ต้องเสี่ยงกับการลงทุน เพราะกลัวแพ้เงินเฟ้อ

เคยได้ยินไหมครับ การลงทุนคือความเสี่ยง แต่คุณจะเสี่ยงกว่า ถ้าคุณไม่ลงทุน คำพูดนี้คุณเชื่อหรือเปล่าครับ ผมเชื่อนะ แต่ผมไม่ได้ซาบซึ้งอะไรกับมันมากนัก แล้วยิ่งในภาวะปัจจุบันนี้ อาจเรียกได้ว่า ช่วงภาวะเงินเฟ้อกันทั่วโลก ประเทศไทยอาจจะหนักน้อยหน่อย ต่างประเทศเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปี เงินเฟ้อพุ่งขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ แบบนี้เรียกว่า Stagflation และ Stagflation คืออะไร และการลงทุน ที่จะต้องเอาชนะเงินเฟ้อ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจ

เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร หากเข้าสู่จุดเริ่มต้น “Stagflation” เพราะเหตุ หากราคาน้ำมันแพงลากยาว 6 เดือน ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆขึ้นกันแทบทุกประเภท เรามาเข้าใจคำว่า Stagflation กันครับว่ามันคืออะไร

Stagflation คำที่หลายคนพูดถึง มันคืออะไร

คำว่า “Stagflation” หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือ ไม่ขยายตัว  โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เช่น สงคราม การเจอภัยธรรมชาติ พืชผลมีราคาแพงขึ้น และมีความเสียหายต่อภาคการผลิต

นิยามคำว่า “Stagflation” มาจาก 2 คำ คือ “Stagnation” คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือไม่ขยายตัว และคำว่า “Inflation” ระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น

คนไทย ต้องกลัว Stagflation ไหม


ปัจจุบันประเทศไทย มีสัญญาณที่ใกล้เคียง ภาวะ Stagflation เนื่องจากเกิดจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัวและมีความไม่แน่นอน

หากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนานๆ จนกระทบภาคการผลิต ทำให้ภาคการผลิตแบกรับต้นทุนไม่ไหว และหยุดการผลิต ทำให้ราคาสินค้าแพง ค่าครองชีพสูงเพิ่มมากขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ส่งผลให้คนเริ่มประหยัด ใช้จ่ายน้อยลง หรือ หยุดการใช้จ่าย ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว

ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ยังมีความน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อในประเทศไทย โดยนี่อาจจะถือเป็นจุดเสี่ยงเริ่มต้น ที่ไทยอาจจะเข้าสู่ “Stagflation100%” เนื่องจาก หากราคาพลังงานหรือราคาน้ำมันที่เกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กินเวลาไปถึง 6 เดือน  ซึ่งหากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อยาวนานออกไป ก็มีโอกาสเกิด Stagflation


โดยสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ถือเป็นภาวะ Stagflation 100% เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนรวมไปถึงกลุ่มยุโรป ยุติลงได้เร็วเท่าไหร่ ยังคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ไม่เกิดภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน แต่หากสถานการณ์ต่อเนื่องและยาวนานออกไป ก็ต้องจับตาและเตรียมรับมือ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดภาวะ Stagflation ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

อย่าคิดเอาชนะเงินเฟ้อ ไม่มีทางชนะเงินเฟ้อ

นายวรรธนะ วงศ์สีนิล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ฟิลลิป จำกัด ได้เขียนเตือนเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ไว้เสมอในเพจชมรมคนรักหุ้นกู้และพันธบัตร

ช่วงนี้อย่าไปกังวลกับการลงทุนที่จะต้องเอาชนะภาวะเงินเฟ้อเลยครับ ยังไงก็ไม่มีทางชนะ ️อัตราเงินเฟ้อจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจพลิกฟื้นโดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มฟื้นตัว ดังนั้นยิ่งคิดจะเอาชนะก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม

แค่อยู่เฉยๆ เงินออมคุณก็ติดลบ นั่นคือการทำงานของเงินเฟ้อ

อย่าไปคิดที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อตามที่ได้ร่ำเรียนกันมา เพราะมันเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่ได้เกิดจากกลไกทางเศรษฐกิจเช่นปกติ แต่มันเกิดจากการปรับขึ้นราคาสินค้า จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจ นโยบายการเงินจากการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงน่าจะไม่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก แต่กลับจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก จึงเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยแทบจะไม่ได้โงหัวขึ้นเลย ถ้าเรายิ่งขวนขวายที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อด้วยแล้ว เราอาจจะได้การผิดนัดชำระหนี้แทนที่ก็เป็นได้

อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะใช้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้เพียงบางประเภทเท่านั้น แต่จะไม่สามารถควบคุม Stagflation ได้ หรือแม้แต่อัตราเงินเฟ้อแบบ Cost-push ดังนั้น การที่แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยอาจจะเป็นขาขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ แต่อย่าลืมว่าถ้าเกิด Stagflation จริง โอกาสที่อาจจะประสบกับการผิดนัดชำระหนี้ก็มีมากขึ้นไปด้วย

เงินต้นต้องไม่สูญ ก็บุญแล้ว

ความเห็นส่วนตัวแล้ว เราควรจะรักษาเงินต้นเอาไว้ให้มั่นคงที่สุดในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ แล้วค่อยหาโอกาสในการเพิ่มความเสี่ยงขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ หุ้นกู้กลุ่ม ปตท. ปูนใหญ่ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับพันธบัตรออมทรัพย์ ควรที่จะลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล (Loan Bond) ในตลาดรองไปพลางๆ ก่อน ได้น้อยแต่ได้ชัวร์ นอนหลับสนิท น่าจะดีกว่าได้มาไม่กี่งวด

ถ้าคุณลงทุน แล้วนอนไม่หลับ มันจะดีเหรอ

ในชีวิตจริง ตราบใดที่เงินต้นเรายังอยู่ครบ แค่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูงขึ้นก็ยังดีกว่าสูญเงินต้น วันนี้ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังมีอนาคตที่ยังคลุมเครือรอเราอยู่ ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีวันหมดอายุนั้นจะลงทุนไปเพื่อ… ในเมื่อเราไม่ได้รับคืนเงินต้นเลย เหมือนให้เงินคนอื่น 100 แล้วเขาแบ่งคืนให้แค่ปีละไม่กี่บาทเท่านั้น ที่ให้คืนในรูปดอกเบี้ยก็เอาจากเศษของเงินต้นที่เราจ่ายไป นำกลับมาให้เราในชื่อดอกเบี้ยเท่านั้น เรื่องสุดท้ายคือหลักประกันของตราสารหนี้ พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงเพียงพอหรือเปล่า เป็นหลักประกันของกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ถ้าเกิดปัญหาในกลุ่มแล้วหลักประกันนี้อาจจะลอยหายไปในอวกาศได้เช่นกัน

หน่วยงานที่ดูแลและกำกับไม่ได้รับประกันเงินต้นให้แก่นักลงทุนแต่อย่างใด ไม่รับรองแม้กระทั่งความถูกต้องของข้อมูลเพราะอาจจะถูกแต่งเสริมขึ้นมาได้ แค่ยื่นให้พิจารณาตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างถูกต้องก็สามารถออกเสนอขายให้นักลงทุนได้

สิ่งที่ควรทำในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่นับวันจะเลวร้ายลงและยังไม่เห็นโอกาสที่จะพลิกฟื้นกลับมาในระยะนี้คือ การรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยที่สุดเท่านั้น

ครับ จากทั้งหมดในบทความนี้ เราพูดถึงกันในเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งในความรู้สึกของผม เราอย่าเอาความกลัวเงินเฟ้อมาเป็นตัวตั้ง หากเราจะลงทุน เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เราคำนึงถึงการความเสี่ยง และเงินต้นที่ลงทุน เป็นตัวตั้งดีกว่าครับ ผลตอบแทนที่เราจะได้จากการลงทุนมากเท่าไรก็ตาม หากมีความเสี่ยง ที่เงินต้นของคุณ มีโอกาสติดลบ กรณีที่เกิดการขาดทุน จะมีประโยชน์อะไรล่ะครับในการลงทุนนั้นๆ สำคัญที่สุดคือรักษาเงินต้นให้ได้ เพราะยิ่งในช่วงภาวะแบบนี้ ภาวะเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจตกต่ำ จะมีการลงทุนรูปแบบไหนครับ ที่เราจะชนะเงินเฟ้อได้ในภาวะแบบนี้ บอกเลยว่ายาก ถ้าคุณคิดว่ามีบอกผมด้วยครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

3 เหตุผลที่ ธุรกิจ SME ของไทย ไม่ประสบความสำเร็จ แบบยั่งยืน

สมาพันธ์ SME ไทย เปิด 3 ข้อเสนอ ให้รัฐเร่งช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุด และน่าเป็นห่วง

SME ไทย กว่า 80% ได้รับผลกระทบจากโควิด

ประธานสมาพันธ์SMEไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง และกลุ่มSMEถือว่า ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 80% อยู่ในภาคการค้าและการบริการ  ซึ่งจะต้องปิดกิจการชั่วคราว และขาดรายได้เป็นเวลานาน เนื่องจากมาตราการป้องกันการแพร่ระบาด

85% SME ไทยขอสินเชื่อ ไม่ผ่าน

นอกจากนี้ มีเพียง 25% ของผู้ประกอบการSME ที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในระบบได้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย โดยSMEส่วนใหญ่ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทำให้เกิดข้อจำกัดในข้อนี้ ทั้งนี้การสนับสนุนภาคSMEของไทย ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจากภาครัฐ มีการส่งเสริมการลงทุนเพียง 20% และส่วนมากยังกระจุกตัวอยู่ในภาคกลาง และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้SME ยังขาดโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งภาครัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน

หนี้ 3 กอง ปัญหาหลัก SME ไทย

โดยสมาพันธ์ SME ไทยเสนอแนวคิดในการช่วยเหลือSMEดังนี้

1.แก้หนี้ 3 กอง แก้หนี้ครัวเรือน หนี้เสีย และหนี้นอกระบบ การจะดำเนินธุรกิจต่อได้ จำเป็นต้องอาศัยแหล่งเงินทุน โดยเสนอพัฒนากองทุนฟื้นฟูSME ด้วยการทำ SME Credit Scoring Card โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ประกอบการชี้แจ้งหนี้ต่างๆ รวมไปถึงมีพี่เลี้ยง แนะนำด้านการเงิน และการปรับโครงสร้างหนี้ แนะแนวทางในการบริหารหนี้อย่างถูกต้อง เพื่อให้มีเครดิตที่ดี และสามารถนำเครดิตดังกล่าว ไปใช้กับคู่ค้า เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กิจการอย่างน้อย 30-60 วัน รวมไปถึงยังเป็นการเก็บข้อมูลที่ถือว่าเป็นประโยชน์กับภาครัฐ และสถาบันการเงิน ในการออกมาตราการช่วยเหลือหรือสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการของSMEได้

2.การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการSMEด้านดิจิทัล เพื่อการยกระดับการพัฒนาของSMEให้เติบโตขึ้นในระดับประเทศและระดับโลก ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและองค์รวมความรู้ เช่น การวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง การใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ เป็นต้น

3.การแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพิ่มให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนSMEรายย่อย ให้สามารถเติบโตได้บ้าง เช่น การขอขึ้นทะเบียน อย. หากดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นการลดต้นทุนการรอ และลดช่องว่าของมิชฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาส รวมไปถึงเสนอให้ทบทวนร่างกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ยา และ พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ เนื่องจาก เนื้อหาเน้นกำกับ และควบคุมมากเกินกว่าการส่งเสริม รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมสูง ทำให้SMEรายเล็กเข้าถึงได้ยาก

ธุรกิจSMEจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกประเด็นด้วย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ธุรกิจSMEทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กแข็งแรง เพื่อไม่ฉุดรั้งระบบเศรษฐกิจยังสามารถช่วยขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจไปได้อย่างยั่งยืน และเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการเปิดธุรกิจใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด19


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

โอนบ้านให้โดยเสน่หา จะฟ้องเพิกถอนเรียกทรัพย์คืน ต้องทำยังไง

การโอนให้ โดยเสน่หา คือ อะไร และเมื่อให้ไปแล้ว อยากจะเรียกคืน เพิกถอน ต้องทำอย่างไร ในคลิปนี้ จะมาบอกวิธีครับ

ส่วนใหญ่ หลังจากที่พ่อแม่ โอนบ้าน โอนที่ดิน หรือ ทรัพย์สินต่างๆ ให้กับลูกแล้ว ต่อ มาลูกเกิดเนรคุณ เรามามีวิธีแก้เผ็ด พวกลูกอกตัญญู พวกนี้กันครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

คริปโต รู้ว่าเสี่ยง แต่ยังคงต้องขอลอง (ของ)

คริปโตฯ ใครไม่เคยได้ยิน ต้องถามว่าไปอยู่ส่วนไหนของโลกมา คำว่าบล็อกเชน ก็อีกเช่นกัน ใครไม่เคยได้ยินก็ถือว่าเชยมาก คริปโตฯ ผมยังพอเข้าใจนะ แต่บล็อกเชน นี่ บอกเลยว่า พยายามทำความเข้าใจมัน แต่ก็ไม่เข้าใจสักที มีคนอธิบาย พยายามอธิบายให้เราไม่เข้าใจ หรือคนฟัง อาจจะโง่เองแบบผมเป็นต้น ที่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ ชั่งมัน มันไม่สำคัญกับชีวิตผม

เทรนด์อนาคต ลงทุนได้ แต่ไม่ต้องเร่งร้อน

สำหรับผม Digital Currency ผมคิดว่าในอนาคต ยังไงก็คงต้องหนีไม่พ้นกับเทรนด์นี้ ผมก็พยายามศึกษาอยู่แบบห่างๆ อีกใจหนึ่งก็คิดว่า อยากจะลองลงทุนดู แต่ผมคิดว่าอีกสักพักดีกว่า ผมเห็นบทเรียน อะไรก็ตามที่ดูแนวโน้มว่ากำลังจะมา มันจะต้อง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คล้ายๆกับยุคดอทคอมล่มสลาย ตลาด nasdaq ที่สหรัฐอเมริกา ล่ม ดัชนี เคยพุ่งสูงสุดในช่วงปี 2000 ดัชนี 7,600 และล่ม เมื่อปี 2002 ดัชนี 1,700 และ และหลังจากนั้นก็กลับมาฟื้นและเติบโตจนฉุดไม่อยู่จนถึงปัจจุบันนี้

ผมก็คิดแบบนั้นนะครับว่าคริปโตเคอเรนซี่ มันเป็นเทรนด์ ในโลกอนาคต ซึ่งยังไงทุกคน คงต้องใช้แบบ แต่มันคงต้องมีจุดอ่อนอะไรบางอย่าง และเงื่อนไขที่คุณจะต้องปรับเปลี่ยนปรับปรุงแก้ไข รอให้มันล่มไปก่อน หลังจากนั้นหลายคนที่เข้าตลาดก็จะเข้าไปลงทุนด้วยสติ และเหตุผลมากขึ้น นั่นแหละครับถึงจะเป็นช่วงเวลาที่เราควรจะเข้าไปลงทุนได้

นักลงทุนขาสั้น หมายถึง นักลงทุนวัยเยาว์

ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลการทดลอง “พฤติกรรมเชิงลึกและไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนรุ่นใหม่” จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ทำการเปรียบเทียบและศึกษาพฤติกรรมของนักลงทุนในช่วงอายุต่างๆ ทั้งนี้ในการเปรียบเทียบทัศนคติทางการเงินและการลงทุนด้วย

พบว่าผู้ที่ลงทุนในหุ้นและคริปโตฯ เป็นผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง แต่ในสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมากนัก ค่าเฉลี่ยอายุอยู่ในวัย 27 ปี มีการศึกษาค่อนข้างสูง และพบว่าเป็นคนที่ไม่ได้จบสาขาการเงินเป็นหลักอีกด้วย

ยังมีการแยกประเภทผู้ลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ ออกจากกลุ่มผู้ลงทุนในตลาดทรัพย์ทั้งหมด เพื่อดูว่าแตกต่างจากคนที่ลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียวว่าเป็นอย่างไร พบว่ากลุ่มคนที่ลงทุนในคริปโตฯ ส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 24 ปี กลุ่มนี้เชื่อว่า คริปโตฯ จะขับเคลื่อนตลาด ปลอดจากการกำกับดูแลจากรัฐ และเชื่อว่าความเสี่ยง คือความผันผวนที่เป็นเรื่องปกติ มีความกล้าเสี่ยง เพราะคริปโตฯ ขาดทุนได้ แต่ไม่ติดลบ รวมไปถึง กลุ่มนี้ยังไม่มีหนี้สินก้อนใหญ่ และยังหารายได้ได้ คริปโตฯ จะเป็น องค์กร หรือ บริษัท ที่ไม่ใช่องค์กรใหญ่มากนัก เป็นบริษัทรายย่อย ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าบริษัทหุ้นที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ รวมไปถึงอยากสนับสนุนการลงทุนที่เป็นตลาดเสรีรายย่อยมากกว่ารายใหญ่

กลุ่มที่เคยลงทุนคริปโตฯที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป มองว่ามีความเสี่ยงสูง ซื้อคริปโตฯเพื่อกระจายพอร์ตเท่านั้น

และกลุ่มที่ไม่เคยลงทุนในคริปโตฯเลย ไม่สนใจในคริปโตฯ เนื่องจากไม่มีปัจจัยกำหนด หรือมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ไม่กล้าลอง ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนที่ต้องหลีกเลี่ยง จะลงทุนหรือไม่ ต้องรอฟังแนวทางภาครัฐเป็นหลักว่าจะสนับสนุนหรือไม่อย่างไร

จะเห็นได้ว่า การลงทุนคริปโตฯ ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แม้จะมีมาในระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทุกกลุ่มมองว่า ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน มีเพียงคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าความเสี่ยงนั้นเป็นเรื่องปกติ การลงทุนเข้าถึงง่าย ดังนั้นคนรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อย จึงนิยมลงทุนคริปโตฯ มากกว่าคนทุกกลุ่ม

ผมก็เคยเป็นนักลงทุนขาสั่น มั่นใจ เชื่อมั่นในตัวเอง แต่สุดท้าย…

คนรุ่นใหม่ที่ไม่กลัวความเสี่ยง ก็คงเหมือนกับผมเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่ยืมเงินพ่อไปหลายแสนเพื่อไปลงในตลาดหุ้น ผมบอกพ่อด้วยความมั่นใจในตนเอง ในตอนนั้นว่า ผมรู้จักหุ้นในตลาดหุ้นเกือบทุกตัว ผมนั่งอ่านงบการเงิน วิเคราะห์งบการเงิน วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ผมมั่นใจว่าผมลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีขาดทุนแน่นอน ….ผลลัพธ์คือ เจ๊งไม่เป็นท่าครับ แต่คริปโตนี่ ผมยังไม่รู้ว่า หากจะซื้อ เราจะวิเคราะห์การซื้อขายอย่างไร หรือ ดูเพียงแค่กราฟ หรือ อินดิเคเตอร์ต่างๆ เท่านั้น ปัจจุบันผมลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ครับ แต่ลงทุนผ่านกองทุนรวม แบบคนแก่ ลงทุนผลตอบแทนน้อย ความเสี่ยงไม่สูง

ทุกวันนี้ผมก็ยังมีเงินลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ ผ่านกองทุนรวม โดยที่ผมไม่เคยสนใจแม้จะเปิดดูราคาขึ้นลงของมันเลย ถามว่าในภาพรวมกำไรหรือเปล่า ตอบได้เลยครับว่ากำไรครับ ช่วงเวลาที่ทุกคน หรือหลายคนกำลังมั่นใจว่า ตัวเองเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเทรนด์ของโลกอนาคต อย่าไปห้ามอะไรเขาเลยครับปล่อยเขาไป สุดท้ายเขาจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขอให้โชคดี


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

เมื่อญาติพี่น้อง คนในครอบครัวเสียชีวิต เราจะตรวจสอบว่า ทำประกันอะไร ที่ไหน ได้อย่างไร?

อยากรู้ผู้เสียชีวิต ทำประกันอะไรไว้บ้าง เช็คที่ไหน

หากต้องเกิดความสุญเสียกับคนใกล้ตัวของเรา นอกจากขั้นตอนของพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว เรื่องถัดมาคือ ต้องจัดการเรื่องหนี้สิน ทรัพย์สิน มรดก รวมทั้งเรื่องของการรับผลประโยชน์จากการเสียชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ผลประโยชน์จากการทำประกันนั่นเอง  บางทีการสั่งเสีย หรือ การจัดการการรับผลประโยชน์ไว้ก่อนเสียชีวิต ก็ถือว่าสะดวกต่อการขอรับผลประโยชน์ แต่ปัญหาอยู่ที่ หากผู้เสียชีวิตไม่ได้จัดการ หรือไม่ได้บอกกล่าวไว้ว่า ตนเองนั้นได้ทำประกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ผู้เสียชีวิตได้ทำประกันไว้หรือไม่      โดยทาง สำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้สรุปวิธีการตรวจสอบ ดังนี้

  1. หากไม่ทราบจริงๆ ว่าผู้เสียชีวิตนั้น ทำประกันไว้หรือไม่ ผู้มีส่วนได้เสียกับผู้เสียชีวิต สามารถยื่นคำร้องกับ คปภ. ขอให้ตรวจสอบการทำประกันได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดย คปภ.จะใช้เวลาตรวจสอบ 2-3 สัปดาห์ และแจ้งกลับมาว่าผู้เสียชีวติได้ทำประกันไว้หรือไม่ หากทำไว้ จะแจ้งว่าเป็นของบริษัทอะไร เลขที่กรมธรรม์อะไร เพื่อให้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไปดำเนินการขอเคลมประกัน จากบริษัทประกันต่อไป ติดต่อ. โทร 02 515 3999
  2. รู้จากบริษัทประกันภัยเป็นผู้แจ้ง เมื่อบริษัทประกันภัยได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาล หรือสถานีตำรวจ ว่าผู้ที่เสียชีวิตหรือผู้เอาประกัน เสียชีวิตแล้ว บริษัทจะทำการเช็กกรมธรรม์ และติดต่อผู้รับผลประโยชน์ที่ถูกระบุชื่อ 
  3. หากไม่มีการแจ้งจากบริษัทประกันและญาติๆได้พบกรมธรรม์ และ บัตรประจำตัวผู้เอาประกันในภายหลัง สามารถติดต่อบริษัทประกันเพื่อเช็คว่ายังอยู่ในสถานะปกติหรือไม่ หากปกติสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอเคลมประกันได้
  4. หากเกิดกรณีผู้เอาประกันหายสาญสูญ หรือ เสียชีวิต แต่ยังไม่พบศพ ต้องเริ่มจากแจ้งความคนหาย หรือ รอให้พบศพก่อน แต่หากเวลาล่วงเลยไปนานเกิน 3 ปี และยังไม่มีวี่แววจะหาพบ ญาติสามารถทำเรื่องของเคลมประกันที่บริษัทประกันได้

ทั้งนี้ผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ อาจจะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือ ญาติ ซึ่งสามารถเป็นบุคคลใดก็ได้ ตามที่ผู้เอาประกันได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ ส่วนของรายละเอียดกรมธรรม์สามารถเปลี่ยนแปลงตามกรมธรรม์แต่ละประเภท อาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้