ก่อนกู้เงิน ควรรู้ และเข้าใจเรื่องอะไร ก่อนกู้ สำคัญกว่าหลังกู้

หลายคน กู้เงินเพราะความจำเป็น หลายคนกู้เงินเพราะใฝ่ฝัน ฟุ้งซ่าน มองเห็นแต่แง่ดีของการได้รับเงินกู้ หลายคนลืมที่จะคิดถึงเรื่องไม่ดี หรือด้านลบจากการเป็นหนี้

ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ผู้ร่วมก่อตั้ง Antonio Attorney ผมเห็นข้อผิดพลาด ของลูกหนี้ ต่างๆนานา สามารถสรุปสาเหตุได้ ไม่กี่ประการหรอกครับ เช่น กู้ไว้ก่อน ดอกเบี้ยแค่นี้สบายมาก หรือบางคนก็เพราะความจำเป็น ความเดือดร้อนเฉพาะหน้า สุดท้ายกลายเป็นหนี้สินพะรุงพะรังยืดเยื้อ หาทางลงไม่ได้ ผมขอสรุปเลยครับว่า หลายคนกู้เงิน โดยขาดความรู้ความเข้าใจ ก่อนที่จะเป็นหนี้ รู้แต่การกู้เงิน แต่ไม่รู้จักการบริหารหนี้

เหตุผลที่บอกแบบนั้นคืออะไรครับ ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย สินเชื่อบ้าน เป็นสินเชื่อที่หลายๆประเทศ สนับสนุน หรือเรียกว่าไม่กีดกันหากคนในประเทศเหล่านั้นจะเป็นหนี้บ้าน เพราะหนี้บ้าน จัดว่าเป็นหนี้ที่ดี สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว และเป็นหนี้ที่ไม่พยายามยัดเยียดความฟุ้งเฟ้อให้กับประชาชนในประเทศนั้นๆ สัดส่วนสินเชื่อบ้านในประเทศไทย ประมาณ 1 ใน 3 ซึ่งบางประเทศมีประมาณครึ่งหนึ่งของหนี้ทั้งหมด

ข้อมูลล่าสุดพบว่า สิ้นเดือนก.ย.2562 คนไทยมีหนี้ราว 21 ล้านคน เป็นหนี้ที่อยู่ในระบบ ซึ่งยังไม่รวมหนี้นอกระบบที่มีอีกจำนวนมาก สะท้อนว่าคนไทยติดอยู่ในวงจรหนี้ค่อนข้างมาก

การก่อหนี้ของคนไทยส่วนใหญ่ เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคถึง 34% หนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว หากเทียบกับต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ที่ก่อหนี้มากที่สุด คือ รถยนต์ถึง 74% และอังกฤษที่ก่อหนี้บ้านถึง 84% ขณะเดียวกันยังพบว่าคนไทยเป็นหนี้เร็ว โดยอายุ 25-30 ปี ถึง 50% ก็เริ่มมีหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และพบว่า 1 ใน 5 ของคนวัย 30 ปี เป็นหนี้เสีย

ผมอาจจะกล่าวได้ว่า คนไทยที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่ เป็นหนี้เพื่อการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นหนี้แบบไร้สาระ ไม่ก่อเกิดประโยชน์อะไรให้กับชีวิต และครอบครัวเลย จะไม่แปลกใจเลยครับว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้

เพราะคนไทยขาดความรู้ ความเข้าใจด้านการเงิน บล็อกนี้ของผม พยายามที่จะเตือนสติ และให้ความรู้ความเข้าใจ กับคนไทย ให้เรียนรู้ และเข้าใจ ว่าประโยชน์ของการมีหนี้ และโทษของการเป็นหนี้มากเกินความสามารถที่จะจ่ายหนี้ได้นั้น มันร้ายแรงมากกว่าที่คิด หวังว่าคนไทยจะเริ่มเรียนรู้การเป็นหนี้ อย่างระมัดระวัง ผ่านพ้นช่วงวิกฤตครั้งนี้ไปได้นะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney



เครดิตเทอม การเอาเปรียบจากรายใหญ่ ถ้ารายย่อยเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

การค้าขายสำหรับรายย่อย ถ้าเป็นการขายหน้าร้านของตนเอง Traffic ของลูกค้า อาจจะมีข้อจำกัด ดังนั้น ธุรกิจ SME รายย่อย เหล่านี้ จะมีความจำเป็นที่เจ้าต้องมีการค้าขาย กับ คู่ค้ารายใหญ่ๆ ซึ่งมีสาขาจำนวนมากทั่วประเทศ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กระจายเป็นวงกว้าง ถ้าสินค้าโดน ยอดขายกระฉูดแน่นอน แต่หากต้องแลกมาด้วยการดึงเงิน เครดิตเทอมกันยาว 3-6 เดือน สำหรับ ธุรกิจ SME ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ไม่มีวงเงิน OD PN หรือ ขายลดเช็ค ขาย Invoice จะทำกันอย่างไรละครับ

การขาดสภาพคล่องนับเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของ SMEs ที่นำไปสู่ปัญหาด้านหนี้สินและการสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน โดย SMEs ส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาด้านการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก “การถูกคู่ค้ายืดหรือขยายระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้า หรือระยะเวลา Credit term” 
    

ซึ่งจากการศึกษาพบว่า SMEs ที่ทำธุรกิจหรือเป็นคู่ค้ากับธุรกิจขนาดใหญ่ มักมีแนวโน้มจะถูกต่อรองขยายระยะเวลา Credit term ให้ยาวนานขึ้น โดยปี 2559 ระยะเวลา Credit term สำหรับบริษัทขนาดใหญ่อยู่ที่ประมาณ 55 วัน และสำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ นานถึง 62 วัน ซึ่งสูงกว่าระยะเวลา Credit term  โดยเฉลี่ยที่ SMEs ให้แก่คู่ค้าที่ประมาณ 30 – 45  วัน 

นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจุบัน SMEs ในประเทศไทยกว่าร้อยละ 96 มีการซื้อขายในรูปแบบเงินเชื่อ หรือมีการให้เครดิตการค้าแก่ผู้ซื้อ โดยระยะเวลา Credit term โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2559 มาอยู่ที่ 60 วัน และในบางธุรกิจได้ขยายไปสูงสุดถึง 120 วัน  ส่งผลให้ SMEs จำนวนมากได้รับผลกระทบจากสภาพคล่องทางการเงิน ที่ลดลง ดังนั้น การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลา Credit term จึงถือเป็นหนึ่งในกลไกการแก้ไขและบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง ให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของอำนาจการต่อรองระหว่าง SMEs และบริษัทขนาดใหญ่ 
    

ซึ่งทีมวิจัยเสนอให้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit term) สำหรับการซื้อ-ขายระหว่างภาคธุรกิจ โดยให้มีผลบังคับใช้ และบทลงโทษทางกฎหมาย และมีแรงจูงใจด้านบวกให้ ภาคธุรกิจปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด เพื่อให้การบรรเทาและแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของ SMEs  สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลที่ชัดเจน 3 ประการ คือ
   

    1. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลา Credit term โดยลูกหนี้การค้าจะต้องชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายใน ระยะเวลา 30 – 45 วัน
    2. เสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูลระยะเวลา Credit term โดยเฉลี่ยในการจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูล ประจำปี (แบบ 56-1)  สำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ
    3. ศึกษาและกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสร้าง แรงจูงใจสำหรับภาคธุรกิจให้มีแนวปฏิบัติที่ดี  (Best practice) ในการลดระยะเวลา Credit term

ขอบคุณแบงค์ชาติ ที่สนใจ และหาช่องทางช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ SME ให้อยู่รอดปลอดภัยในยุค รายใหญ่ของเมือง

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เงินกู้ soft loan มุมมองที่แตกต่าง จากฝั่งลูกหนี้(ที่กำลังจะตาย) กับฝั่งเจ้าหนี้ ที่จำเป็นต้องเลือก

แบงค์ชาติอาจปรับเปลี่ยนเงื่อนไขปล่อยกู้ ซอฟท์โลน บสย. พร้อมเข้ามาช่วยค้ำประกันหนี้ เนื่องจากมาตรการต่างๆที่ผ่านมา แบงก์ชาติยอมรับเองว่า ไม่ได้เอาปัญหา หรือความต้องการของลูกหนี้เป็นตัวตั้งโจทย์

ที่ผ่านมา นโยบายปล่อยกู้ soft loan แบงค์ชาติมีนโยบายให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการที่ไม่เป็นหนี้เสียก่อน 31 ธันวาคม 62 นั่นหมายความว่า ลูกหนี้ที่จะได้สินเชื่อ soft loan ต้องเป็นลูกหนี้ที่ดี แต่เกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิดเท่านั้น คือพูดง่ายๆว่ากิจการดีมาตลอด ยอดขายดี บริหารจัดการดี สุดท้ายคือประวัติในการชำระหนี้ดี

คือไม่ได้แปลว่าถ้าเป็นหนี้เสียกันมาก่อนหน้านี้แล้วโดน covid ซ้ำเข้าไปอีก กรณีแบบนี้ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะปล่อยกู้ได้ครับ

แบงค์ชาติมีนโยบายเพียงแต่ จะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับวิกฤต แต่ยังเป็นธุรกิจที่มีผลประกอบการดี ก่อนโควิดจะมา

ฉะนั้นผู้ประกอบการรายไหน ที่บอกว่าช่วยแต่เฉพาะลูกค้ารายใหญ่ รายเล็กรายน้อยไม่เห็นหัว ผมก็เข้าใจในมุมมองของลูกหนี้นะ แต่ถ้าในมุมมองของธนาคาร ธุรกิจของคุณมันเริ่มส่ออาการให้เห็นก่อนที่เขาจะมาด้วยซ้ำ แล้วยิ่งลูกหนี้รายไหนจ่ายชำระหนี้ไม่ตรง อันนี้เลิกฝันได้เลยครับว่า จะได้เงินกู้ Soft Loan มาช่วย

ใจเขาใจเรา พูดง่ายๆคือ ฝั่งเจ้าหนี้ ก็ต้องเห็นใจลูกหนี้ว่า เป็นหนี้เสียเพราะอะไร ถ้าลูกหนี้ได้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องกิจการจะกลับมาดีจริงๆใช่ไหม ซึ่งธนาคารอาจจะมองว่า ถึงอย่างไร ลูกหนี้ได้เงินกู้เสริมสภาพคล่องไป มันก็กลายเป็นเงินที่ละลายลงแม่น้ำไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

ส่วนฝั่งลูกหนี้ ก็บอกว่า ถ้าได้เงินกู้ soft loan มา ดอกเบี้ยก็ถูก แล้วยังเอามาเสริมสภาพคล่องให้กับกิจการ แต่ลองนึกและถามตัวเองจริงๆ ดูนะครับว่า เอาแบบไม่มีอคตินะครับ ด้วยใจเป็นกลาง ว่า

ที่ผ่านมา กิจการของเราที่ไปไม่รอด คือการขาดสภาพคล่องจริงหรือเปล่า หรือเหตุผลอื่นๆเช่น ที่ผ่านมาเราเอาเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท ลูกค้าเราไม่มี ลูกค้าหาย ลูกหนี้การค้ามีเยอะแต่เราเก็บหนี้ไม่ได้ ต่างๆนานาเหล่านี้ มันคือปัญหาการขาดสภาพคล่องจริงหรือไม่ หรือมันคือปัญหาจากตัวเราเอง ที่บริหารธุรกิจผิดพลาด

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เงินกู้ soft loan ส่วนของธนาคารออมสิน เร่งให้กู้ พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไข สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว

ออมสิน’ ผ่อนปรน 2 เงื่อนไข ช่วยท่องเที่ยวเข้าถึงซอฟต์โลน 10,000 ล้าน แค่หมื่นล้านจะพอไหมครับ?

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวใจชื้น “ธนาคารออมสิน“ผ่อนปรนเงื่อนไขซอฟต์โลน 1 หมื่นล้านบาท วาง 2 หลักเกณฑ์ขอสินเชื่อ ชี้ถ้ากู้ 1-2 ล้านบาทเปิดให้หาคนค้ำประกันได้ ถ้ากู้ 5-20 ล้านบาทวางหลักทรัพย์ค้ำ 30%

การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่เกิดโควิด-19 และได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นกลุ่มแรกๆ แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีเม็ดเงินลงมาอุ้มธุรกิจแต่อย่างใด 

แต่ล่าสุดก็พอมีลุ้นว่าผู้ประกอบการบางส่วนกำลังจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อ จากมาตรการซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาท ภายใต้มาตรการดูแลเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ระยะที่ 1 ซึ่งมีการกันวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาทให้กับธนาคารออมสิน เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวเป็นการเฉพาะ หลังจากเจรจากันหลายรอบจนธนาคารออมสินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการแล้ว

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระดับเอสเอ็มอี พอจะเริ่มมีความหวังว่าจะได้รับซอฟต์โลนที่รัฐบาลกันไว้ให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลังจากมีการเจรจาร่วมกัน และทางธนาคารออมสินก็ยอมผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการยื่นขอสินเชื่อให้ ได้แก่

1. กู้ในวงเงิน 1-5 ล้านบาท ผู้กู้สามารถหาคนที่ทางธนาคารเชื่อถือมาค้ำประกันให้ โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมค้ำให้ 40% และธนาคารจะไม่คิดค่าวิเคราะห์โครงการ

2. กู้วงเงิน 5-20 ล้านบาท ผู้กู้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 30% และบสย.ร่วมค้ำให้ 40% และธนาคารจะคิดค่าวิเคราะห์โครงการ 0.25-0.50% ของวงเงินกู้

ทั้งนี้ธนาคารออมสินจะพิจารณางบการเงินย้อนหลัง 2 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 2 ปี และเมื่อได้รับสินเชื่อ ทางธนาคารก็จะหารเฉลี่ยออกเป็น 6 งวด เพื่อทยอยจ่ายเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการ การผ่อนปรนดังกล่าวก็จะทำให้เอสเอ็มอีท่องเที่ยวมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินได้ เพราะสามารถหาคนที่น่าเชื่อถือมาช่วยค้ำประกันได้ จากเดิมที่จะต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น

จากเงื่อนไขที่กล่าวมา ต้องหาคนค้ำประกันที่ธนาคารออมสินสินเชื่อถือ อันนี้ไม่ชัดเจนไม่เป็นรูปธรรม สุดท้ายก็ขอดูงบการเงิน ถ้างบการเงินไม่ดีมีโอกาสไม่ผ่านอีกอยู่ดี หรือผู้ประกอบการ SME บางรายไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลเอาไว้ ก็กินแห้วได้อยู่ดีล่ะครับ

ขณะนี้สทท.ได้ส่งรายชื่อผู้ขอกู้เงินล็อตแรกให้ทางธนาคารออมสินพิจารณาแล้ว 1,200 ราย มียอดวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 4 พันล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นเอ็นพีแอล ก็จะได้รับการพิจารณาสินเชื่อออกมาก่อน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ก็น่าจะเริ่มมีการปล่อยสินเชื่อออกมาบ้าง หลังจากรอกันมานาน

อย่างไรก็ตามจริงๆ ความต้องการซอฟต์โลนของ 13 สาขาวิชาชีพท่องเที่ยว รวมกันแล้วอยากได้สินเชื่อรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท การกันวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท ก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่เราก็อยากดูก่อนว่าเฉพาะสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาทท้ายสุดผู้ประกอบการจะได้ซอฟต์โลนจริงเท่าไหร่ เพราะถ้ายังไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ก็คงจะไม่สามารถเรียกร้องขอให้รัฐกันวงเงินซอฟต์โลนเพิ่มได้

สำหรับมาตรการซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท ที่จะปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกเซ็กเตอร์ โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตราบใดที่กระทรวงการคลังหรือแบงก์ชาติ ยังไม่ได้มีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนผันหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีท่องเที่ยว ก็คงจะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อก้อนนี้ได้ เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาการให้สินเชื่อก็เป็นเหมือนการกู้แบบปกติทั่วไป ไม่ได้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ

ผมเองจะพยายามติดตามข่าวนี้ มาลงเป็นบทความให้เพื่อนๆ ได้รับรู้รับทราบกันนะครับ ผมบอกเลยว่าธุรกิจท่องเที่ยวตอนนี้ธนาคารยังไงก็ไม่เอา ไม่รู้จะกู้เงินผ่านสักกี่ราย

ที่จะกู้ผ่าน ก็ต้องเป็นลูกค้าที่เจ๋งจริงๆ หรือมีหลักประกันคุ้มมูลหนี้มากๆนะครับ อย่างลูกค้าผมทำโรงแรมที่สมุย เซ็นสัญญากู้ไปแล้วครับ 4 ล้านแต่ยังไม่ได้เงิน เอาใจช่วยนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney


เงินกู้ สินเชื่อผู้สูงวัย Reverse Mortgage จากธนาคารออมสิน

สินเชื่อสำหรับ ผู้สุงอายุ หรือ คนหลังปลดเกษียณ หรือ ที่เรียกว่า สินเชื่อ Reverse Mortgage ของ ธนาคารออมสิน ในบทความนี้ จะพูดถึง เงื่อนไข และคุณสมบัติ ของผู้กู้ รายละเอียดเป็นยังไง ลองติดตามในคลิปได้เลยครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ