ขายฝาก

ขายฝาก คืออะไร

ขายฝาก เป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์(ความเป็นเจ้าของ) ในทรัพย์สิน จะกลายเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เหมือนสัญญาซื้อขายทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้น คืนไปได้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้

ยุคสมัยข้าวยาก หมากแพงเช่นนี้ การแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นเงินก้อน เงินทุน กำลังเป็นช่องทางยอดนิยมของการหาทางออก เหตุนี้รูปแบบของการ “ขายฝาก” จึงเกิดขึ้น

สัญญาขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้

*** สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมเป็นโมฆะ ***

ทำไมต้อง ขายฝาก ?

ที่ผู้คนเลือกขายฝากทรัพย์สินกันนั้น เพราะมีความจำเป็นทางการเงิน ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วผู้ให้กู้ มักเรียกให้นำทรัพย์สินหรือบุคคลมาค้ำประกันการชำระหนี้ด้วย เช่นการให้นำทรัพย์สินมาจำนองหรือจำนำ และหาบุคคลมาค้ำประกัน แต่บ่อยครั้งที่หลักประกันเหล่านี้ ไม่สามารถช่วยรับรองได้ว่า ผู้ให้กู้จะได้รับชำระหนี้ ผู้ให้กู้ส่วนใหญ่จะสบายใจกว่า ถ้าผู้ที่ต้องการเงินนำทรัพย์สินมาขายฝาก (ค้ำประกันวงเงิน) แทน

จุดเด่น ของ การขายฝาก

ก็คือ สิทธ์การถือครอง ที่เราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของเราได้(ในระยะเวลากำหนดของสัญญา) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่เหมาะสม ทำให้หาผู้ซื้อฝากได้ง่าย และไม่ต้องใช้จ่ายในการทำโฆษณา ลงประกาศขาย

ขั้นตอนของสัญญาขายฝาก

1. ประกาศขายฝาก ผู้ต้องการขายฝาก ระบุระยะเวลาสัญญาที่จะไถ่ถอน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจกับผู้ซื้อฝาก
2. แลกเปลี่ยน ผู้ขายฝากจะได้รับเงินสดทันทีหลังทำสัญญาที่กรมที่ดิน ส่วนผู้ซื้อฝากจะได้รับโฉนดค้ำประกัน
3. เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้ขายฝากจะต้องนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินคืน+ดอกเบี้ย ส่วนผู้ซื้อฝากก็จะคืนโฉนด เป็นอันเรียบร้อย

ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญาแล้วผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนได้ สามารถต่อสัญญาขายฝากได้ (ขึ้นอยู่กับการทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝาก)

*** แต่ถ้าหากไม่ต่อสัญญาแล้วไม่ไถ่ถอน ทางผู้ซื้อฝากก็มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ชิ้นนั้นทันที ***

ระยะเวลาในการขายฝาก

–  สัญญาขายฝากเป็นสัญญาที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่จดทะเบียน ซึ่งผู้ขายฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินกลับคืนต้องขอไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาสัญญาขายฝาก หรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด  กล่าวคือ  ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์มีกำหนด  10  ปี  และถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์มีกำหนด  3  ปี นับแต่เวลาซื้อขาย

–  สัญญาขายฝากจะต้องมีกำหนดระยะเวลาว่าจะไถ่คืนกันเมื่อใด  แต่จะกำหนดเวลาการไถ่คืนกันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือกำหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้นให้ลดลงมาเป็น 10 ปี และ 3 ปี ตามประเภททรัพย์

–  การขยายกำหนดเวลาไถ่ ผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากจะทำสัญญาขยายเวลาไถ่กี่ครั้งก็ได้แต่รวมกันแล้ว จะต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก  และจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของ ผู้รับซื้อฝาก ซึ่งถ้าทรัพย์สินที่ขายฝากจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากการขายฝากจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  มิฉะนั้นจะยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตมิได้

–  ผลของการใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งขายฝากจะตกเป็นของผู้ขายฝากตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ทรัพย์สินซึ่งไถ่นั้นผู้ไถ่ย่อมได้รับคืนโดยปลอดจากสิทธิใดๆ ซึ่งผู้ซื้อเดิม หรือทายาทหรือผู้รับโอนจากผู้ซื้อเดิมก่อให้เกิดขึ้นก่อนเวลาไถ่  ยกเว้นแต่เป็นการเช่าทรัพย์สินที่อยู่ในระหว่างขายฝากซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และการเช่านั้นไม่ทำให้ผู้ขายฝากหรือผู้ไถ่เสียหาย  กำหนดเวลาเช่ามีเหลืออยู่เพียงใดให้คงสมบูรณ์เพียงนั้น แต่ต้องไม่เกินกว่าหนึ่งปี

ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่่ใช้สำหรับขายฝาก

1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย

สามารถแบ่งแยกย่อย ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์แนวราบ เช่น โครงการที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคลัสเตอร์โฮมที่เป็นบ้านระดับ Super Luxury ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่มาก ๆ ระดับราคาประมาณ 30 – 100 ล้านขึ้นไป ทำเลก็จะอยู่ในโครงการใหญ่ ๆ หรือไม่ก็อยู่ใจกลางเมือง อสังหาริมทรัพย์แนวสูง เช่น พวก คอนโดมิเนียม โรงแรม อพาร์ตเม้นต์ 

2. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้สำหรับใช้ในธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการ ร้านอาหารเช่น อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า โรงแรม ตลาดสด ฯลฯ

3. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร

คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จัดสรรที่ดินเพื่อทำการเกษตรเป็นหลัก เช่น ที่นา ไร่ สวน หรือที่ดินที่จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะ

4. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม

ได้แก่ โรงงาน โกดัง คลังสินค้า หรือ ที่ดินเปล่าจากนิคมอุตสาหกรรมหรือจากสวนอุตสาหกรรม

5. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน

ได้แก่ โรงแรมตากอากาศ รีสอร์ต อาคารชุดบ้านพักตากอากาศ ฯลฯ

ข้อดีของการขายฝาก

1. การขายฝากที่ดินจะทำสัญญาระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ณ สำนักงานที่ดิน จึงทำให้มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจว่าจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

2. อนุมัติเร็วกว่าการขอสินเชื่อกับธนาคาร

3. ได้วงเงินดีกว่าการจำนอง

4. การทำสัญญาฝากขายที่ดิน ไม่จำเป็นต้องเช็คประวัติแบล็คลิส เครดิตทางการเงิน หรือ Statement

5. หากครบกำหนดแล้วผู้ขายฝากยังไม่สามารถไถ่คืนที่ดินได้ ผู้ขายฝากอาจทำสัญญาขยายระยะเวลาไถ่ออกไป ได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี

6. ผู้ขายฝากยังคงได้ครอบครองที่ดิน และใช้ประโยชน์ต่อไปได้จนกว่าพ้นกำหนดไถ่ เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงกันเป็นประการอื่น


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

————————————————————————————————————————

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ลงทุนอะไรดี ลงทุนกับ Antonio ผลตอบแทนดี ปลอดภัย มั่นใจเรา

หลายคนถามผมว่า ลงทุนอะไรดี ขอตอบแบบนี้นะครับ เริ่มจาก ผมเอง วันๆหนึ่ง ก็เจอแต่เรื่องแก้ปัญหาหนี้สิน ให้กับลูกค้า ที่มาว่าจ้างบริษัท ให้เป็นตัวแทนในการเจรจาหนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ของผมจะเป็นเจ้าของกิจการเกือบ 100% กิจการประสบปัญหาหนี้สิน และหลายกิจการก็ยังมีทรัพย์สินที่ดีอยู่ ก่อนหน้านี้ผมก็คิดไม่ออกครับ ว่าจะลงทุนอะไรดี แต่มาสักพัก ผมเริ่มตกผลึก ถ้าผมมีเงินก้อน คงลงทุนไปกับลูกค้าของผมเองนี่ละ มีโอกาสมากมาย ในแต่ละวันที่เข้ามา ผมสกรีนแล้วว่า ปลอดภัย และคุ้มค่ากับการลงทุน

ลงทุนอะไรดี คำตอบคือ อะไรก็ได้ ที่มีกำไร และความเสี่ยงต่ำ

ที่บอกไปครับ ผมเองมีปัญหาที่ต้องแก้ให้กับลูกค้าเยอะ ใน 1 วันมีเรื่องแปลกใหม่เข้ามา ชวนให้ตื่นเต้นไม่เว้นแต่ละวัน มีโอกาสแปลกใหม่ แล้วก็เป็นโอกาสที่ดีเสมอ ที่เข้ามา แต่ผมเองหรือบริษัท มีเงินทุนไม่มากพอที่จะไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้

ลงทุนอะไรดี

โอกาสที่ผมเห็น อยู่หลายประเภทครับ เช่น

  1. ลูกค้าที่ กิจการขาดสภาพคล่อง แต่ธุรกิจยังไปได้ แต่ลูกค้ารอธนาคาร อนุมัติเงินกู้ไม่ได้ คือร้อนมาก
  2. ลูกค้าหลายราย ผมเจรจาหนี้ และสามารถข้อยุติกับเจ้าหนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Haircut หนี้ ซึ่งลูกหนี้บางราย ยอดปิดหนี้ต่ำมากเมื่อเทียบกับมูลค่าหลักประกัน กับธนาคาร ด้วยระยะเวลาที่จำกัด จึงทำให้พลาดโอกาสดีๆไป
  3. หรือลูกหนี้บางราย หมดใจ หมดแรง จะทำธุรกิจต่อ ตัดใจขายกิจการ หรือหลักประกัน ออกมาแบบถูกๆเพื่อให้หมดหนี้

นี่คือตัวอย่างที่ผมพบเจอมาบ่อย แต่ก็แค่ได้แต่มองผ่านไปครับ เพราะไม่มีเงินทุนเพียงพอ ที่จะไขว่คว้าโอกาสได้

ครั้งนี้ จึงอยากชวน ท่านทั้งหลาย หากท่านกำลังหา โอกาสในการลงทุน มาร่วมทำธุรกิจกับเราสิครับ ผมมีโอกาส แล้วมีแหล่ง ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน มาแบ่งปันกำไรกับทุกท่าน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ผมจะขอนำเสนอแนวทางการลงทุนร่วมกัน แบบนี้ครับ

อยากทำขายฝาก

มีเงินน้อย ก็ทำธุรกิจอสังหาฯ ธุรกิจการเงิน กับ Antonio ได้ เริ่มต้นร่วม ธุรกิจ จำนวน 50,000 บาท

ลงทุนกับ Antonio ผลตอบแทนสูง

บริษัท จะบริหารเงินทุนในส่วนนี้ โดยนำไปลงทุน ปล่อยเงินกู้ ใน 2 ลักษณะ
1. ขายฝาก หรือ จำนอง และ
2. ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่เห็นโอกาสในการ Flipping ลงทุนให้รวยด้วยการ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ผมจะบอกวิธีให้อีกที

ขายฝาก flipping

เรามีโอกาสเข้ามา หลากหลาย ทั้งรับขายฝาก จำนอง หรือ Flipping อสังหาฯ ทำกำไรระยะสั้น

เราจะนำเงินลงทุนของท่าน ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่เรามองเห็นโอกาส สามารถสร้างกำไรได้แบบรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเงินกู้ในรูปแบบขายฝาก หรือจำนอง หรือลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบซื้อมาขายไป ที่เราได้เปรียบ ในการมีโอกาสที่จะได้ทรัพย์ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก

Antonio Attorney

ทุกไตรมาส เราจะสรุปผลประกอบการ ของเรา ให้คุณรู้

บริษัทจะจัด ประชุม สำหรับผู้ที่ร่วมทำธุรกิจ ทุก 3 เดือน เพื่อชี้แจงรายละเอียด แสดงผลการดำเนินการ

เพื่อความคล่องตัว เราแบ่งผลประโยชน์ โดยเราจะให้ผลตอบแทน มีแบบให้เลือก 2 ช่วงระยะเวลา คือแบบ 9 เดือน และ 18 เดือน เราการันตี ความมั่นคงและปลอดภัยของเงินทุนของคุณ ด้วยการจ่ายคืน ผลตอบแทนเงินต้น พร้อมผลกำไร ด้วยเช็คของบริษัท อันโตนิโอ แอททอร์นี จำกัด หากคุณเชื่อมั่นในบริษัทเรา และอยากสร้างผลตอบแทนให้กับตัวคุณเอง

ไม่รู้ ลงทุนอะไรดี สร้างความมั่งคั่ง ไปกับเรา Antonio

ติดต่อมาที่เราครับ Antonio Attorney Co.,Ltd

สอบถามรายละเอียด 092 278 5051 / 081 869 0878

LineID : @antonio

ขายฝาก เงินกู้หน้าเลือด ธนาคาร ออมสิน จะให้กู้แบบขายฝาก คิดดีแล้วเหรอ?

ขายฝาก ธุรกรรมนี้ แค่ได้ยินก็รู้สึกว่า เราจะต้องเจอกับนายทุนหน้าเลือด ดอกเบี้ยแพง จ่ายไม่ตรงกำหนดก็ยึดทันที ตอนนี้มีข่าวออกมาว่า ธนาคารออมสิน อาจจะรับขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ กับประชาชนทั่วไป แต่อาจจะมีข้อดี ก็คือว่า ธนาคารออมสินอาจจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ถูก ถูกกว่านายทุนนอกระบบ ที่รับขายฝากกันอยู่

ผมเองไม่เข้าใจว่า ทำไม ธนาคารออมสิน ถึงคิดจะรับขายฝาก กับประชาชนทั่วไป เพราะ การขายฝาก ถึงแม้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าสินเชื่อธนาคาร แต่การที่คนนิยมกู้กันก็เพราะ มันเร็วทันใจ ไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ ไม่ต้องมานั่งขอดู statement เสียเวลายุ่งยาก แต่มันก็ต้องแลกกับดอกเบี้ยที่แพงแสนแพง และเงื่อนไขในการชำระหนี้ที่ไม่ยืดหยุ่นเลย ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกว่า ธนาคารออมสิน จะแปลงร่างตัวเองเป็นนายทุนหน้าเลือดซะอย่างนั้น

วันนี้เรามาทำความรู้จักการขายฝากกันครับ การขายฝากคือการทำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยมีสำนักงานที่ดินแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ให้บริการนิติกรรมชนิดนี้ การขายฝากเปรียบเสมือน เจ้าของหลักประกันได้โอนกรรมสิทธิ์ ให้กับเจ้าหนี้ผู้รับซื้อฝากไปเรียบร้อยแล้ว โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ในการทำนิติกรรมเปรียบเสมือนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แปลงนั้นๆ คือมีทั้ง ค่าโอน ค่าภาษี และค่าอากร ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ขายฝาก หรือลูกหนี้จะเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายดังกล่าว ทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากการจดจำนอง

การจดจำนองจะเสียค่าจดจำนองเพียง 1% ของมูลจำนองหรือของเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ กรรมสิทธิในหลักประกัน ยังเป็นของผู้กู้ดั้งเดิม แต่การขายฝากกรรมสิทธิตกเป็นของผู้รับซื้อฝากหรือเจ้าหนี้เรียบร้อยตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่หากลูกหนี้สามารถไถ่ถอนขายฝาก ได้ตามกำหนด ก็ปลดล็อคแล้วได้กรรมสิทธิ์คืนดังเช่นการปลดจำนองเช่นกัน

การขายฝาก โดยทั่วไป ผู้กู้หรือผู้ขายฝากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยกันอย่างไรบ้าง ผมจะอธิบายเป็นข้อๆดังนี้ครับ

1. ค่าธรรมเนียมการโอนค่าอากรและภาษี ในการทำธุรกรรมขายฝากที่กรมที่ดินผู้ขายฝากหรือลูกหนี้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เฉพาะข้อแรกนี้ ค่าใช้จ่ายก็หนักพอสมควรแล้วครับ

2. ค่าปากถุง หรือ ศัพท์แบบสวยหรูทางการเงินก็เรียกว่า Front Fee ส่วนนี้จะหักค่าธรรมเนียมตั้งแต่ก่อนรับเงินกู้ เจ้าหนี้มักจะหักไว้เลยอัตราอยู่ที่ 3 – 5%

3. อัตราดอกเบี้ย จะอยู่ที่ประมาณ 1.25 – 2 % ต่อเดือน

4. จะมีการหักดอกเบี้ยก่อนล่วงหน้า 2-3 เดือน แล้วดอกเบี้ยส่วนที่เหลือให้ไปจดเพิ่มในมูลค่าการปลดขายฝาก หรือ นายทุนบางรายอาจจะขอให้จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน

5. ระยะเวลามีตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี การต่ออายุขายฝากแต่ละครั้ง ผู้กู้จะต้องเอาเงินมาเคลียร์ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อน และแม้กระทั่งอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนสำหรับในการต่ออายุในรอบถัดไป

การจำนองกับการขายฝาก ต่างกันตรงที่ การขายฝากไม่จำเป็นต้องมีสัญญากู้ ยึดระยะเวลาในการชำระหนี้ ณ.วันกำหนดไถ่ถอน หรือปลดขายฝากเท่านั้น หากชำระหนี้ตามจำนวนและระยะเวลาดังกล่าวไม่ได้ กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากหรือเจ้าหนี้ทันที

ส่วนการจำนองนั้น ลูกหนี้ต้องผิดสัญญากู้ตามสัญญากู้ที่เซ็นกันไว้ เจ้าหนี้จะต้องทำการฟ้องร้องต่อศาล ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ จนสุดท้ายขั้นตอนต่อมาก็คือ ยึดทรัพย์เพื่อไปขายทอดตลาด กระบวนการขายทอดตลาดขายได้ ขายไม่ได้ ขายได้เท่าไหร่ เหลือส่วนต่างเท่าไร ต้องไปไล่เบี้ยกับลูกหนี้กันอีกที ซึ่งการจำนอง ยุ่งยาก วุ่นวายมากครับ มีต้นทุนในการดำเนินการเพื่อติดตามหนี้ค่อนข้างสูง

ฉะนั้น นายทุนนอกระบบส่วนใหญ่จะไม่นิยมการจำนอง ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไม ธนาคารออมสิน ถึงคิดที่จะรับขายฝาก ทั้งๆที่ตัวเองเป็นธนาคารเพื่อประชาชน ก็ลองทำเป็นสินเชื่อแบบอเนกประสงค์สิครับ ซึ่งธนาคารออมสินก็มีสินเชื่อตัวนี้อยู่แล้ว ที่เรียกว่าสินเชื่อไทรทอง หลักเกณฑ์การอนุมัติ ก็ให้มันยืดหยุ่นมากกว่าเดิม แต่ที่ผมเข้าใจตอนนี้สินเชื่อไทรทอง ไม่รับหลักประกันที่เป็นที่ดินเปล่า ออมสินก็แค่ยืดหยุ่นหลักประกันในการรับประกันมากขึ้นสิครับ ที่ดินเปล่าก็รับ การอนุมัติสินเชื่อ ก็ให้มันง่ายขึ้น ลูกค้ารายไหนดูแล้วไม่เข้าท่าเข้าทาง แต่หลักประกันพอได้ ก็อาจจะอนุมัติให้สัก 50%ของราคาประเมิน ผมว่าดีกว่าการที่ออมสินจะมารับขายฝากนะครับ เพราะถ้าคิดจะช่วยกันจริงๆแล้ว ผมดูแล้วมันน่าจะสมเหตุสมผลกับคำว่า ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อประชาชน

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

นายทุนเงินกู้นอกระบบ ไม่เคยปราณีใคร

เรื่องราวของการเป็นหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเอาที่ดินไปขายฝาก หรือติดจำนองนายทุน ทุกแนวทางที่ไม่ใช่การเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน ทุกธุรกรรมมีความเสี่ยง ที่จะไม่สามารถ ใช้หนี้ และไถ่หลักประกันคืนได้เสมอ แบบตัวอย่างนี้เป็นต้น

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดตามคลิปต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้ที่ YouTube

 

แก้กฏหมายขายฝาก ลดดอกเบี้ยเหลือ 15%

การขายฝาก ขึ้นชื่อว่า ขายฝากคือ ดอกเบี้ยโหด  เลยกำหนด ยึดได้เลย ใครๆ ก็ไม่อยากใช้บริการ  แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน  มีที่ดิน มีบ้าน จะไปกู้ธนาคาร ก็เรื่องมาก ใช้เวลานาน กว่าจะรู้ผล  ขายฝากง่ายกว่า เร็วกว่าเยอะ

คลิปนี้ จะมาเล่าว่า มีคณะกรรมการที่เขาดูเรื่องกฏหมายขายฝากนี้อยู่ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ขายฝาก ให้ได้รับความเป็นธรรม จากการเอาบ้าน ที่ดิน ไปขายฝากกับนายทุน เนื้อหาเป็นยังไง ติดตามในคลิปเลยครับ

สำหรับเพื่อนที่สจใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว  คลิกเลยครับ

ติดตามคลิปดีๆ แบบนี้ต่อได้ที่ YouTube