ที่ปรึกษา เพื่อแนะนำ เทคนิค วิธีการ การ กู้เงิน ขอสินเชื่อ แก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้

สำหรับคนที่มีปัญหา กู้เงินซื้อบ้านไม่ผ่าน ขอสินเชื่อกับ ธนาคารไม่ผ่าน แบงก์ ไม่อนุมัติ หรือ ท่านที่มีปัญหาหนี้เสีย ภาระหนี้สินมากและยังหาทางออกไม่ได้ จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในตำแหน่ง วิเคราะห์สินเชื่อ จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายๆ แห่ง ผมทำงานมาหลายแบงก์ครับ และสายสัมพันธ์ ทั้งเพื่อนร่วมงานเก่า และเจ้านายเก่าๆ ของผม ที่ผมมีคอนเนคชั่นกันอย่างลึกซึ้ง ผมยินดีที่จะแนะนำ ทริค และเทคนิค วิธีการต่างๆ ในการกู้เงิน ซื้อบ้าน วิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน แบงก์ไหน ธนาคารไหน ปล่อยง่าย เทคนิควิธีการเดินบัญชี ทำยังไงให้กู้บ้านผ่าน เทคนิคการซื้อบ้านแล้วมีเงินเหลือ เทคนิคการดันราคาประเมินบ้าน ต่างๆ เหล่านี้ ผมพร้อมที่จะสอนและแนะนำ จาก ความรู้ และประสบการณ์กว่า 20 ปี ของผมและสำหรับท่านที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ ท่านผู้ประกอบการ ธุรกิจ SME ประสบกับปัญหาภาระหนี้สินมาก หาทางออก หาทางแก้ไม่ได้ ท่านยังไม่ถึงทางตันครับ มาคุยกับผมครับ ปัญหาหนี้เสีย ผ่อนชำระหนี้ไม่ไหว ให้ผมช่วยหาทางออกให้ครับอะไรบ้างที่คุณจะได้จากผม

  • เทคนิค และวิธีการการเตรียมเอกสาร
  • เทคนิค และวิธีการเจรจา และนำเสนอข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร อันนี้สำคัญมากนะครับ
  • และในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่าง ขั้นตอนการยื่นเรื่อง ติดต่อประสานงานกันได้ตลอดเวลาครับ
  • เทคนิคการเจรจา ต่อรอง หนี้ เข้าใจในกระบวนการติดตามหนี้เสีย กระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย การบังคับคดี ยึดทรัพย์ ผมจะหาทางออกให้กับคุณ

แนวทางการให้คำปรึกษา

แบบที่ 1 ชำระเงิน จำนวน 2,500 บาท แบบโทรคุยได้ตลอดชีพ ไม่จำกัดครั้ง

แบบที่ 2 ค่าบริการ ให้คำปรึกษา 7,000 บาท แบบ Private Session นัดพบเจอกัน 1 ครั้ง หลังจากนั้น โทรคุยได้ตลอดชีพ ไม่จำกัดครั้ง

โดยโอนเงิน ค่าที่ปรึกษา มาที่
SCB ธนาคาร ไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 407 0 55631 0
KBank ธนาคาร กสิกรไทย เลขที่บัญชี 766 2 21897 3
ชื่อบัญชี Yuttana Kosakul


ส่งข้อความมาที่ Line ID : @antonio ( ใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ ) หรือ email : antonioattorney@gmail.com แล้วนัดเวลาที่คุณสะดวก เพื่อโทรคุยกันอีกทีครับ

ผมเป็นเจ้าของ เวปไซต์ http://antonioattorney.com และเพจ https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company ครับ และช่อง YouTube ของผมครับ 

ลองดูโปรไฟล์ต่างๆ ของผม เพื่อการตัดสินใจของคุณครับ ผมรอคุณอยู่ครับ เพื่อที่จะได้แนะนำ เทคนิค วิธีการต่างๆ ให้คุณได้สำเร็จ และสมหวัง นะครับ

ภาระหนี้สิน อุปสรรคในการกู้บ้าน ของคนรุ่นใหม่

เมื่อพูดถึงคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคน Gen Y กลุ่มคนนี้จะเกิดในช่วงปี 2527 ถึง 2539 ซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังทำงาน ร่างกาย จิตใจ และสมอง กำลังพร้อม เมื่อทุกอย่างพร้อม เริ่มทำงาน เริ่มมีเงิน ก็ต้องเริ่มสร้างหนี้ กลุ่มคนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการสร้างหนี้บัตรเครดิต ผ่านไปสักพัก จากผลสำรวจเมื่อเริ่มเข้าช่วงอายุ 31 ปี อยากที่จะมีบ้านสักหลัง การที่อยากจะกู้บ้าน ขอสินเชื่อบ้าน เริ่มจากการเตรียมตัวที่ดี เตรียมเอกสารให้พร้อม แต่ส่วนใหญ่กู้ไม่ผ่านเพราะมีภาระหนี้สินมาก เมื่อเทียบกับรายได้

Gen Y

อุปสรรคสำคัญในการยื่นกู้บ้าน ของคนกลุ่มนี้ มาขยายความคำว่าภาระหนี้สิน หนี้บัตรเครดิต เป็นหนี้ที่สร้างอุปสรรค ในการขอสินเชื่อบ้านกับคนกลุ่ม Gen Y เพราะร้อยละ 80 ทุกคนมักจะสร้างหนี้จากบัตรเครดิตเป็นหนี้แรกในชีวิต รวมถึงตัวผมเองด้วย และหนี้บัตรเครดิตนี่แหละครับ ที่มันจะเป็นอุปสรรคในการขอสินเชื่อบ้านของพวกน้องๆเหล่านี้ ถ้าเป็นเพียงหนี้ปกติ แต่มีหนี้ก้อนใหญ่แก้ไม่ยาก ค่อยๆลดภาระหนี้สินลง แต่ถ้าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ใหญ่เกินรายได้ที่เกิด ลามปามไปจนกลายเป็นหนี้เสีย ติดประวัติผ่อนชำระหนี้ไม่ตรงในเครดิตบูโร อันนี้ต้องพักฟื้นกันซักระยะ 3-5 ปี เตรียมตัวกันใหม่ ก็อาจจะกลับมากู้บ้านผ่านได้ วันนี้ลองมาดูข้อมูลก่อนนะครับว่า กลุ่ม Gen Y กับการเริ่มที่จะสร้างทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเองมีข้อมูล ที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลอัปเดต ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทย พบว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีการสร้างหนี้มากที่สุด คือ กลุ่มมิลเลนเนียล หรือ Gen Y โดยมีหนี้สินรวมกันถึง 4 ล้านล้านบาท คิดเป็นหนี้เสีย (NPL) คงค้าง 2.7 แสนล้านบาท เมื่อพิจารณาเรื่องสินเชื่อบ้านที่อนุมัติใหม่ในช่วงเวลานั้น จำนวน 80,494 สัญญา พบว่าเป็นของกลุ่มมิลเลนเนียล หรือ Gen Y มากที่สุดถึง 64% และเป็นที่น่ากังวลในเรื่องปัญหาค้างชำระในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงสภาพคล่องในการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด และเริ่มส่งสัญญาณเตือนให้เห็นปัญหาการวางแผนด้านการเงิน แม้จะมีกำลังซื้อสูงก็ตาม

บัตรเครดิต

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ฉบับล่าสุด พบว่า

1.กลุ่มมิลเลนเนียล อยากใช้จ่ายหลากหลาย แต่ครอบครัวต้องมาก่อน โดย 59% เผยว่ามีความตั้งใจออมเงินเพื่อวางแผนซื้อบ้านในอนาคต ในขณะที่ 46% ระบุว่าอยากออกไปท่องเที่ยวในวันหยุด

2.เตรียมความพร้อม หวังซื้อบ้านหลังแรกตอน 31 ปี เมื่อพิจารณาในด้านการครอบครองอสังหาฯ ในปัจจุบัน พบว่ายังมีสัดส่วนที่ไล่เลี่ยกัน โดยกลุ่มนี้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแล้วถึง 57% ในขณะที่อีก 43% ยังไม่ได้เป็นเจ้าของอสังหาฯ ใดๆ ซึ่ง 2 ใน 3 ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ (66%) เผยว่า พวกเขาได้วางแผนที่จะซื้อบ้านหลังแรกเมื่ออายุ 31 ปีขึ้นไป

3.สถานะทางการเงินสั่นคลอน อุปสรรคหลักของการมีบ้าน


ซึ่งปัญหาทางการเงินจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในตอนนี้ ถือเป็นอุปสรรคหลักๆ ที่ทำให้ยังไม่มีแผนย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ โดย 1 ใน 2 ของกลุ่มนี้ (50%) ยังไม่มีเงินออมมากพอที่จะไปเช่าหรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ในขณะที่ 41% ต้องการที่จะอยู่บ้านเดิมเพื่อดูแลพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ตามมาด้วยกลุ่มที่ไม่คิดจะย้ายออก เพราะยังไม่ได้แต่งงาน 33% และตั้งใจจะรับช่วงต่อบ้านเดิมจากพ่อแม่อยู่แล้ว 33% จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออสังหาฯ เป็นของตัวเองในตอนนี้

4.การเช่าโดนใจ ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยแบบไร้ข้อผูกมัดระยะยาว ด้วยข้อจำกัดทางการเงินจากปัจจัยต่างๆ ส่งผลให้ชาวมิลเลนเนียล 94% ตัดสินใจเช่าแทนการซื้อที่อยู่อาศัยในตอนนี้ เนื่องจากมองว่าการเช่าบ้าน/คอนโดฯ จะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการซื้ออสังหาฯ นอกจากนี้ การมีสถานภาพโสดอยู่ตัวคนเดียว ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้การเช่าที่อยู่อาศัยได้รับความนิยมมากกว่าการซื้อเช่นกัน

สินเชื่อบ้าน

แม้ผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากหลายปัจจัยในตอนนี้ จะทำให้แผนบริหารจัดการเงินของชาวมิลเลนเนียลต้องสะดุดลงหรือชะลอการใช้จ่ายในเรื่องที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังคงเป็นกำลังซื้อที่สำคัญในหลายอุตสาหกรรมในระยะยาว เพียงแต่รอดูสัญญาณบวกของสถานการณ์ต่างๆ เพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการออกมาใช้จ่ายแทน

การที่จะเริ่มกู้บ้าน ขอสินเชื่อบ้าน เริ่มสร้างประวัติด้วยหนี้บัตรเครดิต แล้วรักษาประวัติในการผ่อนชำระให้ดี มันก็จะเป็นผลดี แต่ถ้าเริ่มมีหนี้บัตรเครดิต และสร้างหนี้สร้างสิน จนเป็นหนี้เสีย NPL อะไรก็จะเป็นอุปสรรคในการยื่นกู้ หรือแม้กระทั่งคุณมีหนี้มากเกินไปที่ใช้คำว่ามีภาระหนี้สินล้นพ้น ตัวแบบนี้ ก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน เดินทางสายกลางครับเริ่มตั้งแต่วันนี้ สำรวจดูนะครับว่า แต่ละคนมีบัตรเครดิตกี่ใบ และมีภาระหนี้สินเท่าไหร่ คุณอาจจะตกใจก็ได้ ถ้าเกิดคุณคิดถึงเรื่องภาระหนี้สินนี้จริงๆรีบจัดการชีวิตตัวเองให้ดี ขอให้คุณโชคดีกับภาระหนี้สินที่คุณมีอยู่

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

แก้หนี้