ปลดหนี้ ด้วยวิธี 6 ป.

พิชิตเส้นทาง ปลดหนี้ แบบยั่งยืน ด้วยวิธี 6 ป.

หยุดเสียทีเถิด กับการมีชีวิตเป็นหนี้ที่แสนหดหู่ บ่งบอกถึงการใช้เข็มทิศชีวิตที่ไม่มีอนาคต ถึงเวลาที่จะต้องมาปรับเปลี่ยนชีวิตกันใหม่

ด้วยแนวความคิด “วิธี 6 ป. สร้างเส้นทางปลดหนี้แบบยั่งยืน” แนวคิดนี้อาจจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง เพื่อใช้เลือกวางแผนเส้นทางการเงินของชีวิตคุณ ที่ยังเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่ เอาล่ะ คราวนี้เรามาตั้งต้นพิชิตการเริ่มปลดหนี้ด้วย วิธี 6 ป. กันเลย

วิธีการสร้างเส้นทางแต่ละขั้นตอน มีดังนี้

1. ป.ปรับ : ปรับความคิด หยุดสร้างหนี้เพิ่ม ไตร่ตรองว่าเรามีเป้าหมายในการที่จะปลดหนี้ให้หมดด้วยตัวของเราเองหรือไม่ ถ้าใช่ แสดงว่าคุณมีใจที่พร้อมระดับหนึ่งแล้ว

2. ป.เปลี่ยน : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เรื่องการใช้จ่ายทางด้านการเงิน ทั้งรายวันรายเดือนที่ชัดเจน เช่น ลำดับความสำคัญของการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก โดยหันมาเริ่มวางแผนจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายของตัวคุณ เพื่อควบคุมแผนการปลดหนี้ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

3. ป.แปลน : วางแผน โดยเริ่มตั้งเป้าหมายที่จะปลดหนี้ ว่ามีมูลค่าเท่าใด แล้วจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ตรวจสอบรายการยอดหนี้คงเหลือ วิเคราะห์สถานะของหนี้สิน แล้วพิจารณาความสำคัญในการชำระหนี้คืน จะทำให้เราเห็นภาพของโอกาสความสำเร็จในการปลดหนี้

4. ป.ปลด : เริ่มการปลดหนี้ ด้วยเทคนิควิธีตามความเหมาะสม เช่น หากยอดหนี้ไม่เยอะเราก็อาจจะใช้วิธีการโปะทั้งหมด แต่ถ้าหากยอดหนี้มากอาจจะเลือกแบ่งสัดส่วน การผ่อนชำระคืนโดยคำนึงถึง ต้นทุนดอกเบี้ย หรืออาจเน้นผ่อนก้อนหนี้ที่ปิดได้เร็ว อย่างน้อยก็เป็นการสร้างกำลังใจที่ดี แต่ถ้าหากอยู่ในวิกฤตที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อาจจะต้องมีการเจรจากับเจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงินเป็นกรณีไป

5. ป.ปิด : ปิดโอกาสสร้างหนี้ ด้วยคำว่า “มีวินัย” มีความสม่ำเสมอในการผ่อนชำระ ความพอเพียงเท่านั้น ที่จะให้คุณไม่กลับไปเป็นหนี้แบบเดิมๆ

6. ป.ปลูก : ปลูกสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต สร้างเครดิตที่ดีของเราใหม่ สร้างทรัพย์สินให้งอกเงยใหม่ของตัวเราเอง ด้วยการวางแผนการเงินที่เป็นระบบ ตั้งแต่การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย จัดทำงบประมาณใช้จ่าย การตรวจสอบยอดหนี้สินคงเหลือ ตรวจดูสภาพคล่องการเงิน หมั่นเก็บออมลงทุนทีละเล็กทีละน้อย

หลังจากที่มีการปลดหนี้สำเร็จแล้ว คำว่า “การเป็นหนี้” จะไม่กลับมาหลอกหลอนคุณ อีกเลย


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

การร่วมทุน ของเจ้าหนี้ ผนึกกำลัง ธนาคาร + บริษัทตามหนี้ แบงค์ชาติหวังช่วยลูกหนี้ แก้หนี้ แบบยั่งยืน

โครงการที่ แบงค์ชาติ สนับสนุน ให้มีการร่วมทุนของ ธนาคาร และ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้เสีย NPL ให้ช่วยลูกหนี้แบบยั่งยืน มาลองดูครับว่า จะช่วยลูกหนี้กันแบบจริงใจหรือเปล่า เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

โลกเปลี่ยน โรงสี แห่เลิกกิจการ เหลือทั้งประเทศไม่ถึง พันราย

“โรงสี” เดิม คือ ใครจะทำโรงสีได้ ย่อมไม่ธรรมดา เพราะเป็นธุรกิจที่แสดงถึงฐานะ ความร่ำรวย มั่งคั่ง ของเจ้าของกิจการโรงสีมาตั้งแต่ยุคดั้งเดิม คนที่จะทำธุรกิจโรงสีได้ คือต้องมีคุณสมบัติข้างต้นที่ผมบอก

แต่ปัจจุบัน โรงสี ทั่วประเทศมีเหลือไม่ถึง 1,000 ราย การค้าเปลี่ยน ทายาทไม่รับไม่ต่อ ธุรกิจโรงสีเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างเยอะ จำเป็นที่จะต้องกู้เงินธนาคาร เพราะต้องใช้เงินหมุนเวียนจำนวนมาก ส่วนใหญ่ สินเชื่อ ที่โรงสีส่วนใหญ่ใช้ คือ วงเงินตั๋ว PN และวงเงิน OD เพื่อหมุนและรับซื้อข้าว และเงินกู้ ที่ใช้ซื้อเครื่องจักร และก่อสร้างอาคารโรงสี

ซึ่งจากสถานการณ์ที่ผ่านมา ผมเอง ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเงิน บอกได้เลยครับว่า ธุรกิจโรงสี เป็นธุรกิจที่มีหนี้เสียมาก ปัจจุบันแทบไม่มีธนาคารไหน ให้กู้กับธุรกิจโรงสีอีกแล้ว ยกเว้นแต่ลูกค้าเก่า ลูกค้าเดิม ที่ยังมีพฤติกรรมที่น่ารักกับเจ้าหนี้เท่านั้น คือยังไม่เป็นหนี้เสียนั่นเอง ให้ผมฟันธงนะครับ ธุรกิจโรงสีที่ผ่านมากว่า 50% เป็น NPL ไม่แปลกครับ ที่ว่าทายาทจะไม่รับไม้ต่อ

ที่ผ่านมา ในช่วงของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นยุคทองของผู้ประกอบการโรงสี โรงสี มีหน้าที่เพียงแค่รับจ้างสีข้าว แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายจำนำข้าวจึงถูกยกเลิก ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันซื้อข้าวในราคาสูง แต่ก็เห็นชาวนาบ่นว่า ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ( งง นะครับ) เพื่อให้มีวัตถุดิบมาสีขาย ทำให้เจ้าของโรงสีหลายราย ขาดสภาพคล่อง และปิดตัวลงในที่สุด

แม้ว่ากิจการโรงสีปัจจุบันก็ยังกระจายทั่วประเทศ และไม่ได้จำกัดว่าจะต้องซื้อเฉพาะในเขตพื้นที่ตัวเอง แต่อนาคตจะมีการประกอบกิจการโรงสีเพิ่มขึ้นไหม ตอบไม่ได้

จริงๆแล้วธุรกิจโรงสีไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ แต่ส่วนใหญ่เจ้าของโรงสีเองนั่นแหละครับ ที่ไม่มีวินัยการเงิน ที่เพียงพอ เอาเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท สุดท้ายก็พาธุรกิจกิจการ แย่ไปด้วย

ปัจจุบันโรงสีที่เป็นสมาชิกของสมาคมสีข้าวไทย มีประมาณ 400 ราย และอยู่นอกสมาคม 100 ราย ลดลงต่อเนื่องจากจำนวน 1,000 ราย ทั้งนี้เนื่องมาจากการยกเลิกนโยบายจำนำข้าว และยังลดลงมาจากปัจจัยการแข่งขันการซื้อ-ขาย ที่ยังคงสูงทุกปี หากดำเนินกิจการต่อ จะไม่คุ้มกับการลงทุน ขาดทุน ขาดเงินทุนหมุนเวียน ในการรับซื้อข้าว หรืออาจจะเพราะปิดกิจการเพื่อไปทำธุรกิจอื่น รวมไปถึงไม่มีการสืบทอดกิจการโรงสีจากทายาทคนรุ่นใหม่

จากเทคโนโลยีการค้าที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ทายาทคนรุ่นใหม่ไม่รับช่วงในการทำโรงสีต่อ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการโรงสีรุ่นใหม่ผันตัวไปทำธุรกิจอื่น เช่น เป็นผู้ส่งออกข้าว หรือ นำผลผลิตที่ตนเองมีมาผลิตเป็นสินค้าส่งออกเอง ส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม และหารายได้ให้เข้ามามากที่สุด เพื่อปรับตัวให้อยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น

“สมัยก่อนเครื่องสีข้าวก็จะไม่ทันสมัย สีที่มีฝุ่นเยอะ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว มีการพัฒนาเครื่องสีข้าวที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีฝุ่น ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงหันมาใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การทำโซลาร์รูฟท็อปมาใช้งาน เพื่อประหยัดไฟฟ้าในโรงสีข้าว จะเห็นว่าผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเองให้อยู่รอดและแข่งขันได้”

แม้ปัจจุบันโรงสีเหลือน้อยลงแล้ว แต่การแข่งขันของผู้ประกอบการโรงสีในการรับซื้อ-ขายข้าว ยังเป็นเรื่องปกติ และผู้ประกอบการโรงสีในปัจจุบัน ยังถือว่าพร้อมรับซื้อข้าวจากชาวนาทุกเม็ด สภาพคล่องยังมี และมีเงินเพียงพอสำหรับการรับซื้อข้าวจากชาวนา

โลกแห่งอนาคตคือโลกเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า metaverse ซึ่งเทคโนโลยี จะนำคนเข้าสู่โลกเสมือน แต่สุดท้ายอย่าลืมนะครับว่า อาหารในโลกเสมือนคือยังไง คนก็ต้องกินข้าวกันอยู่ดี ธุรกิจโรงสีก็ยังต้องอยู่คู่คนไทย ไปตลอดกาล เชื่อผมไหม

ข้อมูลอ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

80 ข้อ เรื่องการเงิน ที่คนไทยต้องรู้

80 ข้อที่ต้องมี ถ้าอยาก Happy เรื่องเงิน คลิปนี้เป็นเนื้อหาในบทความของ magazine ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะมาแนะนำด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน หรือออมเงิน เพื่อให้คนไทย มีความรู้ทางด้านการเงินมากขึ้น

Ep.1
Ep.2
Ep.3
Ep.4

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

ธนาคาร จอมเขมือบกิจการ ขยายตัวไม่ยั้งฝ่าโควิด

การซื้อกิจการ – ขยายธุรกิจ ของแบงก์ ท่ามกลางวิกฤตโควิด 19

วิกฤตจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้สร้างผลกระทบให้กับภาคธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ท่ามกลางวิกฤต ก็อาจจะเป็น โอกาส สำหรับบางธุรกิจ ในการขยาย ต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ภาคธุรกิจ “ธนาคาร” ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เป็นอย่างมาก แต่ยังเดินหน้าขยายธุรกิจ แข่งขันกันอย่างไม่กลัววิกฤต ซึ่งมีดังนี้

  1. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่ประกาศรวมกิจการเมื่อ ก.ค. 2564 ระหว่าง ธนาคารธนชาต และ ธนาคารทหารไทย ทำให้ขึ้นแท่นเป็นแบงก์อันดับ 6 ของไทย หรือแบงก์ขนาดกลาง สู่สินทรัพย์แตะ 2 ล้านล้านบาท
  2. ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประกาศปิดดีลอย่างเป็นทางการเมื่อกลางปี 2564 ในการ ซื้อกิจการธนาคาร พีที เพอร์มาตา ทีบีเค ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับที่ 12 ของอินโดนีเซีย ทำให้ธนาคารกรุงเทพ เป็นแบงก์ไทย ที่มีเครือข่ายในต่างประเทศมากที่สุด
  3. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) พร้อมสลัดภาพของธนาคารยุคดั้งเดิม ก้าวเข้าสู่โลกของ ฟินเทค เทคโนโลยี ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่ “บริษัทเทคโนโลยีการเงิน” ภายใต้ชื่อ “ยานแม่ SCBx” แม้ดีลนี้จะยังไม่จบ แต่ด้วยการวางเป้าหมายและทามไลน์อย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้แน่นอน
  4. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เน้นการเติบโตในภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “THE METAMORPHOSIS” คือ ไร้ขีดจำกัด ไร้รอบต่อ และไร้ขอบเขต โดนใช้กลยุทธ์การเติบโตผ่าน “ดิจทัลแบงกิ้ง” และเดินหน้าขยายธุรกิจใน อินโดนีเซีย เวียดนาน จีน ฯลฯ เพื่อก้าวสู่ ธนาคารดิจิทัลระดับภูมิภาค
  5. ธนาคารกรุงไทย (KTB) 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามีบทบาทเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แพลตฟอร์ม “เป๋าตัง” มีฐานลูกค้า กว่า 30 ล้านคน และจับมือกับ บริษัท เอคเซนเซอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ให้พัฒนาไปในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น
  6. ธนาคารยูโอบี (UOB) ได้ประกาศซื้อธุรกิจรายย่อย พอร์ตลูกค้ารายย่อยจาก ธนาคารซิตี้แบงก์ใน 4 ประเทศ ทั้งไทย มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย โดยการปิดดีลจาก ซิตี้กรุ๊ป ในครั้งนี้ใช้เงินไปกว่า 1.2 แสนล้านบาท ทำให้ ธนาคารยูโอบี ขึ้นสู่ธนาคารชั้นนำ และผู้ให้บริการบัตรเคดิต อันดับต้นๆ ของตลาดอาเซียนทันที

ธนาคาร จำเป็นต้องหนีการ Disrupt ด้วยการ ซื้อ ขยาย ควบรวมกิจการ เพราะธุรกิจธนาคาร อาจจะอยู่ในภาวะความเสี่ยงในการสร้างรายได้หรือ กำไรในอนาคต แต่เนื่องด้วย กฎระเบียบ ของแบงก์ชาติ มีข้อกำหนด และควบคุม ไม่ให้ธนาคาร ไปลงทุนโดยตรงในธุรกิจอื่น จึงจำเป็นต้องแปลงสภาพ จากธนาคารเปลี่ยนเป็น บริษัท โฮลดิ้ง คอมพานี ตัวอย่างที่ชัดเจน 2 ธนาคาร เช่น SCBX และ Tisco เป็นต้น ลองดูกันต่อไปครับว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นอีก กับวงการธนาคาร


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้