ฟื้นฟูกิจการ ไม่ใช่กิจการล้มละลาย มันแตกต่างกันครับ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “การฟื้นฟูกิจการ” ไม่ใช่ “การล้มละลาย” หรือการที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ 

เพียงแต่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย จึงอาจทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่าการยื่นขอฟื้นฟูกิจการคือการยื่นขอล้มละลาย

  •  การล้มละลาย คืออะไร ?

“การล้มละลาย” คือ การที่กิจการหรือลูกหนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัว (หนี้บุคคลธรรมดาไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท หนี้นิติบุคคลไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท)

เมื่อลูกหนี้ถูกฟ้องคดี ศาลจะทำการพิจารณาสืบพยานหลักฐานว่าลูกหนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงตามคำฟ้องหรือไม่ หากว่าจริง ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้

“คำสั่งพิทักษ์เด็ดขาด” คือ การที่ศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ควบคุมกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ กล่าวคือ ลูกหนี้ไม่สิทธิกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนได้เลย ยกเว้นแต่ทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลหรือพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้แล้ว จะเข้าสู่คดีล้มละลาย ทั้งนี้ ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายในทันที แต่จะส่งหมายแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ เพื่อให้ดำเนินการจัดการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้และดำเนินการแบ่งทรัพย์สินที่รวบรวมได้เพื่อจัดสรรให้กับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายของลูกหนี้

ส่วนกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้สินมากจนไม่เพียงพอจะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องติดตามทรัพย์อื่นมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ส่วนที่เหลือต่อไป

  • ทำความรู้จัก “การฟื้นฟูกิจการ”

ตามกฎหมายการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้/ลูกหนี้ ปี 2541 ระบุว่าผู้ที่มีสิทธิ์ในขอฟื้นฟูกิจการได้นั้นจะต้องเข้าเงื่อนไข ดังนี้

– ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว 
– ลูกหนี้เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดบริษัทมหาชนหรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
– จำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
– ลูกหนี้มีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการและมีเหตุอันสมควร (ต้องไม่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด)
– ยื่นคำขอโดยสุจริต

มีการเพิ่มเงื่อนไขในการยื่นฟื้นฟูกิจการสำหรับบุคคลธรรมดา มีหนี้สินเกิน 2 ล้านบาท

สำหรับบริษัทและนิติบุคคลอื่น มีหนี้สินเกิน 3 ล้านบาท ก็สามารถยื่นฟื้นฟูกิจการได้ครับ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ 2 ใน 3 และยื่นเป็นเอกสารยืนยันในวันยื่นทำแผนต่อศาลล้มละลาย ซึ่งจะแตกต่างกับบริษัทที่มีหนี้สินเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ครับ

โดย หากผลของคำสั่งศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้จะได้รับสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) ในกรณีศาลเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการผู้บริหารแผนจะดำเนินการตามแผนระยะเวลาตามแผน 5 ปีขอขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หัวใจสำคัญของ “การฟื้นฟูกิจการ” คือ เมื่อศาลสั่งรับคำขอฟื้นฟูกิจการ สภาวะการพักการชำระหนี้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า automatic stay เกิดขึ้นทันทีนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

“สภาวะการพักการชำระหนี้” นี้เอง ที่เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้และเป็นจุดแข็ง ทั้งนี้ เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินการไปต่อได้และดูแลสภาพคล่อง (liquidity) ของธุรกิจ โดยไม่ต้องกังวลว่าธุรกิจหรือกิจการจะถูกเรียกให้ชำระหนี้หรือถูกฟ้องร้อง สภาวะการพักการชำระหนี้

หากกล่าวให้เห็นภาพ เสมือนหนึ่งธุรกิจหรือกิจการจะอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่ที่จะป้องกันการถูกฟ้องร้อง ถูกบังคับคดี ถูกบังคับชำระหนี้ ถูกงดให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ประโยชน์ข้างต้นที่ลูกหนี้จะได้รับ ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่ได้อาศัยการพักชำระหนี้เป็นเหตุของการประวิงคดี ดังสุภาษิตกฎหมายที่ว่า “ผู้ที่มาพึ่งศาล จะต้องมาศาลด้วยมือสะอาด” (He who comes to equity must come with clean hands)

สำหรับหน้าที่ของลูกหนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีอย่างไรนั้น กฎหมายก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าลูกหนี้ยังสามารถประกอบธุรกิจตามที่จำเป็นของธุรกิจเท่านั้น เพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น ลูกหนี้จะจำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

แต่ กรณีที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ยอมรับแผน และศาลไม่เห็นชอบด้วยแผน อาจสั่งยกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการ หรือหากลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลายไว้ให้ไปดำเนินคดีล้มละลายนั้นต่อไป ในกรณีที่ผู้บริหารแผนพ้นตำแหน่ง และไม่อาจเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ศาลอาจมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่วนกรณีระยะเวลาตามแผนสิ้นสุดแต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่สำเร็จ ศาลอาจมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

  • สรุปแล้ว การฟื้นฟูกิจการ VS การล้มลาย ต่างกันอย่างไร

กล่าวโดยสรุปคือ “การฟื้นฟูกิจการ” ถือเป็นการรักษาให้กิจการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจ ได้ตามปกติ หรือพูดง่ายๆ ว่า ผู้ยื่นขอให้มีการฟื้นฟูกิจการต้องการรักษาความเป็นกิจการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง (going concern) จะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลายทั้งเจ้าหนี้ภายในและต่างประเทศ รวมถึงจะเปิดโอกาสให้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และแผนธุรกิจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาจมีผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกบริษัทมาร่วมดำเนินการ

ในขณะที่ “การล้มละลายหรือการถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์” นั้น จะไม่ได้เป็นการทำให้ธุรกิจดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่เป็นการมุ่งไปสู่กระบวนการค้นหาและรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อนำมาแบ่งให้กับเจ้าหนี้ โดยการยึดหรืออายัดและนำมาขายทอดตลาด และในขณะที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี จะเป็นผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

Antonio Attorney ที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย บริษัทของเรา รับดำเนินการยื่นฟื้นฟูกิจการ และเป็นตัวแทนในการเจรจาเพื่อแก้ไขหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับท่านเจ้าของธุรกิจ ที่ธุรกิจเริ่มมีปัญหา ติดต่อเราครับ เราพร้อมที่จะเดินเคียงข้าง เพื่อสู้กับเจ้าหนี้ไปกับคุณครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

10 ขั้นตอน กระบวนการยื่นฟื้นฟูการบินไทย รายย่อยเอาไปเลียนแบบได้นะครับ ขอฟื้นฟูกิจการของตัวเองได้

ธุรกิจ sme ขนาดเล็ก ก็ยื่นฟื้นฟูกิจการตนเองได้นะครับ เพียงแต่ท่าน มีหนี้เกิน 3 ล้านบาท ก็สามารถเข้ายื่นฟื้นฟูกิจการได้

10 ขั้นตอน สำหรับการบินไทย แต่สำหรับรายย่อยเริ่มที่ขั้นตอนข้อที่ 3 ครับ

1.ครม.ให้ความเห็นชอบให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย โดยกระทรวงการคลังลดการถือหุ้นให้ต่ำกว่า 50%

2.การบินไทยมีมติยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและเสนอตัวเองเป็นผู้ทำแผนต่อศาลล้มละลาย รวมทั้งตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาเจ้าหนี้ 

3.การยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลาย โดยกรณีศาลรับคำร้องจะทำให้การบินไทยได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 90/12 หรือสภาวะพักชำระหนี้ (รายย่อย เริ่มจากข้อนี้)

4.ส่งหมายให้เจ้านี้

5.ประชุมเจ้าหนี้ โดยเสียงข้างมากเลือกผู้ทำแผน (ข้อนี้ สำหรับรายย่อย ต้องได้รับความเห็นชอบกับเจ้าหนี้ 2 ใน 3 นับตั้งแต่วันที่ยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายครับ)

6.ศาลตั้งผู้ทำแผน และผู้ทำแผนเข้าควบคุมกิจการ

7.ผู้ทำแผนเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ 

8.ประชุมเจ้าหนี้เพื่ออนุมัติแผนฟื้นฟู ในขั้นตอนนี้อาจต้องปรับปรุงแผนพื้นฟู

9.ศาลพิจารณาเห็นชอบแผนและแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟู

10.ดำเนินการตามแผนฟื้นฟู

นักธุรกิจ และผู้ประกอบการ sme หากท่านประสบปัญหา มีหนี้สินกับสถาบันการเงิน จนกิจการเริ่มติดขัดและมีปัญหา บริษัท อันโตนิโอ แอททอร์นี จำกัด เราให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย เราเชี่ยวชาญด้านการเจรจา และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เราพร้อมที่จะเดินเคียงข้างไปกับท่าน เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคและสู้กับเจ้าหนี้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เพซ ดีเวลลอปเมนท์ ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ คาดหากเจ้าหนี้รับแผน บริษัทรอด เพราะมีธนาคารเตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่ม เพื่อทำโครงการให้จบ

เพซ ดีเวลลอปเมนท์ เผยแนวทางฟื้นฟูกิจการ เร่งก่อสร้าง นิมิตร หลังสวน ยันมีสถาบันการเงินตกลงให้การสนับสนุนแล้ว

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เพซ คันทรี่ คลับ จำกัด(PCC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ (โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ100) ในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ และ PCC ต่อศาลล้มละลายกลาง (ศาล) วันที่ 24 เมษายน 2563

โดย เพซ ดีเวลลอปเมนท์ และเพซ คันทรี่ คลับ จะเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเอง โดยแผนเบื้องต้น เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จะเร่งงานก่อสร้างโครงการนิมิตหลังสวนให้แล้วเสร็จ 100% โดยมีสถาบันการเงินที่ติดต่อประสานกันไว้แล้ว ในส่วนของให้กู้เพิ่ม ซึ่งโครงการนิมิต หลังสวน บริษัทมีลูกค้าที่จอง และพร้อมโอนเมื่อโครงการเสร็จอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา บริษัทรับรู้รับทราบปัญหาการขาดสภาพคล่อง และพยายามอย่างเต็มที่ ในการแก้ปัญหา บริษัทพร้อมที่จะมีการปรับโครงสร้างทางการเงินและองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการดำเนินงานทั้งหมด และให้ความร่วมมือประสานงานกับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินทุกฝ่าย

ที่นี้เรามาทำความเข้าใจ คำว่าการฟื้นฟูกิจการ คืออะไร ทำอย่างไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

ฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เป็นกระบวนการทางศาล โดยผู้ร้องขอ ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลต่างหากจากคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลายธรรมดา เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาทางการเงินของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาบริหารกิจการได้อีกครั้งและเป็นการเริ่มต้นใหม่โดยปราศจากหนี้สินทั้งปวง

จุดประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้กิจการของลูกหนี้ ดำเนินการต่อไปได้ และเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้มากกว่าที่จะให้ลูกหนี้ล้มละลาย

ข้อดีเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

ข้อดีของการฟื้นฟูกิจการสำหรับเจ้าหนี้และลูกหนี้มีหลายประการ เช่น ลูกหนี้สามารถหลุดพ้นจากหนี้ และผูกพันตามแผนฟื้นฟูกิจการแทน, กรณีอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือ ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือ พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด กฎหมายกำหนดให้เป็นช่วงพักชำระหนี้ ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคล, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่ง, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย, ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้, ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้แก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน, ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกให้ฟื้นฟูกิจการ มีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ทั้งปวง

การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมีหลักเกณฑ์อย่างไร?

– ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

– ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกัน โดยหนี้มีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

– มีเหตุสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

– ลูกหนี้ยังไม่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

– ลูกหนี้ยังไม่ได้ถูกศาลหรือนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคล และยังมีมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องไม่เลิกกันด้วยเหตุอื่น ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่ก็ตาม

การร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการจะต้องมีการฟ้องคดีล้มละลายก่อนหรือไม่

การยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยื่นได้ทั้งในกรณีที่ลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว และก่อนที่จะมีการฟ้องให้ล้มละลายก็ได้

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลอย่างไร

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลดังนี้
1.ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่ป็นลูกหนั้
2.ห้ามนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้
3.ห้ามธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการ ประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ
4.ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ และห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย
5.ห้ามเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิด หรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
6.ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
7.ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับคดีเอากับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน                                                       8.ห้ามมิให้เจ้าหนี้ที่บังคับชำระหนี้ได้บังคับได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้

มีวิธีการอื่นนอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่?

นอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการ ยังมีอีกวิธีการหนึ่ง คือ การประนอมหนี้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี
1. กรณีลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ต้องยื่นคำขอประนอมหนี้ต่อศาลและการจะได้รับการประนอมหนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และศาล
2. กรณีที่ลูกหนี้ยังไม่ถูกฟ้องให้ล้มละลาย และเจ้าหนี้และลูกหนี้ มิได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล เจ้าหนี้และลูกหนี้ อาจเจรจาตกลงประนอมหนี้ต่อกัน เช่น การทำสัญญาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อลดจำนวนหนี้ หรือทำข้อตกลงเพื่อขอชำระหนี้บางส่วน หรือโอนหุ้นบางส่วนของบริษัทลูกหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี การตกลงใดๆก็ตาม เจ้าหนี้และลูกหนี้ควรขอคำแนะนำ และคำปรึกษาจากทนายความที่น่าเชื่อถือ เพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ปัจจุบันบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีหนี้สินรวมประมาณ 12,054 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินกู้ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB จำนวน 10,835 ล้านบาท และหุ้นกู้เอเซีย พลัส PACE 202 A จำนวน 1,219 ล้านบาท ขณะที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนามี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิมิตหลังสวน และโครงการมหาสมุทรมูลค่ารวมราว 11,750 ล้านบาท

โดยเฉพาะโครงการนิมิตหลังสวน มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 80 -90% หรือคิดเป็นยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ราว 6,500 ล้านบาทที่จะทยอยโอนและรับรู้รายได้เมื่อการก่อสร้างเสร็จ โดยเหลือยอดขายอีกเพียง 1,500 ล้านบาท

โดยได้ดำเนินก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 70%  เสร็จไปกว่า 50 ชั้น จากพื้นที่โครงการทั้งหมดที่มีจำนวน 58 ชั้น  ซึ่งต้องการเงินกู้จากธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อลงทุนอีกราว 500-600 ล้านบาท หลังจากที่ธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อ เพื่อรอความชัดเจนหลังศาลฯมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟื้นฟูกิจการ และแผนเดิมโครงการนิมิตรหลังสวน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% ภายในไตรมาส 4/2563

นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2563  บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต่อศาลล้มละลาย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของกลุ่มบริษัทดีนแอนด์ เดลูก้า อิงค์ ยังช่วยให้บริษัท เพซ ฯ สามารถหยุดรับรู้ผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา

รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการของศาลในการจัดการหนี้สินของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่ม บริษัท ดีน แอนด์เดลูก้า อิงค์สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในอนาคต 

นี่คือคุณสมบัติพิเศษ คือ ถ้าคุณมีหนี้เกิน 10 ล้าน คุณจดทะเบียนบริษัท และพิสูจน์ได้ว่าคุณมีหนี้สินล้นพ้นตัว คุณสามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตัวเองได้ ทุกอย่างจะระงับหมด นี่คืออีกหนึ่งเคล็ดลับไม้ตายของลูกหนี้

คุณผู้อ่าน ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท และเริ่มมีหนี้สินมากจนรู้สึกว่ารับมือไม่ไหวแล้ว บริษัทผม Antonio Attorney ให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย ลองให้มืออาชีพช่วยคุณดูสิครับ การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ลูกหนี้ควรจะต้องลอง บริษัทผมยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney