เมื่อเป็นลูกหนี้ คุณมีแค่ 2 ทางเลือก ที่เจ้าหนี้มีให้

ผมมีเรื่องมาถ่ายทอดให้ฟังครับ ถึง ชะตากรรมของลูกหนี้ ที่เป็นหนี้ธนาคาร คุณมี แค่ 2 ทางเลือก ที่คุณจะเป็นได้ ทางเลือกแรก เป็นลูกหนี้ที่ดี แล้วตั้งหน้าตั้งตา หาเงินจ่ายดอกเบี้ยไป ส่วนอีก 1 ทางเลือก ติดตามฟังในคลิปได้เลยคครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

คาถา พ่อรวย สอนลูก 4 คำ แบบเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีแสนล้าน

เจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี ตอนนี้รั้งตำแหน่ง เจ้าสัวที่รวยลำดับสองของประเทศไทย ซึ่งมีภรรยาคือ คุณหญิง วรรณา สิริวัฒนภักดี ทั้งสองท่าน มีหลักการ และปรัชญา สอนลูกๆ ในครอบครัวอย่างไร ….


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

20 วิธี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณ

ประสิทธิภาพในการทำงาน คำว่ามีประสิทธิภาพคือ สำเร็จ ด้วยการใช้ทรัพยากร เวลา คน และอื่นๆ ให้น้อยที่สุด ทีนี้เรามาดูกันครับว่า 20 วิธี ทีจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้คุณ มีอะไรบ้าง

1. อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ข้อแรกนี่สำคัญที่สุดเลยครับ ไม่จำเป็นจะต้องตั้งปณิธานว่า ปีหน้าคุณจะทำอะไร อีกปีละจะทำอะไร ก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ มันก็เรื่อยๆอย่างนั้นแหละ ไม่เกิดเลยสักที ข้อแรกคืออย่าผลัดวันประกันพรุ่งครับ วันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร ว่ากันไปเลย

2. เอาชนะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หลายคนมักจะมีภาพมายาสะกดจิตตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นอุปสรรคที่คุณมองว่ามันใหญ่โตมาก ถ้าคุณเห็นอุปสรรค คือกำแพงสูงตระหง่านตรงหน้าคุณ คุณคงทะลุกำแพงนั้นไปถึงอีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ นั่นแหละคุณถึงรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณมันเป็นไปไม่ได้ ทำไมคุณไม่คิดที่จะสร้างบันได หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณปีนข้ามกำแพงสูงใหญ่นั้นไปให้ได้ สร้างหรือปีนขึ้น ทีละขั้น ทีละขั้น สุดท้ายคุณก็จะสามารถปีนบนกำแพงที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่คุณคิดว่า คุณจะปีนข้ามมันไม่ได้ ลองทำดูครับ พยายามให้มากครับ

3. คุณใช้เวลาจ้องหน้าจอวันละกี่ชั่วโมงครับ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยีต่างๆทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น แต่บางครั้ง มันก็ทำให้คุณเสียเวลามาอย่างมากมายมหาศาล คุณลองเลิกเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ทำงาน ขณะที่คุณใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ คุณก็เปิดเฉพาะหน้าจอที่คุณทำงานเท่านั้น ไม่ต้องเปิดหน้าจอเช็คอีเมล เปิด facebook หรือ เปิด YouTube เปิดเฉพาะหน้าจอที่คุณต้องทำงาน แล้วปลดปล่อยความเป็นอิสระของตัวเอง เพื่อมุ่งมั่นที่จะทำงานเท่านั้น

4. ผ่อนคลายสมองคุณบ้าง คนที่ทำงานมีประสิทธิภาพเขาจะไม่ทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ สำหรับส่วนตัวผมเอง จะแบ่งการทำงานเป็น 20 นาที พัก 10 นาที เท่ากับ 1 ชั่วโมง ผมจะทำงานทั้งหมด 40 นาที แต่ผมจะพักเป็นช่วง 20 ต่อ 10 มันจะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองไปปรับใช้ให้เหมาะกับคุณเอาเองละกันครับ

5. หยุดทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ต่อเนื่องมาจากข้อ 4 หมายถึงว่า คุณทำงานโดยต่อเนื่องและคุณจำเป็นต้องพัก เวลาที่คุณพักคุณควรจะพักแบบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เวลาพักคุณก็ยังท่องโลกอินเตอร์เน็ตอยู่ คุณควรจะออกจากสิ่งแวดล้อมของการทำงาน ออกไปดูทิวทัศน์บรรยากาศข้างนอกบ้าง ส่วนตัวผมก็คงจะนั่งนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ผ่อนคลายร่างกาย และผ่อนคลายสมอง หรือออกไปข้างนอกบ้าน หรือนอกออฟฟิศของคุณ พักสายตา มองบรรยากาศรอบรอบแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ ผ่อนคลายบ้างครับ

6. เป้าหมายตลอดชีพ คุณต้องกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้น คือวันนี้ คุณจะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร ระยะกลางคือรายสัปดาห์หรือรายเดือน จะทำอะไรให้เสร็จ ระยะยาวคือ 1 ปี ในความคิดของผม คุณไม่ควรกำหนดระยะยาว 2 ปี 3 ปี 4 ปี 5 ปีข้างหน้าแค่ 1 ปี ในยุคนี้ผมถือว่ายาวแล้ว

เอาชนะสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ถ้าคุณเห็นอุปสรรค คือกำแพงสูงตระหง่านตรงหน้าคุณ คุณคงทะลุกำแพงนั้นไปถึงอีกฝั่งหนึ่งไม่ได้ นั่นแหละคุณถึงรู้สึกว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณมันเป็นไปไม่ได้ ทำไมคุณไม่คิดที่จะสร้างบันได หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณปีนข้ามกำแพงสูงใหญ่นั้นไปให้ได้ สร้างหรือปีนขึ้น ทีละขั้น ทีละขั้น สุดท้ายคุณก็จะสามารถปีนบนกำแพงที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่คุณคิดว่า คุณจะปีนข้ามมันไม่ได้ “

7. การประเมินคุณค่าของงานที่จะทำ คุณควรจะประเมินคุณค่าของงานที่คุณกำลังจะทำ ว่ามันคุ้มค่ากับการที่คุณจะต้องเสียเวลาทำ เสียพลังงาน เสียงพลังสมองของคุณ หรือเปล่า?

8. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น คุณตั้งเป้าไว้ว่า คุณอยากเป็นนักเขียน ซึ่งมันไม่ชัดเจน แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายว่า คุณจะเริ่มเขียนบทความ อาทิตย์ละ 1 บทความ แล้วคุณจะทำมันให้ได้ 52 บทความใน 1 ปี มันจะเป็นเป้าหมายเชิงรุก และผลักดันคุณ ให้เข้าใกล้กับความจริงที่คุณตั้งเป้าไว้มากที่สุด

9. เฝ้าดูจังหวะร่างกาย และสมองคุณ ว่าช่วงเวลาไหน ที่คุณสามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วสมองจะมีจังหวะที่เป็นธรรมชาติ ของตัวบุคคลนั้นๆเอง เช่นบางคนที่ตื่นเช้า ก็มาทำงานที่สำคัญเป็นอย่างแรกๆในช่วงเช้า แต่เป็นคนที่ชอบนอนดึกเขาก็จะมักจะทำงานได้ดีช่วงดึกๆ แค่คุณ รู้สึกได้ว่าตัว คุณมีประสิทธิภาพมากที่สุดตอนไหน ใช้จังหวะนั้นแหละที่ทำงาน ที่คุณคิดว่ายากที่สุดให้จบ

10. หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดไม่เป็นผลลัพธ์เสมอไป ความเครียดหรือความกดดันเล็กๆน้อยๆ บางครั้งมันก็อาจจะสร้างประสิทธิภาพให้คุณทำงานได้ดีขึ้น แต่บางครั้งความเครียดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้คุณผิดหวัง และจะทำงานได้ไม่ดี ดังนั้นหากคุณรู้สึกเครียด ให้ใช้เวลาสักพักเพื่อปรับสภาวะความเครียด

11. จัดงานเป็นหมวดหมู่ การจัดงานเป็นหมวดหมู่ หรือเป็นชุด จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น

12. กลยุทธ์จัดการโดยอัตโนมัติ คุณสามารถใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีอยู่ ช่วยการทำงานของคุณให้เป็นระบบ โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำงาน เป็นขั้นเป็นตอนแบบเดิมๆ ลองหาแอพ ต่างๆ ที่จัดระบบ มาช่วยงานของคุณดู

13. บนหน้ากระดาษ เคล็ดลับนี้ง่ายๆ และตรงไปตรงมา เมื่อคุณได้งานใหม่ที่ได้รับมอบหมาย จดมันไว้เลยครับ เขียนบันทึกทุกครั้งที่คุณได้รับงานใหม่ คุณต้องจดอย่าพยายามจำ สำหรับผม มีแอปที่ช่วยงานตรงนี้ได้ เช่น google task google calendar ลองไปใช้ดูครับ อย่าจำครับถ้าคุณจำแล้วคุณจะงง

14. ช่วงเวลาที่สมองของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือช่วงเวลา 2.5 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมง หลังจากที่คุณตื่นนอน หลายคนสร้างแรงบันดาลใจ หรือพยายามกระตุ้นตัวเองในช่วงเวลานั้น ถ้าคุณตื่นเช้า บางคนตื่นตั้งแต่ 4:00 น 5:00 น คุณจะใช้ช่วงเวลาหลังจากที่คุณตื่นมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในช่วงนั้น แต่หลายคนพลาดโอกาสเพราะช่วงเวลาหลังจากตื่น คุณต้องเดินทางมาทำงาน แล้วสภาพการจราจรที่ไม่เป็นใจเลย หรือ บางคนทำงานที่ไม่มีผลิตผลสำคัญอะไรออกมาเลย น่าเสียดายมากครับ

15. คุณต้องปิดกั้นการรบกวนทั้งหมด ในช่วงเวลาที่คุณทำงาน อีเมล์ สายเรียกเข้า คุณต้องจดจ่อกับงานที่ทำก่อน เสร็จแล้ว ค่อยกลับไปเคลียร์สิ่งต่างๆ เหล่านั้น

16. พลังของการทำงานร่วมกัน คุณมีจุดแข็งและจุดอ่อน คุณต้องให้คนอื่นช่วยงานคุณในจุดแข็งของเขา แล้วใช้จุดแข็งของคุณช่วยงานคนอื่น เพราะทุกคนมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวเอง

17. การอ่านให้เร็ว คุณต้องฝึกฝนการอ่าน และทำความเข้าใจในเนื้อหา หรือสิ่งที่คุณต้องอ่านให้เร็วขึ้น อันนี้เป็นทักษะที่คุณต้องฝึก

18. กฎ ” ถ้า… แล้ว… ” สมมุติว่าถ้าเกิดคุณทำงานแล้วหมดแรงจูงใจ ให้คุณใช้กฎข้อนี้ ถ้า …. แล้ว…. เช่นตั้งไว้กับตัวเองว่า ถ้าคุณทำงานให้เสร็จภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมงนี้ ถ้าทำได้ตามนี้แล้ว คุณจะขอไปพัก นั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนสักครึ่งชั่วโมง คุณต้องวางกรอบการทำงานให้อยู่ในวลีที่ว่า ” ถ้า……….แล้ว………. ” วางกรอบเอาไว้ครับ

19. เพิ่มศักยภาพตัวคุณเอง ด้วยการพูดกับตัวเอง การพูดกับตัวเอง เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่ คุณสามารถใช้ได้ทุกเมื่อ ใช้มัน เมื่อคุณหมดแรงจูงใจ คุณเพิ่มแรงจูงใจให้กับตัวเอง เตือนตัวเองตลอด และสม่ำเสมอ ให้กําลังใจตัวเองว่าคุณ ทำได้ คุณจะทำได้คุณจะถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ ให้ได้

20. ใส่ใจในสุขภาพ คนที่มีประสิทธิภาพ เขาจะอยู่กับกิจวัตรประจำวันของเขาแบบใส่ใจในสุขภาพครับ ดูแลตัวเองด้วยครับ ทำตามกำหนดที่ตั้งไว้ เป็นกิจวัตรที่เต็มไป ด้วยนิสัยที่ก่อให้เกิดผลดี และส่งเสริมสุขภาพของตัวเอง อย่าทำกิจวัตรประจำวันอะไรของคุณในแบบที่ทำลายสุขภาพตัวคุณเองครับ

ลองทำดูครับ ทั้ง 20 ข้อ หวังว่า จะทำให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

6 สาเหตุ กิจการจะไปไม่รอด ก่อนจะถึงปีที่ 7

ธุรกิจ SME ต้องระวัง กิจการ ธุรกิจเจ๊ง ต้องระวังอะไรบ้าง ตัวเลขของบริษัทที่จะรอดไม่รอดใน ช่วงแรก 2-3 ปี แรก คือ 50% จากนั้น บริษัท จะเหลือรอดเพียง 30% จากปีแรก ภายในปีที่ 7-10 จากนั้น ถ้ารอดก็อาจจะอยู่ยาวแล้วละครับ ทีนี้ ถ้าอยู่ยาว แล้วไม่พยายามใหญ่ ก็อาจจะไปได้อีก แต่ก็คง ทรงๆ ทรุุดๆ

ผมเอง มีประสบการณ์ที่อยู่ในฝั่งที่ปรึกษาการเงิน เห็นอะไรมาเยอะ ถ้าในช่วงแรก ที่บริษัทไปไม่รอด ส่วนใหญ่เพราะธุรกิจมันไม่ function คือ มันไม่ได้ด้วยตัวธุรกิจอยู่แล้ว สินค้า หรือ บริการไม่ดี ไม่โดนใจตลาด ก็น่าจะไม่รอดตั้งแต่ช่วงแรกๆ อยู่แล้วครับ แต่ถ้าหาก รอดมาได้จากช่วงแรก และได้ผ่านช่วงรุ่งโรจน์ละก็ ธุรกิจที่จะเจ๊งในช่วงภาคสอง ก็จะมีสาเหตุ ต่างๆ ดังนี้ ละครับ

  1. มั่นใจ และมองโลกแบบเข้าข้างตัวเองมากไป ไม่มีความระมัดระวัง ในการทำธุรกิจ คือ ไม่มีแผนสอง แผนสาม ไว้รองรับปัญหา

2. ขาดการวางแผนที่ดี สืบเนื่องมาจากข้อแรกละครับ การวางแผน หาทิศทางให้กับบริษัท แบบชัดเจนว่า เราจะไปทางไหน ถ้าไปจะไปอย่างไร หรือ ถ้ามีปัญหาเราจะแก้ไขอย่างไร เราต้องเตรียมพร้อม และมีกาารวางแผนไว้ล่วงหน้า

“โตเร็วเกินไป อันนี้ เป็น กับดักที่น่ากลัวมาก เพราะมันจะเร็วมาก คือ มันมาวูบเดียวแล้วจากไปแบบ งง งง เลยนะครับว่า เฮ้ย เราเจ๊งได้ไงวะ”

3. บริหาร จัดการไม่เป็น ข้อนี้ มันครอบคลุมกว้างมากนะครับ อันนี้มันเกี่ยวกับงานภายในของบริษัทแล้วละ บริหารคน บริหารเงิน ข้อนี้ ผมเองก็ยังว่ายากเลยครับ สำหรับการบริหารคน ส่วนบริหารเงิน ไม่ยากสำหรับผม การบริหารคนสำคัญมาก เพราะคน หรือ พนักงานเป็นฟันเฟือง ที่จะขับเคลื่อนบริษัท หรือ องค์กรไปข้างหน้า

4. ขาดเงินทุน ข้อนี้ ผมว่า น่าจะเรียกว่าสายป่านก็ได้ เพราะถ้าไม่มีเงินทุนแล้ว ช่วงแรกเราคงไม่กล้าเปิดตัวบริษัท แต่ถ้าอะไรมันไม่เป็นไปแบบที่เราคาดการณ์ คือรายได้มันไม่มาตามที่ตั้งไว้ ทีนี้ละครับ คำว่าเงินทุน หรือสายป่าน ใครจะยาว คนนั้นก็จะอยู่รอด แต่เงินทุน มันก็เป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ถ้ามีบริหารจัดการดี แก้ปัญหาได้เร็ว สายป่านก็อาจจะไม่ต้องใช้เยอะก็ได้

5. ขัดแย้งกับหุ้นส่วน ผมว่าข้อนี้นะ เราต้องมาทำ ธรรมนูญกันภายในบริษัท ให้เรียบร้อยกันก่อน แล้วว่ากันไปตามนั้น ไม่น่าที่จะติดขัดนะครับ ถ้า ทะเลาะกันก่อน หาแนวทางหรือหลักการ ที่จบกันก่อนตั้งแต่แรก

6. โตเร็วเกินไป อันนี้ เป็น กับดักที่น่ากลัวมาก เพราะมันจะเร็วมาก คือ มันมาวูบเดียวแล้วจากไปแบบ งง งง เลยนะครับว่า เฮ้ย เราเจ๊งได้ไงวะ หากธุรกิจของเรา คาดการณ์ หรือมองตลาดออก ออเดอร์ หรือ ลูกค้าเข้าแบบถาโถม ตั้งตัวไม่ทัน เราก็ตกใจ เพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มกำลังคน แต่บางครั้ง เราไม่รู้ว่า ไอ้ออเดอร์ที่เข้ามานั้น มันอาจจะแค่ชั่วคราวละก็ เรียบร้อยครับ สต๊อก เหลือบาน คนที่จ้างมา ล้นงาน เอาออกยังไงละครับทีนี้ เจ๊ง

ครับ จากทั้งหมด 6 ข้อ เพื่อนๆ ลองไปหาคำตอบ ที่จะแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่จะทำให้ ธุรกิจที่เรียกว่า SME แบบเราๆ เนี่ย ไม่ให้เจ๊ง แล้วอยู่กันไปนานๆ ขอให้สำเร็จทุกท่านนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หนี้ ก้อนเล็กๆ ที่พร้อมจะทำลายล้างคุณ

ผมในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้งที่ให้คำปรึกษาส่วนตัว และให้คำปรึกษาในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ให้กับลูกค้า ทั้งเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ ธุรกิจ sme หรือประชาชนลูกหนี้รายย่อยทั่วไป ผมสามารถสรุปได้เลยครับว่า ทุก หนี้ ที่เป็นหนี้เสีย เริ่มมาจาก หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ผมอาจจะใช้คำว่า หนี้ 2 ประเภทนี้ เป็นสารตั้งต้นชั้นดี ในการที่จะทำให้หนี้ของคุณ กลายเป็นหนี้เสีย และลุกลาม ให้กลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ขึ้นมาได้ ผมพูดไม่ผิดครับ เราลองมาดูกันครับว่า มันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร

บัตรเครดิต

ผมขออนุญาตแบ่งเป็น 2 กลุ่ม สำหรับวงจรเริ่มต้นในการเป็นหนี้เสีย

กลุ่มที่ 1 หนี้รายย่อย คือ หนี้ ของพี่น้องประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่จะเริ่มจาก บัตรเครดิต หรือ บัตรผ่อนสินค้า เช่น อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ อยากได้ notebook เครื่องใหม่ เริ่มด้วยการขอบัตรเครดิตหรือบัตรผ่อนสินค้า หลังจากที่เริ่มผ่อนได้งวด สองงวดแรก ก็ยังมุ่งมั่นและตั้งใจในการผ่อนหนี้ดี ต่อมาซักระยะ อยากได้ของเพิ่ม บัตรเครดิตหรือบัตรผ่อนสินค้า วงเงินอาจจะไม่พอ จึงจำเป็นต้องขอวงเงินเพิ่มใหม่อีก 1 บัตร คราวนี้เริ่มสนุกสนานกับการผ่อน เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมุนหนี้ได้ สรุปก็คือเริ่มมัน สนุกในการกู้เงิน ผมให้เวลาลูกหนี้กลุ่มนี้ ไม่เกิน 3 ปี สุดท้ายจะเริ่มหมุนหนี้ไม่ออก จากบัตรเครดิต เปลี่ยนสภาพเป็นบัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล สุดท้ายหันหยิบยืมญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เริ่มต้นจากหนี้บัตรเครดิต วงเงินไม่มาก ผ่านไปผ่านมา 3-4 ปี หนี้อาจกลายเป็นหลักล้าน

สำหรับ เพิ่มจากกลุ่มแรก อาจจะมีประเภทนี้เข้ามาบ้าง เดิมเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินสูง ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะกู้ซื้อบ้านเป็นของตัวเองให้ได้ สุดท้ายหลังจากนั้นกู้บ้านสำเร็จ เริ่มมั่นใจตัวเอง บัตรเครดิตต้องมี รถยนต์ต้องมี วาระสุดท้ายก็ไม่ต่างจากลูกหนี้ กลุ่มที่ 1 ในย่อหน้าแรกที่ผมกล่าวถึง หนี้เสีย อันนี้อาจจะหนักหน่อย ทั้ง หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้สินเชื่อบุคคล มีหมด

บัตรกดเงินสด

กลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ ธุรกิจ sme สำหรับกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ถ้าเริ่มจาก หนี้เสียบัตรเครดิต คนกลุ่มนี้จะกู้สินเชื่อธุรกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ 2 นี้ มักจะมีหนี้บัตรเครดิตที่ดีมาก่อน แล้วเมื่อเครดิตดี ธุรกิจดี กู้เงินธนาคารมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อกู้ง่าย กู้ได้เยอะ กู้ได้เร็ว ถ้าเป็นนักบริหารที่ดี เงินกู้ สำหรับธุรกิจ มันจะต้องมีวัตถุประสงค์ในการใช้เงินกู้นั้นๆ เจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ดี คือ ต้องอนุมัติวงเงินกู้ให้เหมาะสมกับการใช้เงิน ไม่มากไป ไม่น้อยไป และต้องมีการควบคุมการใช้เงินของลูกหนี้ได้ วงเงินต่างๆ ที่ให้เบิกใช้จะต้องมีวัตถุประสงค์ในการเบิกและมีขั้นตอนในการเบิกที่เข้มงวด ช่วงระยะเวลาหลังๆ ธนาคารมีการ set วงเงิน ไม่มีการเบิกจ่ายเงินได้ยากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เขาเรียกว่าวงเงิน OD ซัพฯ ธนาคารจะให้วงเงินโอดี แต่จะให้ตีเช็คจ่ายได้เฉพาะ supplier ที่เป็นคู่ค้ากันเท่านั้น เพราะในอดีตวงเงินโอดีเป็นตัวทำลายล้างธุรกิจ sme เพราะหากเจ้าของกิจการ คุมตัวเองไม่ได้ เละเทะแน่นอนครับ

สำหรับลูกหนี้กลุ่มที่ 2 นี้ บางคนที่สินเชื่อธุรกิจเริ่มตึง ก็จะหันมาหมุนหนี้ ด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด เพราะกู้ได้ง่ายกว่า แต่ตัวร้ายอีก 1 ตัวคือสินเชื่อบุคคล อันนี้ให้วงเงินกันค่อนข้างเยอะ ดอกเบี้ยก็สุดโหด สุดท้ายก็เละ สำหรับกลุ่มที่ 2 นี้ จะพูดได้ไม่เต็มปากว่า บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด เป็นสารตั้งต้นของหนี้เสีย

กู้เงินทำธุรกิจ

หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด สินเชื่อ 2 ตัวนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Revolving Credit คือหนี้ที่ไม่มีกำหนดเวลาใช้คืน หมุนไปเรื่อยๆ จ่ายแต่ดอก งานวันเข้า ขอเพิ่มวงเงินเครดิตให้ เป็นหนี้กันทั้งปีทั้งชาติ เป็นหนี้จนตาย มีเพียงหลักการเดียวเท่านั้นที่คุณจะหลุดออกมาจากหนี้ ตัวนี้ได้ คือ วินัยการใช้เงิน

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

แก้หนี้