หนี้สาธารณะ ของไทย พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 15 ปี

ย้อนดูสถิติ “หนี้สาธารณะ” ของไทย ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่การมีตัวเลขหนี้ ทะลุ 60% ของจีดีพี สูงสุดเป็นประวัติการณ์

วิกฤติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ลากยาวกว่า 2 ปี และภาครัฐต้องใช้ยาแรงผ่านมาตรการคุมเข้ม เพื่อสกัดการแพร่ระบาด จนส่งผลต่อทั้งการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชน ต่อเนื่องสู่การหดตัวครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจ กระทั่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือ บรรเทาความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น

ขณะที่รายได้รัฐบาลน้อยลงตามทิศทางเศรษฐกิจที่ถดถอย แต่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อกอบกู้สถานการณ์ ทางออกที่เกิดขึ้นจึงเป็นการ “กู้เงิน” หรือตั้งงบประมาณขาดดุล แต่ไม่ว่าจะวิธีการใดต่างก็ล้วนทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น

การเพิ่มขึ้นของ “หนี้สาธารณะ”

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ครั้ง มูลค่ารวม 1.5 ล้านล้านบาท และยังมีการตั้งงบประมาณปี 2564 และปี 2565 ขาดดุลที่ 6.23 และ 7 แสนล้านบาท ตามลำดับ เพื่อนำเงินมาใช้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน การก่อหนี้ดังกล่าว มีผลให้ระดับหนี้สาธารณะไทยพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลอด 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 ถึง  2.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นราว 17.7% ต่อปี

จากข้างต้น ทำให้ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ระดับ 58.31% ต่อจีดีพี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้มีผลให้ไทยมีช่องว่างในก่อหนี้หรือพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) เหลือน้อยลงมาก เนื่องจากเพดาน หนี้สาธารณะ ในเวลานั้นคือ 60% ต่อจีดีพี ซึ่งการที่เศรษฐกิจยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ เป็นผลให้ช่องว่างที่เหลือดังกล่าวดังกล่าว หมายถึงความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น้อยลงตามไปด้วย

จึงเป็นที่มาให้รัฐบาลเห็นชอบปรับกรอบเพดานหนี้จาก 60% สู่ระดับ 70% ต่อจีดีพี โดยมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2564

ล่าสุด เมื่อ 1 เม.ย.65 ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เปิดเผย ยอด หนี้สาธารณะ ไทยล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 9.8 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 60.17%

นอกจากนั้น ในวันที่ 12 เม.ย.65 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหาร หนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 2 ตามที่ทางสบน.เสนอ ซึ่งการปรับปรุงแผนครั้งนี้จะมีผลให้ยอดหนี้สาธารณะคงค้างปรับตัวขึ้นเป็น 62.76% ต่อจีดีพี โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่า ยังอยู่ภายใต้เพดานหนี้สาธารณะใหม่ ที่เพิ่งขยายออกไปที่ระดับ 70% ต่อจีดีพี และไม่หลุดจากกรอบวินัยการเงินการคลังที่ได้มีการกำหนดไว้

(ที่มา:สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, กรุงเทพธุรกิจ)

ภาวะวิกฤติกับความจำเป็นในการก่อหนี้ของรัฐ

เหตุการณ์ หนี้สาธารณะ ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา พบว่า ช่วงที่เกิดวิกฤติซับไพรม์ หรือที่รู้จักกันชื่อ “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” (Hamburger Crisis) นั้น หนี้สาธารณะไทยในปีงบประมาณ 2552 เพิ่มขึ้นสูงจากปีก่อนถึง 21.20% หรือกว่า 5.9 แสนล้านบาท แต่เมื่อวิกฤติดังกล่าวผ่านไป ในปีต่อมาหนี้สาธารณะลดลงไป 5.97% และขนาดเศรษฐกิจขยายตัวกว่า 1.17 ล้านบาท

ฉะนั้นในภาวะวิกฤติการก่อหนี้อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำเพื่อนำเงินดังกล่าวมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งยังบรรเทาผลกระทบภาระของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งหากการดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ประเด็นสำคัญของไทย ไม่ได้อยู่ที่เพียงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของตัวเลข หนี้สาธารณะ แต่ยังรวมไปถึง “แผนการใช้เงิน” และ “การบริหารจัดการหนี้สาธารณะ” ของรัฐบาลที่จะต้องนำมาร่วมพิจารณาด้วย

หากเทียบกับนานาประเทศ ตัวเลข หนี้สาธารณะ ของไทยนั้นยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แม้จะทะลุ 60% ต่อจีดีพีไปแล้วก็ตาม โดยหากวัดตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินของไทย การแบกหนี้จำนวนดังกล่าวยังถือว่าไม่สูงเกินไป สะท้อนจากความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) ที่ยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ตามการจัดของ Fitch Rating 


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ผ่อนธนาคารไม่ไหว เริ่มมีความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม หรือ ท่านที่ประสบปัญหาเรื่องหนี้ ในนามบุคคลทั่วไป เรา บริษัทที่ปรึกษาการเงิน Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

Antonio Logo

จำนองที่ดิน สิทธิของผู้รับจำนอง มีได้แค่ไหน?

ก่อนที่จะรู้ถึงสิทธิของผู้รับจำนอง และผู้จำนองที่ดิน เราควรมารู้จักกับการจด จำนองที่ดิน รวมถึงอื่นๆ ว่าคืออะไร อย่างไรบ้าง ?

จำนอง คืออะไร

เป็นสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้จำนอง” อาจเป็นตัวลูกหนี้ หรือบุคคลภายนอกก็ได้ เอาทรัพย์สินอันได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ และ  สังหาริมทรัพย์ บางประเภทตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้รับจำนอง” เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น การจำนองที่ดิน

สัญญาจำนองที่ดิน

คือ สัญญาเงินกู้ในรูปแบบหนึ่ง ที่มีการนำเอาอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็น โฉนดที่ดิน, บ้าน, คอนโดมิเนียม, โรงงาน, โกดัง, โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เป็นต้น เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพ ไม่เคยเสื่อมค่าตามกาลเวลา และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำให้อสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นหลักประกันที่มั่นคงนั่นเอง นอกจากนั้นผู้ที่จะสามารถนำทรัพย์สินมาทำสัญญาจำนองได้ จะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ใช้ในการจำนองเท่านั้น และหากไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน ก็จะต้องได้รับมอบอำนาจมาจากเจ้าของทรัพย์สินโดยตรง หากไม่ใช่ทั้งสองอย่างนี้ สัญญาจำนองก็จะไม่มีผลทันที อีกทั้งการทำสัญญา จำนองที่ดิน จะต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น ดังนั้นขอให้มั่นใจได้เลยว่าการปลอมแปลงเอกสารเพื่อทำสัญญาการจำนองนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ เลย

หลักเกณฑ์ในการจำนอง

1. ผู้จำนอง ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในทรัพย์ที่จะจำนอง

2. สัญญาจำนอง ต้องทำเป็นหนังสือ และนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นสัญญาจำนองตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันแก่คู่สัญญาแต่อย่างใด ในการกู้ยืมเงินนั้นมีอยู่เสมอ ที่ผู้กู้ได้นำเอาโฉนดที่ดินของตนไปมอบให้แก่ผู้ให้กู้เก็บรักษาไว้เฉย ๆ เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ โดยไม่มีการทำเป็นหนังสือ และไม่ได้นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่การจำนอง ผู้ให้กู้หาได้มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินตามโฉนดแต่อย่างใด คงได้แต่เพียงกระดาษโฉนดไว้ในครอบครองเท่านั้น ดังนั้น ถ้าผู้ให้กู้ประสงค์ที่จะให้เป็นการจำนองตามกฎหมายแล้ว จะต้องทำเป็นหนังสือ และนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

3. ต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจรับจดทะเบียนจำนอง

ประเภทของทรัพย์สินที่จดจำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา ๗๐๓ บัญญัติให้อสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ ที่ได้จดทะเบียนไว้ บางประเภทสามารถจำนองได้

อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับ ที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วยกรณีทรัพยสิทธิ อันเกี่ยวกับที่ดินที่จะจำนองได้นั้น ต้องเป็นทรัพยสิทธิที่สามารถโอนแก่กันได้เท่านั้น

สังหาริมทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเคลื่อนที่ได้  และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นด้วย โดยหลักแล้วไม่อาจนำมาจำนองได้

 [ที่มา : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗ ถึง ๑๔๐]

สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนอง

ผู้จำนอง : ผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สินของตน เพื่อประกันหนี้ที่บุคคลอื่นต้องชำระมีสิทธิที่จะได้รับเงินใช้คืนจากลูกหนี้เมื่อได้เข้า ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แทนลูกหนี้หรือถูกเจ้าหนี้บังคับจำนอง ผู้จำนองตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ซึ่งจำนองทรัพย์สินเพื่อประกันหนี้ที่บุคคลอื่นต้องชำระโดยมิได้ระบุลำดับไว้ผู้จำนอง ซึ่งได้เข้าชำระหนี้หรือถูกเจ้าหนี้บังคับจำนองไม่มีสิทธิจะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้จำนองอื่น ๆ เว้นแต่กรณีที่มีการระบุลำดับไว้และผู้รับจำนองได้ปลดหนี้ให้แก่ผู้จำนองคนก่อน ผู้จำนองคนหลังย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเท่าที่ต้องรับความเสียหายจากการนั้น นอกจากนี้ผู้จำนองคนเดียวซึ่งจำนองทรัพย์สินเพื่อประกันหนี้ที่บุคคลอื่นต้องชำระ มีสิทธิที่จะหลุดพ้นจากความรับผิดได้เช่นเดียวกับผู้ค้ำประกัน ในกรณีที่เจ้าหนี้ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นเหตุให้ผู้จำนองไม่อาจรับช่วงสิทธิได้ตามมาตรา ๖๙๗ กรณีที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้จำนองไม่ยินยอมตามมาตรา ๗๐๐ กรณีที่เจ้าหนี้ ไม่ยอมรับชำระหนี้เมื่อผู้จำนองขอชำระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระตามมาตรา ๗๐๑

ผู้รับจำนอง :ภายหลังการจดทะเบียนจำนอง หากมีการจดทะเบียนภาระจำยอมหรือทรัพยสิทธิอย่างอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับจำนอง เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้รับจำนองในเวลาบังคับจำนองผู้รับจำนองอาจขอให้ลบสิทธิดังกล่าว ออกจากทะเบียนได้หากทรัพย์สินซึ่งจำนองบุบสลาย หรือทรัพย์สินซึ่งจำนองสิ่งหนึ่งสิ่งใดสูญหาย หรือบุบสลายไม่เพียงพอแก่การประกันหนี้ ผู้รับจำนองจะบังคับจำนองในทันทีก็ได้ เว้นแต่เหตุดังกล่าวมิได้เป็นความผิดของผู้จำนอง และผู้จำนองได้เสนอว่าจะจำนองทรัพย์สินอื่นแทนให้ หรือเสนอจะรับซ่อมแซม แก้ไขความบุบสลายนั้น

ขอบเขตของสิทธิจำนอง

ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้เฉพาะทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนองเท่านั้น จะไปบังคับถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนจำนองไม่ได้ เช่น จำนองเฉพาะที่ดินย่อมไม่ครอบถึงโรงเรือน หรือบ้านที่ปลูกภายหลังวันจำนอง เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้าว่าให้รวมถึงบ้านและโรงเรือนดังกล่าวด้วย

  • จำนองเฉพาะบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของคนอื่น ก็มีสิทธิเฉพาะบ้านเท่านั้น
  • จำนองย่อมไม่ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินซึ่งจำนอง เช่น จำนองสวนผลไม้ดอกผลที่ได้จากสวนผลไม้ยังคงเป็นกรรมสิทธิของผู้จำนองอยู่

ทรัพย์สินซึ่งจำนองอยู่นี้ ย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้ดังต่อไปนี้คือ

1. เงินต้น

2. ดอกเบี้ย

3. ค่าเสียหายในการไม่ชำระหนี้ เช่นค่าทนายความ

4. ค่าธรรมเนียมในการบังคับจำนอง

ผลของสัญญาจำนอง

ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ โดยไม่ต้องคำนึงว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ก็ตาม

ตัวอย่าง นายเอกได้กู้เงินจากนายโทเป็นเงิน 1 แสนบาท โดยนำที่ดินของตนไปจดทะเบียนจำนองไว้กับนายโท และต่อมานายเอกได้กู้เงินจากนายตรีอีก 1 แสนบาท โดยไม่ได้มีการนำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองแต่อย่างใด ดังนี้ นายโทมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากที่ดินดังกล่าวได้ก่อน นายตรี และแม้ว่านายเอกจะได้โอนกรรมสิทธิที่ดินแปลงนั้นไปให้บุคคลภายนอกแล้วก็ตามนายโทคงมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากที่ดินแปลงดังกล่าวได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นที่ไม่ได้ไปจดทะเบียนจำนองในที่ดินแปลงดังกล่าว

นอกจากนี้ผู้รับจำนองยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาทรัพย์สินที่จำนองนั้นหลุดเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้หากเข้าเงื่อนไข ดังนี้คือ

(1) ลูกหนี้ได้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วเป็นเวลาถึง 5 ปี

(2) ผู้จำนองมิได้แสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพย์สินนั้นท่วมจำนวนเงินอันค้างชำระ

(3) ไม่มีการจำนองรายอื่น หรือบุริมสิทธิอื่นได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกัน

ตัวอย่าง นายเอกได้กู้เงินจากนายโทเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาทโดยนำที่ดินราคา 1 ล้านบาทเช่นกันไปจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันการชำระหนี้ของตน โดยตกลงค่าดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ต่อมาอีก 10 ปี นายเอกผิดนัดไม่เคยชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้แก่นายโทเลย ดังนั้นเมื่อรวมยอดหนี้คือเงินต้น 1 ล้านบาท กับดอกเบี้ยอีก 1 ล้านห้าแสนบาทแล้วจะเป็นเงิน 2 ล้านห้าแสนบาท นายโทมีสิทธิฟ้องนายเอกต่อศาล ขอให้ศาลสั่งให้นายเอกโอนกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้มาเป็นของนายโทได้เลย โดยไม่ต้องมีการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด

การชำระหนี้จำนอง

การชำระหนี้จำนองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ดีการระงับหนี้จำนองไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ดีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงในการจำนองก็ดี กฎหมายบังคับให้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มิฉะนั้น แล้วจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้

ตัวอย่าง นายเอก จำนองที่ดิน ของตนไว้กับนายโท ต่อมานายโทยอมปลดจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่นายเอกแต่ทั้งสองฝ่ายมิได้ไปจดทะเบียนการปลดจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมานายโทโอนการจำนองให้นายจัตวาโดยจดทะเบียนถูกต้อง แล้วนายจัตวาได้บังคับจำนองที่ดินแปลงนี้ นายเอกจะยกข้อต่อสู้ว่านายโทปลดจำนองให้แก่ตนแล้วขึ้นต่อสู้กับนายจัตวาไม่ได้

วิธีบังคับจำนอง

ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้คืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้รับจำนองจะใช้สิทธิบังคับจำนอง หากถึงกำหนดนัดแล้วลูกหนี้ไม่นำเงินมาชำระผู้รับจำนองต้องฟ้องผู้จำนองต่อศาล เพื่อให้ลูกหนี้ปฏิบัติการชำระหนี้ หากไม่ชำระหนี้ก็ขอให้ศาลสั่งให้นำเอาทรัพย์ที่จำนองนั้นออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ของตนหรือขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์ที่จำนองนั้นหลุดเป็นกรรมสิทธิของตนหากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

จะเห็นได้ว่ากฎหมายบังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าการบังคับจำนองจะต้องฟ้องคดีต่อศาลเสมอจะนำเอาที่ดินออกขายทอดตลาดเองไม่ได้ และต้องมีการออกจดหมายทวงหนี้ไปถึงลูกหนี้ก่อนเสมอจะฟ้องคดีโดยไม่มีการบอกกล่าวทวงถามก่อนไม่ได้

การบังคับจำนองนี้จะไม่คำนึงเลยว่าในขณะที่มีการบังคับจำนองนั้น ทรัพย์สินที่จำเลยอยู่ในความครอบครองของใคร หรือลูกหนี้ได้โอนกรรมสิทธิไปยังผู้อื่นกี่ทอดแล้วก็ตามสิทธิจำนองย่อมติดตามตัวทรัพย์สินที่จำนองไปด้วยเสมอ แม้ว่าจะเป็นการโอนทางมรดกก็ตามสิทธิจำนองก็ติดตามไปด้วย

ตัวอย่าง นายเอกจำนองที่ดินแปลงหนึ่งไว้กับนายโท เป็นเงิน 1 ล้านบาท ต่อมานายเอกตายโดยยกมรดกที่ดินดังกล่าวไปให้นายจัตวาลูกชายของตนการตายของนายเอกหาได้ทำให้สิทธิของนายโทหมดไปไม่ นายโทมีสิทธิบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวได้แม้ว่าจะเป็นชื่อของนายจัตวาแล้วก็ตาม

หนี้ที่ขาดอายุความไปแล้วจะมีผลกระทบถึงการจำนองหรือไม่?

แม้ว่าหนี้ที่เป็นประกันนั้นจะขาดอายุความแล้วก็ตามผู้รับจำนองก็ยังมีสิทธิที่จะบังคับจำนองเอาทรัพย์สินที่จำนองได้ ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบถึงสิทธิของผู้รับจำนองในทรัพย์สินที่จำนองแต่อย่างใด แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่า 5 ปีไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 745)

ตัวอย่าง นายเอกนำที่ดินไปจำนองไว้กับนายโทเป็นเงิน 1 ล้านบาทกำหนดชำระคืนในวันที่ 1 มกราคม 2510 เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว นายโทก็มิได้ติดตามทวงถามจากนายเอกเลยจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2527 จึงได้บังคับจำนองซึ่งหนี้เงินกู้นั้นต้องฟ้องภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ถึงกำหนดซึ่งกรณีหนี้เงินกู้ขาดอายุความไปเป็นเวลานานแล้วนายเอกจะต่อสู้ว่าหนี้เงินกู้ได้ขาดอายุความไปแล้วดังนั้นตนจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาจำนองไม่ได้ เพราะแม้ว่าหนี้เงินกู้จะขาดอายุความก็ตามแต่สิทธิจำนองยังอยู่หาได้หมดไปตามอายุความไม่ นายโทจึงมีสิทธิบังคับจำนองที่ดินดังกล่าวได้ แต่นายโทจะบังคับในส่วนดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่า 5 ปีไม่ได้

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจำนองเป็นหลักประกันการชำระหนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นหากเจ้าหนี้ประสงค์ที่จะได้รับชำระหนี้คืนแล้ว เจ้าหนี้จึงควรให้ลูกหนี้นำทรัพย์สินมาจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ด้วย

สรุป

สิทธิของผู้จำนอง : เนื่องจากการจำนองเป็นการเอาทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนองให้แก่ผู้รับจำนอง ดังนั้น แม้ว่าทรัพย์สินจะได้นำมาจำนองเป็นประกันการชำระหนี้แล้ว ผู้จำนองจึงยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตามเดิม และยังคงครอบครองทำประโยชน์ในทรัพย์สินที่จำนองได้ต่อไป

สิทธิของผู้รับจำนอง : ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้ทั่วไป และบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองได้ไม่ว่าทรัพย์สินที่จำนองจะโอนไปให้แก่ผู้ใด การจำนองย่อมตกติดไปกับตัวทรัพย์สินที่จำนอง และที่สำคัญผู้รับจำนองไม่มีสิทธินำที่ดินหรือทรัพย์สินที่จำนองไปหาประโยชน์เป็นของตนเอง หรือทำให้เสื่อมเสียลดมูลค่าลง อีกด้วย


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ กับ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ คืออะไร

สินเชื่อ นาโนไฟแนนซ์ กับ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ คืออะไร และทั้ง 2 สินเชื่อนี้ หลักเกณฑ์ในการขออนุมัติสินเชื่อ แตกต่างกันอย่างไร

หนี้ครัวเรือนพุ่ง นาโนไฟแนนซ์ พิโกไฟแนนซ์ ได้รับทั้ง ผลบวก และผลลบ

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย ตอนนี้หนี้ครัวเรือน สูงถึง 14.6 ล้าน ล้านบาท คิดเป็น 90.1% ต่อ GDP หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ภายในระยะเวลา 2 ปี หลังเกิดโควิด ขนาดผู้ปล่อยกู้ในระบบเช่น ผู้ให้กู้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และผู้ให้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ยังโดนลูกหลง เจ็บตัวไปด้วย จากการที่ตัวเลข NPL ขอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ พิโกไฟแนนซ์ สูงถึงเกือบ 25%

การที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และการขยายตัวของหนี้นอกระบบ และหนี้ในระบบสถาบันการเงินลุกลามเป็นหนี้เสีย และหนี้เสีย อาจจะเข้าไปสู่ระบบสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ไม่ต้องบอกก็ได้เลยครับว่า เป็น covid effect ที่ประชาชนคนทั่วประเทศรับผลกระทบ ค่อนข้างที่จะยืดเยื้อยาวนานและเรื้อรัง

ยอดค้นหาใน Google พุ่ง ” เงินกู้ เงินด่วน “

เชื่อไหมครับว่าในช่วงโควิด เมื่อเราเข้าไปหาข้อมูลจาก google trend จะพบคำว่า ” เงินกู้ เงินด่วน ” มีอัตราการค้นหาใน google เพิ่มขึ้นสูงถึง 30% หนี้นอกระบบเบ่งบานรับ covid จริงๆครับ

อีกเหตุผลนึงที่คนมักจะไปกู้นอกระบบ เพราะสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคาร เข้มงวดในการปล่อยกู้ จะเรียกได้ว่าเข้มงวดกันแบบสุดๆ โอกาสที่หลายคนในยุคนี้จะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์เพื่อได้รับเงินกู้เหนื่อยครับ หลายคน จึงเบี่ยงเบนเข็มทิศไปที่การกู้ กับสินเชื่อที่จะเรียกว่าอยู่ในระบบ และถูกการควบคุมจากธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ 2 สินเชื่อนี้ น่าจะเป็นที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้ เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการปล่อยกู้ง่ายกว่าธนาคาร แต่ก็ต้องแลกมาด้วยดอกเบี้ยอันสุดโหด แต่สำหรับผมถือว่ารับได้ครับ ดีกว่าจะไปกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 5 10 หรือบ้าระห่ำไปที่ 20% ต่อเดือน มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนที่เดือดร้อน อยากจะหากู้เงิน ชักเริ่มอยากจะทำความรู้จัก เจ้าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ มาครับ ตามผมมา ผมจะมาอธิบาย หลักเกณฑ์ในการปล่อยกู้ ของสินเชื่อ ทั้ง 2 ประเภทนี้ครับ

มาทำความรู้จัก สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ กับ พิโกไฟแนนซ์

นาโน ไฟแนนซ์ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ สินเชื่อ Nano Finance เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ที่ไม่มีหลักประกันที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เป็นการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากปัญหาหนี้นอกระบบ สาระสำคัญของสินเชื่อเพื่อ Nano Finance มีดังนี้

นาโนไฟแนนซ์

  1. นาโนไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ เช่น ร้านค้า เจ้าของกิจการต่างๆ
  2. วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  3. ดอกเบี้ย ไม่เกิน 33% ต่อปี
  4. นาโนไฟแนนซ์ ไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  5. ไม่จำกัดพื้นที่ให้บริการ

พิโกไฟแนนซ์

  1. พิโกไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อเอนกประสงค์ ท่านสามารถขอเงินกู้ ไปใช้อะไรก็ได้
  2. วงเงิน สูงสุด ไม่เกิน 100,000 บาท
  3. ดอกเบี้ย ไม่เกิน 33% ต่อปี ในช่วงโควิดนี้ ลดลงเหลือ 33% จากเดิม สูงสุด 36% สำหรับวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท และ 28% สำหรับวงเงิน 50,001-100,000 บาท
  4. มี หรือ ไม่มี หลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้
  5. ให้บริการได้ในเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ท่านอยู่อาศัย เป็นภูมิลำเนา หรือที่ทำงาน บ้านพัก

ผมขอสรุปข้อแตกต่างระหว่าง สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ กับ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์

  1. ทั้งสองสินเชื่อให้วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาท
  2. พิโกไฟแนนซ์ กู้ไปทำอะไรก็ได้ ส่วนนาโนไฟแนนซ์ กู้ไปประกอบอาชีพ
  3. สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จะมีหลักประกันหรือไม่มีก็ได้
  4. ดอกเบี้ยสูงสุดที่ 33% คิดแบบลดต้นลดดอก ทั้งนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์
  5. นาโนไฟแนนซ์คุณจะกู้ที่ไหนก็ได้ ส่วนพิโกไฟแนนซ์กู้ได้เฉพาะพื้นที่ ที่คุณ อยู่อาศัยภูมิลำเนา หรือที่ทำงานของคุณ

ปัจจุบันนี้ ทั้งสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ผู้ประกอบการหลายราย พร้อมปิดฉากม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะลูกค้า หรือลูกหนี้ พร้อมใจกันเป็นหนี้เสีย สัดส่วน NPL อยู่ระหว่าง 15-25%0อัตราดอกเบี้ยที่เก็บได้สูงสุด คือ 33% จากเดิม 36% ในช่วงก่อนโควิด สำหรับผม สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ หรือพิโกไฟแนนซ์ คือสินเชื่อตัวสุดท้าย ที่ส่วนใหญ่ลูกหนี้ไปไหนไม่รอด อาการร่อแร่ ก็มักจะมาขอกู้ กับสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ หรือนาโนไฟแนนซ์ สุดท้ายพอกู้ได้ ผมพนันได้เลยครับว่า ลูกหนี้ กลุ่มนี้เหล่านี้ ก็ไปกู้หนี้นอกระบบต่อครับ เชื่อผมสิ แบบนี้ไปไม่รอดแน่นอน ทั้งคนกู้และคนให้กู้เอาใจช่วยผู้ประกอบการให้กู้นะครับ มีข่าวออกมาแล้วว่า ผู้ประกอบการ นาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ ขอยกเลิกกิจการ ปิดกิจการไปแล้วหลายราย

ที่ปรึกษาการเงิน

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว พูดคุยกันได้ตลอดไม่จำกัดครั้ง คุยกันตลอดชีพครับ ทำตามขั้นตอนนี้ครับ

ถ้าคุณสนใจ โอนเงินค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 081 869 0878

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ทฤษฎีประหลาด พอ อสังหาฯ เลิกตกใจ ราคาก็เหมือนเดิม สงคราม เงินเฟ้อ กดราคาอสังหาฯ ไม่ลง

ราคาบ้าน ราคาที่อยู่อาศัย หรือ ราคาอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวม ราคาไม่ได้ลงตามสภาวะเศรษฐกิจอย่างที่คิด ธรรมชาติของอสังหา จากปรากฏการณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทำไมราคาไม่ลง

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ต้องเสี่ยงกับการลงทุน เพราะกลัวแพ้เงินเฟ้อ

เคยได้ยินไหมครับ การลงทุนคือความเสี่ยง แต่คุณจะเสี่ยงกว่า ถ้าคุณไม่ลงทุน คำพูดนี้คุณเชื่อหรือเปล่าครับ ผมเชื่อนะ แต่ผมไม่ได้ซาบซึ้งอะไรกับมันมากนัก แล้วยิ่งในภาวะปัจจุบันนี้ อาจเรียกได้ว่า ช่วงภาวะเงินเฟ้อกันทั่วโลก ประเทศไทยอาจจะหนักน้อยหน่อย ต่างประเทศเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปี เงินเฟ้อพุ่งขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ แบบนี้เรียกว่า Stagflation และ Stagflation คืออะไร และการลงทุน ที่จะต้องเอาชนะเงินเฟ้อ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจ

เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร หากเข้าสู่จุดเริ่มต้น “Stagflation” เพราะเหตุ หากราคาน้ำมันแพงลากยาว 6 เดือน ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆขึ้นกันแทบทุกประเภท เรามาเข้าใจคำว่า Stagflation กันครับว่ามันคืออะไร

Stagflation คำที่หลายคนพูดถึง มันคืออะไร

คำว่า “Stagflation” หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือ ไม่ขยายตัว  โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เช่น สงคราม การเจอภัยธรรมชาติ พืชผลมีราคาแพงขึ้น และมีความเสียหายต่อภาคการผลิต

นิยามคำว่า “Stagflation” มาจาก 2 คำ คือ “Stagnation” คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือไม่ขยายตัว และคำว่า “Inflation” ระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น

คนไทย ต้องกลัว Stagflation ไหม


ปัจจุบันประเทศไทย มีสัญญาณที่ใกล้เคียง ภาวะ Stagflation เนื่องจากเกิดจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัวและมีความไม่แน่นอน

หากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนานๆ จนกระทบภาคการผลิต ทำให้ภาคการผลิตแบกรับต้นทุนไม่ไหว และหยุดการผลิต ทำให้ราคาสินค้าแพง ค่าครองชีพสูงเพิ่มมากขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ส่งผลให้คนเริ่มประหยัด ใช้จ่ายน้อยลง หรือ หยุดการใช้จ่าย ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว

ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ยังมีความน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อในประเทศไทย โดยนี่อาจจะถือเป็นจุดเสี่ยงเริ่มต้น ที่ไทยอาจจะเข้าสู่ “Stagflation100%” เนื่องจาก หากราคาพลังงานหรือราคาน้ำมันที่เกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กินเวลาไปถึง 6 เดือน  ซึ่งหากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อยาวนานออกไป ก็มีโอกาสเกิด Stagflation


โดยสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ถือเป็นภาวะ Stagflation 100% เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนรวมไปถึงกลุ่มยุโรป ยุติลงได้เร็วเท่าไหร่ ยังคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ไม่เกิดภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน แต่หากสถานการณ์ต่อเนื่องและยาวนานออกไป ก็ต้องจับตาและเตรียมรับมือ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดภาวะ Stagflation ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

อย่าคิดเอาชนะเงินเฟ้อ ไม่มีทางชนะเงินเฟ้อ

นายวรรธนะ วงศ์สีนิล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ฟิลลิป จำกัด ได้เขียนเตือนเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ไว้เสมอในเพจชมรมคนรักหุ้นกู้และพันธบัตร

ช่วงนี้อย่าไปกังวลกับการลงทุนที่จะต้องเอาชนะภาวะเงินเฟ้อเลยครับ ยังไงก็ไม่มีทางชนะ ️อัตราเงินเฟ้อจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจพลิกฟื้นโดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มฟื้นตัว ดังนั้นยิ่งคิดจะเอาชนะก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม

แค่อยู่เฉยๆ เงินออมคุณก็ติดลบ นั่นคือการทำงานของเงินเฟ้อ

อย่าไปคิดที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อตามที่ได้ร่ำเรียนกันมา เพราะมันเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่ได้เกิดจากกลไกทางเศรษฐกิจเช่นปกติ แต่มันเกิดจากการปรับขึ้นราคาสินค้า จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจ นโยบายการเงินจากการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงน่าจะไม่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก แต่กลับจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก จึงเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยแทบจะไม่ได้โงหัวขึ้นเลย ถ้าเรายิ่งขวนขวายที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อด้วยแล้ว เราอาจจะได้การผิดนัดชำระหนี้แทนที่ก็เป็นได้

อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะใช้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้เพียงบางประเภทเท่านั้น แต่จะไม่สามารถควบคุม Stagflation ได้ หรือแม้แต่อัตราเงินเฟ้อแบบ Cost-push ดังนั้น การที่แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยอาจจะเป็นขาขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ แต่อย่าลืมว่าถ้าเกิด Stagflation จริง โอกาสที่อาจจะประสบกับการผิดนัดชำระหนี้ก็มีมากขึ้นไปด้วย

เงินต้นต้องไม่สูญ ก็บุญแล้ว

ความเห็นส่วนตัวแล้ว เราควรจะรักษาเงินต้นเอาไว้ให้มั่นคงที่สุดในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ แล้วค่อยหาโอกาสในการเพิ่มความเสี่ยงขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ หุ้นกู้กลุ่ม ปตท. ปูนใหญ่ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับพันธบัตรออมทรัพย์ ควรที่จะลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล (Loan Bond) ในตลาดรองไปพลางๆ ก่อน ได้น้อยแต่ได้ชัวร์ นอนหลับสนิท น่าจะดีกว่าได้มาไม่กี่งวด

ถ้าคุณลงทุน แล้วนอนไม่หลับ มันจะดีเหรอ

ในชีวิตจริง ตราบใดที่เงินต้นเรายังอยู่ครบ แค่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูงขึ้นก็ยังดีกว่าสูญเงินต้น วันนี้ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังมีอนาคตที่ยังคลุมเครือรอเราอยู่ ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีวันหมดอายุนั้นจะลงทุนไปเพื่อ… ในเมื่อเราไม่ได้รับคืนเงินต้นเลย เหมือนให้เงินคนอื่น 100 แล้วเขาแบ่งคืนให้แค่ปีละไม่กี่บาทเท่านั้น ที่ให้คืนในรูปดอกเบี้ยก็เอาจากเศษของเงินต้นที่เราจ่ายไป นำกลับมาให้เราในชื่อดอกเบี้ยเท่านั้น เรื่องสุดท้ายคือหลักประกันของตราสารหนี้ พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงเพียงพอหรือเปล่า เป็นหลักประกันของกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ถ้าเกิดปัญหาในกลุ่มแล้วหลักประกันนี้อาจจะลอยหายไปในอวกาศได้เช่นกัน

หน่วยงานที่ดูแลและกำกับไม่ได้รับประกันเงินต้นให้แก่นักลงทุนแต่อย่างใด ไม่รับรองแม้กระทั่งความถูกต้องของข้อมูลเพราะอาจจะถูกแต่งเสริมขึ้นมาได้ แค่ยื่นให้พิจารณาตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างถูกต้องก็สามารถออกเสนอขายให้นักลงทุนได้

สิ่งที่ควรทำในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่นับวันจะเลวร้ายลงและยังไม่เห็นโอกาสที่จะพลิกฟื้นกลับมาในระยะนี้คือ การรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยที่สุดเท่านั้น

ครับ จากทั้งหมดในบทความนี้ เราพูดถึงกันในเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งในความรู้สึกของผม เราอย่าเอาความกลัวเงินเฟ้อมาเป็นตัวตั้ง หากเราจะลงทุน เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เราคำนึงถึงการความเสี่ยง และเงินต้นที่ลงทุน เป็นตัวตั้งดีกว่าครับ ผลตอบแทนที่เราจะได้จากการลงทุนมากเท่าไรก็ตาม หากมีความเสี่ยง ที่เงินต้นของคุณ มีโอกาสติดลบ กรณีที่เกิดการขาดทุน จะมีประโยชน์อะไรล่ะครับในการลงทุนนั้นๆ สำคัญที่สุดคือรักษาเงินต้นให้ได้ เพราะยิ่งในช่วงภาวะแบบนี้ ภาวะเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจตกต่ำ จะมีการลงทุนรูปแบบไหนครับ ที่เราจะชนะเงินเฟ้อได้ในภาวะแบบนี้ บอกเลยว่ายาก ถ้าคุณคิดว่ามีบอกผมด้วยครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME