การไกล่เกลี่ยหนี้ มีอยู่จริง? ความหวังลมๆแล้งๆของลูกหนี้

ลูกหนี้หลายคน ได้ยินคำว่าไกล่เกลี่ย ก็ใจชื้นอุ่นใจ หลังจากที่มีหมายศาลมาแปะที่บ้าน โดนเจ้าหนี้ฟ้อง แต่ก็มีตัวหนังสือในหมายศาลว่า นัดไกล่เกลี่ย ก็เข้าใจว่า จะมีเจ้าหน้าที่ของศาล มาช่วยไกล่เกลี่ยให้กับเรา จะได้ไม่โดนเจ้าหนี้เอาเปรียบ แต่จริงๆแล้ว การไกล่เกลี่ยไม่มีอยู่จริงหรอกครับ เขาก็แค่ให้คุณได้มีโอกาสพบเจอเจ้าหนี้ แล้วก็นั่งพูดคุย สุดท้ายเจ้าหนี้ ยังยืนยันสิทธิที่ตัวเองจะได้รับ เงื่อนไขที่ตัวเองตั้ง และต้องการ ลูกหนี้ไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งเสนอแผนการชำระหนี้ หรือ แผนการพักหนี้ อะไรเลย การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แบบนี้ ไม่ได้เรียกว่าการไกล่เกลี่ยครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกว่าอะไร แต่กำลังจะบอกว่าการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลอาจจะไม่มีอยู่จริง เพราะเจ้าหนี้ อาจจะมีการเสนอแผนชำระหนี้ ตามที่เจ้าหนี้ต้องการ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานกำลังความสามารถในการชำระหนี้ ของฝั่งตัวลูกหนี้ครับ

ด้วยเหตุนี้ แบงค์ชาติ จึงร่วมมือกับศาล ปฏิรูปการไกล่เกลี่ยโดยทำเป็นมาตรฐานกลาง เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง วันนัดไกล่เกลี่ย ก็ให้มีเจ้าหน้าที่จากศาลมาช่วยการไกล่เกลี่ยหนี้ แบบไกล่เกลี่ยจริงๆ ไม่ใช่เปิดประตูให้เจ้าหนี้กับลูกหนี้ มานั่งเจอกัน แล้วตัวเองก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ อันนี้ใครเคยเจอบ้าง??

ปรับโครงสร้างหนี้

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ของ ประชาชนและเอสเอ็มอี ทำให้การมีกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ลูกหนี้มีทางออกการแก้ปัญหาหนี้สินโดยไม่ต้องเข้าไปสู่กระบวนการศาลที่ต้องใช้เวลานานและซ้ำเติมปัญหาให้กับลูกหนี้มากขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมและ ธปท.เห็นร่วมกันว่าจำเป็นจะต้องทำให้กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเพื่อให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ หาทางออกแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม


โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการสร้างแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภค อาทิ การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระ การกำหนด ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ที่เหมาะสมกับฐานะทางการเงินของลูกหนี้ และมีขั้นตอนกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ชัดเจน รวมทั้งเพิ่มความรู้ความชำนาญด้านการเงินให้กับผู้ไกล่เกลี่ยของศาล เพื่อให้เกิดข้อตกลงที่ลูกหนี้สามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้

“เมื่อลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถเจรจาตกลงแก้ไขปัญหาหนี้กันได้ ลูกหนี้จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสู้คดี สามารถประกอบธุรกิจหรือทำงานต่อไปได้ ในขณะที่เจ้าหนี้จะได้รับประโยชน์จากการได้รับชำระหนี้คืน โดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นศาลนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายถ้าเป็นการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง”

ขณะเดียวกัน ในช่วงวิกฤติโควิดที่การเดินทางติดต่ออาจไม่สะดวก ยังสามารถใช้ช่องทางไกล่เกลี่ยออนไลน์ได้ด้วย โดยเป้าหมายในปี 2564 ธปท. และพันธมิตร จะร่วมมือกันเพื่อให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งในระบบการเงินได้ไม่ต่ำกว่า 300,000 คดี หรือ 1 ใน 4 ของคดีผู้บริโภคในปี 2562 โดยจะเน้นคดีที่มีการฟ้องร้องสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต กู้ยืม เช่าซื้อและหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณคดีที่จะเข้าสู่ศาล ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาหนี้ครัวเรือน

แก้หนี้

สุดท้าย ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เรามีประสบการณ์ในการแก้หนี้ เจรจาหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้ามามากมาย อยากจะบอกอย่างนี้ครับ การเจรจาหนี้หรือการไกล่เกลี่ยหนี้ให้จบด้วยดี ผมจะยึดหลักแบบนี้ครับ เจ้าหนี้เขาจะยอมเสียเปรียบ แต่เขาจะไม่ยอมให้ลูกหนี้เอาเปรียบเขา ตามนี้นะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

แก้หนี้

เมื่อลูกหนี้ไปต่อไม่ไหว ยื่นแผนปรับโครงสร้างหนี้ หรือยื่นฟื้นฟูกิจการ ก็ไร้ความหมาย

ครับ ปัญหาเรื่องหนี้ หากเราบริหารหนี้ หรือจัดการหนี้เป็น การเป็นหนี้ มันไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอกครับ แต่หากเราจัดการหนี้ไม่เป็น บริหารหนี้ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หายนะอันน่าสะพรึงกลัว มันจะทำลายล้างธุรกิจ รวมถึงชีวิตของคุณด้วย

หนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ

1. เป็นหนี้เพื่อการลงทุน กู้หนี้ยืมสินมาเพื่อประกอบธุรกิจ

2. เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค กู้บ้าน กู้บัตรเครดิต กู้รถ สินเชื่อบุคคล

หนี้หลัก 2 ประเภทนี้ หากบริหารเป็น มันก็จะเป็นประโยชน์กับผู้เป็นหนี้ครับ กู้เงินมาลงทุนทำธุรกิจ ตั้งใจทำธุรกิจ จากเงินกู้และเงินทุนที่มี ไม่นอกลู่นอกทาง ฟุ้งเฟ้อฟุ้งซ่านเกินตัว รับรอง เงินกู้ที่คุณได้มามันจะต่อยอดธุรกิจคุณได้แน่นอน เพราะอะไรเหรอครับ เพราะส่วนใหญ่ ธนาคารเขามีการคำนวณและวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วว่าธุรกิจคุณไปได้เขาถึงให้เงินกู้กับคุณ

ส่วนหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค คุณกู้ซื้อบ้าน เขาก็วิเคราะห์แล้วว่าคุณผ่อนบ้านได้ แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณผ่อนไม่ได้ อาจเกิดจากการที่คุณไปสร้างหนี้เพิ่มจำนวนมาก หลังจากที่คุณกู้บ้านได้แล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ เช่น กู้บ้านผ่านแล้ว กู้บัตรเครดิตเพิ่ม กู้สินเชื่อบุคคลเพิ่มจัด ไฟแนนซ์ซื้อรถใหม่ป้ายแดง สุดท้ายไปไม่รอด ผมเห็นมาเยอะแล้วครับแบบนี้

ทีนี้มาดูกันครับว่า เมื่อเราเป็นหนี้ และเมื่อเป็นหนี้มากขึ้นเยอะขึ้น ที่เรียกว่าภาระหนี้สูงเกินกว่ารายได้ สักพักมันก็จะกลายเป็นหนี้เสีย วิธีการแก้ไขหนี้ก็คือ การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ จะแก้ไขด้วยวิธีการตัดจบขอลดหนี้ หรือผ่อนชำระต่อ ด้วยเงื่อนไขที่ลูกหนี้ผ่อนได้และเจ้าหนี้ก็ยอมรับได้ แบบนี้ก็ยังไปต่อได้ครับ

แต่หากจะไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ แบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด แผนที่เสนอ เจ้านี้ดูแล้วไม่น่าจะไหว ตอนนี้ยังไงก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ผมมีตัวอย่างบริษัทใหญ่ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง ใครๆก็รู้จัก สุดท้ายหลังจากที่โด่งดังจน เข้าไปลิสต์ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เท่สุดๆ ตอนนี้ยื่นฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยครับ ที่สำคัญศาลไม่รับแผนซะด้วย ลองมาดูเนื้อหาสาระที่ศาลไม่รับแผนกันครับ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้คนไหน คิดที่จะยื่นเสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ จะได้มีแนวทางและตัวอย่างครับ

ศาลล้มละลายกลาง นัดฟังคำสั่งการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ วุฒิศักดิ์ คลินิกโดย ศาลพิเคราะห์ คำร้อง ประกอบคำคัดค้าน ของเจ้าหนี้ ผู้คัดค้าน แล้วเห็นว่า ลูกหนี้ ผู้ร้องขอไม่อาจดำเนินกิจการเพื่อสร้างรายได้และแก้ปัญหาหนี้สินที่มีได้อีกต่อไป อีกทั้งลูกหนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งเงินทุนใดที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการตามที่กล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการที่ประสบปัญหาแล้ว ลูกหนี้ ผู้ร้องขอ ไม่อาจแก้ไขได้ ทั้งปัญหาการถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดีจำนวนมากหรือการสร้างรายได้ใหม่ที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ หรือปัญหาบุคลากรที่ไม่สามารถหามาร่วมงานเพราะค้างค่าจ้าง เมื่อฟังประกอบกันแล้วย่อมมีให้เหตุวินิจฉัยได้ว่า กรณีของลูกหนี้ ผู้ร้องขอนี้ ยังไม่มีเหตุสมควรและไม่มีช่องทางการฟื้นฟูกิจการเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ

โดย ตามขั้นกฎหมาย ลูกหนี้ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอฟื้นฟูกิจการฯ ได้ ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้น (ศาลล้มละลายกลาง) มีคำสั่ง หรือกรณีที่หากจะยื่นขอคำร้องฟื้นฟูใหม่อีกครั้ง ก็จะต้องดำเนินการหลังจากนี้เกินกว่า 6 เดือน ขณะที่เมื่อศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ผลของ Automatic stay หรือการพักชำระหนี้ สิ้นผลทันที

ครับจากข้อมูลที่ศาลไม่รับฟื้นฟูกิจการ ก็มาจากการที่เจ้าหนี้ต่างๆค้าน และเหตุผลต่างๆที่เอามาโต้แย้งกับแนวทางการฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าจะเป็น ไม่เชื่อว่าลูกหนี้จะมีแหล่งเงินทุนใหม่จากแหล่งไหน ชื่อเสียงทางธุรกิจมีปัญหา วุฒิศักดิ์คลินิก ประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงาม เพราะฉะนั้น บุคลากรทางการแพทย์สำคัญมาก ซึ่งตรงนี้บริษัทเอง ก็มีการค้างจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง กับบุคลากรหรือพนักงานเดิมอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีปัญหาที่จะรับบุคลากรใหม่ๆเก่งๆเข้ามาได้ โดยภาพรวมแล้วศาลไม่น่าเชื่อว่าบริษัทจะฟื้นฟูกิจการกลับมาได้อีกครั้ง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรอครับ การที่ศาลไม่รับฟื้นฟูฯ สุดท้ายก็กลับไปสู่อ้อมอกของเจ้าหนี้ โดนรุมสกรัม สุดท้ายความซวยเกิดกับผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก ไม่รู้ใครมีหุ้นติดไม้ติดมือกันเยอะมากน้อยแค่ไหนครับ ผมไม่มีสักหุ้น โชคดีของผม

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

บสย. ห่วงหนี้เสีย NPL พุ่ง หรือห่วงตัวเองกันแน่

บสย. คือหน่วยงานของรัฐ ที่มีชื่อเต็มๆว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งมีหน้าที่ ค้ำประกันหนี้ ให้กับลูกหนี้ทั้งหลาย ที่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอเพื่อการค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ สภาพ บสย. ตอนนี้ ผมบอกได้เลยครับว่า อ่วม !!! เพราะสถานการณ์ตอนนี้ แต่ละธนาคาร เร่งดำเนินคดีกับลูกหนี้ เพื่อที่จะเคลม การค้ำประกันหนี้จาก บสย. จนตอนนี้มีบางธนาคาร โดนเบรก จาก บสย. ในการชำระหนี้แทนลูกหนี้ คือพอแจ้งว่าถ้าเป็นลูกหนี้จากธนาคารนี้ บสย. ขอเบรกการชำระหนี้แทนก่อนเนื่องจากเฉพาะแบงค์นี้แบงค์เดียว ก็น่าจะหลายหมื่นล้านแล้วมั้งครับ ไม่ขอเอ่ยชื่อนะครับ แต่ธนาคารนี้เป็นที่เลื่องลือเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ในการปล่อยกู้ ที่เขาเรียกว่า สินเชื่อ 3 เท่า โดยคำว่า 3 เท่านั้นก็คือ บสย.คนค้ำประกัน ส่วนเกิน 2 เท่าละครับ ตอนนี้บอกได้เลยว่า อ่วม อรทัย บสย.นะครับ อ่วม

จากสถานการณ์ข้างต้น บสย. ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ ก็ไม่อยากให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้ มีปัญหาต่อกัน เพราะมิฉะนั้นความซวยมันจะตกที่ บสย. คือจะโดนเคลมให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ ตอนนี้ บสย. เอง จึงได้นำเสนอแนวคิดที่ว่า ให้ลูกหนี้ขอฟื้นฟูกิจการ แบบที่บริษัทใหญ่ๆเขาทำกัน เช่นการบินไทย หรือ เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คือ ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลาง ซึ่ง ณ วันที่ผมเขียนบทความนี้การบินไทย ก็ได้รับ การอนุมัติให้เข้าฟื้นฟูกิจการได้ จากคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง แต่คุณผู้อ่านหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า บริษัทเล็กๆ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเล็กๆ รวมถึงบุคคลธรรมดา ที่มีหนี้ ก็สามารถขอฟื้นฟูกิจการได้เช่นกัน

การขอฟื้นฟูกิจการ มีข้อดีอย่างไร? หลักการที่สำคัญในการฟื้นฟูกิจการก็คือ ทำให้ลูกหนี้ สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ โดยที่เจ้าหนี้ก็ยังจะได้รับชำระหนี้ จะเต็มจำนวน หรือมีการตัดหนี้ไปบางส่วน แต่ผลสุดท้าย คือลูกหนี้ยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ และที่สำคัญ คำว่า automatic stay คือเมื่อศาลยื่นคำขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ กระบวนการต่างๆของเจ้าหนี้ ที่จะกระทำกับลูกหนี้ จะต้องหยุดลงทุกกรณี แล้วรอคำสั่งศาลล้มละลายกลางว่า จะรับ หรือไม่รับ ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่อย่างที่บอกครับ หากเจ้าหนี้และลูกหนี้เจรจาพูดคุยกันด้วยดี ความซวยก็ไม่ตกไปที่ บสย. ครับ ทีนี้เรามาดูกันครับว่า เงื่อนไขต่างๆในการขอฟื้นฟูกิจการ ของบริษัทเล็กๆ หรือนิติบุคคลเล็กๆหรือกระทั่งบุคคลธรรมดาจะมี ขอบเขต และหลักการอย่างไรบ้าง

จากสถานการณ์ปัจจุบันและวันที่เขียนบทความนี้คือเดือนกันยายน 2563 บสย.ประเมิน หนี้เสียเอสเอ็มอีอาจพุ่ง10%หรือ 2 แสนล้านบาท หลังพ้นระยะพักหนี้ในสิ้นก.ย.นี้ แนะใช้แนวทางฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลายฉบับที่ 9เพื่อให้ลูกหนี้มีระยะเวลาในการฟื้นฟูและชำระหนี้ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้เสียแล้ว 4.9 แสนล้านบาท หากหลังพ้นโครงการพักหนี้ของเอสเอ็มอีแล้ว ลูกหนี้เหล่านั้น กลายเป็นหนี้เสีย 10%ก็จะเพิ่มหนี้เสียในระบบอีก 2 แสนล้านบาท ถ้า 20%ก็อีก 4 แสนล้านบาท

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว และให้โอกาสเอสเอ็มอีที่ยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ ควรที่จะต้องใช้แนวทางของ พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับที่ 9ที่ออกมาใช้บังคับในปี2559 เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ สามารถเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเสนอต่อศาลล้มละลายกลางได้ ซึ่งหากแผนฟื้นฟูได้รับการอนุมัติจากศาล ลูกหนี้ก็จะมีเวลาดำเนินการตามแผนเพื่อฟื้นฟูกิจการนำเงินมาชำระเจ้าหนี้ได้ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับที่ 9มีกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับที่ 11 แตกต่างกันตรงที่ ฉบับที่ 9 กำหนดมูลหนี้ของลูกหนี้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ขณะที่ ฉบับที่ 11 มูลหนี้ต้องมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไปและฉบับที่ 9 มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำแผนต่ำกว่าเพียง 1 พันบาท และมีเงินวางค้ำประกันแผนอีก 1 หมื่นบาท โดยจะให้เจ้าหนี้หรือลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผนก็ได้ ขณะที่ การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฉบับที่ 11 ต้องใช้เงินเพื่อดำเนินการหลายล้านบาท และต้องจ้างผู้บริหารแผนฟื้นฟู

เมื่อเข้าสู่กระบวนการของศาลล้มละลายแล้ว กระบวนการก็เช่นเดียวกันกับการจัดทำแผนฟื้นฟูของกิจการขนาดใหญ่ คือ จะเข้าสู่Mode Automatic Stayกล่าวคือ เจ้าหนี้จะมาบังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์หรือตัดสาธารณูปโภคไม่ได้

ทั้งนี้ หนี้ของลูกหนี้เอสเอ็มอีรายย่อย จะต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ กรณีเป็นหนี้บัตรเครดิต ก็จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า นำมาใช้เพื่อธุรกิจโดยหากเป็นหนี้ของบุคคล ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย จะต้องมากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งสามารถเข้าสู่กระบวนการของกฎหมายฉบับที่ 9 นี้ได้

ส่วนกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือคณะบุคคล จะต้องมีหนี้ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป และกรณีเป็นบริษัทจำกัด จะต้องมีหนี้มากกว่า 3 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาททั้งนี้ การโหวตเพื่อรับแผนฟื้นฟู ก็ใช้มติ 75%ของมูลหนี้ ในการอนุมัติ เช่นเดียวกับการอนุมัติแผนฟื้นฟูของกิจการขนาดใหญ่

ครับ บสย. ในฐานะมีหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ ซึ่ง บสย. เป็นหน่วยงานของรัฐ ตอนนี้เอง ก็มีภาระผูกพัน ที่จะต้องชำระหนี้แทนลูกหนี้จำนวนมาก และก็มีหน้าที่ไล่เบี้ยกับลูกหนี้เหล่านั้นที่เป็นหนี้เสีย จึงไม่แปลกใจครับ ที่ บสย. เองจะสนับสนุนให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ เจรจาหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ หรือขอเข้าฟื้นฟูกิจการ ก็เพื่อความอยู่รอดของ บสย.เอง

ครับ ไม่ว่าลูกหนี้ต้องการที่จะเข้ารับการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลายกลาง หรือ พรุ่งนี้ต้องการที่จะขอปรับโครงสร้างหนี้ Antonio Attorney เราในฐานะที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย ยินดีและพร้อมให้บริการ กับลูกหนี้ SME ที่มีปัญหา หรือมีแนวโน้มจะเริ่มมีปัญหาในอนาคต ติดต่อเราครับ LineID @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เจรจาหนี้ ต้องเริ่มด้วยความเข้าใจกัน ของลูกหนี้ กับ เจ้าหนี้

ข้าวซอย มื้อแรกเลยครับ

ผมได้มีโอกาสไปจังหวัดเชียงราย เพื่อเซ็นสัญญากับลูกค้า โดยลูกค้าว่าจ้างบริษัทผมให้เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน โดยบริษัทมีหน้าที่เป็นตัวแทนในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งสำหรับงานนี้ของผม ผมจะเล่าให้ฟังครับว่า มันมีอะไรเป็นหลักการและแง่คิดให้กับลูกหนี้ทั้งหลายบ้าง

วันเดินทางไปเชียงราย มีฝนตกที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เครื่องบินเริ่มออกบิน อากาศดีขึ้นครับปลอดโปร่ง ภารกิจวันนี้ จริงๆผมจะแค่มาดูกิจการของลูกค้า และเซ็นสัญญาแต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษา เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปรากฏว่า จะได้เจอเจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้เลย ซึ่งลูกค้าธนาคารนัดมา ครั้งแรกคงต้องผูกมิตรกับพี่เขาดีๆครับ

ก่อนที่ธนาคารจะมาถึง ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เรามีเวลาเตรียมตัวไม่นาน ต้องขอเวลาสำรวจกิจการของลูกค้าก่อน

ลูกค้ายังดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี และสำหรับลูกค้ารายนี้ของผม มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลง Product หรือที่เรียกว่า การเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเอง ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางที่ดีครับ ถือว่าลูกค้าผมเก่งเลยทีเดียว แต่ที่ปัญหาที่ผ่านมาคือ การสื่อสารระหว่างลูกหนี้ กับเจ้าหนี้ ไปกันคนละทิศคนละทาง นี่แหละครับหน้าที่ของผม จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน

ที่ปรึกษาการเงิน หน้าที่คือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ให้ลูกหนี้ก็ชำระหนี้ได้ กิจการไปได้ด้วยดี เจ้าหนี้ได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืน แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

เริ่มการเจรจาหนี้ ยกแรก ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เราต้องแสดงความเป็นมิตรกับเจ้าหนี้ก่อนครับ คงยังไม่มีอะไรมาก นอกจากแสดงความจริงใจที่เราจะเป็นลูกหนี้ที่ดี และพร้อมที่จะจ่ายหนี้คืนธนาคารด้วยเต็มกำลัง และความสามารถของกิจการ แต่เจ้าหนี้เอง ก็ต้องช่วยผ่อนๆเงื่อนไขบางประการด้วยครับ

สุดท้าย เจ้าหนี้ หลังจากที่คุยกันยกแรก ผมว่าพี่เขาก็ผ่อนคลายมากขึ้น บทสรุปสุดท้ายเป็นประโยคที่ผมรู้สึกว่าเริ่มเข้าทางแล้ว คือพี่เขาบอกว่า ถ้าคุยกันในแนวทางนี้ตั้งแต่แรก มันน่าจะแฮปปี้ไปนานแล้ว

คือที่ผ่านมานะครับ ทั้งส่วนของลูกหนี้ ก็เป็นการเจรจาหนี้ในแนวทางแบบเดิมๆ ให้ผมพูดกันแบบแรงๆก็คือว่าเจรจากันแนวยุคโบราณนั้นเอง ลูกหนี้ใช้ทนายเข้าเจรจาหนี้ครับ หลายๆครั้งหลายๆ case ทนายนี่แหละคือตัวสร้างปัญหา สร้างความหมั่นไส้และเกลียดชังระหว่าง เจ้าหนี้กับลูกหนี้ แต่ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ยกแรกเราก็สร้างมิตรภาพไปแล้วครับ แล้วก็หวังว่าเคสนี้จะจบลงด้วยดี แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักครับ

อาหารมื้ออร่อยที่ลูกค้าจัดให้ อร่อยมากครับ

เสร็จสรรพภารกิจ ก็พักผ่อนได้ พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวบินกลับกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายขออนุญาตแวะร้านชื่อดังที่เชียงรายนะครับ ร้านชีวิตธรรมดา ร้านกาแฟเก๋ๆริมแม่น้ำกก

สำหรับท่านเจ้าของกิจการ ที่เริ่มที่จะมีปัญหาในการชำระหนี้กับธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากการจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้กับกิจการแบบไม่เหมาะสม ซึ่งกรณีแบบนี้ผมก็เจอค่อนข้างบ่อย ซึ่งเคสนี้ของลูกค้าปัญหาแบบนี้เลยครับ แต่ก็ไม่เป็นไรครับเรื่องมาถึงมือพวกผมแล้วผมจะพยายามจัดการให้เรียบร้อย

ให้ลูกหนี้กับเจ้าหนี้กลับมาเป็นพันธมิตรคู่ค้ากันด้วยดี นั่นคือภารกิจของที่ปรึกษาการเงินอย่างเรา ลูกค้าหรือลูกหนี้หลายๆคน มันจะกลัวว่า ถ้าจ้างที่ปรึกษาการเงินแล้ว จะยิ่งสร้างปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ผมบอกเลยนะครับภารกิจผม ไม่ใช่สร้างความแตกแยกแบบนั้น เราจะสร้างความเข้าใจ และทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินธุรกิจหรือกิจการของตัวเองต่อไปได้แบบ win win ครับ

มื้อเช้าก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ยังไงก็ตาม ฝากลูกหนี้ทั้งหลายนะครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณเริ่มมีปัญหา แล้วคุณคิดว่าหนี้สินที่คุณมี มันเริ่มที่จะควบคุมไม่ไหว คิดถึงที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพอย่างเรานะครับ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney