ธุรกิจ SME ขาดเงินทุนหมุนเวียน ทั้งที่ขายดี เพราะอะไร

ปัญหา ธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียน ทั้งที่กิจการ มียอดขายดี แต่สุดท้าย เงินทุนหมุนเวียนค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ปัญหานี้ มักเกิดกับ ผู้ประกอบการธุรกิจ SME บทความนี้ของผม จะมาอธิบายถึงสาเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาให้กับ ธุรกิจ SME

ขาดเงินทุนหมุนเวียน สำหรับธุรกิจ SME เป็นปัญหาที่หลายๆเจ้าของกิจการต้องเจอ

ธุรกิจ SME กับปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหายอดนิยมที่ SME ประสบ บางธุรกิจขายไม่ดี กิจการร่อแร่ อันนี้เข้าใจได้ครับ ไม่ต้องอธิบายมาก แต่บางธุรกิจ เกิดอาการงง เพราะว่าธุรกิจขายดี สุดท้ายทำไมถึง ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผมจะมาอธิบายสาเหตุให้ฟังครับ

จัดหาวงเงินสินเชื่อ

ให้บริการ ยื่นกู้ สินเชื่อธุรกิจ ให้กับ ธุรกิจ SME ที่ ขาดเงินทุนหมุนเวียน

การขาดเงินทุนหมุนเวียน กับธุรกิจ SME เป็นของคู่กัน ผม ในฐานะผู้เขียนบทความนี้ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Antonio Attorney ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการเงิน อยากจะแนะนำบริการ ของเรา ในด้านการเป็นที่ปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง หรือเป็นคนดำเนินการ เพื่อยื่นกู้ขอสินเชื่อธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการ ธุรกิจ SME

สำหรับการให้บริการที่ปรึกษาการเงิน เรามีบริการให้ทั้งหมด 3 รูปแบบครับ ขึ้นอยู่กับคุณ ว่าจะเลือกรูปแบบไหน

  1. แบบที่ปรึกษาการเงิน เราจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับคุณ แนะนำ วางแผน การปรับแต่ง การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเอกสาร การปรับแต่งงบการเงิน และสอนเจ้าหน้าที่ ดูแลที่ดูแลด้านบัญชี และการเงิน ในธุรกิจของคุณ ให้พร้อมในการยื่นกู้ขอสินเชื่อ เราจะปรับและให้องค์ความรู้ ให้กับเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าของธุรกิจ เรียกว่า สอนวิธีหาปลา แทนที่จะจับปลามาให้ คือ สอนวิธีในการเตรียมตัวในการยื่นกู้ ในรูปแบบนี้ เราคิดค่าดำเนินการเป็นรายเดือน ระยะเวลา ดูแล ขั้นต้น สูงสุดที่ 6 เดือน ครับ เราจะประสานงาน และหาสถาบันการเงินเพื่อยื่นกู้ ให้ด้วยครับ
  2. การจัดทำ Feasibility Study เพื่อยื่นกู้ต่อสถาบันการเงิน ในรูปแบบนี้ เราจะไม่ได้หาสถาบันการเงิน ในการยื่นกู้ให้นะครับ แต่เราจะมีทีมนำเสนอแผนธุรกิจ นำเสนอ Cash flow หรือ Project Finance ตามรูปแบบ Feasibility Study ให้กับท่านผู้ประกอบการครับ ในการดำเนินการรูปแบบนี้ เราจะเก็บค่าบริการ เป็นค่าเขียน Feasibility Study พร้อมเสริมบริการ นำเสนอแผนให้ด้วยครับ
  3. การยื่นกู้ เพื่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ในการดำเนินการรูปแบบนี้ ทีมงานของเรา จะติดต่อประสานงาน กับสถาบันการเงินที่เรามีความสนิท และมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อยื่นกู้ขอสินเชื่อผ่าน ธนาคารอนุมัติเรียบร้อย ถือว่าจบภารกิจ ค่าบริการในส่วนนี้ คิดค่าบริการที่เรียกว่า Success Fee เงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ ติดต่อสอบถามผมได้โดยตรงครับ เบอร์ติดต่อ 081 869 0878

เรียนรู้ เข้าใจ ถึงปัญหา การขาดเงินทุนหมุนเวียนกันต่อครับ

หนี้เสีย แก้หนี้

กับดักหนี้ คือสาเหตุ ทำให้ธุรกิจ ขาดเงินทุนหมุนเวียน สำหรับธุรกิจที่ขายดี

ธุรกิจ SME ที่มียอดขายดี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากทำธุรกิจ ที่เริ่มจากทุนส่วนตัวจนยอดขายเริ่มกระเตื้อง เจ้าของธุรกิจ จำเป็นต้องมองหาสินเชื่อ และกู้เงินเพื่อมาขยาย หรือต่อยอดกิจการ แน่นอนครับ เมื่อเรามียอดขายที่เพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็จะดูดีไปหมด

ในสายตาของธนาคาร คุณคือลูกค้าที่ธนาคารหมายปอง โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ตั้งมาแล้วเกิน 3 ปี งบการเงินดี ยอดขายเติบโต มีกำไรมากน้อย ขอให้มีกำไรติดปลายนวมไว้เล็กน้อย ในงบที่ส่งสรรพากร ถ้าธุรกิจ SME รายไหน ยิ่งมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดขายชัดเจน อันนี้บอกเลยว่า กู้ธนาคารได้โคตรจะง่าย

พอคุณเริ่มขายดี กระแสเงินสดสะพัด หนำซ้ำธนาคารก็มาเสนอให้สินเชื่อ เจ้าของธุรกิจ SME มีเหรอครับที่จะพลาด จัดแจงเตรียมเอกสาร ยื่นกู้ให้พร้อมสรรพ ผ่านไปสักพัก กระแสเงินสดที่เข้ามาในกิจการ ไม่ใช่แค่มีแต่ยอดขายแล้วครับ คราวนี้กระแสเงินสดมาจากเงินกู้ วงเงิน OD วงเงินตั๋ว PN หรือเงินกู้ก้อนใหญ่ ที่ให้มาทั้งก้อน โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

หลังจากนี้ คุณจะเริ่มมัวเมา ลุ่มหลง ฟุ้งซ่าน และหยิ่งผยอง คุณจะเกิดอาการแบบนี้ ไปซักระยะหนึ่ง พอการเงินเริ่มตึงๆ คุณก็จะขอขยายวงเงินเพิ่มจากธนาคารเดิม หรือกู้เพิ่มจากธนาคารใหม่ ในช่วงเวลานี้ คุณก็จะมัวเมาลุ่มหลง ฟุ้งซ่าน เหมือนเดิม

แต่หากคุณผ่านระยะที่เป็นวิวัฒนาการ ของกับดักหนี้แล้ว อาการระยะสุดท้ายจะเริ่มออก คือ ยอดขายอาจจะเท่าเดิม หรือลดลงเล็กน้อย แต่คุณจะไม่สามารถขยายยอดขายเพิ่มได้อีกมากกว่านี้แล้ว มันตันแล้ว เนื่องด้วยข้อจำกัดที่คุณเป็นธุรกิจ แค่ SME

คุณเริ่มรู้สึกว่าการเงินเริ่มตึงตัว มีหนทางเดิมๆ คือขอกู้เพิ่ม แต่คราวนี้มันไม่ง่ายเหมือนทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ธนาคารที่เคยสนิท กลับปฏิเสธการให้วงเงินสินเชื่อที่ขอเพิ่ม สาเหตุส่วนใหญ่ที่ธนาคารไม่ให้กู้เพิ่ม เพราะคุณสร้างหนี้ เกินกว่ากำไร ที่จะสามารถชำระหนี้ได้ คือ DSCR ไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐาน คุณจะเริ่ม กู้เงินไม่ได้แล้ว

ปัญหา ขาดเงินทุนหมุนเวียน จากหนี้ในระบบ บางคนเลอะเทอะ จนกลายเป็นหนี้นอกระบบ

ความผิดหวังจะเริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆ คุณจะเริ่ม เปิดวงแชร์ในกลุ่มเพื่อนฝูง คุณจะเริ่มแลกเช็คกับคนที่สนิท สุดท้าย ต่อให้คุณรักษายอดขายของคุณ ให้ได้แบบเดิม แต่คุณกลับรู้สึกว่า รายได้ หรือ กำไร มันไม่พอใช้หนี้เจ้าหนี้ทั้งหลาย หนี้ธนาคาร หนี้นอกระบบ หนี้วงแชร์ คุณจะเริ่มตัน หาทางออกไม่เจอ

ก่อนที่จะเจอปัญหาที่ผมบอก บทความนี้ จะมาบอกถึง การสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิดปัญหา ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผมจะแบ่งเป็นหัวข้อ อย่างนี้นะครับ

ปรับโครงสร้างหนี้

รู้ทัน กับดักหนี้ ป้องกันปัญหา ธุรกิจขายดี แต่สุดท้ายไปไม่รอด

  1. ทำบัญชี ข้อแรกสำคัญที่สุด คือ คุณต้องทำบัญชีให้ละเอียด ปิดงบทุกสิ้นเดือน เรียนรู้จากกำไร หรือการขาดทุน ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน หากคุณปิดงบการเงิน หรือทำบัญชีให้ละเอียด คุณจะรู้ว่า บางครั้ง ยอดขายที่มันเพิ่มขึ้น อาจจะไม่ได้แปลว่าบริษัทคุณมีกำไรมากขึ้น กลับกัน บางทียอดขายเพิ่ม อาจจะทำให้คุณขาดทุนก็เป็นได้ ฉะนั้นคุณต้องดูบัญชีให้ละเอียด ถ้าคุณดูบัญชีให้ละเอียด คุณจะรู้เองล่ะครับว่า คุณจะต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง
  2. จากข้อแรก เมื่อคุณดูบัญชีละเอียดแล้ว รู้ถึงปัญหาแล้ว คุณจะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด แต่ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ เมื่อธุรกิจขาดทุน หรือมีกำไรน้อย ผมบอกเลยครับว่า ส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาด้วยการ กู้เงินเพิ่ม บางครั้ง ขายได้มาก แต่กำไรน้อย เพราะต้องตัดราคากับคู่แข่ง เมื่อคำนวณกำไรขั้นต้น กำไรครับ แต่เมื่อคำนวณ กำไรสุทธิ ขาดทุน เพราะ Margin บางเกินไป การกู้เงินเพิ่ม เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด การแก้ปัญหาที่ตรงจุดคือ คุณขายถูกเกินไป ทำให้กำไรน้อย หรือ ต้นทุนคงที่ เรียกว่า Fixed Cost ของกิจการคุณ มันมากเกินไป ….สรุปสุดท้ายคือ การกู้เงินเพิ่มไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้คุณมีภาระหนี้สูงขึ้นกว่าเดิม คุณต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
  3. ปัญหายอดฮิต คือ บัญชีของกิจการ กับการใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของบริษัท ปะปนมั่วกันไปหมด ถ้าคุณไม่ทำบัญชีให้ละเอียด ตามหัวข้อแรก คุณจะไม่รู้เลยว่าเดือนนี้คุณมีกำไรเท่าไหร่ คุณแค่เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น มี Cash Flow เข้ามาไม่สะดุด แต่อย่างที่ผมเคยบอก Cash Flow มันไม่ได้เกิดจากยอดขายอย่างเดียว มันมาจากเงินกู้ที่คุณกู้ด้วย แต่คุณก็เข้าใจไปเองว่าธุรกิจคุณยังดีอยู่ ใช้จ่ายเงินส่วนตัว ใช้จ่ายเงินกับครอบครัว คุณก็ดึงเงินของธุรกิจไปใช้ มากกว่ากำไรได้ในแต่ละเดือน สุดท้ายคือกำไรแค่ร้อย แต่คุณใช้จ่ายทั้งบริษัทและส่วนตัวเป็นพัน มันก็จะติดลบทุกเดือนทุกเดือน แต่คุณยังมองไม่เห็น เพราะคุณมีวงเงิน OD อยู่ มันก็จะกัดกิน ในวงเงิน OD ของคุณนั่นแหละ ไปเรื่อยๆ จนวงเงิน OD คุณเต็ม เมื่อนั้นล่ะครับ ธนาคารจะเป็นผู้ร้ายในสายตาคุณ คำพูดยอดฮิตที่ผมได้ยินบ่อยคือ ใช้หนี้ OD มาเป็น 10 ปี วงเงิน OD ไม่ยุบเลย จะยุบได้ไงล่ะครับ ก็คุณเล่นจ่ายแต่แค่ดอกเบี้ย คุณจ่ายวงเงินโอดีเข้าไปเป็นยอดใหญ่ สุดท้ายคุณก็ตีเช็คมันออกมาใช้อยู่ดี แล้วเมื่อไหร่วงเงิน OD มันจะยุบละครับ

กับดักหนี้ คุณต้องรู้ และเตรียมรับมือกับมัน เพื่อไม่เข้าสู่หลุมพลาง แห่ง กับดักหนี้

เห็นสาเหตุ ของธุรกิจ ที่ขายดี แต่ขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือยังครับ ผมคงไม่ต้องบอกวิธีแก้ แต่ผมบอกสาเหตุให้คุณทราบแล้วอย่างน้อย 3 ข้อ ถ้าเจ้าของธุรกิจ SME ทั้งหลาย ที่ทำธุรกิจ จะมียอดขายดี เติบโตต่อเนื่อง สามารถกู้เงินธนาคารได้เรื่อยๆ ทุกท่านคงจะมีฝีไม้ลายมือ และเก่งมากพอ ที่จะแก้ปัญหานี้ได้อยู่แล้วครับ ผมแค่ชี้ช่อง เปิดประเด็นปัญหา ตามที่กล่าวมาเท่านั้น

แต่สุดท้าย หากคุณตกอยู่ในสภาวะ กับดักหนี้ เรียบร้อยแล้ว หาทางออกไม่เจอ ให้เราช่วยดูแลคุณ

สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว


แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

กู้บ้านผ่าน โอนแล้ว จะกู้รถต่อเลย ภาระหนี้บ้านขึ้นเครดิตบูโรหรือยัง

มีคำถามว่า กู้บ้านผ่านแล้ว โอนบ้านเรียบร้อย จะกู้ซื้อรถต่อเลยได้ไหม ชื่อจะขึ้นภาระที่เป็นหนี้บ้านในเครดิตบูโรหรือยัง หรือบางคนไม่กู้รถ จะขอสินเชื่ออื่นๆ หรือ สินเชื่อบุคคล จะใช้ช่วงเวลานี้ กู้ได้ไหม กำลังมั่นใจ statement กำลังเดินสวย

ภาระหนี้ จะแสดง ใน เครดิตบูโร หรือยัง หลังกู้บ้านผ่าน และโอนบ้านแล้ว

ช่วงเวลาที่ขอสินเชื่อ กู้บ้านผ่าน ช่วงเวลานั้นแต่ละคนจะมั่นใจ ในคุณสมบัติการกู้ของตัวเอง เพราะขนาดสินเชื่อบ้านวงเงินสูง ยังกู้ผ่าน อยากคน จึงอยากใช้ช่วงเวลานี้ ยื่นกู้สินเชื่ออื่นพร้อมกันในคราวเดียว แต่กังวลว่า เพิ่งยื่นกู้บ้านผ่าน และโอนบ้านแล้ว ภาระหนี้บ้านจะขึ้นโชว์ ในประวัติเครดิตบูโรหรือยัง ในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ แต่อาจจะเกริ่นคำตอบให้หน่อยนึง สถานะเครดิตบูโรไม่ได้อัพเดทวันต่อวันนะครับ จะอัพเดทเป็นช่วงเวลา หาคำตอบในบทความนี้ ต่อไปครับ

เครดิตบูโร

ทำความรู้จักกับ เครดิตบูโร ให้มากขึ้น

รู้จักความเป็นมาและบทบาทหน้าที่ ความสำคัญของ กับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดังนี้
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ส่งมาจากสถาบันการเงิน และบริษัทที่เป็นสมาชิก โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เดิมมีประวัติและแนวคิดเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ 2504 มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ข้อบังคับ ผู้ถือหุ้น อย่างต่อเนื่อง ให้มีความเหมาะสมหลายครั้ง จนกระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 ล่าสุดมีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี 2559

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด จะดำเนินการจัดเก็บ ข้อมูลเครดิต 2 ส่วนคือ
1.ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ตัวลูกค้า และคุณสมบัติของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ
– บุคคลธรรมดา หมายถึง ชื่อ ที่อยู่ สถานะภาพ อาชีพ เลขบัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง
-นิติบุคคล หมายถึง ชื่อนิติบุคคล เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่อยู่
2.ประวัติการขอ และการได้รับอนุมัติสินเชื่อ ประวัติการชำระสินเชื่อ
   บทบาทและหน้าที่ของสมาชิก ต้องส่งข้อมูลให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตตามกำหนดเวลาอย่างถูกต้อง และทันสมัย  หากสถาบันการเงินไม่ส่งข้อมูลให้บริษัทฯ มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และมีค่าปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าปฏิบัติถูกต้อง และหากสถาบันการเงินส่งข้อมูลให้บริษัทฯมีความไม่ถูกต้องและไม่ส่งข้อมูลให้ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท และมีค่าปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าปฏิบัติถูกต้อง

สมาชิกหรือสถาบันการเงิน จะนำข้อมูลเครดิตลูกค้าไปใช้ประโยชน์เฉพาะการวิเคราะห์สินเชื่อ ประกอบกับเกณฑ์ของสินเชื่อ การเงินนั้นๆ เท่านั้น และสถาบันการเงินนั้นๆ ต้องเก็บข้อมูลเครดิตของลูกค้าเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยกับบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

รายงานประวัติการเงิน หรือสถานะของลูกหนี้ จะไม่อัพเดทวันต่อวัน จะแสดงผลย้อนหลัง 15 – 30 วัน

ด้านการรายงานการชำระของลูกค้า โดยสถาบันการเงินจะรายงานประวัติการชำระของลูกค้ารายนั้นๆ ทุกวันที่1 ของเดือน บางสถาบันการเงินอาจรายงานช่วงกลางเดือน แต่สำหรับประวัติเครดิตบูโรที่สถาบันการเงินส่งมาตรวจ หรือบุคคล หรือนิติบุคคล ขอตรวจเอง ผลประวัติทางการเงินจะแสดงย้อนหลัง 15-30 วัน ซึ่งไม่แสดงผลแบบปัจจุบัน

สถาบันทางการเงิน จะมีกำหนดอายุผลตรวจเครดิตบูโร 30-60 วัน (ขึ้นกับเกณฑ์ของสถาบันการเงิน) ตั้งแต่เริ่มลงนามตรวจเครดิตจนถึงอนุมัติสินเชื่อ และอาจให้ผู้กู้ตรวจเครดิตบูโรซ้ำอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบการก่อหนี้ ความถี่การขอตรวจเครดิตบูโร ( Tracing ติดแท็กซิ่ง ) หรือ ประวัติการชำระ ในช่วงรอยต่อของการรายงานผลบูโรในระบบที่ย้อนหลังไม่เป็นปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น บุคคลขอตรวจเครดิตบูโร วันที่ 1-15 ของเดือนมีนาคม 2565 จะเห็นประวัติทางการเงินล่าสุด 31 มกราคม 2565 และหากตรวจ วันที่ 16-30 มีนาคม 2565 จะเห็นประวัติทางการเงินล่าสุด 28 กุมภาพันธ์ 2565

สรุปคือ ทำยังไงก็ได้ให้ธนาคารตรวจเครดิตบูโรคุณในช่วงครึ่งเดือนแรก เช่นคุณกู้บ้านผ่านแล้ว พยายามโอนบ้านช่วงปลายเดือน แล้วคุณก็ยื่นกู้บ้านในช่วงปลายเดือนนั้น เท่ากับว่าธนาคารใหม่ที่ควรยื่นกู้จะเช็คเครดิตบูโรคุณในช่วงปลายเดือนหรืออีกทีช่วงต้นเดือน ประวัติเครดิตบูโรก็จะไม่ขึ้นโชว์ให้เห็นว่าคุณเพิ่งโอนบ้านไป

Antonio Attorney
หลบเครดิตบูโร

แต่อย่าเพิ่งดีใจ ธนาคารอาจเช็คเครดิตบูโรอีกครั้ง เพื่อให้ช่วงเหลื่อมเวลานั้น หมดไป ธนาคารรู้ทันคุณ

ดังนั้น ผู้กู้สินเชื่อผ่านกับสถาบันการเงินสมาชิก และผู้กู้ไปโอนบ้านแล้ว ผลประวัติภาระหนี้ยังไม่ขึ้นทันที ประเด็นนี้อาจเป็นช่องว่างทางการเงิน ในการขอสินเชื่อ ซึ่งสถาบันการเงินมีแนวปฏิบัติป้องกันการขอสินเชื่อเกินความสามารถทางการเงินของผู้กู้ และเพื่อดูประวัติการชำระในช่วงรอยต่อ เช่น กำหนดอายุการตรวจเครดิตบูโรให้สั้นไม่เกิน 30 วัน และขอตรวจเครดิตบูโรซ้ำก่อนอนุมัติจริง หรือก่อนจำนอง ก็ได้


ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


ระวัง ภาระหนี้ที่สูง อาจจะทำให้คุณกลายเป็นหนี้เสีย

เพราะคุณ ไม่ได้ยื่นกู้ เพื่อขอสินเชื่อ การพิจารณาถึงรายได้ เทียบกับภาระหนี้ คุณพยายามหลบเลี่ยง ไม่ให้ธนาคารเห็นภาระหนี้จริงของคุณ บางครั้ง การเลี่ยงไม่ให้ธนาคารเห็นภาระหนี้เครดิตบูโร อาจจะทำให้คุณพูดได้ แต่มันก็จะสร้างปัญหาให้กับคุณในภายหลัง เพราะหากคุณยื่นกู้ตามระยะเวลาปกติ คุณอาจจะกู้ไม่ผ่านเพราะภาระหนี้คุณ เมื่อเทียบกับรายได้ จะเรียกได้ว่าเต็มสุดแล้ว คุณก็อาจจะกู้ไม่ผ่าน คุณก็กู้ผ่านแค่เฉพาะบ้านที่โอนไปแล้ว แต่นั่นมันก็อาจทำให้คุณ ไม่อยู่ในภาวะ ว่าภาระหนี้สูง สุดท้ายคุณก็จะกลายเป็นหนี้เสีย เพราะคนทั่วไป มักจะบอกว่า ผ่อนไหว ผ่อนไหว แล้วสุดท้ายก็ผ่อนไม่ไหว ผมขอแนะนำเลยนะครับ จะเสี่ยงกับการทำวิธีนี้ เพราะคุณกู้บ้านได้แล้ว โอนบ้านเรียบร้อย จะขอกู้สินเชื่อตัวอื่น ยื่นเรื่องเป็นปกติไปครับ กู้ไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร มันน่าจะเป็นหนทางที่ดีกับชีวิตคุณมากกว่า พูดไว้ให้คิดครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ติดเครดิตบูโร ต้องรออีกกี่ปี ถึงจะหลุด

บทความนี้ จะอธิบายให้คุณเข้าใจ เครดิตบูโร คืออะไร ถ้าคุณเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร คืออะไร มีหน้าที่อะไร คุณจะเตรียมตัว ให้ตัวคุณเองมีประวัติในระบบของเครดิตบูโร เตรียมให้ดี เตรียมให้พร้อม กู้กี่ครั้งก็ผ่าน หากคุณเข้าใจในเงื่อนไขรายละเอียดของเครดิตบูโร คุณจะเข้าใจว่า ติดเครดิตบูโร ถึงจะกู้ได้

คำถามจาก ผู้ที่มีปัญหา ติดเครดิตบูโร

คำถาม มีบัตรเครดิต 2 ใบ ประนอมหนี้ปิดบัญชี จ่ายงวดสุดท้าย 34 พค. 60 และ 31 สค.61 ต้องรอ 3 ปี จึงจะหลุด Blacklist จะนับจากบัตรแรกที่จ่ายเกิน 3 ปีแล้ว หรือ ใบที่ 2 ยังไม่พ้นครบกำหนด 3 ปี

คำตอบ ง่ายๆเลยครับ หากคุณอยากรู้ว่าคุณจะติดประวัติไปอีกนานแค่ไหนหลังจากที่คุณปิดหนี้ที่เป็นหนี้เสียตัวนั้น หลังจากปิดแล้วประมาณ 1-2 เดือน คุณควรหาเวลาไปเช็คเครดิตบูโรดู แล้วนับบรรทัดที่รายงานสถานะบัญชีของคุณ บรรทัดละ 1 เดือน นับไปครับได้กี่บรรทัด นั่นแหละครับคือบรรทัดละ 1 เดือน เวลาที่คุณจะมีชื่ออยู่ในระบบเครดิตบูโร เดือนถัดไปจะหายไปทีละบรรทัด ทีละบรรทัด และหลังจากที่คุณปิดหนี้แล้ว ให้คุณเช็คสอบ โดยการเช็คเครดิตบูโรอีกครั้ง เช็คว่าเจ้าหนี้ได้ปิดยอดหนี้และเปลี่ยนสถานะบัญชีให้คุณแล้วหรือยัง คนปิดหนี้ไปแล้ว บางคน ปิดเป็นปีไม่เคยเช็ค เจ้าหนี้ไม่ปิดยอดให้ไม่เปลี่ยนสถานะบัญชีให้ เคยเจอมาแล้วครับ

ปิดหนี้แล้วทำไมต้องรอ 3 ปี เครดิตบูโร ถึงจะล้างรายชื่อ

หลังจากที่คุณปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เครดิตบูโรจะเก็บประวัติการชำระหนี้ของคุณไว้อีกอย่างน้อย 3 ปี หรือ 36 งวด และในส่วนของสินเชื่อบางประเภท อาจจะเก็บไว้ 60 งวดหรือ 5 ปี

ติดเครดิตบูโร ไม่ใช่ติดแบล็คลิสต์

หลายคนเข้าใจผิด มักจะชอบพูดกันว่า ติดเครดิตบูโรกู้ไม่ได้ คนบอกว่าติดแบล็คลิสกู้ไม่ได้ ผมจะขออนุญาตใช้บทความนี้อธิบายให้ฟังนะครับ ติดเครดิตบูโรกู้ไม่ได้ หลายคนเข้าใจว่าเครดิตบูโร ส่งชื่อลูกหนี้ไปให้กับธนาคาร แล้วหมายหัวลูกหนี้รายนั้นว่า ติดเครดิตบูโรทำให้กู้ไม่ผ่าน ต้องอธิบายแบบนี้นะครับ เครดิตบูโรคือหน่วยงานที่เก็บรวบรวมประวัติการจ่ายหนี้ของลูกหนี้ทั่วประเทศ ฉะนั้นการเก็บประวัติการชำระหนี้ จะเก็บทั้งประวัติดี และประวัติไม่ดี เครดิตบูโร ไม่มีหน้าที่ตัดสินว่า ลูกหนี้รายนั้นจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน การจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน ขึ้นอยู่กับธนาคาร ที่คุณไปขอยื่นกู้ขอสินเชื่อ เขาจะพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระหนี้ของคุณ เจ้าหน้าที่ธนาคารเหล่านั้นเองก็มักจะพูดว่าที่กู้ไม่ผ่านเพราะติดประวัติเครดิตบูโร นั่นก็คือคุณมีประวัติที่ชำระหนี้ไม่ตรงนั้นเอง ไม่ได้กู้ไม่ผ่านเพราะเครดิตบูโรส่งชื่อคุณให้ธนาคาร ว่าคุณเป็นลูกหนี้ที่ไม่ดี สรุปเครดิตบูโรมีหน้าที่เพียงเก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ ของลูกหนี้เท่านั้นครับ

ส่วนคำว่าติดแบล็คลิสต์ อันนี้ความหมายค่อนข้างรุนแรง ผมอธิบายแยกเป็น 2 ส่วน แบบนี้ครับ ส่วนแรก คือคุณมีประวัติที่ไม่ดีกับธนาคารนั้นๆ รายชื่อคุณก็จะถูกส่งไปที่เครดิตบูโรถึงประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีของคุณ แล้วสมมติผ่านมาหลายปี คุณรวบรวมเงินไปชำระหนี้ก้อนนั้นได้ หลังจากชำระหนี้แล้ว 3 ปีหรือ 5 ปีแล้วแต่ประเภทสินเชื่อ เครดิตบูโรก็จะลบประวัติของคุณออกจากระบบ แต่ธนาคารนั้นจะบันทึกรายชื่อคุณว่ามีรายชื่อเป็น Blacklist สำหรับธนาคารของเขา ถึงแม้ว่าคุณจะชำระหนี้หมดแล้วก็ตาม คุณจะไม่มีสิทธิ์และไม่มีโอกาส ในการกู้ธนาคารนั้นอีกเลย ส่วนที่ 2 ติดแบล็คลิสต์ ในความหมาย คือ ธนาคารจะมีระบบฐานข้อมูลที่เรียกศัพท์ภายในธนาคารรู้กันว่า ระบบถัง หรือเรียกว่า รายชื่อลงถัง ส่วนนี้ ลูกค้าจะติดประวัติในการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกฟ้องถูกบังคับคดี ถูกยึดทรัพย์อายัดทรัพย์ หากคุณโดนแบบนี้ เขาเรียกว่า ติดแบล็คลิสต์เช่นกัน ฉะนั้นคำว่าติดแบล็คลิสต์มีอยู่จริง แต่ ติดเครดิตบูโร ไม่มีครับ

บทความนี้เหมาะกับผู้มีเอกสารเครดิตบูโรในมือ คุณจะเข้าใจง่ายขึ้น

หากจะต้องอธิบายเรื่องราวรายละเอียด เพื่อให้คนกู้ หรือลูกหนี้เข้าใจ จำเป็นต้องมีภาพประกอบ ภาพแรกคือลูกค้าที่มีประวัติในการผ่อนชำระดีครับ ลูกค้าที่มีประวัติในการผ่อนชำระดี จะมีสถานะ 10 คือเป็นบัญชีปกติ

ตัวอย่างเครดิตบูโรแบบเป็นหนี้ปกติ

รายงานเครดิตบูโร ตัวอย่างนี้ คือ เป็นลูกหนี้สถานะปกติ ผ่อนชำระตรงทุกงวด

ตัวอย่างเครดิตบูโรแบบสถานะปกติ

ตัวอย่างนี้ การผ่อนชำระปกติ ถึงแม้จะมีการจ่ายล่าช้าสูงสุด 90 วัน แต่ก็ยังมีสถานะปกติ แต่กรณีนี้ จะกู้ธนาคารไม่น่าจะผ่าน เพราะมีการจ่ายล่าช้า

การดูรายงาน สถานะบัญชีของเครดิตบูโร ดังนี้

  • สถานะบัญชี เลข 10 คือ สถานะปกติ
  • สถานะบัญชี เลข 11 คือ สถานะปิดบัญชี
  • สถานะบัญชี เลข 12 คือ สถานะพักชำระหนี้ ตามนโยบายของรัฐ
  • สถานะบัญชี เลข 20 คือ สถานะมีหนี้ค้างเกิน 90 วัน
  • สถานะบัญชี เลข 30 คือ สถานะอยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย
  • สถานะบัญชี เลข 31 คือ สถานะอยู่ในระหว่างชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม
  • สถานะบัญชี เลข 32 คือ สถานะศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากคดีขาดอายุความ
  • สถานะบัญชี เลข 33 คือ สถานะปิดบัญชี เนื่องจากตัดหนี้เป็นสูญ
  • สถานะบัญชี เลข 40 คือ สถานะอยู่ระหว่างชำระสินเชื่อ เพื่อปิดบัญชี
  • สถานะบัญชี เลข 41 คือ สถานะเจ้าของข้อมูลขอตรวจสอบรายการ
  • สถานะบัญชี เลข 42 คือ สถานะโอนหรือขายหนี้
  • สถานะบัญชี เลข 43 คือ สถานะปิดบัญชีขณะโอนหรือขายหนี้

ตัวอย่างสถานะบัญชี ที่เป็นหนี้เสีย

ติดเครดิตบูโร

ตัวอย่างนี้เป็นหนี้เสีย กู้อย่างไรก็ไม่น่าจะผ่าน เลิกหวัง และฝันลมๆแล้งๆ

บัญชีนี้ ก่อนปิดหนี้ มีสถานะค้างชำระหนี้ 90 วัน ถือว่ายังไม่เป็นหนี้เสีย แต่ในมุมมองการพิจารณาสินเชื่อ สำหรับบัญชีนี้ถึงแม้จะปิดบัญชีไปแล้ว กู้ผ่านไม่ง่ายครับ ถ้าให้ผมแนะนำ บัญชีนี้ไม่ควรปิดบัญชี ควรจะกลับมาจ่ายชำระให้เป็นปกติ อย่างน้อยไปอีก 1 ปี จะดีกว่า เพราะธนาคารจะได้เห็นพฤติกรรมการชำระหนี้ที่เคยจ่ายไม่ตรง กลับมาจ่ายหนี้ให้ตรง อีกอย่างน้อย 1 ปี แล้วค่อยยื่นกู้ น่าจะดูดีกว่า

ติดเครดิตบูโร

ตัวอย่างนี้ยิ่งอาการหนัก เพราะค้างชำระหนี้มากกว่า 300 วัน ถึงแม้จะปิดบัญชีไปแล้วก็ตาม ก็กู้ไม่ผ่านแน่นอน หลายคนมักจะถามว่าหลังจากปิดบัญชีแล้ว จะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะกลับมากู้ได้ ผมให้คุณดูตัวอย่างนี้ ลองนับบรรทัดที่มีรายงาน ตามลำดับเวลาเดือนและปี เดือนละ 1 บรรทัด เหลืออยู่กี่บรรทัด ก็เท่ากับจำนวนเดือนที่เหลืออยู่ในระบบ เครดิตบูโรจะเก็บบันทึกข้อมูลของคุณไว้ สำหรับตัวอย่างนี้เหลือ 33 บรรทัด ก็เท่ากับ 33 เดือนครับ ที่คุณจะมีชื่อติดอยู่ในเครดิตบูโร จะมีล้างข้อมูลออกไปเมื่อครบ 33 เดือน

ตอบคำถาม เรื่องเครดิตบูโร ปิดแล้วต้องรออีก กี่เดือน กี่ปี

จากคำถาม ผมสรุปคำตอบให้แบบนี้นะครับ คุณจะมีชื่อติดอยู่ในประวัติเครดิตบูโร แบบบันทึกประวัติการผ่อนชำระหนี้ไม่ตรง ถึงแม้จะปิดหนี้ไปแล้วก็ตาม เครดิตบูโรจะบันทึกประวัติคุณไว้ ประมาณ 36 เดือน อย่างที่ผมบอกนะครับ คุณต้องเช็คเครดิตบูโรดู แล้วนับบรรทัดละ 1 เดือน นั่นแหละครับ คุณจะติดไปอีกประมาณระยะเวลาเท่านั้น หากคุณชำระปิดหนี้ เป็นอันดับเรียงทีละเจ้าหนี้ ก็ให้นับเจ้าหนี้รายสุดท้าย ที่คุณปิด นับบรรทัด ความหมายคือ บรรทัดละ 1 เจ้าหนี้ รายสุดท้ายที่คุณปิด ระยะเวลาตามจำนวนบรรทัดนั่นแหละครับ ก็คืออีกจำนวนเดือนที่คุณจะติดไปในระบบเครดิตบูโร ส่วนเจ้าหนี้ที่คุณปิดไปก่อนหน้านี้ก็จะค่อยๆหายไปจากระบบเครดิตบูโร เรียงลำดับจาก ระยะเวลาการปิดหนี้ จากตัวอย่างที่ผมยกมาให้ทั้งหมดนี้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ ในระบบการจัดเก็บข้อมูล ของเครดิตบูโรมากขึ้นนะครับ

ปิดหนี้แล้วทำไม ไม่ลบประวัติให้เลยทันที

หลายคน สงสัย ไม่เข้าใจ และไม่พอใจ หน่วยงานเครดิตบูโร ด้วยเหตุผล คนทั่วไปที่เป็นหนี้เสีย แต่ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว ทำไมเครดิตบูโรต้องเก็บประวัติที่เคยผ่อนชำระล่าช้า หรือเคยผ่อนชำระไม่ตรง ทั้งๆที่ปิดหนี้ไปแล้ว ทำไมต้องเก็บประวัติที่ไม่ดีของลูกหนี้เอาไว้ด้วย เปรียบเสมือน ต้องการให้ลูกหนี้ ติดคุกทางการเงิน ไม่สามารถ กู้หรือขอสินเชื่อ กับสถาบันการเงินได้ ผมจะอธิบายเหตุผลแบบนี้ครับ ถ้าหากลูกหนี้ ที่เคยมีประวัติการผ่อนชำระหนี้ไม่ตรง แล้วปิดหนี้แล้ว เครดิตบูโรลบประวัติที่เคยไม่ดีทิ้งไปเลยทั้งหมด จะมีประโยชน์อะไรครับ ที่จะจัดตั้งหน่วยงานเครดิตบูโรขึ้นมา การมีเครดิตบูโร สถาบันการเงิน หรือสมาชิกของเครดิตบูโร ต้องการที่จะเห็นประวัติของลูกหนี้แต่ละราย ในการชำระหนี้ เพื่อเอาไว้พิจารณาประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ รายนั้นที่มาขอกู้ ถ้าปิดหนี้แล้วลบประวัติออกทันที จะเกิดอะไรขึ้นครับ เช่น ยอดหนี้ที่เคยค้างชำระมานาน เกิน 300 วัน ก็คือ 1 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้จ่ายหนี้เลย วันดีคืนดีอยากจะกู้เงิน ก็ไปหยิบยืมเงิน กู้เงินนอกระบบมาปิดหนี้ ปิดหนี้เสร็จเรียบร้อยเครดิตบูโรลบประวัติที่เคยเป็นหนี้เสียออก ก็กลับมากู้ใหม่ได้อีก แบบนี้จะมีเครดิตบูโรไว้ทำไมครับ เครดิตบูโร คือ หน่วยงานที่เก็บประวัติการผ่อนชำระของลูกหนี้ ทั้งประวัติผ่อนชำระตรง ก็เก็บไว้ 36 เดือน ประวัติการผ่อนชำระที่ไม่ตรง ก็เก็บประวัติไว้ 36 เดือนเช่นกัน

ติดเครดิตบูโร ต้องโทษตัวเอง อย่าโทษคนอื่นมัน ยุติธรรมแล้ว สำหรับเจ้าหนี้กับลูกหนี้

ครับ เครดิตบูโรเก็บประวัติการผ่อนชำระหนี้ ของคุณ ทั้งประวัติดี ก็เก็บ 36 งวด ประวัติไม่ดี ก็เก็บ 36 งวด ผมว่า มันก็ยุติธรรมดีนะครับ ทั้งประวัติดี และไม่ดี เก็บหมด ฉะนั้น อย่าไปว่าเครดิตบูโรเลยครับ กรรมดี กรรมไม่ดี เราก็ต้องยอมรับ สิ่งที่เราทำเอาไว้ครับ แค่ 36 เดือนเองครับ

ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

เงินปันผลจากหุ้น นำไปพิจารณาสินเชื่อกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดได้ไหมครับ

คำถามของคน ที่จะกู้เงินซื้อบ้าน สาย Passive Income

เงินปันผลหุ้น นำไปพิจารณาสินเชื่อกู้บ้าน หรือกู้คอนโดได้ไหม ถ้ามีรายได้ 65,000 บาท มีเงินปันผลหุ้น 50,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยต่อเดือน 4,000 บาท/เดือน) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลักการใหญ่ๆ จริงแล้วธนาคารจะดู 2 มีส่วน คือรายได้หรือความสามารถในการชําระหนี้ อีกส่วนคือ ความมั่งคั่งและความมั่นคงทางการเงิน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Wealth ส่วนนี้จะเป็นคะแนนเติมเต็มให้ผู้กู้ดูดีมากขึ้น

มุมมองธนาคาร ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นผลตอบแทน จากการลงทุน

หากจะนำรายได้จากปันผลหุ้น มาพิจารณาประกอบนั้น โดยทั่วไป ธนาคารจะมองรายได้นี้เป็นเงินเก็บ ( Wealth ) มากกว่าเป็นรายได้ ที่คงที่ประจำของทุกๆ เดือน ซึ่งสามารถนำมาประกอบเสริมได้ แต่จะให้คิดเป็นรายได้ประจำ หรือไม่นั้นขึ้นกับเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารฯนั้น คือไม่ฟันธง ว่าเป็นรายได้ คำตอบของผมน่าจะโน้มเอียงไปทางไม่คิดเป็นรายได้มากกว่าครับ

รายได้ลงในงบกำไรขาดทุน เงินปันผลลงในงบดุล

ถ้าผมจะสรุปแบบนักบัญชี คำว่าความสามารถในการชำระหนี้ รายได้ที่เกิดจากการประกอบกิจการ หรือรายได้ของเงินเดือน ถ้าเป็นบัญชีก็คืองบกำไรขาดทุน ส่วนเงินปันผล คือ ผลตอบแทนการลงทุน ถ้าอยู่ในรูปแบบของบัญชีคงจะอยู่ในหน้างบดุลมากกว่าครับ

เงินปันผล ขอสินเชื่อ

ก่อนปล่อยกู้ ธนาคารพิจารณาตัวเลขอะไรบ้าง

อาจต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา คือ
หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ ทั่วไป
1.ประวัติทางการเงิน
2.อายุ อาชีพ ประสบการณ์
3.รายได้หลักที่ชัดเจน สามารถเฉลี่ยคงที่ทุกๆเดือน
4.รายได้อื่นๆ เช่น ค่าตำแหน่ง ค่าเดินทาง คอมมิชชั่น
5.หลักทรัพย์ที่จะซื้อ อาทิ ประเภทบ้าน เจ้าของโครงการ ราคาขาย และทำเลที่ซื้อ อยู่ใกล้ทำงาน หรือที่พักอาศัยปัจจุบัน หรือจุดประสงค์อื่นๆ

รายได้อะไรบ้าง ที่ธนาคารนำมาคิด หรือไม่คิด เป็นรายได้ ในการคำนวณวงเงินกู้

เรามาดูรายได้ที่ไม่ใช่รายได้ประจำคือ นอกจากเงินเดือน ธนาคาร มีหลักเกณฑ์ในการคิดรายได้ในส่วนนี้ให้กับผู้กู้อย่างไร
-ค่าตำแหน่ง คงที่หรือไม่ -ถ้าคงที่จะคิดให้เป็นรายได้หลักได้ **ถ้าไม่คงที่ อาจคิดเฉลี่ย 12-24 เดือน ขึ้นกับเกณฑ์ธนาคาร
-ค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ จ่ายเหมาคงที่ หรือไม่ ถ้าคงที่ ธนาคารอาจคิดเป็นรายได้หลัก **ไม่คงที่อาจคิดเฉลี่ย 12-24 เดือน ขึ้นกับเกณฑ์ธนาคาร
– คอมมิชชั่นการขาย **อาจคิดเฉลี่ย 12-24 เดือน ขึ้นกับเกณฑ์ธนาคาร

เงินปันผลจากหุ้น ถ้านำมาคิดพิจารณาเป็นรายได้ ธนาคารจะขอเอกสารพิสูจน์ เพิ่มเติม ว่าเป็นเงินปันผลจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือเงินปันผลจากหุ้นส่วนกรรมการบริษัทฯ ซึ่งที่มาของเงินปันผลหุ้น แต่ละแหล่ง ก็จะมีเอกสารประกอบการพิจารณา ต่างกัน คือ
– เงินปันผลหุ้นจากบริษัทฯ พิจารณา ชื่อบริษัทฯ ประเภทธุรกิจ ผลประกอบการ สัดส่วนการถือหุ้น การมีอำนาจลงนามหรือไม่ มติการจ่ายเงินปันผลแต่ละปี – เงินปันผลหุ้นจาก บมจ.ในตลาดหลักทรัพย์ พิจารณาชื่อ บมจ. ผลประกอบการ บมจ. ประวัติ บมจ. จำนวนหน่วยที่ถือ มติการจ่ายปันผลที่ผ่านๆ มา

ถ้านำมาคำนวณเป็นรายได้ ก็ต้องหาค่าเฉลี่ยกันอย่างน้อย 2 ปี

การนำเงินปันผลหุ้น มาแสดงเป็นรายได้เพื่อขอสินเชื่อบ้าน หรือคอนโด นั้น เบื้องต้นต้องมาคิดค่าเฉลี่ย 12-24 เดือน หรือ 36 เดือน ซึ่งอาจจะคิดรายได้หรือไม่คิดรายได้หรือไม่นี้น จะขึ้นกับหลักเกณฑ์การพิจารณาของธนาคารฯ นั้นๆ

สรุป คือ รายได้จากเงินปันผล ถึงแม้จะมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือนหรือทุก 1 ปี จากการเช็คสอบข้อมูลก่อนเขียนบทความนี้ น่าจะเอามาเป็นรายได้เพื่อประกอบการพิจารณาไม่ได้ อธิบายง่ายๆแบบนี้ครับ หากคุณมีรายได้ 30,000 บาท และอีกคนมีรายได้ 20,000 บาท สองคนนี้จะกู้เงินแบงค์ได้เงินต่างกัน รายได้ 30,000 กู้เงินได้มากกว่าคนมีรายได้ 20,000 บาท เพราะฉะนั้นรายได้จากเงินปันผล จะไม่สามารถเอามาคิดรายการคำนวณวงเงินกู้ได้ แต่จะเป็นตัวช่วยเสริมให้การอนุมัติง่ายขึ้น มากกว่า เพราะถือว่าคุณมีเงินออม และเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินสูง

สุดท้ายหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่กำลังจะกู้เงิน ซื้อบ้านหรือคอนโด โชคดีทุกคนครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

จ่ายหนี้ไม่ไหว ไม่อยากผ่อนแล้ว ทำยังไงดี?

หากคุณ เป็นลูกหนี้ คุณอยู่ในสภาพที่ จ่ายหนี้ไม่ไหว ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ถ้าคุณเป็นหนี้ จ่ายไม่ไหว ผ่อนไม่ไหว ต้องทำอย่างไรดี วันนี้ผมจะมาบอกเคล็ดลับ วิธีปลดความทุกข์ จากการเป็นหนี้ บทความนี้จะเน้นเฉพาะหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อบุคคล หรือที่เขาเรียกกันว่า หนี้แบบไม่มีหลักประกัน

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จ่ายหนี้ไม่ไหว ผ่อนขั้นต่ำยังไม่ไหว

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต ที่หลายคนเจอตอนนี้ หลายคนยังพอกระเสือกกระสนไปได้ อีกหลายคน ไปไม่เป็น มองไม่เห็นฝั่ง ว่าจะจ่าย ชำระหนี้ ให้หมดหนี้ได้อย่างไร

ถ้าเป็นหนี้ผ่อนไม่ไหวจะทำอย่างไรดี ก่อนที่จะไปลงลึกในรายละเอียด เบื้องต้นง่ายๆเลยครับ ผ่อนไม่ไหว แล้วไหวเท่าไหร่ เพราะถ้าคุณผ่อนไม่ไหว ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน คุณก็ไปไม่รอดอยู่ดี เพราะรายได้มันไม่เพียงพอกับการชำระหนี้ หรือบางครั้งรายได้คุณมันยังไม่มีเพียงพอกับดอกเบี้ยต่อเดือนเลยด้วยซ้ำ

เหตุผลที่ต้องถามว่าคุณยังผ่อนไหวอยู่หรือเปล่า ความหมายคือ สามารถที่จะผ่อนได้ในบางส่วน หรือไม่ หรือว่าไม่ไหวเลย เช่น ถ้าต้องผ่อนโดยเฉลี่ยเดือนละหมื่น แต่คุณไหวแค่ 8,000 บาท แบบนี้ถ้าเราปรับโครงสร้างหนี้เราอาจจะยังผ่อนต่อได้ ถ้าคุณขอลดค่างวดลงได้ แต่ที่เรียกว่าผ่อนไม่ไหว คือรายได้กับรายจ่าย ยังแทบจะไม่เหลือ แบบนี้เรียกว่าผ่อนไม่ไหว แล้วถ้าคุณคิดว่าคุณยังผ่อนไหวแบบฝืน มันจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ถ้าคุณยังจะฝืนต่อ

Antonio ที่ปรึกษาการเงิน

ผมจะเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับคุณ

ผมขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมเป็นเจ้าของเว็บไซต์นี้ antonioattorney.com แล้วผมเป็นเจ้าของช่อง YouTube ที่มีคนติดตามหลักแสนคน แล้วผมเป็นเจ้าของบริษัท Antonio Attorney ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการเงินและกฎหมาย บริษัทผมรับงานเจรจาหนี้ แก้ไขหนี้ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่มีภาระหนี้กับธนาคารหลักหลายสิบล้านขึ้นไป

แต่ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำ และพร้อมที่จะเสนอตัว เป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับคุณแบบส่วนตัว เราโทรพูดคุยกันปรึกษากันได้ตลอดชีพครับ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ก่อนที่ผมจะบอกช่องทางการติดต่อ ไปดูกันว่า หากคุณต้องแก้ไขหนี้ ที่คุณเริ่มรู้สึกว่าผ่อนไม่ไหว ถ้าคุณเริ่มจาก การแก้ไขหนี้ ด้วยแนวทางที่ถูกต้อง ปัญหาหนี้ของคุณมันจะไม่บานปลาย

จากปัญหาหนี้ แค่บัตรเครดิตวงเงินหนี้ยังไม่เยอะ พอ จ่ายหนี้ไม่ไหว ลุกลามไปจนอาจจะเสียหายเกินกว่าคิด

ถ้าคุณไม่กล้าหักดิบ ยังพยายามที่จะฝืนผ่อนต่อ เพราะ คำว่า ติดเครดิตบูโร บอกได้เลยครับยังไงคุณก็ไม่รอด จากหนี้ก้อนเล็กๆ จะยิ่งกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ๆ จากหนี้บัตรเครดิตแค่ 2-3 ใบ กลายเป็นหนี้บัตรเครดิต 6-7 ใบ และกลายเป็นหนี้ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลอีกหลายกอง จากหนี้ในระบบสถาบันการเงิน กลายเป็นหนี้นอกระบบ ถ้าคุณยังไม่ยอมจบยังฝืนพยายาม จ่ายหนี้ต่อ คุณก็จะกลายเป็นหนี้ คนข้างเคียง หนี้ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นเข้าไปอีก เอาเงินเค้ามา เพื่อจ่ายหนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ยืมมา เราก็ไม่มีปัญญาคืนเค้าแน่ สุดท้ายคุณก็จะเป็นคนที่ไม่มีใครคบ เพราะคุณจะโกหกผัดผ่อนหนี้ ไปเรื่อยๆ หนี้ก็เสีย แถมต้องเสียผู้เสียคนเข้าไปอีก กลายเป็นคนชอบโกหก หมดความน่าเชื่อถือกับ เพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง

แก้หนี้บัตรเครดิต

หนี้บัตรเครดิต เป็นตัวก่อเกิดปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ที่จะตามมา ถ้าเรา แก้มันไม่ถูกทาง ตั้งแต่ต้น

เพราะคุณไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเข้าใจหลักความเป็นจริง ไม่ยอมรับความจริงว่า คุณผ่อนหนี้ไม่ไหวแล้ว คุณต้องหยุด หลายคนถามว่าหยุดแล้วจะทำไงต่อ คุณต้องกลับมามีสติ ค่อยๆคิดอย่างคนที่มีสติ มองทุกอย่าง อย่างเป็นจริง แล้วผมนี่แหละจะให้ความรู้ ความเข้าใจกับคุณ อยากติดต่อพูดคุยกับผม LineID : @antonio หรือ โทรคุยเบื้องต้นที่เบอร์ 081 869 0878

แก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ด้านการเงิน หรือคุณอาจจะต้องมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว

ตัวอย่าง ลูกค้าผม ที่ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้ แบบที่ลูกค้าโอนเงินมาให้ผม 2,000 บาท แล้วผมก็จะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับเขาไปตลอดชีพ อยากคุยกับผมเมื่อไหร่ก็โทรเข้ามาได้เลย ลูกค้ารายนี้ จากที่เคยเป็นหนี้เสีย กลับมากู้ซื้อบ้านได้

และอีกหลายๆตัวอย่างที่ผมหยิบยกขึ้นมาไม่หมด หากคุณได้ติดตามผมในช่อง YouTube คุณก็น่าจะรู้ว่าที่ผ่านมา หลายคน ที่ฟังช่องผมเป็นประจำและฟังมาสักระยะ หลายคนจะประสบความสำเร็จในการแก้ไขหนี้ และหลุดพ้นจากภาวะการเป็นหนี้ หลายคนสภาพจิตใจดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น หากคุณต้องการเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ยากครับ กดเข้าไปฟังช่อง YouTube หรือ หากคุณอยากพูดคุยกับผม ให้ผมเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับคุณ พูดคุยกันได้ตลอดไม่จำกัดครั้ง เรียกได้ว่าตลอดชีพกันเลยครับ ทำตามขั้นตอนนี้ครับ


ถ้าคุณสนใจ โอนเงินค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


เจ้าหนี้โทรมาเราจะตอบเขาว่ายังไงถ้าเรา จ่ายหนี้ไม่ไหว

สิ่งที่ลูกหนี้ หลายคนกลัว เวลาเจ้าหนี้ โทรมาทวงหนี้ ไม่รู้ว่าจะตอบไปว่าอย่างไร ผมแนะนำนะครับว่า ตอบไปตามความเป็นจริงครับ ไม่มีก็ตอบว่าไม่มี จ่ายไม่ไหว ก็บอกไปตามนั้น ให้นัดวัน ก็ไม่รู้จะนัดได้อย่างไร เพราะไม่มีจะจ่ายจริงๆ ตอบไปตามความจริงครับ และถ้าเราไม่ไหวจริงๆ อย่าพยายามฝืนจ่ายนะครับ เล่นการพนัน ไปหลอก หยิบยืมเงินญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือ ไปกู้เงินนอกระบบ มาจ่ายหนี้ในระบบ ไม่ฉลาดเลยครับ ถ้าคุณทำแบบนั้น และหลายคนก็จะถามต่อว่า ถ้าไม่จ่าย เจ้าหนี้ขู่จะฟ้องบ้างละ จะขายหนี้ให้บริษัทตามหนี้ บ้างละ ผมบอกคุณเลยนะครับ ลูกหนี้ทั้งหลาย หากคุณไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหนี้ ฟ้องไปที่แบงก์ชาติเลยครับ เค้ามีหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนอยู่ ให้กับลูกหนี้ที่โดนเจ้าหนี้ข่อมขู่รังแก หน่วยงานนี้ เรียกว่า ” ทางด่วนแก้หนี้ “ จำไว้นะครับ จ่ายหนี้ไม่ไหว อย่าฝืน

ถ้าจ่ายหนี้ไม่ไหวจนเป็นหนี้เสีย จะเกิดอะไรขึ้น

ทีนี้เรามาดูกันนะครับว่า ถ้าเราจ่ายหนี้ไม่ไหว เราจะต้องเจออะไรบ้าง

ช่วงแรก คือ ช่วงที่คุณเริ่มค้างชำระตั้งแต่ 30 – 90 วัน ช่วงนี้ จากคุณที่เคยเป็นลูกหนี้ที่ดีมาตลอด พอคุณเริ่มค้างชำระหนี้ คุณจะรับสภาพตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่า ตัวเองล้มเหลว ช่วงนี้ละครับ ที่คุณจะโดนเจ้าหนี้โทรหาแบบกระหน่ำเลยครับ ผมแนะนำนะครับ รับสายไป เพราะหากเรารับสาย เจ้าหนี้มันก็จะโทรหาเราได้แค่เพียง 1 ครั้งต่อวันครับ ช่วงแรกนี้ ทนหน่อยครับ

ช่วงที่สอง อาจจะกินเวลา 3 – 6 เดือน หลังจากที่คุณไม่ได้จ่ายหนี้ ช่วงนี้ เจ้าหนี้ จะเริ่มเสนอยอดปิดหนี้ให้คุณแบบ ที่เค้าเรียกกันว่า แฮร์คัทหนี้ ( Hair Cut ) ถ้าหลายคน ไม่ได้จ่ายหนี้มาหลายเดือน แล้วเก็บเงินก้อนได้ นี่ละคือ โอกาสของคุณในการขอแฮร์คัทหนี้ครับ

ช่วงที่สาม คือ ช่วงที่ หนี้ของคุณอาจจะไปอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมโดนเจ้าหนี้ฟ้อง หรือ เตรียมขายหนี้ของคุณออกไป ให้กับ บริษัท ติดตามหนี้ หรือ บริษัท AMC ทั้งหลาย

แก้หนี้

หากคุณ จ่ายหนี้ไม่ไหว สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีสติ

คุณต้องรู้ศักยภาพของตัวคุณเอง คุณมีกำลังความสามารถ ในการจ่ายหนี้อยู่อีกไหม คุณจะจ่ายหนี้ต่อ หรือ พอแค่นี้ หรือคุณมีหน้าที่การงาน รายได้ หรือ ทรัพย์สิน ที่เจ้าหนี้รู้ข้อมูลของคุณหรือไม่ คุณจะต่อรองขอลดหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน หากเจ้าหนี้รู้จักข้อมูลด้านการเงิน และขนาดของสินทรัพย์ที่คุณมี คุณจะมีอำนาจต่อรองมากกว่าเจ้าหนี้ไหม ทั้งหมดทั้งมวลหนี้ คุณต้องรู้ด้วยนะครับ เพราะการเจรจาหนี้ การแก้หนี้ ไม่มีสูตรตายตัว มันต้องแก้ไขหนี้ ตามสถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกหนี้แต่ละรายด้วยครับ ถ้าคุณอยากหาผู้เชี่ยวชาญ ในการแก้หนี้ ที่คุณจ่ายไม่ไหว ผมยินดี ที่จะเป็นที่ปรึกษาการแก้หนี้ให้กับคุณ ผมผ่านการเป็นลูกหนี้มาด้วยตัวเอง แก้ไขหนี้ของตัวเองสำเร็จแล้ว ( คลิปของผม ) และผมก็มีประสบการทางด้านการเงิน และแก้หนี้ให้กับ ธุรกิจ SME มากว่า 20 ปี อยากให้ผม ช่วยคุณ ติดต่อมาได้เลยครับ คุยกันเบื้องต้น LineID : @antonio / 081 869 0878

เราจะหมดหนี้ ไปด้วยกันนะครับ ผมนะหมดแล้ว เหลือแต่คุณละครับ ที่พร้อมจะปลดพันธนาการความทุกข์ แห่งการเป็นหนี้ หรือยัง


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 081 869 0878

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME