอง อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เอาชนะตัวเองให้ได้ ข้อนี้ก็คือการเอาชนะใจตัวคุณเอง เริ่มง่ายๆเลยนะครับ ตื่นเช้า ถ้าคุณจะต้องตื่นเช้า เช่นคุณอาจตื่นโดยไม่มีนาฬิกาปลุก 8:00 น แต่เป็นไปได้ไหมคุณจะตื่น 6:30 น คุณตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แล้วเมื่อคุณได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก หลายคนกดดับ แล้วก็นอนต่อ คุณต้องเอาชนะมัน ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกปุ๊บ ลุก ลุกขึ้นเลยครับ ขึ้นมายืดเส้นยืดสาย แล้วตื่นครับ ตื่นในความสดใส ในเช้าวันนั้น

5. ยังมีอะไรคุณทำอีกมาก อย่าล็อคเวลาไว้เพื่อทำแค่สิ่งเดียว ในวันวัน หนึ่งเนี่ยไม่ใช่ว่าคุณจะบ้างานทำงานวันละ 10 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง 7 วัน 1 สัปดาห์ไม่เคยพักเลย คุณต้องแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง พัก ออกกำลังกาย ทานข้าวกับครอบครัว ล้างรถ ดูหนัง ฟังเพลง คุณต้องมีเวลาเหล่านี้อยู่ในตารางเวลาของคุณด้วย

6. พกสมุดโน๊ตไว้ตลอดเวลา ข้อนี้ผมจะอธิบายนี้ครับสำหรับผมเอง ก็มีสมุดโน๊ตอยู่กับตัวเนี่ย 2-3 เล่ม ฝรั่งนะครับ มันจะบอกว่าคิดอะไรให้เขียน อยากพูดอะไรก็ให้เขียน เขียนได้เขียนไป เขียนอะไรก็ได้ที่คุณอยากเขียน คิดอะไรออกเขียนลงไป ทำอะไรก็เขียนลงไป แล้วคุณก็กลับมาดูในสิ่งที่คุณเขียน เพื่อทบทวนตัวเอง

7. ควบคุมกล่องจดหมายอีเมล์ของคุณ หรือ สื่อโซเชียลทั้งหลาย คุณคุณควรจะปล่อยวางความสนใจ เลิกสนใจมันบ้าง อย่าปล่อยให้มันมีอิทธิพลกับคุณ เวลาผ่านไป 5 นาที 10 นาที ก็ยกมือถือขึ้นอยู่ตลอดเวลา แบบนี้ เลิกครับ เลิกสนใจมัน

8. ตารางการประชุมควรเป็นทางเลือกสุดท้าย อย่าพยายามประชุมอะไรให้มันบ่อยนัก ถ้าสามารถคุยให้จบได้ โดยไม่ต้องประชุมทำเลยครับ

9. ปฏิเสธทุกสิ่งที่มันจะทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จในเป้าหมาย อย่ารับปากทุกคนถ้าเกิดสิ่งนั้น เป็นสิ่งที่คุณรับปาก ว่าจะทำมัน แล้วมันทำให้เสียเวลาในการทำงานของคุณ ปฏิเสธที่จะทำมันครับ

10. ทำตามหลักการของพาเรโต คือ กฎ 80 20 ใครเคยได้ยินบ้าง ผลลัพธ์ 80% มาจากเหตุวิธีทำ 20% ฉะนั้นความหมายคือให้คุณเลือกทำในสิ่งที่มันจำเป็นจริงๆแล้วมันเกิดผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่า

11. มุ่งเน้นไปที่จุดแข็งของคุณ แล้วอย่าลืมความหลงใหลที่เป็นอัตลักษณ์ของคุณ คุณอาจจะให้ใครมาช่วยการทำงานคุณ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะได้ถึงแค่ 80% แต่มันก็ช่วยแบ่งเบาภาระ และเวลาของคุณไปได้ อย่างที่บอกนะครับ ต้องอย่าลืมผลงานที่ออกมามันต้องเป็นอัตลักษณ์ของตัวคุณ

12. รวบรวมงานของคุณ แล้วจัดระบบที่มันสามารถทำซ้ำๆกันได้ คือใน 1 สัปดาห์เนี่ย มันอาจจะมีบางวันที่คุณต้องเจอลูกค้าทั้งวัน เมื่องานที่คุณอาจจะต้องวางแผน ระดมความคิดทั้งวัน แล้วแต่บางวันที่เป็นวันว่าง ที่คุณจะต้องทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ที่คุณจะต้องทำงานแบบซ้ำๆคุณต้องออกแบบระบบตรงนี้ ให้คนอื่นทำงานแทนคุณ

13. ถ้างานไหนที่คุณทำมันสำเร็จได้ภายใน 5 นาที ให้รีบทำมันทันที ข้อนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากฟังปุ๊บเข้าใจปั๊บนะครับ

14. ทำให้เวลาตอนเช้านะครับเป็นกิจวัตรเพื่อสร้าง จิตใจร่างกายและจิตวิญญาณของคุณ คนที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน จะบอกว่า 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่น จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่คุณต้องเตรียมพร้อมจิตใจ และร่างกายของคุณ เขายังไม่สนใจเรื่องงาน เขาสนใจแต่เรื่องจิตใจ และร่างกายเพื่อความพร้อม กิจกรรมที่เขาแนะนำกันช่วงเช้านะคือ 1 หลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย ต่อมาให้ นั่งสมาธิผ่อนคลายทำจิตใจให้สงบ

15. ใน 1 วัน เท่ากับ 1440 นาที เราไม่สามารถมีมันได้มากกว่านั้นหรอก การทำงานให้ประสบความสำเร็จ นักกีฬาที่เป็นนักกีฬาวิ่งกรีฑา เขาจะวิ่งแล้วพัก วิ่งแล้วพัก เทคนิคในการทำงานและหยุดพัก 1 ชั่วโมงเนี่ย แต่ละคนจะทำงานแบบไม่พักเลย แต่มันจะมีเทคนิคอยู่เทคนิคนึงนะครับ เรียกว่า เทคนิคโพโมโดโร่ จะทำงานและพักเป็นช่วง ทำ 25 นาที พัก 5 นาที 1 ชั่วโมงคุณจะทำงาน 2 ยก

จบแล้วครับเอาไปลองใช้กันดูครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

12 ข้อผิดพลาด ของผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นธุรกิจ

ไม่แปลกนะครับ หากเราจะผิดพลาดในช่วงของการเริ่มต้น เราอาจจะยังไม่เคยเป็นผู้ประกอบการแบบเต็มตัว อาจจะเป็นลูกจ้างมาก่อน หรืออาจจะมีความใฝ่ฝันในการทำธุรกิจนั้นๆมาก่อน เราไม่เคยลงสนามจริงครับ ในฐานะเจ้าของกิจการ วันนี้ เราจะมาดู 12 ข้อผิดพลาด ของผู้ประกอบการมือใหม่ ไปเริ่มกันเลยครับ

1. เกือบจะล้มเลิกตั้งแต่แรก พอเริ่มมาก็เจออุปสรรคเลย แล้วก็เลยคิดว่าเราคงไม่เหมาะแก่การเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว บางครั้งคุณอาจจะโดนพรรคพวกเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง สบประมาทคุณว่าคุณทำไม่ได้ คุณไม่เหมาะกับเป็นเจ้าของกิจการ ฉะนั้นข้อแรกคุณต้องผ่านมันไปให้ได้ คุณต้องมุ่งมั่นที่จะทำมันต่อ

2. อย่าพยายามทำตัวเองให้เป็น CEO ให้เร็วเกินไป ความหมายคือคุณพยายาม อยากจัดระเบียบให้องค์กรของคุณ เร็วเกินไป เมื่อคุณเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการใหม่ๆ ถ้าคุณคิดถึง microsoft คุณจะมองเห็นหน้า บิลเกตส์ ถ้าคุณคิดถึง facebook Mark Zuckerberg จะลอยมาทันที ที่ผมกำลังจะบอกว่า คุณอย่าพยายามทำตัวเองให้เป็นแบบนั้น เพราะคุณอาจจะยัง ไม่ถึงขั้นนั้น คุณอย่าเพิ่งดึงตัวเองขึ้นไปสูงขนาดนั้น ถึงแม้ คุณจะเป็นเจ้าของบริษัทนั้นจริงๆก็ตาม คุณต้องเริ่มจากพื้นฐานก่อน ทุกคนที่เป็นนักธุรกิจ ต้องขายของ ครับทุกคนต้องเป็นนักขาย ขายสินค้าของคุณ ขายบริการของคุณ คุณต้องเริ่มพื้นฐานที่สุดคือ เป็นนักขาย ในช่วงเริ่มต้นของบริษัท คุณยังคงต้องเป็นนักขาย ไม่ใช่เป็น CEO

อย่าพยายามทำตัวเองให้เป็น CEO ให้เร็วเกินไป ในช่วงเริ่มต้นของบริษัท คุณยังคงต้องเป็นนักขาย ไม่ใช่เป็น CEO

3. พยายามหาคำแนะนำจากคนหลายคนมากเกินไป ก็ดีนะครับที่มีความคิดเห็นหลากหลายจากหลายมุมมอง แต่ถ้าคุณพยายามที่จะขอคำแนะนำจากผู้คนต่างๆ มากมายเกินไป สุดท้ายคุณอาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย มันเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของแต่ละคน ถูกหรือเปล่าไม่รู้ หรืออาจจะถูก อาจจะผิด ค่อยๆประมวลผลมันครับ และพยายามอย่าไปเสาะแสวงหา คำแนะนำต่างๆให้มันมากเกินความจำเป็น

4. ไม่รู้จะขอคำแนะนำอย่างไร คุณจะต้องหาคนที่คุณคิดว่า คุณเห็นตัวอย่างที่ดีจากเขา เห็นเขาประสบความสำเร็จในชีวิต หรือประสบความสำเร็จในธุรกิจ คุณต้องถามและเริ่มถามด้วยว่าทำอย่างไร คุณทำยอดขายได้ขณะนี้ด้วยวิธีการอย่างไร คุณบริหารงานขายของคุณอย่างไร คุณต้องมีคำถามที่ถามแล้ว เกิดประโยชน์กับตัวคุณเอง มากที่สุด เลือกคนที่ควรจะได้รับคำแนะนำจากเขา

5. การบังคับ กับ การมีอิทธิพลกับทีมงาน คุณต้องอย่าพยายามบังคับ ให้ลูกน้องคุณ ต้องทำนู่นทำนี่ สร้างยอดขายให้กับบริษัท แทนที่จะใช้การบังคับ คุณต้องใช้ความเป็นผู้นำของคุณ และโน้มน้าวพวกเขาเหล่านั้น ให้เชื่อมั่นในตัวคุณ มั่นใจในสิ่งที่คุณกำลังต้องการให้พวกเขาทำ

6. ตามความฝันของคุณแบบ โดยไม่รอความสำเร็จ คุณมีความฝัน คุณจะสร้างบริษัทของคุณให้ยิ่งใหญ่ คุณจะเป็น CEO เป็นผู้บริหาร ที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆที่คุณอยากไป มีเวลามาก ที่จะพักผ่อน ได้ขับรถสปอร์ตสุดหรูไปที่ต่างๆ ปาร์ตี้ทุกค่ำคืน ถ้าคุณคิดแบบนั้นตั้งแต่ปีแรก ทุกอย่างคุณจะหมดหายไป ละลายไปภายในพริบตา ทุกสิ่งที่คุณต้องการเหล่านี้ มันไม่ควรมีอยู่ในช่วงปีแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ

7. พยายามขายสินค้า บริการ หลากหลายมากเกินไป ช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ คุณต้องกระชับ คุณต้องมุ่งเน้น กับสินค้า และบริการเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ

8. คิดว่าตัวเองรู้เรื่องทุกอย่าง อย่าคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง คุณควรจะคิดว่า “คุณรู้มากกว่าคนอื่นเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ การรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย ” โสเครติส เป็นผู้กล่าว คุณควรเรียนรู้วิธีคิด มากกว่าการคิด เพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ได้ทุกอย่าง แต่เราต้องมีวิธีในการเรียนรู้และมีวิธีในการคิด

9. ปาร์ตี้หนักเกินไป คุณอย่าเที่ยวดึก ดื่ม ฟังเพลง ปาร์ตี้ทุกอย่าง การทำลายล้างพลังงาน สมาธิ และสุขภาพของคุณ แน่นอนครับผลที่ตามมาคือ การงานคุณจะเสียหาย คุณอย่าคึกคัก รู้สึกว่าชีวิตคุณประสบความสำเร็จ ที่คุณเป็นเจ้าของกิจการแล้ว คุณจะเที่ยวทุกค่ำคืน แบบนั้นผมเห็นมาเยอะแล้วครับสุดท้ายไปไม่รอด

10. ทำตัวให้เป็นเจ้านายแทนที่จะทำตัวให้เหมือนกับเพื่อนร่วมงาน บริษัทของเรา เราจะมากี่โมงก็ได้ เราจะออกจากออฟฟิศกี่โมงก็ได้ เพราะคุณจะไม่มีเจ้านายอีกต่อไปเพราะคุณเป็นเจ้านายของทุกคน เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นเจ้าของกิจการ จะไม่มีใครมาเป็นเจ้านายคุณ คุณจะไม่มีเจ้านายมากำหนดเวลาการทำงานของคุณ คอยชี้นิ้วสั่งงานคุณ ฉะนั้น คุณก็ยังคง ควรจะต้องเป็นเหมือนพนักงานบริษัท ที่คุณจะต้องขยันตั้งใจทำงานเหมือนเดิม

11. คุณไม่มีตารางงานของตัวเอง อันนี้คือสิ่งที่จะที่คุณจะมักจะพลาด ยังไงก็ตามนะครับเมื่อคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นผู้ประกอบการคุณก็ต้องมีตารางการทำงานของคุณ เหมือนเดิมในขณะที่คุณเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน หรือ บางที ถึงแม้จะเคยเป็นลูกจ้าง แต่คุณก็ไม่เคยมีตารางานอยู่ดี จัดตารางงานของคุณซะ แล้วทำมันตามนั้น

12. คุณไม่รู้คุณค่าของคำว่า Business Plan ธุรกิจสำคัญสำหรับคุณมากนะครับ คุณจำเป็นต้องเขียนแผนธุรกิจของบริษัทคุณ แล้วพยายามทำตามแผนธุรกิจที่คุณเขียนเอาไว้ให้ได้

เป็นไงบ้างครับ 12 ข้อ ตรงกับใครบ้าง นำไปปรับใช้กันดูนะครับ ขอให้ธุรกิจกับคุณเจริญเติบโตไปตามสิ่งที่คุณต้องการและมุ่งหวัง โชคดีทุกคนครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

10 นิสัยที่ต้องฝึก หากอยากเป็นอัจฉริยะ ทั้งด้านเรียน การทำงาน

คุณอยากเป็นอัจฉริยะหรือเปล่า ถ้าคุณอยากเป็นอัจฉริยะทำตามกฎ 10 เทคนิค นี้ครับ

1. อย่าฟุ้งซ่านตั้งแต่เช้า ถ้าคุณตื่นเช้ามาแล้วคุณเปิดทีวีดูข่าว ตื่นมานั่งดูมือถือ แทนที่จะมีอารมณ์สุนทรีย์ ในการทานอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้าคุณ ความฟุ้งซ่านยุ่งเหยิง คือตัวทำละลายวันนั้น ทั้งวันของคุณ พวกอัจฉริยะจะหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะรบกวนสมาธิในตอนเช้าของเขา ถ้าคุณเริ่มต้นวันที่ไม่ดี วันนั้นทั้งวัน คุณจะยุ่งเหยิงผิดพลาด เคร่งเครียดตลอดทั้งวัน แล้วอัจฉริยะเขาทำอะไรกันล่ะตอนเช้า บางครั้งเขาก็ใช้เวลากับการทำอาหารเช้า แบบปราณีตกับมัน หรือบางครั้งเขาจะกำหนดว่า วันนี้จะทำอะไรบ้าง หรือบางครั้งเขาก็นั่งหามุมสงบเพื่อทำจิตใจสงบ หรืออาจจะนั่งสมาธิ

2. นักสำรวจ อัจฉริยะบางครั้งไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด อัจฉริยะถูกสร้างขึ้นได้ คุณต้องใช้ชีวิตของคุณหาความรู้ เรียนรู้ สร้างความชำนาญ และสร้างความเป็นเลิศให้กับตัวเอง นั่นคือสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ตลอดเวลา คุณต้องอยากรู้อยากเห็น สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับตัวเองตลอด ในทุกๆวัน อัจฉริยะมักจะอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆวันละ 1 เรื่องในทุกเช้า ในช่วงเช้า คุณต้องอ่านหนังสือ หรือหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นๆที่เป็นเรื่องใหม่ๆ ที่เขาอยากเรียนรู้ จาก YouTube หรือพอร์ดแคส เขาจะสนุกกับการสำรวจเรื่องใหม่ๆ หรือเรียนรู้ เรื่องใหม่ๆ พวกอัจฉริยะ เขาจะไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่างเพียงชั่วข้ามคืน คงเป็นไปไม่ได้ ต้องค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

3. เคร่งครัดกับลำดับความสำคัญ คุณมีงานที่ต้องทำเป็นจำนวนมาก หลายคนมีเป้าหมายที่เต็มไปหมด เป้าหมายมากมายที่ต้องทำ มันสร้างความยุ่งเหยิงให้กับคุณมาก คุณอยากให้มันสำเร็จทุกเป้าหมาย แต่เมื่อเราพยายามแล้ว เราอาจจะทำไม่สำเร็จเลย เพราะเป้าหมายมันมากเกินไป จะดีกว่าไหม ถ้าคุณตัดสิ่งที่คุณต้องทำ หรือเป้าหมายที่ต้องทำออก ลดเหลือ เรื่องที่คุณต้องทำเพียงแค่ 2-3 อย่าง อัจฉริยะจะเลือกทำแค่ 2-3 อย่างเท่านั้น เราทุ่มเทเวลาทั้งหมด ให้กับเป้าหมายที่เหลือ ในทุกเช้าให้คุณหยิบกระดาษปากกาขึ้นมา เขียนลงไปครับ 2 สิ่ง ที่คุณจะทำให้สำเร็จ แค่ 2 สิ่งพอ 2 สิ่งนี้คือเป้าหมายหลักคือต้องทำให้เสร็จใน 1 วัน

4. บันทึกความฝัน อันนี้อาจจะเหมือนหลายคนที่จะแทงหวยนะเมื่อคืนฝันอะไร แปลออกมาเป็นเลข แต่ว่าพวกอัจฉริยะเนี่ยเขาจะ จดจำความฝัน อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ ที่นักประดิษฐ์ต่างๆหรือหลายคน ที่มักจะคิดอะไรออกตอนเราฝันตอนเราหลับ ตื่นมาเนี่ยเขาจะจดจำความฝันและจดไว้ว่าเมื่อคืนฝันว่าอะไร เพราะว่าสมองของคนเรานะครับ ตอนกลางวันเนี่ยเราทำงานเราเก็บข้อมูล เข้าสมอง พอถึงเวลาหลับ สมองคุณจะทำงานและประมวลผล เพราะสิ่งดีๆมันจะอยู่ในจิตใต้สำนึกของคุณในเวลาที่หลับ

5. สร้างพลังสร้างกระแสของตัวคุณ อัจฉริยะมักจะสร้างสถานการณ์บรรยากาศ การทำงาน ให้ความคิดสติมันไหล เหมือนสายน้ำไม่มีอะไรมาขัดขวาง คุณต้องสร้างโมเมนตัมขึ้นมา ผมยกตัวอย่างนะครับ ใครเคยเขียนบทความบ้าง ถ้าคุณไม่ไหลลื่นในวันนั้น คุณก็จะไม่ไหลลื่นไปทั้งวัน คุณจะเขียนอะไรไม่ได้เลย แล้ววันไหนคุณเขียนได้คุณจะสามารถนั่งเขียนได้เป็นชั่วโมงชั่วโมง แล้วผลงานก็จะออกมาดีด้วย วิธีการสร้างการไหลเวียนให้กับตัวเอง ความคิดไหลลื่น ฝึกสมองช่วงเช้า อาจจะออกกำลังกาย หามุมสงบ เรียกสมาธิกับตัวเอง

6. บำรุงสมอง ในข้อนี้จะพูดถึงเรื่องอาหารบำรุงสมอง ก็จะมีผลไม้ ตระกูลเบอร์รี่ อะโวคาโด ถั่ว น้ำมันมะกอก และชาเขียว ลองไป search ใน Google ดูได้ครับว่ามีอะไรบ้างที่เป็นอาหารบำรุงสมอง กินเข้าไปครับ

7. เขียนทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวคุณ ข้อนี้ก็อาจจะคล้ายๆกับการเขียนไดอารี่ของตัวเอง ผมเองไม่ค่อยเขียนนะ มีอีกหลักการหนึ่งนะครับที่เขาบอกว่า ให้เขียนทุกอย่างที่คุณคิด ทุกอย่างที่คุณจะทำ คือใช้การเขียน แทนการนึกคิดของคุณ และสำหรับผมเองผมจะมีสมุดและปากกาติดตัวไว้ตลอดเวลา

8. สร้างความเชียวชาญให้เป็นที่สุด คุณต้องเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ประสบการณ์ สร้างความชำนาญให้กับตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวันทุกวัน เพื่อที่จะให้คุณไปให้ถึงจุดสูงสุดที่คุณต้องการให้ได้

9. วันที่ซับซ้อน คุณต้องมองเป้าหมายเล็ก มากกว่ามองเป้าหมายใหญ่ ทำเป้าหมายเล็กๆให้เสร็จเรียบร้อย ใน 1 ถึง 2 ถึง 3 อย่าง เป้าหมายใหญ่มันก็จะสำเร็จไปได้ด้วยเป้าหมายเล็กเหล่านั้น

10. กฎ 1 % คุณอย่าคาดหวังว่า คุณจะทำทุกอย่างให้เสร็จใน 100% ภายใน 1 วัน คุณอาจจะเครียด งานก็อาจจะออกมาดี สุดท้ายคุณก็ทำไม่จบ กฏ 1 % คือ คุณพยายามทำให้มันสำเร็จวันละเพียง 1% คิดง่ายๆครับ 100 วันคุณก็จะสำเร็จ 100% ค่อยๆพยายามทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วคุณจะสำเร็จ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้