หนี้คุณไม่ได้แพงขึ้น แต่ชีวิตคุณแพงขึ้นจนหนี้เดิมเริ่ม จ่ายไม่ไหว ทำไมยอดหนี้เท่าเดิม ค่างวดเท่าเดิม แต่ชีวิตกลับเหนื่อยกว่าเดิม? คำตอบสั้น ๆ คือเพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “ยอดหนี้”แต่อยู่ที่ เงินเหลือหลังใช้ชีวิต หลายคนยังเข้าใจผิดว่าถ้าหนี้ไม่เพิ่มดอกเบี้ยไม่ขึ้นค่างวดเท่าเดิมแปลว่าสถานะการเงินยังเหมือนเดิม แต่ชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น ค่าอาหารขึ้นค่าไฟขึ้นค่าน้ำมันขึ้นค่าของใช้ขึ้นค่าเดินทางขึ้นต้นทุนธุรกิจขึ้นแต่รายได้ไม่ได้ขึ้นตาม สุดท้ายหนี้ก้อนเดิมที่เคยจ่ายไหวกลับกลายเป็นหนี้ที่เริ่มจ่ายไม่ไหว หนี้ไม่ได้หนักขึ้น แต่ชีวิตคุณหนักขึ้นจนแบกหนี้เดิมไม่ไหวแล้ว คนส่วนใหญ่ดูแต่ยอดหนี้ แต่ไม่ดูเงินเหลือหลังใช้ชีวิต คนเป็นหนี้จำนวนมากชอบถามว่า“หนี้เหลือเท่าไหร่?”“ค่างวดเดือนละเท่าไหร่?”“ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์?” คำถามพวกนี้สำคัญแต่ยังไม่พอ คำถามที่ควรถามจริง ๆ คือ ● หลังจ่ายหนี้แล้ว เหลือเงินใช้กี่บาท● ถ้าค่าใช้จ่ายขึ้นอีก 10–20% ยังไหวไหม● ถ้ารายได้หายไป 1 เดือน ยังมีเงินสำรองไหม● ถ้าต้องซ่อมรถ จ่ายค่าเทอม หรือเจอเหตุฉุกเฉิน จะใช้เงินจากไหน เพราะคนไม่ได้พังจากยอดหนี้อย่างเดียวแต่พังจาก ไม่มีเงินเหลือพอรับมือชีวิตจริง นี่คือช่องว่างที่หลายคนไม่เคยคิด เครดิตบูโรอาจยังดูดีประวัติยังไม่เสียยังจ่ายตรงทุกงวดแต่ในบัญชีเหลือเงินแทบไม่พออยู่ถึงสิ้นเดือน นี่ไม่ใช่สถานะปลอดภัยนี่คือสถานะ “กำลังฝืน” จุดเริ่มต้นของคำว่า “จ่ายไม่ไหว” มักเริ่มจากคำว่า “ยังพอไหว” คนจำนวนมากไม่ได้ตื่นมาแล้วจ่ายไม่ไหวทันที มันเริ่มแบบเงียบ ๆ เดือนแรกยังจ่ายครบ แต่เงินเหลือน้อยลง เดือนสองเริ่มใช้บัตรเครดิตรูดค่ากินอยู่ เดือนสามเริ่มจ่ายขั้นต่ำ … Continue reading จ่ายไม่ไหว เพราะชีวิตแพงขึ้น แม้ยอดหนี้เท่าเดิม
จ่ายไม่ไหว เพราะชีวิตแพงขึ้น แม้ยอดหนี้เท่าเดิม
