ภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่อสื่อแนวคิด ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์หรือบุคคลจริง
ถ้าช่วงนี้คุณทำธุรกิจอยู่ภาคใต้ แล้วเริ่มขายของดีขึ้น มีลูกค้ากลับมา หรือขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น ผมอยากให้ดีใจครับ
แต่ก่อนจะซื้อรถเพิ่ม ขยายร้าน หรือกู้เงินมาลงทุนอีกก้อน ลองถามตัวเองก่อนว่า
รายได้ที่เพิ่มขึ้นรอบนี้ จะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน?
เพราะเงินที่เข้ามาช่วงหนึ่ง กับภาระที่ต้องจ่ายทุกเดือน เป็นคนละเรื่องกันครับ
ข้อมูลประกอบบทความตรวจถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2569 รายงานเศรษฐกิจรายเดือนล่าสุดที่ตรวจพบเป็นเดือนสิงหาคม 2569 และใช้ประมาณการเศรษฐกิจฉบับเดือนตุลาคม 2569 ประกอบการวิเคราะห์
เศรษฐกิจภาคใต้ 2569 ดีขึ้นหรือยัง? ต้องดูว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร
ผมลองอ่านข้อมูลเศรษฐกิจภาคใต้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ภาพที่เห็นมีทั้งส่วนที่ดีขึ้นและส่วนที่ยังเหนื่อย
เดือนสิงหาคม 2569 เศรษฐกิจภาคใต้หดตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อน รายได้ท่องเที่ยวและการบริโภคบางหมวดลดลง ขณะที่รายได้เกษตรกรยังขยายตัวจากทุเรียน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ตามรายงานภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคใต้ เดือนสิงหาคม 2569 ของ ธปท. ซึ่งเผยแพร่วันที่ 30 กันยายน 2569
เห็นไหมครับว่า ในเดือนเดียวกัน คนทำธุรกิจอยู่ภาคเดียวกัน อาจรู้สึกกับเศรษฐกิจไม่เหมือนกันเลย
คนขายวัตถุดิบให้เกษตรกร คนทำร้านอาหารรับนักท่องเที่ยว คนส่งสินค้าให้โรงงาน และคนขายของให้พนักงานประจำ ต่างมีลูกค้าคนละกลุ่ม มีต้นทุนและจังหวะรับเงินต่างกัน
คำว่า “เศรษฐกิจภาคใต้” จึงยังตอบไม่ได้ว่า ร้านของคุณกำลังจะดีขึ้นหรือแย่ลง
ต้องถามต่อว่า ลูกค้าของคุณเป็นใคร แล้วเงินของเขามาจากไหน
ถ้าลูกค้าหลักของคุณมีรายได้จากสวน คุณก็ต้องดูทั้งราคาผลผลิต ปริมาณที่ขายได้ และต้นทุนของเขา
ถ้าคุณรับนักท่องเที่ยว ก็ต้องดูว่าลูกค้ากลุ่มที่คุณรับเดินทางมาหรือเปล่า เขาใช้เงินกับอะไร และรายรับที่เข้ามาเหลือถึงคุณเท่าไร
เราเอาข่าวว่าอีกจังหวัดขายดี มาตั้งยอดขายให้ร้านตัวเองไม่ได้ครับ
ยอดขายหลังน้ำท่วม อาจไม่ได้บอกว่าลูกค้ามีฐานะดีขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมว่าน่าคิดมาก คือที่มาของยอดขาย
ประมาณการเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2569–2570 ของ ธปท. ที่เผยแพร่วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ระบุว่า แรงสนับสนุนการค้าในปีนี้ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาครัฐ และการซื้อสินค้าและยานยนต์ทดแทนของที่เสียหายจากน้ำท่วมปลายปีก่อน
ตรงนี้อยากให้หยุดคิดสักนิดครับ
ถ้าคนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะของเดิมเสียหาย ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มียอดขายจริง
ถ้าคนซ่อมบ้าน ร้านวัสดุก่อสร้างกับผู้รับเหมาก็มีงานจริง
แต่ยอดขายที่เกิดขึ้น ยังไม่ได้บอกว่าลูกค้ามีฐานะดีขึ้น บางคนกำลังจ่ายเพื่อให้ชีวิตกลับมาอยู่ในสภาพเดิมด้วยซ้ำ
สำหรับร้านที่ได้รับเงินเข้ามา นี่คือรายได้ครับ ไม่มีข้อสงสัย
คำถามคือ เราจะใช้ยอดขายช่วงนั้นไปคาดการณ์อีกสามปีข้างหน้าได้หรือเปล่า?
ถ้าเราคิดว่ายอดระดับนี้จะอยู่ตลอด แล้วเพิ่มค่าเช่า เพิ่มพนักงาน ซื้อรถ หรือผ่อนเครื่องจักรตามไปด้วย พอยอดขายกลับสู่ระดับปกติ ภาระเหล่านั้นยังอยู่ครบ
ยอดขายลงได้ครับ แต่สัญญาเช่าไม่ได้ลดตามยอดขายเรา
นี่เป็นเหตุผลที่ผมอยากให้เจ้าของธุรกิจแยกรายได้ของตัวเองให้ออกว่า ส่วนไหนมาจากลูกค้าประจำ ส่วนไหนมาจากฤดูกาล และส่วนไหนมาจากเหตุการณ์ที่อาจไม่ได้เกิดซ้ำ
ทั้งสามส่วนเป็นเงินเหมือนกัน แต่เอาไปวางแผนผูกมัดอนาคตได้ไม่เท่ากัน
เกษตรกับท่องเที่ยว ต้องดูเงินเหลือจริงให้ชัด
สำหรับคนทำเกษตรก็เช่นเดียวกันครับ
ขายได้ราคาดี ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ก่อนจะเพิ่มภาระระยะยาว ต้องดูด้วยว่ารายได้สุทธิทั้งปีเหลือเท่าไร หลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในรอบถัดไปแล้ว
เดือนที่รับเงินก้อนใหญ่ อาจต้องเลี้ยงเดือนที่ยังไม่มีผลผลิตด้วย
ส่วนคนทำธุรกิจท่องเที่ยว ลองแยกให้ออกระหว่างจำนวนลูกค้ากับเงินที่เหลือ
ห้องพักเต็มจากการลดราคา กับห้องพักเต็มในราคาที่มีกำไร ให้ผลทางการเงินต่างกัน
ร้านอาหารมีลูกค้าเยอะ แต่ต้องเพิ่มคน เพิ่มวัตถุดิบ และมีของเสียมากขึ้น ก็ต้องคำนวณใหม่ว่าเหนื่อยเพิ่มแล้วเหลือเงินจริงหรือเปล่า
ทำงานจนไม่มีเวลานั่ง ไม่ได้แปลว่ามีกำไรจนไม่มีที่เก็บนะครับ
ถ้าธุรกิจยังขายได้แต่เงินหมุนเริ่มติดขัด อ่านต่อเรื่อง ธุรกิจหมุนเงินไม่ทัน SME ขาดสภาพคล่อง เริ่มแก้ตรงไหน? เพื่อแยกปัญหากำไรออกจากจังหวะรับและจ่ายเงิน
แนวโน้มเศรษฐกิจภาคใต้ปี 2570 ยังมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง
เมื่อมองไปปี 2570 ประมาณการเดือนตุลาคมของ ธปท. ยังเห็นความเสี่ยงจากเอลนีโญต่อภาคเกษตรและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ขณะเดียวกันก็คาดว่าธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารจะปรับดีขึ้นตามการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งหมดนี้ยังเป็นประมาณการที่เปลี่ยนแปลงได้
ผมจึงไม่คิดว่าเจ้าของธุรกิจควรใช้คำตอบเดียวกันทั้งหมดว่า ตอนนี้ต้องขยาย หรือทุกคนต้องหยุดลงทุน
บางกิจการมีลูกค้าจริง มีกำไร และมีเงินรองรับ การลงทุนเพิ่มอาจเหมาะสม
แต่บางกิจการเพิ่งได้เงินกลับมาหมุน การรีบขยายอาจทำให้เงินที่ควรช่วยตั้งหลัก ถูกเปลี่ยนเป็นภาระก้อนใหม่เสียก่อน
4 คำถามก่อนกู้เพิ่มหรือขยายธุรกิจ
ก่อนตัดสินใจ ผมอยากให้ลองตอบคำถามสี่ข้อครับ
หนึ่ง ถ้าตัดเดือนที่ขายดีที่สุดออก ธุรกิจยังเหลือเงินพอใช้หรือไม่?
สอง เงินที่เห็นอยู่ในบัญชี หักค่าสินค้า ค่าแรง ภาษี และเจ้าหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดแล้ว เหลือของเราจริงเท่าไร?
สาม ถ้ายอดขายต่ำกว่าที่คิด เรามีเงินรองรับได้นานแค่ไหน ก่อนจะต้องกู้เพิ่ม?
สี่ สิ่งที่กำลังจะลงทุน ช่วยให้ได้เงินเพิ่มหรือลดต้นทุนได้อย่างไร และมีหลักฐานอะไรนอกจากความรู้สึกว่า “น่าจะดี”?
ถ้ายังตอบไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องรีบเซ็นครับ กลับไปทำตัวเลขให้ชัดก่อน
มีหนี้อยู่แล้ว ต้องวางแผนเงินหมุนควบคู่กับการจ่ายหนี้
โดยเฉพาะคนที่มีหนี้อยู่แล้ว อย่าเพิ่งเอาเงินที่เพิ่งเข้ามาทั้งหมดไปโปะหนี้จนธุรกิจไม่มีเงินทำงานต่อ ต้องดูดอกเบี้ย เงื่อนไข และกำหนดชำระควบคู่กับเงินหมุนที่จำเป็น
และถ้ารู้ว่าเงินจะไม่พอจ่ายตามกำหนด ก็ควรเตรียมตัวเลขไปคุยกับเจ้าหนี้ล่วงหน้า ให้เห็นว่าจ่ายไหวเท่าไร ภายใต้รายได้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
การรับปากจากยอดขายเดือนที่ดีที่สุด อาจทำให้เรากลับมาแก้ปัญหาเดิมอีกครั้ง
สำหรับผู้ประกอบการที่มีหลายบัญชี อ่านต่อที่ แก้หนี้ SME หลายธนาคาร: วางแผนเงินสดก่อนรับแผนผ่อนใหม่ และ เจรจาหนี้ธนาคาร SME ต้องเตรียมอะไร ก่อนขอลดค่างวด?
ภาคใต้ยังมีธุรกิจที่เติบโตได้ครับ แต่โอกาสของแต่ละคนต้องดูจากลูกค้า ต้นทุน และความพร้อมของตัวเอง
ผมอยากให้ใช้ช่วงที่รายได้ดี ทำให้กิจการรับความผันผวนได้มากขึ้น ทั้งเงินสำรอง ระบบต้นทุน และภาระที่เหมาะกับรายได้
ก่อนจะเพิ่มค่างวดอีกก้อน ลองเปิดดูเดือนที่เงียบที่สุดของธุรกิจคุณก่อนครับ
ถ้าเดือนนั้นยังจ่ายไหวโดยไม่ต้องหยิบยืมเพิ่ม เราค่อยคุยกันเรื่องขยายต่อ
Antonio
ที่ปรึกษาการเงิน
เลือกอ่านประเด็นที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณได้ที่ แก้หนี้ เริ่มตรงไหน? คู่มือรวมบทความแก้หนี้ จาก Antonio
แหล่งข้อมูลและวันที่อ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้: ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคใต้ เดือนสิงหาคม 2569 เผยแพร่ 30 กันยายน 2569 และ ประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ ปี 2569–2570 ฉบับเดือนตุลาคม 2569 เผยแพร่ 5 ตุลาคม 2569
ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและประมาณการเป็นข้อมูลคนละช่วงเวลา ส่วนข้อคิดเกี่ยวกับการบริหารเงินสดเป็นการวิเคราะห์ประกอบบทความ ไม่ใช่ผลสำรวจผู้ประกอบการภาคใต้ทั้งหมด
