ภูเก็ต กู้อะไรก็ไม่ผ่าน จากสวยกลายเป็นศพ

ภูเก็ต คนไทยทุกคนได้ยินชื่อภูเก็ต ไม่ต้องนึกถึงอะไรมากครับ นึกถึงแต่นักท่องเที่ยวฝรั่งเต็มเกาะ เศรษฐกิจภูเก็ต ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงเทพฯ สร้างรายได้และสร้างผลตอบแทนในรูปแบบของภาษี เข้าประเทศมากมาย แต่ตอนนี้ ภูเก็ต เป็นอะไรที่ธนาคารกลัว และไม่อยากยุ่งเกี่ยว ด้วย ใครทำงานอยู่บนเกาะภูเก็ตจะกู้เงินธนาคารตอนนี้ผมบอกเลยครับว่าคุณเลิกฝันได้เลย ไม่มีทางกู้ได้แน่นอน ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น ลองมาหาคำตอบ และข้อมูลที่ผมจะนำเสนอดูครับว่า ที่บอกว่าจากสวยกลายเป็นศพ คืออะไร

ภูเก็ตขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาปีนึงหลายสิบล้านคน มีค่าครองชีพสูง คนไทยเอง ไม่กล้าไปเที่ยว ส่วนใหญ่ได้คำตอบว่า เหตุผลที่ไม่กล้าไปเที่ยวที่ภูเก็ตเพราะ 1) ค่าครองชีพสูง 2) โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ค่อยต้อนรับ และดูแลคนไทย ได้เท่าเทียมกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นั่นคือเหตุผลที่ว่า เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวคนไทยเอง ไม่สามารถหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจของภูเก็ตได้ สถานการณ์แบบนี้คาดเดาได้เลยครับว่า ถ้าจากนี้ไปอีก 6 เดือน สถานการณ์นักท่องเที่ยวยังไม่เข้าประเทศแบบนี้ ภูเก็ตน่าจะจมลงทะเลอันดามันในไม่ช้า (ผมก็พูดซะเว่อร์)

เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว ภูเก็ตเปิดล็อกดาวน์หลังจากที่ปิดเมืองไป ผมได้มีโอกาสลงไปสำรวจสภาพธุรกิจ และได้พบกับนักธุรกิจ ผู้หลักผู้ใหญ่ในเกาะ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเละ แต่ระดับนักธุรกิจใหญ่ๆ ที่เป็นคนเมืองภูเก็ตจริงๆดั้งเดิม เจ้าของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว มีทำเลที่ตั้งโรงแรมถือว่าดีเยี่ยม ซึ่งโรงแรมเหล่านี้ จะบริหารโดยเชนต่างประเทศ แต่ไม่ได้แปลว่า เป็นโรงแรมของชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมของคนพื้นที่ ที่เป็นคนรวยดั้งเดิมของภูเก็ต นักธุรกิจกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่เพราะจากที่พูดคุยกัน โรงแรมส่วนใหญ่ประเภทนี้ ไม่ค่อยได้กู้เงินจากธนาคารสักเท่าไหร่นัก ถึงกู้ ก็กู้ไม่มาก จึงจะพอถูๆไถๆไปได้ ผู้หลักผู้ใหญ่ภูเก็ตบอกว่า ปีหน้าทั้งปีหมายถึงปี 64 Occupancy rate ของภูเก็ตน่าจะไม่เกิน 10% เพราะรายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวไม่สามารถหล่อเลี้ยงคนทั้งเกาะภูเก็ตได้อย่างแน่นอน

สมาคมโรงแรมภูเก็ต (Phuket Hotels Association – PHA) ร่วมกับ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส (C9 Hotelworks) โชว์ตัวเลขผู้โดยสารขาเข้าลดดิ่ง คนตกงาน 50,000 ตำแหน่ง ชี้อุตสาหกรรมโรงแรมในภูเก็ตกำลังถึงจุดแตกหัก และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจอย่างมากจากรัฐบาล เพื่อให้สามารถอยู่รอดในช่วงไฮซีซั่น (High Season)

ข้อมูลจาก บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ก็แสดงให้เห็นว่า ผู้โดยสารขาเข้ามีจำนวนลดลงถึง 65% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคมของปีนี้ นอกจากนั้น สิ่งที่ชัดเจนคือห้องพัก 86,000 ห้องในสถานประกอบการที่พักที่จดทะเบียนในภูเก็ตไม่สามารถคุ้มทุนได้จริง หรือแม้กระทั่งรักษากระแสเงินสดให้เป็นบวกต่อนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น (Domestic Tourism)

ดังนั้น หากไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาล หรือไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา จะสร้างความสูญเสียอย่างมาก รวมถึงจะมีการว่างงานถึง 50,000 ตำแหน่งในภาคโรงแรมในปีนี้

นายแอนโทนี ลาร์ค ประธานสมาคม โรงแรมภูเก็ต กล่าวว่า “ตัวเลขการเข้าพัก (Occupancy) โรงแรมในภูเก็ตตอนนี้เป็นเลขหลักเดียว อุปสงค์การท่องเที่ยวภายในประเทศไม่มากพอที่จะสามารถป้องกันการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้วิกฤตการณ์ทางการเงินของเจ้าของและผู้ประกอบการลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราจึงขอสนับสนุนการเปิดเมือง (Reopening) ที่ปลอดภัย ปฏิบัติได้จริง และมีกลยุทธ์สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ประการแรก ต้องมีการเจรจาเชิงรุกระหว่างภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดความร่วมมือ ประการที่สอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (BoT) ต้องพิจารณามาตรการเงินกู้ระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือโรงแรมในการดำเนินงานเพื่อรับมือกับพายุเศรษฐกิจและรักษาตำแหน่งงานในภาคธุรกิจ เพราะหากปราศจากการปกป้องและดูแลพนักงานก็จะไม่มีการฟื้นตัวเช่นกัน

ครับเรามาลุ้นกันนะครับว่า ปีหน้าภูเก็ตจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เหมือนเดิมหรือเปล่า แต่ช่วงไฮซีซั่นสิ้นปีนี้คงได้แต่นั่งมองตาปริบๆสำหรับผู้ประกอบการบนเกาะภูเก็ต เพราะคงไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา

ส่วนการขอสินเชื่อ คนเกาะภูเก็ต จะกู้อะไรก็ไม่น่าจะผ่านครับ กู้บ้าน กู้รถ สินเชื่อธุรกิจ หรือทำบัตรเครดิต ผมว่าน่าจะไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อสักประเภท น่าสงสารจริงๆครับ ความเป็นส่วนตัวผม ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะอีกนานแค่ไหน ที่ภูเก็ตจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม แต่ผมเองก็ชอบนะที่ภูเก็ตเป็นแบบนี้เพราะทุกอย่างของถูก ถูกจริงๆ

สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ที่ประสบปัญหาเหมือนผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจบนเกาะภูเก็ต หากท่านใดมีปัญหาอยากพูดคุยสอบถาม LINE มาคุยกับผมครับ LINE ID ผม @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เมื่อธุรกิจ SME ไปไม่ไหว การเข้าฟื้นฟูกิจการของบริษัทและ SME ภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย

แนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการเงินนั้น โดยทั่วไปก็ได้แก่ การหาแหล่งสินเชื่อหรือเงินทุนใหม่เพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนในกิจการ ตลอดจนการเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้บ่อยครั้งในการแก้ไขปัญหาทางการเงินของกิจการที่อยู่ในสภาพหนี้สินล้นพ้นตัวก็คือ บางครั้งกิจการที่อยู่ในสถานะดังกล่าวยังพอมีความสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปและสร้างกระแสเงินสดได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ไม่พอที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้การเงินได้ตามเงื่อนไขเดิม ซึ่งเป็นไปได้ยากที่กิจการที่อยู่ในสถานะเช่นนี้จะหาแหล่งสินเชื่อหรือเงินทุนใหม่ได้ หรือถ้าหาได้ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

การเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

ลูกหนี้จะต้องขอเจรจาทำความตกลงกับเจ้าหนี้แต่ละรายด้วยตนเอง ซึ่งถึงแม้ว่าลูกหนี้จะสามารถทำความตกลงกับเจ้าหนี้บางรายได้สำเร็จแล้วก็ตาม แต่ก็อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จนัก ทั้งนี้การที่ลูกหนี้จะขอให้เจ้าหนี้ทุกรายมาเจรจาทำความตกลงร่วมกัน และตกลงยินยอมข้อเสนอในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะต้องอาศัยความสมัครใจของเจ้าหนี้ทุกๆราย และเจ้าหนี้แต่ละรายก็ย่อมมีผลประโยชน์และเหตุผลความจำเป็นต่างกันไป

เจ้าหนี้แม้ว่าจะมีหนี้หรือเสียงข้างน้อยก็ไม่ถูกผูกพันให้ต้องยินยอมตามความต้องการของเจ้าหนี้ที่มีหนี้หรือเสียงข้างมาก เจ้าหนี้ที่ไม่ประสงค์จะเจรจาประนอมหนี้กับลูกหนี้ก็สามารถไปดำเนินการฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลายได้ ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้อื่นๆทันที ทั้งนี้ อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า อุปสรรคและข้อจำกัดทั้งหลายดังกล่าวเกิดจากการที่กระบวนการเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับหรือหลักเกณฑ์ให้เจ้าหนี้ต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับความตกลงยินยอมของเจ้าหนี้เอง

กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ภายใต้หมวด 3/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

เป็นกระบวนการทางกฎหมายอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดอุปสรรคและข้อจำกัดในการปรับปรุงโครงสร้างกิจการและหนี้ของลูกหนี้ที่อยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว เพื่อให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขปัญหาการชำระหนี้และดำเนินกิจการต่อไปได้ ในขณะที่เจ้าหนี้ก็จะได้รับชำระหนี้มากกว่าการไปฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย (ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้หรือการชำระบัญชีเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้) โดยไม่กระทบถึงสิทธิเหนือหลักประกันต่างๆที่มีอยู่เดิม และหากการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นผลสำเร็จ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นตัวลูกหนี้เองที่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเงินและดำเนินกิจการต่อไปได้ พนักงานลูกจ้างและคู่ค้าของลูกหนี้ที่ต้องพึ่งพิงกิจการของลูกหนี้ และบรรดาเจ้าหนี้ที่จะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้มากกว่ากรณีที่ลูกหนี้ต้องล้มละลาย นอกจากนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ เพราะกระบวนการนี้สามารถช่วยไม่ให้กิจการต่างๆที่มีช่องทางฟื้นฟูกิจการต้องล้มละลายไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งการล้มละลายของกิจการใดกิจการหนึ่งย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกิจการขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลเป็นจำนวนมาก

ลูกหนี้ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้นั้นจะต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้ต่อเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือในอนาคตก็ตาม) อีกทั้งมีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ โดยบุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีลักษณะดังกล่าว ได้แก่ ตัวลูกหนี้เอง, เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันซึ่งมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นสถาบันการเงิน), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทหลักทรัพย์) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทวินาศภัยหรือบริษัทประกันชีวิต)

มาตรการและขั้นตอนหลักในกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลายเริ่มต้นที่การสร้างสภาวะการพักการชำระหนี้โดยผลของกฎหมาย (Automatic Stay) กล่าวคือ เมื่อศาลล้มละลายมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองจากการถูกฟ้องร้องบังคับคดีในทางแพ่ง และการงดให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และตัวลูกหนี้เองก็ถูกห้ามมิให้ชำระหนี้หรือก่อหนี้และกระทำการใดๆในทางที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากการดำเนินการที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจตามปกติ

วัตถุประสงค์และประโยชน์ของสภาวะการพักชำระหนี้มีอยู่หลายประการ ได้แก่

1)การสงวนและรักษาทรัพย์สินของลูกหนี้เอาไว้ เพื่อให้ลูกหนี้ยังคงสามารถใช้ในการประกอบธุรกิจได้ต่อไป และรวบรวมไปจัดสรรชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ แทนที่จะปล่อยให้เจ้าหนี้ไปฟ้องร้องบังคับคดีกันเอาเอง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบถึงการประกอบธุรกิจของลูกหนี้ และก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างเจ้าหนี้

2)ให้โอกาสและระยะเวลาช่วงหนึ่งแก่ลูกหนี้ในการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาของกิจการ ตลอดจนการเจรจาหาทางออกร่วมกับเจ้าหนี้โดยไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับเพื่อชำระหนี้

3)การบรรเทาภาวะวิกฤตทางการเงินเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

4)ให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายภายใต้สภาวะการพักชำระหนี้ตามรายละเอียดดังจะได้กล่าวต่อไป

ดังนั้น เมื่อศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พร้อมทั้งแต่งตั้งบุคคลที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอให้เป็นผู้ทำแผนแล้ว ผู้ทำแผนจะเข้ามามีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ (ยกเว้นสิทธิในการรับเงินปันผล) เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องนำหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการมายื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อรวบรวมและสรุปภาระหนี้สินทั้งหมดที่ลูกหนี้มีอยู่ โดยเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนอาจขอตรวจและโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ที่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องได้ ในกรณีดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะสอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอหรืออนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนตามจำนวนที่ถูกต้อง

ผู้ทำแผนที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง (ลูกหนี้อาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทำแผนเองก็ได้) จะต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จและยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอรับชำระหนี้ข้างต้น

ผู้ทำแผนจะต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการโดยมีรายการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายการสำคัญ ได้แก่ รายละเอียดของสินทรัพย์และหนี้สินของลูกหนี้ หลักการและวิธีการฟื้นฟูกิจการ แนวทางการแก้ปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติตามแผน ระยะเวลาดำเนินการตามแผน ไม่เกิน 5 ปี และรายละเอียดเกี่ยวกับผู้บริหารแผน เป็นต้น โดยผู้ทำแผนจะต้องจัดเจ้าหนี้ออกเป็นกลุ่มๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และกำหนดวิธีการชำระหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มตามความเหมาะสม เช่น การยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ การลดจำนวนหนี้ การแปลงหนี้เป็นทุน การตีโอนหลักประกัน เป็นต้น ซึ่งจะพิจารณาจากทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่ ประมาณการกระแสเงินสดที่ลูกหนี้จะได้รับ และจำนวนหนี้ที่เจ้าหนี้นำมายื่นคำขอรับชำระหนี้และได้รับคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ เจ้าหนี้มีประกันจะยังคงมีสิทธิเหนือหลักประกันที่เจ้าหนี้มีอยู่ และเจ้าหนี้ (ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ประเภทใด) จะต้องได้รับชำระหนี้ไม่ต่ำกว่ากรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย อาจกล่าวได้ว่า เนื้อหาหลักของแผนฟื้นฟูกิจการนั้นที่จริงแล้วก็มีลักษณะเป็นไปในทำนองเดียวกับสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั่วๆไป

เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแผนฟื้นฟูกิจการจากผู้ทำแผนแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาลงมติว่าจะยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ มติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการจะต้องเป็นมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานมติดังกล่าวต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจะเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ เมื่อศาลเห็นว่า แผนฟื้นฟูกิจการมีรายการครบถ้วนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ และแจ้งคำสั่งไปยังผู้ทำแผนและผู้บริหารแผน (ตามที่เสนอชื่อไว้ในแผนฯ) ผู้บริหารแผนจะเข้ามามีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ (ยกเว้นสิทธิในการรับเงินปันผล) แทนที่ผู้ทำแผนตั้งแต่ผู้บริหารแผนทราบคำสั่งดังกล่าว

แผนฟื้นฟูกิจการซึ่งศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้วจะมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องมีการจัดทำสัญญาและลงนามระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกรายเหมือนกรณีการเจรจาจัดทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยทั่วไป โดยในระหว่างระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปีนั้น ผู้บริหารแผนจะเป็นผู้ดำเนินการให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งโดยหลักก็ได้แก่ การชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้และดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ จนกว่าการฟื้นฟูกิจการจะได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อการฟื้นฟูกิจการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้ว ศาลจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเพื่อให้ผู้บริหารของลูกหนี้กลับมามีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามกฎหมายต่อไป หลังจากนั้น ลูกหนี้ก็จะดำเนินธุรกิจไปตามปกติโดยไม่ต้องตกอยู่ในการควบคุมดูแลของศาล และไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้สภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) อีกต่อไป

อนึ่ง การที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี โดยอาจขอขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ตามแผนให้หมดภายในระยะเวลาดังกล่าว ระยะเวลาดำเนินการตามแผนเป็นเพียงกรอบระยะเวลาที่ผู้บริหารแผนจะต้องดำเนินการอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามแผนให้เป็นผลสำเร็จตามที่แผนฟื้นฟูกิจการกำหนดไว้เท่านั้น เช่น แผนฟื้นฟูกิจการอาจกำหนดให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เป็นเวลา 10 ปี และวางเงื่อนไขว่า การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการให้ถือว่าเป็นผลสำเร็จเมื่อลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ครบถ้วนตามงวดการชำระที่ถึงกำหนดในช่วง 5 ปี ดังนี้ หากผู้บริหารแผนสามารถดำเนินการดังกล่าวได้เป็นผลสำเร็จ ศาลก็สามารถมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการได้ โดยลูกหนี้ยังคงต้องผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ส่วนที่เหลือตามแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังจากนั้นให้แก่เจ้าหนี้ต่อไปจนครบ

ปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายให้มีกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ซึ่งประกอบธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมSME (เอสเอ็มอี) ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจํากัด บริษัทจํากัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย และไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ โดยลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท ลูกหนี้ที่เป็นคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสามล้านบาท และลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัดต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสามล้านบาทแต่ไม่ถึงสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม

กระบวนการฟื้นฟูกิจการสำหรับSME (เอสเอ็มอี)

มีหลักการในทำนองเดียวกับการฟื้นฟูกิจการสำหรับกิจการขนาดใหญ่ข้างต้น แต่มีความกระชับรวดเร็วกว่า โดยกระบวนการที่แตกต่างกันในสาระสำคัญ ได้แก่ การที่ผู้ร้องขอฟื้นฟูฯ จะต้องเสนอแผนตั้งแต่ในชั้นยื่นคำร้อง พร้อมหลักฐานแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบกับแผนไม่น้อยกว่าสองในสามของหนี้ทั้งหมด และศาลจะพิจารณามีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนไปในคราวเดียวกัน, การลดขั้นตอนการขอรับชำระหนี้ และระยะเวลาการดำเนินการตามแผนจะไม่เกินสามปี

จากที่กล่าวมาโดยสรุปข้างต้น จะเห็นได้ว่า มาตรการและขั้นตอนต่างๆในการฟื้นฟูกิจการในภาพรวมและโดยจุดมุ่งหมายนั้นมิได้แตกต่างไปจากหลักการปรับปรุงโครงสร้างกิจการและหนี้ในทางธุรกิจโดยทั่วไป เพียงแต่กฎหมายได้สร้างสภาพบังคับและหลักเกณฑ์ตามกฎหมายขึ้นให้ทุกฝ่ายได้ถือปฏิบัติเพื่อลดอุปสรรคที่จะเกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ในกระบวนการปกติ ดังนั้น กระบวนการฟื้นฟูกิจการจึงเป็นโอกาสและช่องทางที่ดีในการช่วยให้กิจการที่ประสบปัญหากลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ที่มา : โดย: คุณอนุรักษ์ นิยมเวช https://mgronline.com/

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เครดิตเทอม การเอาเปรียบจากรายใหญ่ ถ้ารายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

การค้าขายสำหรับรายย่อย ถ้าเป็นการขายหน้าร้านของตนเอง Traffic ของลูกค้า อาจจะมีข้อจำกัด ดังนั้น ธุรกิจ SME รายย่อย เหล่านี้ จะมีความจำเป็นที่เจ้าต้องมีการค้าขาย กับ คู่ค้ารายใหญ่ๆ ซึ่งมีสาขาจำนวนมากทั่วประเทศ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กระจายเป็นวงกว้าง ถ้าสินค้าโดน ยอดขายกระฉูดแน่นอน แต่หากต้องแลกมาด้วยการดึงเงิน เครดิตเทอมกันยาว 3-6 เดือน สำหรับ ธุรกิจ SME ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ไม่มีวงเงิน OD PN หรือ ขายลดเช็ค ขาย Invoice จะทำกันอย่างไรละครับ

การขาดสภาพคล่องนับเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของ SMEs ที่นำไปสู่ปัญหาด้านหนี้สินและการสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน โดย SMEs ส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาด้านการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก “การถูกคู่ค้ายืดหรือขยายระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้า หรือระยะเวลา Credit term” 
    

ซึ่งจากการศึกษาพบว่า SMEs ที่ทำธุรกิจหรือเป็นคู่ค้ากับธุรกิจขนาดใหญ่ มักมีแนวโน้มจะถูกต่อรองขยายระยะเวลา Credit term ให้ยาวนานขึ้น โดยปี 2559 ระยะเวลา Credit term สำหรับบริษัทขนาดใหญ่อยู่ที่ประมาณ 55 วัน และสำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ นานถึง 62 วัน ซึ่งสูงกว่าระยะเวลา Credit term  โดยเฉลี่ยที่ SMEs ให้แก่คู่ค้าที่ประมาณ 30 – 45  วัน 

นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจุบัน SMEs ในประเทศไทยกว่าร้อยละ 96 มีการซื้อขายในรูปแบบเงินเชื่อ หรือมีการให้เครดิตการค้าแก่ผู้ซื้อ โดยระยะเวลา Credit term โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2559 มาอยู่ที่ 60 วัน และในบางธุรกิจได้ขยายไปสูงสุดถึง 120 วัน  ส่งผลให้ SMEs จำนวนมากได้รับผลกระทบจากสภาพคล่องทางการเงิน ที่ลดลง ดังนั้น การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลา Credit term จึงถือเป็นหนึ่งในกลไกการแก้ไขและบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง ให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของอำนาจการต่อรองระหว่าง SMEs และบริษัทขนาดใหญ่ 
    

ซึ่งทีมวิจัยเสนอให้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit term) สำหรับการซื้อ-ขายระหว่างภาคธุรกิจ โดยให้มีผลบังคับใช้ และบทลงโทษทางกฎหมาย และมีแรงจูงใจด้านบวกให้ ภาคธุรกิจปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด เพื่อให้การบรรเทาและแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของ SMEs  สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลที่ชัดเจน 3 ประการ คือ
   

    1. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลา Credit term โดยลูกหนี้การค้าจะต้องชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายใน ระยะเวลา 30 – 45 วัน
    2. เสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูลระยะเวลา Credit term โดยเฉลี่ยในการจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี (แบบ 56-1)  สำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ
    3. ศึกษาและกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสร้าง แรงจูงใจสำหรับภาคธุรกิจให้มีแนวปฏิบัติที่ดี  (Best practice) ในการลดระยะเวลา Credit term

ขอบคุณแบงค์ชาติ ที่สนใจ และหาช่องทางช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ SME ให้อยู่รอดปลอดภัยในยุค รายใหญ่ของเมือง

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เงินกู้ soft loan ส่วนของธนาคารออมสิน เร่งให้กู้ พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไข สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว

ออมสิน’ ผ่อนปรน 2 เงื่อนไข ช่วยท่องเที่ยวเข้าถึงซอฟต์โลน 10,000 ล้าน แค่หมื่นล้านจะพอไหมครับ?

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวใจชื้น “ธนาคารออมสิน“ผ่อนปรนเงื่อนไขซอฟต์โลน 1 หมื่นล้านบาท วาง 2 หลักเกณฑ์ขอสินเชื่อ ชี้ถ้ากู้ 1-2 ล้านบาทเปิดให้หาคนค้ำประกันได้ ถ้ากู้ 5-20 ล้านบาทวางหลักทรัพย์ค้ำ 30%

การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่เกิดโควิด-19 และได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นกลุ่มแรกๆ แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีเม็ดเงินลงมาอุ้มธุรกิจแต่อย่างใด 

แต่ล่าสุดก็พอมีลุ้นว่าผู้ประกอบการบางส่วนกำลังจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อ จากมาตรการซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาท ภายใต้มาตรการดูแลเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ระยะที่ 1 ซึ่งมีการกันวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาทให้กับธนาคารออมสิน เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวเป็นการเฉพาะ หลังจากเจรจากันหลายรอบจนธนาคารออมสินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการแล้ว

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระดับเอสเอ็มอี พอจะเริ่มมีความหวังว่าจะได้รับซอฟต์โลนที่รัฐบาลกันไว้ให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลังจากมีการเจรจาร่วมกัน และทางธนาคารออมสินก็ยอมผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการยื่นขอสินเชื่อให้ ได้แก่

1. กู้ในวงเงิน 1-5 ล้านบาท ผู้กู้สามารถหาคนที่ทางธนาคารเชื่อถือมาค้ำประกันให้ โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมค้ำให้ 40% และธนาคารจะไม่คิดค่าวิเคราะห์โครงการ

2. กู้วงเงิน 5-20 ล้านบาท ผู้กู้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 30% และบสย.ร่วมค้ำให้ 40% และธนาคารจะคิดค่าวิเคราะห์โครงการ 0.25-0.50% ของวงเงินกู้

ทั้งนี้ธนาคารออมสินจะพิจารณางบการเงินย้อนหลัง 2 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 2 ปี และเมื่อได้รับสินเชื่อ ทางธนาคารก็จะหารเฉลี่ยออกเป็น 6 งวด เพื่อทยอยจ่ายเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการ การผ่อนปรนดังกล่าวก็จะทำให้เอสเอ็มอีท่องเที่ยวมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินได้ เพราะสามารถหาคนที่น่าเชื่อถือมาช่วยค้ำประกันได้ จากเดิมที่จะต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น

จากเงื่อนไขที่กล่าวมา ต้องหาคนค้ำประกันที่ธนาคารออมสินสินเชื่อถือ อันนี้ไม่ชัดเจนไม่เป็นรูปธรรม สุดท้ายก็ขอดูงบการเงิน ถ้างบการเงินไม่ดีมีโอกาสไม่ผ่านอีกอยู่ดี หรือผู้ประกอบการ SME บางรายไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลเอาไว้ ก็กินแห้วได้อยู่ดีล่ะครับ

ขณะนี้สทท.ได้ส่งรายชื่อผู้ขอกู้เงินล็อตแรกให้ทางธนาคารออมสินพิจารณาแล้ว 1,200 ราย มียอดวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 4 พันล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นเอ็นพีแอล ก็จะได้รับการพิจารณาสินเชื่อออกมาก่อน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ก็น่าจะเริ่มมีการปล่อยสินเชื่อออกมาบ้าง หลังจากรอกันมานาน

อย่างไรก็ตามจริงๆ ความต้องการซอฟต์โลนของ 13 สาขาวิชาชีพท่องเที่ยว รวมกันแล้วอยากได้สินเชื่อรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท การกันวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท ก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่เราก็อยากดูก่อนว่าเฉพาะสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาทท้ายสุดผู้ประกอบการจะได้ซอฟต์โลนจริงเท่าไหร่ เพราะถ้ายังไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ก็คงจะไม่สามารถเรียกร้องขอให้รัฐกันวงเงินซอฟต์โลนเพิ่มได้

สำหรับมาตรการซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท ที่จะปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกเซ็กเตอร์ โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตราบใดที่กระทรวงการคลังหรือแบงก์ชาติ ยังไม่ได้มีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนผันหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีท่องเที่ยว ก็คงจะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อก้อนนี้ได้ เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาการให้สินเชื่อก็เป็นเหมือนการกู้แบบปกติทั่วไป ไม่ได้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ

ผมเองจะพยายามติดตามข่าวนี้ มาลงเป็นบทความให้เพื่อนๆ ได้รับรู้รับทราบกันนะครับ ผมบอกเลยว่าธุรกิจท่องเที่ยวตอนนี้ธนาคารยังไงก็ไม่เอา ไม่รู้จะกู้เงินผ่านสักกี่ราย

ที่จะกู้ผ่าน ก็ต้องเป็นลูกค้าที่เจ๋งจริงๆ หรือมีหลักประกันคุ้มมูลหนี้มากๆนะครับ อย่างลูกค้าผมทำโรงแรมที่สมุย เซ็นสัญญากู้ไปแล้วครับ 4 ล้านแต่ยังไม่ได้เงิน เอาใจช่วยนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney


สินเชื่อ Soft Loan กู้วิกฤตโควิด ช่วย SME ให้รอด

Soft loan สินเชื่อที่ออกโดยแบงค์ชาติ เป็นพรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้ประกอบการ sme ดอกเบี้ย 2% ผ่อน 2 ปีฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

ย้ำนะครับ ให้กู้กับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจเท่านั้น และต้องมีวงเงินอยู่กับธนาคารอยู่แล้ว และต้องเป็นลูกหนี้ดีด้วย ย้ำนะครับ

บริษัทที่จะขอกู้ Soft Loan ได้ ต้องเป็นบริษัทที่ไม่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เป็นหนี้เสีย และไม่เป็นบริษัทที่ให้บริการทางด้านการเงิน สุดท้ายคือ ต้องมีเงินกู้ไม่เกิน 500 ล้านบาท

ธนาคารต้องไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แต่ในเรื่องจริงเท่าที่ผมทราบมามีการเก็บค่าฟรี 2-4%

soft loan ลูกหนี้เดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อ ได้ไม่เกิน 20% ของภาระหนี้ ที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน แต่หากจะขอวงเงินเพิ่มมากกว่า ก็จะเป็นการพิจารณาแต่ละกรณีกรณีไป ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้

ลูกหนี้หลายคน ได้รับการปฏิเสธสินเชื่อ soft loan จากธนาคาร โดยให้เหตุผลว่าเงินหมดแล้ว แบงค์ชาติยืนยันว่า ยังเหลืออยู่ ฉะนั้นธุรกิจ sme รายไหนที่มีวงเงินอยู่กับธนาคารนั้นๆแล้วถูกปฏิเสธ แจ้งไปที่แบงค์ชาติเลยครับ

สินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แบงค์ชาติมีนโยบายให้กู้กับลูกหนี้ ที่มีภาระหนี้เดิมอยู่กับธนาคารนั้นๆเท่านั้น เนื่องจากจะใช้เวลาในการพิจารณาที่ค่อนข้างเร็ว เพราะธนาคารจะทราบ คุณสมบัติและประวัติของลูกหนี้รายนั้นอยู่แล้ว

การจะทำประกัน ในการขอสินเชื่อ soft loan นี้ การทำประกันไม่มีผลกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติ

ได้สินเชื่อ soft loan จากธนาคารออมสินแล้ว ขอสินเชื่อ soft loan จากธนาคารอื่นที่เรายังเป็นหนี้อยู่ได้ไหม คำตอบคือได้ครับ

หมายเหตุ สินเชื่อ soft loan ก้อนแรก แบงค์ชาติใส่เงินผ่านธนาคารออมสิน 1.5 แสนล้าน

วงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ ไม่นับรวมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ฉะนั้นความหมายคือ นับรวมเฉพาะลูกหนี้ที่มีสินเชื่อเพื่อธุรกิจเท่านั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พูดง่ายๆคือ ถ้าคุณเป็นลูกหนี้เฉพาะกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร แล้วจะขอวงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ไม่ได้ครับ

แต่ถ้าคุณ เป็นลูกหนี้สินเชื่อบ้าน 2 ล้านบาท และเป็นสินเชื่อธุรกิจกับธนาคารนั้นด้วย 5 ล้านบาท แบบนี้คุณมีสิทธิ์ขอสินเชื่อ soft loan ได้ที่ 20% ของหนี้สินเชื่อธุรกิจ 5 ล้านบาทเท่านั้น

ข้อนี้สำคัญ หากคุณเป็นหนี้สินเชื่อธุรกิจ 3 ธนาคาร 1 ธนาคาร เป็นหนี้เสีย อีก 2 ธนาคารเป็นหนี้ดี คุณสามารถขอสินเชื่อ soft loan กับ 2 ธนาคารที่คุณมีสถานะเป็นลูกหนี้ที่ดีได้เท่านั้น เคลียร์นะครับ

ตามนี้เลยครับ สงสัยมีข้อร้องเรียน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนาคารเจ้าหนี้ของเรา 1213 โทรได้เลยครับ

ครับ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ sme ที่มีปัญหา ขอวงเงินสินเชื่อ soft loan ก้อนนี้ไม่ได้ และธุรกิจเริ่มถึงทางตัน

Antonio Attorney บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย พร้อม ที่จะเป็นที่ปรึกษา แนะนำให้คุณรอด จากวิกฤตในครั้งนี้

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney