เก็บภาษีที่ดินฯ เต็ม 100% อาจสร้างความเดือนร้อนให้คนไทย ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตเข้าไปอีก

กระทรวงการคลังได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100% หลังจากมีการยกเว้นมาแล้วใน 2 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากสถานการณ์โควิด19 โดยการประกาศจัดเก็บ100%เต็ม ในปี 2565 นี้ งานนี้ อปท.ขาดรายได้ จนแทบทำอะไรไม่ได้ มา 2 ปี แล้ว

Developer ยังชิล ไม่กระทบ เพราะมี ช่วงผ่อนปรน 3 ปี

สำหรับภาคธุรกิจอสังหาฯ ถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจาก บ้านจัดสรร ได้รับการลดหย่อนภาษี 90% อยู่แล้วตาม กฏหมาย โดย 3ปี นับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตจัดสรร โดยธุรกิจอสังหาฯ อาจจะได้รับผลกระทบจากมาตราการณ์ล็อคดาวน์มากกว่า เนื่องจากทำให้การก่อสร้างช้าลง หรือชะลอการเปิดโครงการ อาจจะเลย 3 ปี ตามที่กฏหมายกำหนด และโครงการที่ครบ 3 ปีแล้ว ต้องเสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย โดยปัญหาอยู่ที่ท้องถิ่น อาจจะตีความที่อยู่อาศัย ชำระภาษี ล้านละ 200 บาท บางพื้นที่ จัดตีความเป็นที่ดินรกร้าง ชำระภาษี ล้านละ 3,000 บาท ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขให้เป็นมาตราฐานเดียวกัน

โรงแรมกระอัก ไม่มีรายได้ แต่ทรัพย์สินมีมูลค่า โดนภาษีอ่วมแน่ฯ

โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากคือ ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ ต่างๆ เนื่องจากมาตราการณ์ล็อคดาวน์ ซึ่งทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวหายไป ไม่มีรายได้ หรือปิดกิจการ แต่ต้องมาเสียภาษีสิ่งปลูกสร้าง 100%เต็มในปีนี้ รวมไปถึงเจ้าของที่ดินที่ถือครองที่ดิน หรือสะสมที่ดินอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ต้องจ่ายภาษี100% ซึ่งก่อนหน้าจ่ายเพียงแค่ 10% ใน 2 ปี ที่ผ่านมาเท่านั้น

โอกาสทอง Developer ไล่เก็บของถูก คนมีแต่ที่ไม่มีเงิน แห่ขายที่

ทั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสำหรับธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากภาษีที่ดินกระทบเจ้าของที่ดิน ทำให้อยากเปลี่ยนมือขายออก ไม่ต้องการเก็บไว้เป็นต้นทุน ทำให้ตลาดมีการหมุนเวียนซื้อขายที่ดินมากขึ้น รวมไปถึงเจ้าของที่ดินที่เดือดร้อนจากการจัดเก็บภาษีที่ดิน หรือต้องการสภาพคล่องเพื่อต่อยอดธุรกิจ อาจจะต้องเร่งขายที่ดิน ทำให้อาจมีการลดราคาที่ดินลงจากเดิม ประกอบกับผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องการหาที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้น หลังจากชะลอตัวมา 2 ปี จึงถือโอกาสนี้ ในการเลือกซื้อที่ดินในทำเลที่ตนเองต้องการจะพัฒนาต่อได้มากขึ้น Developer เน้น Real Demand มากขึ้น หากมีที่ดิน ในทำเล Red Ocean ก็พร้อมที่จะขายออกเช่นกัน

ปัญหาของการจัดเก็บภาษี ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างคือ การตีความ และประเมิน ประเภทที่ดิน ในการแบ่งประเภทในการจัดเก็บภาษี อันนี้ ผมว่า ทางการน่าจะจัดทำคัมภีร์ หรือ คู่มือให้ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่ต่างคนต่างตีความกันไป หรือ ส่วนกลางเอง ยัง งง กับตัวเอง อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้


ใช้เงินคริปโต ซื้อบ้าน จะมีการซื้อขายกันได้สักกี่หลัง

เก็บภาษีคริปโตฯ หรือ จะดับฝันอนาคต อสังหาฯไทย? ก่อนที่จะคิดเลยเถิด หลังจากอ่านข่าวแล้ว กลับมาตั้งสติกันใหม่นิดนึงครับ คำถามผมคือ คนไทยส่วนใหญ่ จะซื้อบ้านหรือซื้อคอนโด ด้วยการกู้เงินธนาคาร มีส่วนน้อยมากที่ซื้อด้วยเงินสด ผมอยากรู้จริงๆว่า จะมีใครที่มีเงินสดๆหลายล้านบาท แล้วกล้าที่จะเอาไปแลกเป็นคริปโต ซึ่งราคาผันผวนอยู่ตลอดเวลา แล้วเอาไปซื้อบ้าน คุณแค่หายใจ 2-3 ลมหายใจ คริปโตมันอาจจะร่วงไป 10 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ได้หรือถ้าคุณมีอะไรได้เป็นเงินคริปโต เป็นจำนวนมากๆเพื่อเอาไปซื้อบ้าน อันนี้ไม่ว่ากันครับ แต่จะมีสักกี่คน เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ได้กี่เปอร์เซ็นต์

การเก็บภาษีที่ได้จากการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ภาษีคริปโตเคอร์เรนซี่ ( Cryptocurrency ) หักกำไร 15% ณ ที่จ่าย เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมาก หลังกรมสรรพากรประกาศจะเรียกเก็บภาษีคริปโต ตั้งแต่มีนาคม 2565 นี้เป็นต้นไป โดยจะเก็บภาษีเพียงส่วนของกำไร ซึ่งอาจจะสะเทือนโลกดิจิทัล และอนาคตใหม่ของธุรกิจไทยไม่น้อย ยังส่งผลให้ความสนใจในการลงทุนคริปโตลดน้อยลงไปด้วย

กลุ่มผู้ลงทุนตลาดคริปโตในบ้านเราเติบโตต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผู้ถือสกุลเงินดิจิทัลในไทย 3.2 ล้านบัญชี ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และที่ผ่านมา ภาคธุรกิจต่างๆ เห็นโอกาสเทรนด์การค้าใหม่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระสินค้าและค่าบริการได้

โดยกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ มองว่าสกุลเงินดิจิทัล เป็นอีกทางเลือก ในการลงทุนที่ได้รับตอบแทนคุ้มค่า ขณะเดียวกันช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยนั้น ตลอดปี 2564 มีดีเวลลอปเปอร์หลายราย ใช้แพลตฟอร์มการซื้อ-ขายบ้านและคอนโคฯ ผ่านสกุลเงินดิจิทัลหลักได้ ถือว่าเป็นการปรับเพิ่มตัวเลือกในยุคโควิด และหวังขยายผลส่วนแบ่งทางการตลาด โดยกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ มองว่าสกุลเงินดิจิทัล เป็นอีกทางเลือก ในการลงทุนที่ได้รับตอบแทนคุ้มค่า ขณะเดียวกันช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แลกเปลี่ยน Cryptocurrency มาเป็นอสังหาฯ ข้ามข้อจำกัดทางประวัติการเงิน

ล่าสุด “เศรษฐา ทวีสิน” เจ้าพ่อแสนสิริ คัดค้านการเรียกเก็บภาษี โดยมองว่า ปิดกั้นโอกาสการลงทุนอย่างเท่าเทียม อีกนัยนั่นเท่ากับเป็นการปิดประตูบานใหญ่ในการขยายกลุ่มลูกค้าที่ต้องการด้วย ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกถึงความจำเป็นในการเก็บภาษี ยังเป็นเพียงแนวทางที่กำลังหารือกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเท่านั้น

นับว่า กระแสการเก็บภาษีคริปโต ยังคงเป็นที่จับตามองซึ่งหากมีการเรียกเก็บจริง จะทำให้การขยายตัวของภาคธุรกิจที่สามารถให้ซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านสกุลดิจิทัลสำหรับกลุ่มนักลงทุน จะสะดุดหยุดลงหรือไม่

สำหรับความคิดเห็นของผม การเก็บภาษี ในการซื้อขายคริปโต มีผลกระทบกับการเทรด ของนักลงทุน หรือสำหรับผมเรียกว่านักเก็งกำไรมากกว่า คงไม่มีผลกระทบกับการซื้อขายบ้าน หรือคอนโด ภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไรเรื่องนี้มากนัก แต่ที่ออกมากัน ผมว่าน่าจะเพราะตามกระแสมากกว่า บทความนี้เป็นความคิดเห็นของผมนะครับ อาจจะผิดจะถูกก็ว่ากันไป สวัสดีครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

3 ข้อ ที่คนขายบ้านต้องรู้ สร้างเท่าไร ขายหมดเกลี้ยง

3 เทรนด์ที่อยู่อาศัย ปี2565 เมื่อคิดจะมีบ้าน คนหาบ้านต้องการอะไร

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือ ที่อยู่อาศัย บ้าน – คอนโด ในปี 2565 นี้ ยังคงต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเศรษฐกิจยังชะลอตัว และการแพร่ระบาดของโควิด19 ในขณะที่การใช้ชีวิตแบบ Now normal ได้กระตุ้น ให้ทุกคนปรับไลฟ์สไตล์ตามสังคม

ดังนั้นหากจำเป็นต้องหาที่อยู่อาศัย ก็ต้องมาพร้อมกับความสะดวกสบาย ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตด้วย

ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ เว็บไซค์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทยได้อัปเดตแนวโน้นพฤติกรรมการเลือกซื้อ / เช่าที่อยู่อาศัย โดยสรุปได้ 3 เทรนด์ ดังนี้

1. คนซื้อบ้าน ค้นหาบ้านราคา 1-3 ล้าน หากจะต้องการซื้อบ้าน ในสถานการณ์ที่การเงิน และเศรษฐกิจยังมีความแปรปรวน ผู้บริโภคจึงมองหาบ้านที่ราคาไม่สูงมาก เพื่อให้เหมาะสมกับกำลังซื้อที่มี และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องในภายหลัง

2.ฟังก์ชั่นการใช้งานครบ ตอบโจทย์ครอบครัว ผู้บริโภคส่วนใหญ่ค้นหาฟังก์ชั่นจำนวนห้องนอนมากที่สุด ตามมาด้วยราคา และพื้นที่ใช้สอย รวมไปถึงมีการค้นหาที่อยู่อาศัยที่มีเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที แสดงให้เห็นถึงว่าต้องการบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิก และไม่ต้องการเตรียมสำรองเงินไว้เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งเพิ่มเติม

3.ซื้อเพื่ิอปล่อยเช่าสร้างรายได้ระยะยาว ซึ่งเทรนด์การเช่ายังมีแนวโน้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบการการแข่งขันด้านราคาจากผู้พัฒนาอสังหาฯ ทำให้ นี่เป็นโอกาสทองของผู้ซื้อ หรือนักลงทุนที่มีความพร้อมในการซื้อหรือลงทุน ในทำเลที่มีศักยภาพเพื่อเก็งกำไร หรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ โดยผู้เช่ามองว่าเป็นทางเลือกระยะสั้นแทนการซื้อที่น่าสนใจ และยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองหลวงมากกว่า เพื่อลดภาระทางการเงินและมีความยืดหยุ่นเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อ

อย่างไรก็ตามในปีนี้ ถือเป็นปีที่ ท้าทายของผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่จะนำกลยุทธ์ใดมาใช้ขับเคลื่อนตลาดให้เติบโต ท่ามกลางโควิด19 ระลอกที่5 ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเองก็ยังคงต้องวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการเงินในครอบครัว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัว รวมไปถึงพิจารณาความคุ้มค่าของราคาด้วยเช่นกัน

สุดท้าย บ้าน ที่อยู่อาศัย ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของคน ทุกคน จะเป็น บ้านใหม่ บ้านมือสอง สุดท้าย คนซื้อก็ดู งบประมาณของตัวเอง เป็นหลัก ชั่วโมงนี้ คนจะสร้างบ้านขาย คงคิดหนัก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้ คงไม่มีเงินพอ และคงไม่มีอารมณ์ซื้อบ้านนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

อยากขายบ้านได้เร็ว ให้เราช่วยรีวิวให้ รับรีวิว บ้าน คอนโด อสังหาฯ ติดต่อ 092 278 5051

อยากขายบ้านให้ได้เร็วๆ ให้เราช่วยคุณครับ Antonio รับรีวิว บ้าน คอนโด และอสังหาฯอื่นๆ เราจะลง คลิปในช่อง YouTube เวปไซต์ และเพจ ของเรา นำเสนอรายละเอียดที่ดี ภาพสวย ขายจบเร็วแน่นอน

อีก 1 บริการของ Antonio เรารับ ถ่ายทำ คลิป รีวิว ขายบ้าน คอนโด และอสังหาฯ ทุกประเภท
โพส ลงใน

• YouTube/Antonio Attorney 
• Page Facebook/Antonio Attorney
http://www.antonioattorney.com

รวมถึงเราจะส่ง Clip Video ให้กับคุณ ซึ่งสามารถ นำไปโพส ใน Social media ของคุณเอง

สนใจ บริการของเรา
ติดต่อ โทร. 092 278 5051
LineID : @antonio

บ้านแนวราบ หรือคอนโด แนวไหนมาแรงในปีนี้

ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีการคาดการณ์ว่า ปี 2565 นี้ จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ประมาณ 78,000-90,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 305,000-318,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งสอดคล้องตามการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจเติบโต 3.5-4% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งมีปัจจัยมาจากหลายสาเหตุ ได้แก่ การที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศ ให้มีการเดินทางท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้น และยังมีการประกาศมาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่อง กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เป็น100% สำหรับที่อยู่อาศัยทุกประเภท ซึ่งมีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 รวมไปถึงการเปิดตัวโครงการที่ถูกเลื่อนจากปี 2564 มาเปิดตัวในปี 2565 รวมไปถึงแผนเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีอยู่แล้วในปี 2565 นี้

บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ราคาประมาณ 3-5 ล้าน ยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้บ้านพักอาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ราคาประมาณ 3-5 ล้าน ยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีกระแสของการทำงานที่บ้านเป็นหลัก ผู้อยู่อาศัยจึงมีการมองหาบ้านเพิ่มมากขึ้น คาดการณ์ว่าในปี 2565 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 40-50% เมื่อเทียบกับปี 2564 และทำเลที่ถือว่ายังคงเป็นที่ต้องการของตลาด ก็ยังเป็นทำเลที่ติดกับรถไฟฟ้า

เนื่องจากปัจจุบัน มีการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อภายในกรุงเทพและปริมณฑลที่ดีและสะดวกมากขึ้น และแน่นอนว่าความสะดวกต้องแลกมากับราคาที่สูงขึ้น แต่ผู้ซื้อยังคงต่อรองได้ ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของผู้ประกอบการในแต่ทำเล

อย่างไรก็ตามเนื่องจากแนวโน้นการแพร่ระบาดของโควิด19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งอาจจะแพร่ระบาดรุนแรงมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นมีผลกระทบต่อกำลังซื้อ และ ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับตลาดอสังหาริมทรัยพ์ในปี 2565 ซึ่งยังต้องจับตาดูกันต่อไป


 

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้