“หนี้” หลังโควิด โรคเรื้อรัง ที่หายารักษา ยังไม่ได้

หากพูดถึงเรื่อง หนี้ ตอนนี้ใครๆก็รู้กันดีครับว่า เรื่อง หนี้ มันเป็นปัญหาระดับประเทศ ลามไประดับโลก และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นครับ ตัวการวิกฤติครั้งนี้ก็คือ covid นั่นเอง ผมเองในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อันโตนิโอ แอททอร์นี จำกัด Antonio Attorney ใน 1 วันของผม ไม่ต้องคุยเรื่องอื่นครับเรื่องหนี้ล้วนๆ เพราะบริษัทผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหนี้ อยากเป็นหนี้ หรืออยากหมดหนี้ เราดำเนินการให้ครับ

หลังจากที่โควิดแพร่ระบาดไปทั่วโลกมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทุกคนในประเทศนี้ รวมถึงธุรกิจทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่งสุดท้ายมันก็ลามไปถึงภาวะความเป็นอยู่ การทำมาหากิน ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศครับ ธุรกิจ SME ทั่วประเทศ ผมว่าน่าจะล้มหายตายจากไปไม่ต่ำกว่า 30% อันนี้ผมสัมผัสจาก real sector จริงๆนะครับ ตัวเลขไม่น่าจะผิดเพี้ยนไปจากนี้

ทีนี้ปัญหาเศรษฐกิจใครเป็นคนแก้ รัฐบาลครับกระทรวงการคลัง รวมถึงองค์กรที่เป็นอิสระในการบริหาร คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาตินั้นเอง ผมบอกเลยครับ 2 หน่วยงานนี้ ในส่วนของผมที่เห็นปัญหาเกือบทุกวัน บอกเลยครับว่าสอบตก ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่า มาตรการพักหนี้ มันจะหมดลงในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นี่ล่วงเลยมาถึงเดือนพฤศจิกายน ยังไม่มีคำตอบจาก 2 หน่วยงานนี้เลยครับ ว่าจะเป็นและไปกันยังไงต่อ สำหรับลูกหนี้ทั้งหลาย รอวันแห้งตายแน่

เพราะโครงการที่ออกมาโดย แบงค์ชาติ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Debt Consolidation และ DR Biz ซึ่งทั้ง 2 โครงการที่ออกมา จะเรียกได้ว่ามีเจตนาที่ดี แต่เนื้อหาสาระและแนวทางผมว่ามันออกแนว กล้าๆกลัวๆ ครอบคลุมปัญหาไม่หมด ให้ผมวิจารณ์แบบตรงๆคือ ผมว่าวิธีการหรือแนวทางที่ออกมามันตลกและมันทำไม่ได้จริงครับ

มาไล่เรียงกันแต่ละ โครงการนะครับ เริ่มที่โครงการ Debt consolidation คือโครงการรวมหนี้ หลักการนะครับ

1. ใครที่ผ่อนบ้าน และต้องผ่อนตรงนะครับ ไม่เป็นหนี้เสีย สินเชื่อบ้านนะครับ ไม่ใช่สินเชื่ออเนกประสงค์ คือ สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน หรือกู้ซื้อคอนโด ที่เรียกว่า Housing Loan นะครับผ่อนบ้านตรง ย้ำ

2. และหากคุณมีหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อบุคคล หรือหนี้สินเชื่อรถ ผ่อนรถ จำนำทะเบียนรถ อันนี้ หนี้เหล่านี้คุณเป็นหนี้เสียได้นะครับ

3. หนี้ในข้อที่ 1 และหนี้ในข้อที่ 2 ทั้งสองส่วนคุณต้องเป็นหนี้กับสถาบันการเงินเดียวกันเท่านั้น คุณถึงจะนำหนี้ทั้ง 2 อย่างมารวมกันได้ เน้นย้ำนะครับว่าต้องเป็นเจ้าหนี้เดียวกันหรือสถาบันการเงินเดียวกัน เท่านั้น

4. การที่จะเอา หนี้สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิตหรือจํานําทะเบียนรถ มาร่วมกับหนี้บ้าน ต้องดูด้วยนะครับว่า ภาระหนี้บ้านที่เหลืออยู่ เมื่อเทียบกับราคาประเมินหรือมูลค่าหลักประกันหรือมูลค่าบ้านนั้น ยังมีช่องว่างเพียงพอที่จะเอามารวมกันได้หรือไม่ หากคุณเป็นหนี้บ้านอยู่ 2.9 ล้าน แต่มูลค่าบ้านคุณ 3 ล้าน เท่ากับว่า คุณจะเหลือส่วนต่างเพียงแค่ 1 แสนบาทอันนี้อาจจะเอาหนี้ต่างๆในข้อที่ 2 รวมไม่ได้

5. หากรวมหนี้ได้จะมีผลประโยชน์อะไรเกิดขึ้น อะไรบ้าง คือ ดอกเบี้ยบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล หรือจํานําทะเบียนรถเหล่านี้ จะถูกลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือเพียงเรท MRR เท่านั้น และระยะเวลาการผ่อนชำระจะสามารถยืดระยะเวลาไปเท่ากับจำนวนระยะเวลาที่เหลือของการผ่อนบ้านได้ครับ …ถ้ารวมได้จริงดีมาก

แต่จาก 5 ข้อให้ผมสรุปให้ฟัง ลองนึกภาพดูนะครับว่าจะมีใครที่สามารถเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด หากลูกหนี้ที่กู้ซื้อบ้านกับ ธอส. ผมถามว่ามีบัตรเครดิต ธอส.ไหมครับ ธอส.ปล่อยสินเชื่อบุคคลไหมครับ หรือ ธอส.ปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถหรือเปล่าครับ สรุปก็คือว่าใครที่เป็นหนี้ผ่อนบ้านกับ ธอส. และมีหนี้บัตรเครดิตต่างๆมากมาย คุณไม่สามารถเข้าโครงการนี้ได้ครับ

DR Biz โครงการที่ 2 โครงการนี้ เปิดหัวมาเพื่อธุรกิจและผู้ประกอบการ smes ทั่วประเทศไทย แต่มันก็ยังไม่ครอบคลุมครับ เพราะเงื่อนไข ใครที่จะเข้าโครงการนี้ได้ ต้องมีหนี้รวมกันตั้งแต่ 50 ล้านจนถึง 500 ล้าน ซึ่งผู้ประกอบการ smes ทั้งหลายมีหนี้กันไม่ถึง 50 ล้านเป็นจำนวนเยอะมากครับ อันนี้เข้าโครงการนี้ไม่ได้ แต่ถ้าจะเข้าได้มาดูกันครับว่าโครงการนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการแก้หนี้ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หลายราย “DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง”

1. เป็นลูกหนี้ธุรกิจทุกประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรม
2. เป็นหนี้กับธนาคารหลายแห่ง วงเงินหนี้รวม 50-500 ล้านบาท (พิจารณาขยายขอบเขตในระยะต่อไปของโครงการ)
3. มีสถานะหนี้ปกติ หรือเป็น NPL กับธนาคารบางแห่งตั้งแต่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด
4. ต้องไม่ถูกฟ้องคดี ยกเว้นเจ้าหนี้ถอนฟ้อง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับลูกค้าภาคธุรกิจที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหลายราย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านหนี้สินของลูกค้าอย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จในครั้งเดียวกัน โดยลูกค้าเพียงติดต่อกับสถาบันการเงินที่มีวงเงินกู้เพียงแห่งเดียว ติดต่อ ธนาคารที่เป็นหนี้จำนวนมากที่สุด หรือสถาบันการเงินที่มีวงเงินกู้แนะนำลูกค้าให้เข้าร่วมโครงการ โดยสถาบันการเงินจะประสานงานกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาผลกระทบตามความหนักเบาของลูกค้าแต่ละราย โดยมีแนวทางในการช่วยเหลือลูกค้าภาคธุรกิจใน 3 มิติคือ

1. การบูรณาการความช่วยเหลือร่วมกันจากทุกสถาบันการเงิน ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาภาระหนี้ได้อย่างรวดเร็ว และเบ็ดเสร็จในคราวเดียว ลดความซ้ำซ้อนในการเรื่องการติดต่อ การจัดส่งเอกสาร และการเจรจาแก้ไขปัญหา โดยได้ข้อยุติร่วมกันจากทุกสถาบันการเงิน
2. ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม ลูกค้าธุรกิจแต่ละรายมีปัจจัยการดำเนินธุรกิจและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน สถาบันการเงินทุกแห่งสามารถร่วมกันพิจารณาและวิเคราะห์ถึง Root Cause ของลูกค้าและหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับลูกค้ารายนั้นๆ ที่สำคัญคือ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดและฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการช่วยเหลือที่หลากหลาย เช่น ปรับลดการผ่อนชำระ ยืดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ หาผู้ร่วมทุน ตลอดจนเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้า ซึ่งหลักการช่วยเหลือจะเป็นไปตามความสามารถและบริบทของลูกค้าแต่ละราย
3. โอกาสทางการเงินและทางธุรกิจ ในกรณีที่ลูกค้ามีศักยภาพและแผนธุรกิจที่ชัดเจน โครงการนี้เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ ได้รับสินเชื่อเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงิน

โครงการ DR Biz นี้ ผมได้เคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใหญ่ในธนาคารอยู่บ้าง เราพูดกันถึงเรื่องโครงการนี้ สรุปง่ายๆนะครับ แบงค์บอกว่ายังไม่ค่อยเก็ท และไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่

เอาเป็นว่านะครับ โครงการดีๆต่างๆ ของแบงค์ชาติที่ออกมา สรุปสุดท้ายถ้ามันไม่เวิร์ค ก็ยังสามารถใช้ช่องทางหรือแนวทางเดิมได้ก็คือ การปรับโครงสร้างหนี้ ของหนี้แต่ละราย แต่ละเจ้าหนี้

สำหรับบริษัทผมเอง การปรับโครงสร้างหนี้ถือเป็นงานหลักที่เราเชี่ยวชาญและชำนาญ เพราะอะไรเราถึงกล้าพูดแบบนี้ เพราะเรามีลูกหนี้ธนาคารซึ่งเป็นลูกค้ากับเราจำนวนมาก ที่บริษัทต้องเข้าไปติดต่อเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ เกือบทุกธนาคาร ทุกสถาบันการเงินของประเทศไทย บริษัทเราติดต่อทั่วไปหมดครับ ฉะนั้นพนักงาน หรือบุคลากรของบริษัทเรา จะทราบและเข้าใจดีว่าแต่ละธนาคาร แต่ละสถาบันการเงิน ต้องการเงื่อนไข และมีกรอบอย่างไร พูดง่ายๆก็คือว่าทีมงานผมรู้ไส้รู้พุงธนาคารเป็นอย่างดี ถึงแม้เราจะเข้าโครงการต่างๆข้างต้นที่บอกมาไม่ได้ เราก็ยังสามารถใช้วิธีการดั้งเดิม คือการปรับโครงสร้างหนี้ได้ครับ ฉะนั้นเพื่อนๆคนไหน ที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก มีปัญหาเรื่องหนี้ ธุรกิจเริ่มไปไม่ได้ มองอนาคตแล้วน่าจะมืดมน สุดท้ายน่าจะมีปัญหาหนี้เสียกับธนาคาร บริษัทเรา ยินดีรับใช้ครับ ปัญหาเรื่องหนี้สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ sme เรา Antonio Attorney คือมืออาชีพครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney


เจรจาหนี้ ต้องเริ่มด้วยความเข้าใจกัน ของลูกหนี้ กับ เจ้าหนี้

ข้าวซอย มื้อแรกเลยครับ

ผมได้มีโอกาสไปจังหวัดเชียงราย เพื่อเซ็นสัญญากับลูกค้า โดยลูกค้าว่าจ้างบริษัทผมให้เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน โดยบริษัทมีหน้าที่เป็นตัวแทนในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งสำหรับงานนี้ของผม ผมจะเล่าให้ฟังครับว่า มันมีอะไรเป็นหลักการและแง่คิดให้กับลูกหนี้ทั้งหลายบ้าง

วันเดินทางไปเชียงราย มีฝนตกที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เครื่องบินเริ่มออกบิน อากาศดีขึ้นครับปลอดโปร่ง ภารกิจวันนี้ จริงๆผมจะแค่มาดูกิจการของลูกค้า และเซ็นสัญญาแต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษา เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปรากฏว่า จะได้เจอเจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้เลย ซึ่งลูกค้าธนาคารนัดมา ครั้งแรกคงต้องผูกมิตรกับพี่เขาดีๆครับ

ก่อนที่ธนาคารจะมาถึง ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เรามีเวลาเตรียมตัวไม่นาน ต้องขอเวลาสำรวจกิจการของลูกค้าก่อน

ลูกค้ายังดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี และสำหรับลูกค้ารายนี้ของผม มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลง Product หรือที่เรียกว่า การเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเอง ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางที่ดีครับ ถือว่าลูกค้าผมเก่งเลยทีเดียว แต่ที่ปัญหาที่ผ่านมาคือ การสื่อสารระหว่างลูกหนี้ กับเจ้าหนี้ ไปกันคนละทิศคนละทาง นี่แหละครับหน้าที่ของผม จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน

ที่ปรึกษาการเงิน หน้าที่คือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ให้ลูกหนี้ก็ชำระหนี้ได้ กิจการไปได้ด้วยดี เจ้าหนี้ได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืน แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

เริ่มการเจรจาหนี้ ยกแรก ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน เราต้องแสดงความเป็นมิตรกับเจ้าหนี้ก่อนครับ คงยังไม่มีอะไรมาก นอกจากแสดงความจริงใจที่เราจะเป็นลูกหนี้ที่ดี และพร้อมที่จะจ่ายหนี้คืนธนาคารด้วยเต็มกำลัง และความสามารถของกิจการ แต่เจ้าหนี้เอง ก็ต้องช่วยผ่อนๆเงื่อนไขบางประการด้วยครับ

สุดท้าย เจ้าหนี้ หลังจากที่คุยกันยกแรก ผมว่าพี่เขาก็ผ่อนคลายมากขึ้น บทสรุปสุดท้ายเป็นประโยคที่ผมรู้สึกว่าเริ่มเข้าทางแล้ว คือพี่เขาบอกว่า ถ้าคุยกันในแนวทางนี้ตั้งแต่แรก มันน่าจะแฮปปี้ไปนานแล้ว

คือที่ผ่านมานะครับ ทั้งส่วนของลูกหนี้ ก็เป็นการเจรจาหนี้ในแนวทางแบบเดิมๆ ให้ผมพูดกันแบบแรงๆก็คือว่าเจรจากันแนวยุคโบราณนั้นเอง ลูกหนี้ใช้ทนายเข้าเจรจาหนี้ครับ หลายๆครั้งหลายๆ case ทนายนี่แหละคือตัวสร้างปัญหา สร้างความหมั่นไส้และเกลียดชังระหว่าง เจ้าหนี้กับลูกหนี้ แต่ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ยกแรกเราก็สร้างมิตรภาพไปแล้วครับ แล้วก็หวังว่าเคสนี้จะจบลงด้วยดี แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักครับ

อาหารมื้ออร่อยที่ลูกค้าจัดให้ อร่อยมากครับ

เสร็จสรรพภารกิจ ก็พักผ่อนได้ พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวบินกลับกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายขออนุญาตแวะร้านชื่อดังที่เชียงรายนะครับ ร้านชีวิตธรรมดา ร้านกาแฟเก๋ๆริมแม่น้ำกก

สำหรับท่านเจ้าของกิจการ ที่เริ่มที่จะมีปัญหาในการชำระหนี้กับธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากการจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้กับกิจการแบบไม่เหมาะสม ซึ่งกรณีแบบนี้ผมก็เจอค่อนข้างบ่อย ซึ่งเคสนี้ของลูกค้าปัญหาแบบนี้เลยครับ แต่ก็ไม่เป็นไรครับเรื่องมาถึงมือพวกผมแล้วผมจะพยายามจัดการให้เรียบร้อย

ให้ลูกหนี้กับเจ้าหนี้กลับมาเป็นพันธมิตรคู่ค้ากันด้วยดี นั่นคือภารกิจของที่ปรึกษาการเงินอย่างเรา ลูกค้าหรือลูกหนี้หลายๆคน มันจะกลัวว่า ถ้าจ้างที่ปรึกษาการเงินแล้ว จะยิ่งสร้างปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ผมบอกเลยนะครับภารกิจผม ไม่ใช่สร้างความแตกแยกแบบนั้น เราจะสร้างความเข้าใจ และทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินธุรกิจหรือกิจการของตัวเองต่อไปได้แบบ win win ครับ

มื้อเช้าก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ยังไงก็ตาม ฝากลูกหนี้ทั้งหลายนะครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณเริ่มมีปัญหา แล้วคุณคิดว่าหนี้สินที่คุณมี มันเริ่มที่จะควบคุมไม่ไหว คิดถึงที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพอย่างเรานะครับ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ทริปสำรวจภูเก็ต ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม อสังหาฯ จะยืนระยะได้นานแค่ไหน กับปัญหาหนี้!!!

ภูเก็ตเดี้ยง ธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว หนี้เสียยกเกาะ จ่ายหนี้ ธนาคารไม่ไหวแล้ว ???

ครับ เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสบินลงไปภูเก็ต เพื่อขอเข้าพบ นักธุรกิจ จะเรียกได้ว่าขาใหญ่ของภูเก็ตก็ได้นะครับ แต่ละท่านก็มีกิจการใหญ่โตกันทั้งนั้น ผมได้มีโอกาสเข้าพบ แนะนำตัว แนะนำบริษัท และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และด้านการเงิน กับผู้ประกอบการรายใหญ่ สุดท้ายนะครับ ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป หลังจากที่ได้คุยกับท่านเหล่านั้น เพราะมันอาจจะไม่ใช่แบบที่เป็นข่าว

เดินทางด้วย Vietjet ครับ

คนแรกที่เราได้มีโอกาสเข้าพบ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อายุยังไม่เยอะเลยครับ แต่ว่าผมไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครแล้วกัน แต่ว่ามีตำแหน่ง แห่งหนในสมาคมโรงแรม และก็เป็นเจ้าของกิจการโรงแรม ตระกูลเก่าแก่ของภูเก็ต จะเรียกว่าเป็น landlord ระดับใหญ่ของภูเก็ต ก็ว่าได้ มุมมองที่ได้รับนะครับ ธุรกิจโรงแรมภูเก็ต อาจจะเรียกได้ว่า แย่สุดๆในรอบตั้งแต่เปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจากปัจจุบันจนถึงช่วงประมาณต้นปีหน้า ซึ่งมันเลยช่วง High season และช่วง Peak season ไปแล้ว เชื่อไหมครับว่าประมาณการอัตราการเข้าพักหรือเรียกว่า occupancy rate แค่ 10% เท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเท่านั้น บอกเลยครับว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวของคนไทย สร้างรายได้แบบไม่สามารถหล่อเลี้ยงคนในจังหวัดภูเก็ตได้

ป่าตองครับ

หลายคนคือคนไทย มักจะมีเสียงบ่นมาดังๆว่า โรงแรม หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่ภูเก็ตไม่ค่อยสนใจหรือแคร์คนไทยสักเท่าไหร่ เรียกง่ายๆ ว่าไม่เห็นหัวคนไทยนะครับ แต่มักจะบ่นว่า ทีตอนนี้ลำบาก ฝรั่งไม่เที่ยว สนใจคนไทยขึ้นมาทันที เอาเป็นว่าประเด็นนี้ก็ถ่ายทอดให้ฟังแล้วกันครับ แต่ผมไม่เสริมแต่งอะไรทั้งสิ้น

ป่าตองครับ

นั่งสนทนากันอยู่ ใช้เวลาพอสมควร สรุปให้ฟังนะครับว่า โรงแรมที่เป็นคนของคนภูเก็ตดั้งเดิม ถามว่ากระทบไหม คำตอบแน่นอนครับ กระทบแน่นอน แต่ก็ยังอยู่ได้ เพราะกู้เงินไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะมีเงินกู้ค่อนข้างน้อย

แต่โรงแรมขนาดกลางหรือขนาดเล็ก อันนี้กระทบเต็มๆ ใครที่มีเงินกู้เยอะๆไม่รอดแน่นอน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อันนี้เรียกว่าตาย ไม่ฟื้นครับ กระทบกันไปจนถึง แรงงานภาคการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดภูเก็ต หดหู่ครับ แต่สรุปสุดท้ายก็คือ โรงแรมใหญ่ๆ ที่ใช้เงินกู้ไม่เยอะ ยังอยู่ได้

ช่วงปิดเกาะ ก็ปล่อยพนักงานกลับบ้าน เบิกเงินประกันสังคมเอา พอเปิดเกาะ ก็เรียกตัวกลับมาทำงาน แต่ว่าใช้คนไม่เยอะเพราะอัตราการเข้าพักแค่ 10% เรียกตัวกลับมาแค่พอใช้งาน เงินกู้ธนาคาร ก็ใช้เงินสะสมที่มีอยู่ ทยอยจ่ายหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ เจรจากันไป ก็ยังพออยู่ได้

ในระหว่างที่ผมคุยด้วยนะครับ จับความรู้สึกได้เลยว่าผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ในภูเก็ตจริงๆ ก็ยังคงนิ่งสงบ เหมือนมีความรู้สึกว่าเขาก็คิดเพียงแค่ว่า มันเป็นแค่ช่วงเวลาเลวร้ายเท่านั้น สุดท้ายมันก็จะจบไป แล้วภูเก็ตก็จะกลับมาเหมือนเดิม คือมีความหวังนั่นละครับ

บรรยากาศ ในตัวเมือง

จากการที่ผม ขับรถสำรวจรอบเกาะภูเก็ต เงียบสงบ ป่าตอง ย่านเลียบหาดทั้งหลาย เหมือนเป็นเมืองร้าง เห็นแล้วขนลุกครับ คือภูเก็ตฟื้นนะครับผมว่าฟื้นแน่ แต่ว่ากว่าจะฟื้นคงใช้เวลานาน ใครที่ดำน้ำอึดกว่าคนนั้นชนะ ใครที่ทนไม่ไหวก็จมน้ำตาย ผมเปรียบให้เพื่อนๆเห็นภาพนะครับ เหมือนคนที่ตายแล้วฟื้นนะครับ ถ้าตายไปแล้วหัวใจหยุดเต้นแค่ 2-3 ชั่วโมง แล้วฟื้น แบบนี้เราก็เคยเห็นกันบ่อยๆ แต่หากคนตายกันข้ามวัน 3-4 วัน 4-5 วัน แล้วฟื้น ผมว่าสภาพร่างกายมันจะเน่าเปื่อยไปก่อน ฟื้นขึ้นมา วิญญาณคงไม่นอมกลับเข้าร่าง เพราะร่างกายมันเน่าเปื่อยไปแล้ว หวังว่าภูเก็ตคงจะฟื้นได้เร็วนะครับ แล้วผมก็คิดว่าอย่างนั้น

ทานขนมจีนก่อนครับ มื้อเช้า

ผมมองเห็นโอกาสใหม่ๆ สำหรับคนที่จะทำธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต เพราะมันอาจจะเรียกได้ว่าล้างไพ่กันใหม่เลยก็ว่าได้ นี่แหละครับเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับคนไหนที่อยากทำธุรกิจที่ภูเก็ต หลังวิกฤตครั้งนี้ล่ะครับ ผมว่าเริ่มได้เลยสำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งหลาย

หมี่กรอบเย็นตาโฟ ร้านบะหมี่แปะเถว

ก่อนกลับ ได้มีโอกาสได้ไปดื่ม และทานข้าวเย็นกับ FC phuket พี่ที่ผมเคารพ ซึ่งเราก็เพิ่งรู้จักกัน แต่รู้สึกว่าคุยกันถูกคอ พี่เค้าทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขายให้กับชาวต่างประเทศเท่านั้น วันที่เรานัดทานข้าวกัน พี่เขาเพิ่งลงเสาเอกโครงการใหม่อีกโครงการหนึ่งที่เปิดตัว ดูเขาก็ยังเฉยๆนะครับ จากที่พูดคุยกัน เหมือนประมาณว่า จากข่าวที่ออก ภูเก็ตแย่แล้ว ขายโรงแรมทิ้งยกเกาะ

FC Phuket ขนไวน์มา   ขอบคุณมากครับ

คนภูเก็ตฟังแล้วก็ขำนะ จะเรียกว่าแกล้งเจ็บ แกล้งจน เพื่อเป็นเงื่อนไขในการเจรจาหนี้หรือเปล่า อันนี้ ผมไม่รู้ ????

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

รายได้ เท่าค่าแรงขั้นต่ำ ก็มีเงินเก็บเป็นล้านได้ ทำ 3 ขั้นตอนนี้

บทความนี้ ผมจะมาอีกแนวหนึ่ง วันนี้จะไม่พูดเรื่องหนี้เรื่องสินนะครับ วันนี้มาพูดถึงเรื่องการเก็บออมเงิน การออมเงินเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะมีรายได้มาก หรือรายได้น้อย รายได้ประจำ หรือไม่ประจำ ก็สามารถเก็บออมเงินได้ ด้วย 3 ขั้นตอนนี้ครับ

ขั้นตอนแรก คือความคิดของคุณเอง สำหรับผมอาจจะใช้คำว่า mild set คุณต้องเปลี่ยนทัศนคติและความคิดของคุณใหม่ การที่คุณจะเริ่มเก็บเงินก้อนแรก เป็นเงินก้อนเล็กๆ คุณตั้งเป้าไว้ได้ครับว่า คุณอยากได้เงินเก็บเท่าไหร่ แต่ในระหว่างทางที่คุณเก็บเงิน ผมบอกได้เลยครับว่า มีคำว่าท้อแท้ในระหว่างทางแน่นอน เป้าหมายของเราคือมีเงินเก็บเท่าไหร่ นั่นคือเป้าหมายที่จะต้องไปให้ถึง ไม่ใช่มองเป้าหมาย แล้วกลับมาคิดกังวลเห็นแต่อุปสรรค แบบนี้คุณไปไม่ถึงเป้าหมายแน่ เพราะฉะนั้นข้อแรกที่สำคัญ คือความคิด คิดให้มั่นใจว่าเราต้องทำได้ เราต้องเก็บเงินได้ เราต้องมีเงินออมก้อนใหญ่ได้ เราก็จะทำได้ครับ ความคิดสำคัญที่สุดครับ

ข้อที่ 2 เริ่มลงมือปฏิบัติ ตามความคิดที่คุณตั้งใจไว้ สำหรับการเก็บออมเงิน ปัจจัยสำคัญ key success คือความสม่ำเสมอ เงินก้อนใหญ่ คือเงินก้อนเล็กรวมๆกัน เงินหลายล้าน คือเงินหลักร้อย หลักพัน หลักหมื่นรวมๆกัน ฉะนั้นคุณต้องเริ่มเก็บเงิน เก็บเล็กผสมน้อย รายได้น้อยก็เก็บน้อย รายได้มากก็เก็บมาก เก็บออมจะมากจะน้อยเก็บไปครับ

ผมมีสูตรอยู่ 2 สูตร เพราะผมเองเคยเป็นทั้งพนักงานกินเงินเดือน และปัจจุบันก็เป็นอาชีพอิสระ freelance จริงๆผมเป็นเจ้าของบริษัทนะ จะเรียกว่าเป็นฟรีแลนซ์ก็ได้ไหม? สูตร 2 สูตรนี้นะครับคือ

เก็บเงิน 10% หากคุณเป็นพนักงานกินเงินเดือน หรืออาจจะมากกว่า 10% ก็ได้นะ แต่เงินเก็บส่วนนี้คุณจะไม่เอามาใช้เลยนะครับ เก็บเอาไว้ใช้ตอนที่ถึงเวลา อย่าเพิ่งใจร้อนเอามันออกมาใช้ก่อน บางคนถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาล่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ตั้งกฎเกณฑ์กันเอาเองครับ เช่น ปลดเกษียณแล้วถึงจะเอาเงินก้อนนี้มาใช้ หรือหลังจากปลดเกษียณก็ยังจะหางานทำเล็กๆน้อยๆ จะเอาเงินก้อนนี้ใช้เมื่ออายุ 70 ซึ่งตอนนั้นจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ

ตามชื่อเรื่องบทความนี้เลยครับ ถึงคุณมีรายได้เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ คุณก็สามารถเก็บเงินออมได้นะ เช่น คุณมีรายได้เป็นค่าแรงรายวัน วันละ 300 บาท คุณเก็บไปเลยครับ 10% ก็คือ 30 บาท บางคนบอกว่า 300 บาท ก็ไม่พอกินไม่พอใช้อยู่แล้ว เอานะเก็บ 30 บาท เหลือใช้ 270 ผมว่าเอาเข้าจริงๆทำได้นะ 270 กับ 300 ต่างกันแค่ 30 ผมว่าถ้าเราอยากจะเก็บตังค์จริงๆ คุณจะหาวิธีการ และหาหนทางที่จะใช้มันให้เพียงพอได้นะครับ เก็บวันละ 30 เดือนนึง 26 วัน คุณจะมีเงินเก็บเดือนละ 780 ปีหนึ่ง ก็เกือบหมื่นแล้วครับ วิธีการนี้ เก็บนะครับห้ามเอามาใช้เลย จนกว่าจะถึงเวลา

สูตรที่ 2 เก็บเงิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ อันนี้ สูตรของผมเอง สูตรนี้ ใช้กับคนที่ทำอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ที่มีรายได้ไม่แน่นอน และไม่สม่ำเสมอ แต่วิธีการนี้สูตรนี้ คุณสามารถเอาเงินที่คุณเก็บออกมาใช้ได้ยามฉุกเฉิน จะต่างกับสูตรที่ 1 ที่ไม่เอามาใช้เลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณได้งานมา 1 งาน คุณทำงานเสร็จ ได้เงินค่าจ้าง 40,000 บาท เก็บเลยครับ 40% เท่ากับ 16,000 บาท เดือนถัดมาคุณมีงานเข้าอีกได้เงินค่าจ้าง 30,000 บาท เก็บเลยครับ 40% เท่ากับ 12,000 บาท ฉะนั้น 2 เดือนนี้คุณจะมีเงินเก็บ 28,000 บาท และคุณจะมีเงินใช้ 2 เดือนนี้รวมกัน 42,000 บาท ยิ่งคุณมีงานเข้ามาสม่ำเสมอ และคุณมีช่วงขาดรายได้ต่อปีไม่เยอะ คุณจะยิ่งเก็บเงินได้เยอะ แต่หากคุณขาดรายได้ไปซัก 3-4 เดือน คุณก็สามารถที่จะเอาเงินเก็บก้อนนี้ เอาออกมาใช้ได้ อันนี้คือสูตรของคนที่ทำอาชีพอิสระหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอนะครับ แต่ถ้าเกิดคุณไม่มีรายได้เลย 5 เดือน 6 เดือน 7 เดือน 8 เดือน แนะนำ กลับไปสมัครงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเดิมครับ

ครับนี่แหละคือการเก็บเงิน แบบเก็บเล็กผสมน้อยค่อยๆสะสมไปครับ พอถึงเวลาที่นานพอ คุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณเพียรพยายามทำมา มันทำให้คุณชื่นใจมากน้อยแค่ไหน ถ้าคุณเห็นเงินในบัญชีเงินฝากของคุณ หรือมูลค่าในพอร์ตกองทุนรวมของคุณ

ที่นี้มาดู ขั้นตอนที่ 3 คือคุณต้องเริ่มมีความรู้ และเริ่มหาวิธีการที่เขาเรียกว่าใช้เงินให้ทำงาน ใช้เงินให้ทำงานแบบปกติทั่วไปนะครับ ไม่ใช่บ้า ผมใช้คำนี้เพราะบางคนคิดว่า เงินสามารถทำงานให้คุณได้ ผลตอบแทนเดือนละ 20 30 40 50 % แบบนี้ไม่ใช่เงินทำงานแล้วครับ กรณีแบบนี้ส่วนใหญ่ก็คือลงทุนในแชร์ลูกโซ่ หรือเอาเงินไปลงทุนใน forex คิดว่าการเทรด forex คือการให้เงินทำงาน มันไม่ใช่นะครับ การให้เงินทำงานจริงๆ คือคุณอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย เราให้เงินมันทำงานของมัน ทำไปด้วยระบบ ฉะนั้นผลตอบแทนที่จะได้ มันไม่ควรมากเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น สำหรับผม Range จะกว้างนิดนึงนะครับประมาณ 7 – 15 % แบบนี้แค่นี้ถือว่าโอเคและดีมากแล้ว

ข้อนี้คุณควรหาความรู้ ว่าเงินที่คุณเริ่มเก็บจนเป็นก้อน มันควรจะต้องทำหน้าที่ของมันได้แล้ว คือออกไปทำงานหาผลตอบแทนให้กับคุณ ที่เรียกว่า passive income แต่อย่าเพิ่งไปฝันหวานนะครับว่า passive income ก้อนนี้ มันจะเลี้ยงดูปูเสื่อคุณไปได้จนกว่าคุณจะแก่เฒ่าจนตาย

แต่เอาเป็นว่านะครับ คุณต้องมีความรู้เพียงพอที่จะหา passive income จากเงินก้อนนี้ จะมากน้อยเท่าไร อันนั้นค่อยว่ากันตามแต่ละบุคคลแล้วกัน แต่ผมเน้นย้ำนะครับว่า ผลตอบแทนที่ได้มันควรจะเป็นผลตอบแทน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน และเหตุผลที่มันควรจะเป็นไปได้เท่านั้น คุณต้องคำนึงถึงความเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญ

มันก็มีไม่เยอะละครับในการลงทุน หนึ่งในช่องทางนั้นก็มีแค่ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยพิเศษ ลงทุนในกองทุนรวมต่างๆมากมาย แล้วแต่ตามใจชอบ อย่างที่ผมบอก ผลตอบแทน 7 – 15 % ถือว่าหรูแล้วครับ อย่าไปหวังอะไรให้มันมากกว่านี้เลย มันแค่ฝันหวานนั่นแหละ

ครับ 3 ขั้นตอนนี้ ลองเอาไปใช้กันดู ถึงแม้เราจะมีเงินจากค่าแรงขั้นต่ำ เราก็สามารถเก็บเงินได้ จะถึงล้านหรือไม่ถึงล้าน อันนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณเริ่มเก็บเงิน ผมบอกเลย ยิ่งคุณเริ่มเร็ว คุณยิ่งได้เปรียบ สำหรับวันนี้ไปแล้วครับสวัสดีครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

สินเชื่อ Soft Loan กู้วิกฤตโควิด ช่วย SME ให้รอด

Soft loan สินเชื่อที่ออกโดยแบงค์ชาติ เป็นพรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้ประกอบการ sme ดอกเบี้ย 2% ผ่อน 2 ปีฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

ย้ำนะครับ ให้กู้กับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจเท่านั้น และต้องมีวงเงินอยู่กับธนาคารอยู่แล้ว และต้องเป็นลูกหนี้ดีด้วย ย้ำนะครับ

บริษัทที่จะขอกู้ Soft Loan ได้ ต้องเป็นบริษัทที่ไม่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เป็นหนี้เสีย และไม่เป็นบริษัทที่ให้บริการทางด้านการเงิน สุดท้ายคือ ต้องมีเงินกู้ไม่เกิน 500 ล้านบาท

ธนาคารต้องไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แต่ในเรื่องจริงเท่าที่ผมทราบมามีการเก็บค่าฟรี 2-4%

soft loan ลูกหนี้เดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อ ได้ไม่เกิน 20% ของภาระหนี้ ที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน แต่หากจะขอวงเงินเพิ่มมากกว่า ก็จะเป็นการพิจารณาแต่ละกรณีกรณีไป ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้

ลูกหนี้หลายคน ได้รับการปฏิเสธสินเชื่อ soft loan จากธนาคาร โดยให้เหตุผลว่าเงินหมดแล้ว แบงค์ชาติยืนยันว่า ยังเหลืออยู่ ฉะนั้นธุรกิจ sme รายไหนที่มีวงเงินอยู่กับธนาคารนั้นๆแล้วถูกปฏิเสธ แจ้งไปที่แบงค์ชาติเลยครับ

สินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แบงค์ชาติมีนโยบายให้กู้กับลูกหนี้ ที่มีภาระหนี้เดิมอยู่กับธนาคารนั้นๆเท่านั้น เนื่องจากจะใช้เวลาในการพิจารณาที่ค่อนข้างเร็ว เพราะธนาคารจะทราบ คุณสมบัติและประวัติของลูกหนี้รายนั้นอยู่แล้ว

การจะทำประกัน ในการขอสินเชื่อ soft loan นี้ การทำประกันไม่มีผลกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติ

ได้สินเชื่อ soft loan จากธนาคารออมสินแล้ว ขอสินเชื่อ soft loan จากธนาคารอื่นที่เรายังเป็นหนี้อยู่ได้ไหม คำตอบคือได้ครับ

หมายเหตุ สินเชื่อ soft loan ก้อนแรก แบงค์ชาติใส่เงินผ่านธนาคารออมสิน 1.5 แสนล้าน

วงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ ไม่นับรวมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ฉะนั้นความหมายคือ นับรวมเฉพาะลูกหนี้ที่มีสินเชื่อเพื่อธุรกิจเท่านั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พูดง่ายๆคือ ถ้าคุณเป็นลูกหนี้เฉพาะกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร แล้วจะขอวงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ไม่ได้ครับ

แต่ถ้าคุณ เป็นลูกหนี้สินเชื่อบ้าน 2 ล้านบาท และเป็นสินเชื่อธุรกิจกับธนาคารนั้นด้วย 5 ล้านบาท แบบนี้คุณมีสิทธิ์ขอสินเชื่อ soft loan ได้ที่ 20% ของหนี้สินเชื่อธุรกิจ 5 ล้านบาทเท่านั้น

ข้อนี้สำคัญ หากคุณเป็นหนี้สินเชื่อธุรกิจ 3 ธนาคาร 1 ธนาคาร เป็นหนี้เสีย อีก 2 ธนาคารเป็นหนี้ดี คุณสามารถขอสินเชื่อ soft loan กับ 2 ธนาคารที่คุณมีสถานะเป็นลูกหนี้ที่ดีได้เท่านั้น เคลียร์นะครับ

ตามนี้เลยครับ สงสัยมีข้อร้องเรียน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนาคารเจ้าหนี้ของเรา 1213 โทรได้เลยครับ

ครับ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ sme ที่มีปัญหา ขอวงเงินสินเชื่อ soft loan ก้อนนี้ไม่ได้ และธุรกิจเริ่มถึงทางตัน

Antonio Attorney บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย พร้อม ที่จะเป็นที่ปรึกษา แนะนำให้คุณรอด จากวิกฤตในครั้งนี้

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney