ศาลตัดสินให้คุณชนะคดี แต่ศาลไม่ได้รับประกันว่าคุณจะได้เงินคืน ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ยังต้องพิจารณาขั้นตอนบังคับคดี และตรวจว่ามีทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องใดที่บังคับได้ตามกฎหมาย
ผมอยากให้เจ้าหนี้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี โดยเฉพาะเจ้าหนี้ที่ให้คนรู้จัก เพื่อน หรือญาติพี่น้องยืมเงิน แล้วสุดท้ายต้องไปจ้างทนายความฟ้องร้องกัน
เลือกอ่าน: ชนะคดีแล้วต้องทำอะไรต่อ · ก่อนจ้างทนายฟ้องลูกหนี้ · คำถามที่เจ้าหนี้ควรเข้าใจ
ชนะคดีแต่ไม่ได้เงิน ปัญหาอยู่ตรงไหน?
ช่วงนี้ผมเห็นคอนเทนต์ของทนายความหลายท่านพูดถึงเรื่องการฟ้องลูกหนี้
“เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายก็ฟ้อง”
ผมเห็นด้วยครับ ไม่มีอะไรผิดเลย
ผมทำงานแก้หนี้มากว่า 20 ปี ไม่เคยแนะนำให้ลูกหนี้คนไหนเบี้ยวหนี้ โดยเฉพาะหนี้ที่ยืมมาจากคนที่เคยช่วยเหลือเราในวันที่เดือดร้อน
คนที่ยื่นมือช่วยเหลือเราในวันที่ไม่มีเงิน ผมถือว่าเขามีบุญคุณกับเรา มีหนี้ก็ต้องรับผิดชอบ มีโอกาสจ่ายก็ต้องพยายามจ่าย
แต่ปัญหาที่ผมเจอมาตลอดคือ ลูกหนี้บางคนไม่ได้แค่ไม่อยากจ่าย แต่เขาไม่มีความสามารถที่จะจ่ายจริง ๆ ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ บางคนไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้วด้วยซ้ำ
สุดท้ายเจ้าหนี้ก็ต้องไปหาทนายความ ฟ้องร้องดำเนินคดี ฟ้องไปจนชนะ ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ เจ้าหนี้ดีใจ ทนายความก็ดีใจ
แต่ผมอยากถามสักคำครับว่า… แล้วคุณได้เงินคืนหรือยัง?
อย่าเพิ่งดีใจครับ เพราะสิ่งที่คุณเพิ่งได้รับคือคำพิพากษา ไม่ใช่เงินสด และสำหรับหลายคดี งานที่ยากที่สุดเพิ่งจะเริ่มต้นหลังจากนี้เอง
ชนะคดีแล้วต้องทำอะไรต่อ? สืบทรัพย์และบังคับคดี
เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ คุณก็ต้องดำเนินการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามขั้นตอน โดยตรวจเงื่อนไขและสถานะคดีร่วมกับทนายความก่อน
แล้วหลังจากนั้นทำอะไรต่อ? ก็ต้องสืบทรัพย์ลูกหนี้สิครับ
ลูกหนี้มีบ้านไหม? มีที่ดินไหม? มีรถยนต์ มีหุ้น มีเงินฝากธนาคาร หรือมีสิทธิเรียกร้องและทรัพย์สินอะไรที่สามารถบังคับคดีได้บ้าง?
คุณต้องไปตามหา ตรวจสอบ แล้วดำเนินการให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมาย เพื่อนำเงินมาชำระหนี้
ต้องตรวจด้วยว่าทรัพย์เป็นของใคร มีภาระผูกพันหรือสิทธิของเจ้าหนี้อื่นหรือไม่ และเข้าข้อยกเว้นการยึดหรืออายัดหรือเปล่า การพบทรัพย์จึงยังไม่เท่ากับรู้ว่าจะได้รับเงินสุทธิเท่าไร
ตรงนี้ต่างหากครับที่เป็นงานหนัก บางคดีตามกันเป็นปี บางคดีเสียค่าใช้จ่ายไปอีกมากมาย บางคดีสืบทรัพย์จนเหนื่อย สุดท้ายไม่เจออะไรให้ยึดเลย
คุณชนะคดีแล้ว แต่คุณยังไม่ได้เงินคืนสักบาท
แล้วคำพิพากษาที่คุณถืออยู่ในมือ จะช่วยอะไรคุณได้ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกหนี้ไม่มีเงินและไม่มีทรัพย์สินให้บังคับคดีในเวลานั้น?
อ่านประกอบได้จาก คำอธิบายหมายบังคับคดีของกรมบังคับคดี และ แผนภูมิขั้นตอนการอายัดเงินในคดีแพ่ง เพื่อเห็นว่าหลังมีคำพิพากษา ยังมีขั้นตอนดำเนินการต่อ
อีกกรณีที่ช่วยให้เห็นภาพคือ ผ่อนบ้านตรงทุกงวด แต่ถูกยึดบ้านเพราะหนี้บัตรเครดิต การประเมินทรัพย์ต้องดูทั้งกรรมสิทธิ์ ภาระจำนอง และสถานะคดีร่วมกัน
ยอมความในศาลแล้ว ลูกหนี้หยุดผ่อน ก็ยังต้องมองทางบังคับคดี
แม้แต่คดีที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลก็เหมือนกัน ลูกหนี้ตกลงจะผ่อนเดือนละเท่านั้นเท่านี้ ผ่อนไปงวดหนึ่ง สองงวด แล้วก็หยุด
สุดท้ายหากผิดนัดตามเงื่อนไข คุณก็ต้องกลับไปดำเนินการบังคับคดีอยู่ดี โดยตรวจข้อความในสัญญายอมความและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
ผมถึงบอกว่า… อย่าสับสนระหว่างการชนะคดี กับการได้เงินคืน
สำหรับคดีที่มีผู้ค้ำประกันร่วมลงชื่อด้วย ลองอ่าน ค้ำประกันให้เพื่อน ทำไมถูกฟ้องทั้ง 3 คน ทั้งที่หนี้ตัวเองจ่ายตรง เพื่อเข้าใจว่าลายเซ็นและเงื่อนไขในเอกสารต้องตรวจให้ชัดก่อนตกลง
ก่อนจ้างทนายฟ้องลูกหนี้ ต้องถามว่าจะเอาเงินคืนจากตรงไหน
บริษัทผมมีทนายความครับ เรารับฟ้องร้องดำเนินคดีเหมือนกัน แต่เวลามีลูกค้ามาจ้างให้ฟ้องลูกหนี้ ผมมักจะถามก่อนว่า
“พี่ครับ สมมุติเราฟ้องชนะแล้ว ลูกหนี้มีอะไรให้เรายึดบ้าง?”
ถ้าลูกค้าบอกว่าไม่มีเลย ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีรายได้ หรือไม่มีแนวโน้มว่าจะติดตามเงินคืนได้ ผมก็จะบอกตรง ๆ ว่า
“พี่อย่าเพิ่งมาเสียเงินจ้างบริษัทผมเลยครับ ถ้าเรายังมองไม่เห็นทางว่าจะเอาเงินคืนจากตรงไหน”
ผมไม่อยากรับเงินค่าทนายความจากพี่ แล้วสุดท้ายพี่ได้กลับไปแค่คำพิพากษาใบหนึ่ง
ผมไม่ได้บอกว่าคดีแบบนี้ไม่ควรฟ้องทุกกรณีนะครับ
บางคดีจำเป็นต้องฟ้องเพื่อรักษาสิทธิ เพราะมีเรื่องอายุความเข้ามาเกี่ยวข้อง บางคดีวันนี้ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ แต่วันหน้าอาจมีทรัพย์สินหรือรายได้ให้บังคับคดีได้ ทั้งนี้ต้องตรวจระยะเวลาและเงื่อนไขตามกฎหมายด้วย
แต่คุณต้องประเมินให้ดีว่ากำลังฟ้องไปเพื่ออะไร และมีโอกาสได้เงินคืนมากน้อยแค่ไหน
เพราะนอกจากเงินที่คุณให้ลูกหนี้ยืมไปแล้ว คุณยังต้องเสียค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และอาจมีค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีตามมาอีก
จากที่เสียเงินให้ลูกหนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่าให้ต้องเสียเงินเพิ่มอีกโดยไม่รู้ว่าจะเอาคืนอย่างไร
ก่อนให้ยืมเงิน อย่าคิดเพียงว่าไม่จ่ายก็ค่อยฟ้อง
และผมอยากฝากอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องทั้งหมดนี้จริง ๆ ไม่ควรเริ่มคิดกันตอนจะฟ้อง มันต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจให้เขายืมเงินแล้ว
ก่อนปล่อยกู้ คุณเคยตรวจสอบไหมว่าเขามีรายได้จากไหน? เขามีความสามารถชำระหนี้จริงหรือเปล่า? มีทรัพย์สินอะไรเป็นหลักเป็นฐาน?
ถ้าวันหนึ่งเขาไม่จ่ายหนี้ คุณมีหลักประกันหรือช่องทางตามกฎหมายอะไรที่จะช่วยให้ได้เงินคืนบ้าง?
อย่าคิดเพียงว่า ถ้าเขาไม่จ่าย เดี๋ยวก็ให้ทนายความฟ้องเอา เพราะผมอยากให้จำประโยคนี้ไว้ให้ดี
“การฟ้องร้องไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีเงิน กลายเป็นคนมีเงินขึ้นมาได้”
ผมไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อปกป้องลูกหนี้ที่ไม่รับผิดชอบ คนเป็นหนี้ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะกับคนที่เคยมีบุญคุณกับเรา
และผมไม่ได้เขียนเพื่อห้ามเจ้าหนี้ฟ้องร้อง คุณมีสิทธิใช้กฎหมายเรียกร้องเงินของตัวเองคืน ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละกรณี
แต่ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า การฟ้องร้องเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการติดตามหนี้ ไม่ใช่หลักประกันว่าคุณจะได้เงินคืน
ก่อนจ้างทนายความฟ้องใครสักคน ลองถามตัวเองให้ชัดว่า “ถ้าชนะคดีแล้ว เราจะเอาเงินคืนจากตรงไหน?”
ถ้าตอบคำถามนี้ไม่ได้ อย่างน้อยคุณก็ควรรู้ว่ากำลังจะเสียเงินไปกับความเสี่ยงอะไร
เพราะสุดท้ายแล้ว… คำพิพากษาที่ชนะ อาจเป็นเพียงกระดาษใบหนึ่งในแง่การได้เงินคืน ณ เวลานั้น ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์อะไรให้คุณบังคับคดี แต่สิทธิตามคำพิพากษาและกรอบเวลาดำเนินการยังเป็นเรื่องที่ต้องรักษาให้ถูกต้องครับ
Antonio
คำถามที่เจ้าหนี้ควรเข้าใจก่อนฟ้องและบังคับคดี
ชนะคดีแล้ว ศาลจะโอนเงินคืนให้เลยหรือไม่?
หากลูกหนี้ไม่ชำระเอง ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนบังคับคดีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีเงินจ่ายให้อัตโนมัติเพียงเพราะชนะคดี
ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ ควรหยุดดำเนินคดีเลยหรือไม่?
ต้องประเมินรายกรณี ทั้งหลักฐาน อายุความ โอกาสพบทรัพย์หรือรายได้ในอนาคต และค่าใช้จ่าย อย่าปล่อยให้พ้นกำหนดเพียงเพราะวันนี้ยังไม่พบทรัพย์
ก่อนจ้างทนาย ควรเตรียมอะไรไปคุย?
หลักฐานหนี้ ข้อมูลการชำระที่ผ่านมา สถานะคดี และข้อมูลทรัพย์หรือรายได้ที่ทราบโดยชอบ พร้อมถามขอบเขตค่าจ้างว่าแยกงานฟ้อง สืบทรัพย์ และบังคับคดีอย่างไร
ต้องการสอบถามการประเมินปัญหา ติดต่อ LINE @antonio โดยแจ้งว่าเป็นฝ่ายเจ้าหนี้ พร้อมสถานะว่ากำลังเตรียมฟ้องหรือมีคำพิพากษาแล้ว เพื่อให้ทีมงานประสานเรื่องได้ตรงจุด
บทความเป็นข้อคิดจากประสบการณ์และข้อมูลทั่วไป ขั้นตอน สิทธิ และระยะเวลาทางกฎหมายต้องตรวจจากเอกสารและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
