รับเงินเดือนเป็นเงินสด กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน

2016_0601_12522200-02_resize

ปัญหาใหญ่ ของลูกจ้างที่ทำงาน รับเงินเดือนเป็นเงินสด และอยากกู้ซื้อบ้าน แต่กู้ไม่ผ่าน ธนาคารไม่อนุมัติ และอยากที่จะแก้ไข หาวิธีการทำยังไงดี ปัญหานี้มันแก้ยากนะครับ เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวคุณอย่างเดียว ปัญหานี้ มันไม่ง่าย มันมีวิธีแก้ แต่แก้ยากครับ ลองอ่านดู

1. การที่คุณรับเงินเดือนเป็นเงินสด ผมขอแบ่งเป็นสองอย่างนะครับ คือ 

1.1 รับเงินสดจริงๆ แบบนี้ยังมีอยู่แต่น้อยมาก กรณีนี้ ขอแนะนำ ว่า เมื่อได้เงินเดือนมา ก็เอาเข้าธนาคารไว้ครับ แล้วค่อยกดเงินออกมาใช้ ตามที่เราจำเป็นครับ ซึ่งในกรณีแบบนี้ ผมแนะนำว่า ให้เอาเงินเข้าเกือบเต็มจำนวนเงินเดือนไปเลย ครั้งเดียว บางคนชอบบอก ผมเดินสเตทเมน มาดีมาก หมุนเวียนเยอะ …ผมถามกลับ คำเดียวว่า เงินเดือนคุณเข้าเดือนละกี่ครั้ง คำตอบคือครั้งเดียว แล้วคุณจะเอาเข้าๆ ออกๆ เพื่ออะไร? แบบนั้น ธนาคารยิ่งจะมองคุณในแง่ลบ ว่าตั้งใจสร้างหรือแต่งบัญชีมา นะครับ

1.2 แบบที่ บริษัท โอนเงินเดือนให้ แต่ไม่ได้เข้าระบบบัญชีเงินเดือน หรือ Payroll ที่จะมีการโอนเงิน เข้าในระบบ ที่มีธนาคารจัดทำให้ ซึ่งถ้ากรณีแบบนี้ คือ นายจ้างใช้วิธีการโอนเงินเองผ่านธนาคาร แบบนี้ก็เรียกว่า รับเป็นเงินสดอีกกรณีนะครับ

2. กรณีรับเงินเดือนเป็นเงินสด ไม่ยากครับ ในการกู้เงิน ธนาคารจะขอเช็คข้อมูลของคุณอีกอย่างคือ คุณมีประกันสังคมหรือไม่ คือ ประกันสังคมที่นายจ้าง หักเงินเดือนคุณ 5% และนายจ้างสมทบอีก 5% ไม่ใช่ประกันสังคมแบบ ม.39 ประกันตนเองนะครับ คนละเรื่องเลย ถ้าคุณมีละก็ ไปที่สำนักงานประกันสังคมเลย ไปขอคัดเอกสารจากประกันสังคม มาแนบเป็นเอกสารประกอบการยื่นกู้ได้เลยครับ ….แต่ๆๆๆ ถ้า บริษัท คุณ มีการจ่ายประกันสังคมไม่ตรงตามจริงละก็ ยุ่งครับ

       ในการประกันสังคม นายจ้างและลูกจ้าง จะต้องหักเงินสมทบไว้ ฝ่ายละ 5% ของเงินเดือน แต่ไม่เกินเงินเดือน 15,000 บาท คือถ้าคุณเงินเดือนมากกว่า 15,000 เขาก็จะหักได้แค่ 5% ของ 15,000 นะครับ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อ คุณเงินเดือนเกิน 15,000 บาท แต่นายจ้างคุณแจ้งประกันสังคมไม่ถึง 15,000 เพื่อประหยัดเงินสมทบของส่วนนายจ้าง สมมติบริษัทเขาแจ้งแค่ 10,000 บาท เพื่อประหยัดเงินสมทบของบริษัทเอง แบบนี้ เอกสารที่เราขอเอกสารจากประกันสังคม เอกสารก็จะแสดงว่าคุณมีเงินเดือนแค่ 10,000 บาท ธนาคารที่จะปล่อยกู้เขาก็จะยึดเอกสารตัวนี้เป็นหลักนะครับ ถึงคุณจะบอกฉันเงินเดือน สองหมื่น สามหมื่น ธนาคารก็ไม่เชื่อ ก็ในเมื่อหลักฐานบริษัทคุณหักประกันสังคมแค่ 10,000 บาท อันนี้ ซวย แสดงว่าบริษัทที่คุณทำงานด้วยไม่มืออาชีพนะครับ วงเงินที่ได้ก็จะน้อยลง หรือ บางทีไม่อนุมัติเลย

3. และสุดท้าย อันนี้เป็นปัจจัยที่คุณไม่สามารถกำหนดได้ คือ ผู้กู้ที่ รับเงินเดือนเป็นเงินสด เวลาไปยื่นกู้ธนาคาร ธนาคารเขาจะเข้าไปเช็คสถานะบริษัทของคุณ บริษัทที่ทำงานอยู่ เช็คข้อมูลเบื้องต้น งบการเงินของบริษัท ถ้าบริษัทที่คุณทำงานอยู่ มีการส่งงบการเงินไม่ดี ส่งงบขาดทุน รายได้เข้าบริษัทน้อยมาก หรือ บางบริษัท ไม่ส่งงบการเงิน อันนี้ คุณซวยครับ ยังไงก็กู้ไม่ผ่านครับ แน่นอนล้านเปอร์เซนต์ แต่ถ้าบริษัท ตั้งมานาน ส่งงบการเงินกำไรสม่ำเสมอ แบบนี้ ต่อให้ ที่ทำงานเป็นตึกแถว ลูกจ้างก็แฮปปี้ครับ กู้ผ่านแน่นอน บริษัท แบบนี้ก็มีเยอะนะครับ

จะกู้เงินธนาคาร เพื่อซื้อบ้าน ถ้าเลือกบริษัท ที่ทำงานผิดที่ละก็ กู้ไม่ผ่านแน่นอน เปลี่ยนที่ทำงานได้เลยครับ

สำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่อง ยื่นกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน เคยติดเครดิตบูโร จะทำยังไงดี หรือติดปัญหาอื่นๆ ติดต่อได้ครับ ยินดีรับใช้ครับ 

email : antonioattorney@gmail.com      , Line ID : @antonio   ครับผม

หลักการง่ายๆ ทำได้ กู้เงินธนาคาร กู้ซื้อบ้าน ผ่านกันทุกคน

b22

ผมไม่ได้เขียนบทความมานาน เนื่องจากช่วงหลังไม่ค่อยมีเวลามากนักครับ งานเข้าเยอะมาก เลยไม่มีเวลาเรียบเรียบข้อมูล และอัพเดท นโยบายใหม่ๆ ของแต่ละธนาคารครับ วันนี้พยายามจะสรุปข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้เอาไว้เป็นหลักการ เพื่อเตรียมตัวยื่นกู้ซื้อบ้านกันครับ หลักการข้อแรก ครับ
1. ให้สำรวจตัวเองก่อนครับ ว่ารายได้ของเรา สามารถกู้เงินเพื่อซื้อบ้านได้สูงสุดวงเงินเท่าไรครับ ที่ธนาคารเขาจะอนุมัติให้เราได้ ง่ายๆ ครับ รายได้ หักภาระหนี้ แล้วเหลือเท่าไร คูณด้วย 60 ครับ นั่นละครับ คุณจะได้วงเงินสูงสุด ที่ธนาคารจะอนุมัติให้ครับ ย้ำนะครับ วงเงินสูงสุด คุณอาจจะไม่ได้สูงสุดตามนี้ก็ได้นะครับ แต่ไอ้ที่แน่นอนคือ คุณไม่สามารถกู้ได้สูงเกินนี้แน่นอน แต่สำหรับบางคนที่มีภาระหนี้ เกิน 40% ของรายได้เช่น คุณมีรายได้ 10,000 บาท มีภาระหนี้ ผ่อนอะไรสักอย่างเกิน 4,000 บาท อันนี้คุณจะกู้ไม่ได้แล้วครับ เพราะมีภาระหนี้เดิมสูงถึง 40% ของรายได้แล้วครับ จะกู้ได้ ต้องลดภาระหนี้ลงครับ ครับข้อแรกอันนี้พอเข้าใจกันนะครับ สำหรับข้อแรกนี้ ถ้าใครคุณสมบัติไม่ถึง ไม่ต้องอ่านข้ออื่นเลยครับ จบข่าว
2. ใครที่ในรอบ 6 เดือน ก่อนที่จะยื่นกู้ซื้อบ้าน คุณเคยไปยื่น สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรกดเงินสด หรือ ที่เรียกว่าสินเชื่อเพอซัลนอลโลน ( Personal Loan )เพราะเวลาคุณไปยื่นสินเชื่อประเภทนี้ ธนาคารที่คุณไปยื่นขอสินเชื่อ เขาก็จะไปขอดูประวัติการผ่อนชำระ หรือประวัติเครดิตของคุณกับ เครดิตบูโร ใช่ไหมครับ ต่อมา คุณจะยื่นกู้ซื้อบ้าน ธนาคารที่คุณไปยื่นกู้ซื้อบ้าน เขาก็เข้าไปเช็คประวัติบูโรคุณเหมือนกัน เขาก็จะเห็นว่า มีธนาคารอะไร เข้ามาขอดูประวัติคุณไปบ้าง เมื่อไร นั่นละครับ หากมีการขอดูประวัติจากธนาคารอื่นๆ มากๆ หรือ คุณเพิ่งเปิดบัตรใหม่ ก่อน มายื่นกู้บ้าน ภายใน 6 เดือน เกิน สามบัตร ธนาคารปฏิเสธทันที เพราะ เขาไม่รู้ว่า คุณไม่มีเงินดาวน์บ้าน หรือ ยังไง ถึงต้องไปกู้เงินจำพวกนี้ไว้ก่อนรึเปล่า หรือ สอง ธนาคารมองว่า คุณไม่มีวินัย ในด้านการเงินเพียงพอ ไม่มีการเตรียมตัวที่ดี ก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านครับ ฉะนั้น ถ้าคิดจะกู้ซื้อบ้าน ต้องเตรียมตัว อย่างน้อย 6 เดือนครับ อย่าไปกู้อะไรก่อนกู้ซื้อบ้านครับ กู้บ้านได้แล้ว ค่อยว่ากัน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน น่าจะดีกว่านะครับ
3. ต่อเนื่องจากข้อ 2. ก็คือเรื่องหนี้ครับ ถ้าคุณไม่มีเงินเก็บ และก็มีแต่หนี้ ถ้าคุณมีครบทั้งสองประการ ก็ไม่ต้องไปยื่นกู้ที่ไหนครับ กู้ไม่ผ่านแน่นอน อย่างน้อยถ้าคุณไม่มีเงินเก็บ แต่คุณมีการลดภาระหนี้ลงเรื่อยๆ บัตรเครดิตถ้าใช้ก็เคลียร์ยอดให้หมดเลยครับถ้าทำได้ ค่อยๆ ลดหนี้ลงครับ และห้ามก่อหนี้ใหม่ครับ ลดหนี้ลงและลองคำนวณตามข้อแรก ที่ผมกล่าวนะครับ ว่า รายได้คุณสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ตามวงเงินที่ต้องการหรือยังแค่นี้เองง่ายๆ ครับ

4. เงินออม ข้อนี้ ถ้าคุณไม่มี แต่คุณก็ไม่มีหนี้อีกเช่นกัน อันนี้ยังพอไปได้ แต่ยิ่งถ้าคุณมีเงินออมนะ ชีวิตคุณจะดีขึ้นและง่ายขึ้นนะครับ ถึงแม้คุณจะกู้อะไรไม่ผ่าน แต่ผมว่าถ้าคุณมีเงินออม อย่างน้อย เท่ากับว่า คุณได้สร้างนิสัยการออมเงิน จนติดเป็นนิสัยแล้วละครับ ยินดีด้วยครับ และถามว่าถ้าจะกู้ซื้อบ้าน จะต้องมีเงินออมเท่าไร เอาแบบชัวร์ๆ เลยนะครับ 10% ของราคาบ้านที่คุณต้องการซื้อนะครับ แค่นี้เองครับ

หลักการง่ายๆ ในการที่จะกู้ซื้อบ้านให้ผ่าน ธนาคารอนุมัติแน่นอนครับ หลักการทั้งสี่ข้อของผม ใครมีครบทุกข้อ กู้เองผ่านฉลุย หรือใครที่ติดขัดปัญหาอะไร ติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ครับ Line ID: @antonio หรือ antonioattorney@gmail.com

อ่านบทความอื่นๆ 

กู้ซื้อบ้าน ได้เต็มวงเงิน กู้ได้ 100% ทำได้จริงเหรอ?

ผน-งseiko-ไม-บรรท-ดเหล-ก-ฟ-ตเหล-ก-มม-150-300-500-600มม-1เมตร1-5เมตรม_resize

ทุกๆ คน เวลาจะซื้อบ้าน แล้วต้องกู้เงิน จากสถาบันการเงิน เกือบทุกคน อยากได้วงเงินกู้สูงๆ ให้ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือบางคน กู้เหลือเงินได้ยิ่งดีครับ น้อยคนนักที่จะบอกว่า เอาแค่นี้พอ ไม่ยากเป็นหนี้เยอะ ผมแทบจะไม่เจอ และผมก็จะเจอเกือบทุกวันครับ ที่โทรมาบ้างละ อินบอกซ์มา ไลน์มา อีเมลมา ว่า ต้องการกู้ให้ได้100% หรือ กู้เงินเหลือบ้างละ อันนี้ ผมขอใช้โอกาสนี้ อธิบาย ให้เข้าใจกันดีกว่านะครับ 

หลักเกณฑ์ของธนาคาร ในการให้วงเงินกู้ คือ 

1. บ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโด อันนี้ จะให้วงเงินประมาณ 80 – 100% เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร

2. ตึกแถว อาคารพาณิชย์ 70-90% เงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร

3. ที่ดินเปล่าให้ 60-70% อันนี้ มีธนาคารเดียวที่ให้กู้ที่ดินเปล่า คือ ธนาคาร กรุงเทพ ครับ

ต่อมา ไอ้ที่ว่า ให้วงเงินกู้ คือ 80-100% คือยังไง ยังงี้ครับ ธนาคารเขาจะ มี สองตัวมาเปรียบเทียบกัน อันไหน ต่ำกว่า ยึดตัวเลขนั้น เช่น ให้กู้ 90%

ตัวอย่าง คุณซื้อบ้านจริง 1.0 ล้านบาท แต่คุณทำสัญญา ซื้อขายไปหลอกธนาคาร ว่า ซื้อขายที่ 1.2 ล้านบาท แล้วธนาคารส่งบริษัทไปประเมิน ประเมินราคาได้ 1.0 ล้านบาท ธนาคาร จะเอา ราคาตามสัญญาซื้อขาย ( ที่คุณทำหลอกธนาคาร ) คือ 1.2 ล้านบาท กับ ราคาประเมินของธนาคาร คือ 1.0 ล้านบาท มาเปรียบเทียบกัน อันไหน ราคาต่ำกว่า ก็ยึดตัวนั้น คือ ยึดราคาประเมินของธนาคารครับ ที่ 1.0 ล้านบาท ธนาคารให้กู้ 90% คุณก็จะได้วงเงินกู้ไป 900,000 บาท อันนี้เติมเงิน 100,000 บาท

ตัวอย่าง ในทางกลับกัน คุณซื้อบ้านจริง 1.0 ล้านบาท แต่คุณทำสัญญา ซื้อขายไปหลอกธนาคาร ว่า ซื้อขายที่ 1.2 ล้านบาท แล้วธนาคารส่งบริษัทไปประเมิน ประเมินราคาได้ 1.3 ล้านบาท ธนาคาร จะเอา ราคาตามสัญญาซื้อขาย ( ที่คุณทำหลอกธนาคาร ) คือ 1.2 ล้านบาท กับ ราคาประเมินของธนาคาร คือ 1.3 ล้านบาท มาเปรียบเทียบกัน คืออันนี้ ธนาคารดันประเมินราคาสูงกว่าที่สัญญาซ์้อของคุณที่ทำหลอกไปซะอีก แต่ยังไงก็ตาม ธนาคารจะยึดว่าอันไหน ราคาต่ำกว่า ก็ยึดตัวนั้น คือ ยึดราคาตามสัญญาซื้อขาย ที่ 1.2 ล้านบาท ธนาคารให้กู้ 90% คุณก็จะได้วงเงินกู้ไป 1,080,000 บาท อันนี้ละครับ ที่เรียกว่ากู้เกิน กู้เหลือเงิน  เหลือเงิน 80,000 บาทครับ ….พอจะเข้าใจกันหรือยังครับ

คำว่ากู้ได้ 100% ก็คือ ราคาประเมินทรัพย์ น่าจะสูงกว่า ราคาซื้อขายในท้องตลาดครับ มันถึงจะทำได้ ครับ  หรือ บางท่าน จะซื้อบ้านโครงการบ้านใหม่ ถ้าอยากจะกู้ได้วงเงิน 100% ต้องซื้อกับโครงการของบริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้นครับ มีอยู่ 5-7 บริษัท ลองเลือกเองละกันว่าจะซื้อกับใคร

อย่างลูกค้าผมล่าสุด ซื้อบ้านราคา 7.5 ล้านบาท แต่ โครงการทำหนังสือ สัญญาราคาซื้อขาย ที่ 8.2 ล้านบาท และโครงการแนบใบส่วนลดให้ 700,000 บาท ก็คือ ซื้อขายจริงที่ 7.2 ล้านบาท แต่เราไม่ได้เอาใบส่วนลดไปยื่นกู้ ก็คือ เอาเฉพาะสัญญาราคาซื้อขายที่ทำกับโครงการ ไปยื่นที่ราคา 8.2 ล้านบาท ครับ และสำหรับธนาคาร ถ้ามีการซื้อผ่านจากโครงการใหญ่ๆ บิ๊กเนม แล้ว เขาจะประเมินราคาให้ตามสัญญาซื้อขายที่โครงการทำให้เลยครับ ลูกค้าของผมรายนี้ แกรายได้เยอะ แต่มีการติดประวัติเครดิตบูโรมาก่อน จึงกู้ไม่ผ่าน ผมเลยได้มีโอกาสรับใช้ ก็จบไปเรียบร้อยครับ โอนไปแล้ว ลูกค้ากู้ได้ เต็มวงเงิน 8.2 ล้านบาท เหลือเงินส่วนต่าง 700,000 บาท เต็มๆ ครับ

อย่างนี้พอเข้าใจ คำว่ากู้ได้100% หรือยังครับ ไม่ใช่ ที่ผมเจอบ่อยมาก ลูกค้าหาบ้านมา บอกรายละเอียดบ้านมา ผมบอก พี่จับบ้านตัวนี้มา 3.0 ล้าน จะกู้เต็มวงเงิน 100% ยากครับ แถวนั้น เขาขายกัน 2.5-3.0 ล้านบาท ราคาประเมินไม่ถึงแน่นอน หากประเมินได้สูงสุด 3.0 ล้านบาท และเป็นบ้านมือสอง สมมติธนาคารให้กู้ 90% คุณก็ได้วงเงินแค่ 2.7 ล้านบาทเองครับ การจะกู้ได้วงเงินสูงๆ หรือ 100% นั้น คุณต้องจับบ้านมาในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดอย่างน้อย 10-20% ครับ ถึงจะทำได้ อันนี้พอเข้าใจกันแล้วนะครับ

และสำหรับท่านที่ติดปัญหา กู้ซ์้อบ้านไม่ผ่าน ติดปัญหาเครดิตบูโร อยากให้ผมช่วยดูแล และดำเนินการจัดการยื่นกู้ให้ ยินดีเลยครับ ติดต่อ Line ID: @antonio ยุทธนาครับ ยินดีรับใช้

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ