ผ่อนไม่ไหว มีคำถามลักษณะแบบนี้ มาถึงผมบ่อยๆ ว่า “ตอนนี้ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว หมดแรง ทำยังไงดี ปล่อยไปเลยดีไหม?”
ผมจะมาให้คำตอบแบบนี้นะครับ . . .
ผมอยากจะย้อนทบทวนไปถึงตอนที่คุณกู้ซื้อบ้านหลังนี้มาก่อน เอาเป็นว่าในบทความนี้จะเป็นทั้ง บ้านหรือคอนโด ก็คือบ้านนะครับ
เมื่อวันที่คุณไปยื่นกู้ธนาคารเพื่อซื้อ บ้านหรือคอนโด หลังนี้ คุณยังจำบรรยากาศและความรู้สึกครั้งนั้นได้ไหมครับ ผมอยากให้คิดทบทวนว่า ณ วันนั้นกับวันนี้ ว่าความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร วันที่อยากได้บ้าน กับวันที่ผ่อนบ้านไม่ไหว
ผ่อนไม่ไหว
ทำไมเราถึงผ่อนบ้านไม่ไหว สาเหตุ มาจาก 2 ข้อนี้ ครับ
ข้อแรก รายได้ลดลง
รายได้ลดลงอาจจะมาจากหลายสาเหตุ ถูกลดเงินเดือน, ไม่มีโอที, กิจการยอดขายตก หรือบางคนกู้ร่วมกับแฟน ปัจจุบันเลิกลากัน คู่สมรสไม่ร่วมผ่อน อันนี้ก็หมายถึงรายได้ตกด้วยเช่นกัน
ข้อสอง ภาระหนี้
ข้อสอง คือ คุณมีภาระหนี้ ที่ต้องจ่ายมากขึ้น คือหลังจากที่คุณยื่นกู้บ้านเสร็จเรียบร้อย คุณได้สร้างหนี้สร้างสินใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ช่วงที่คุณกำลังยื่นกู้บ้าน คุณพยายามลดภาระหนี้ ปิดหนี้บัตร ปิดหนี้สินเชื่ออื่นๆ หรือแม้กระทั่งปิดหนี้รถเพื่อยื่นกู้บ้านให้ผ่าน แต่หลังจากนั้น กู้แหลก แต่ก็อาจจะเป็นเพราะการซื้อบ้าน 1 หลัง มันจะเป็นจะต้องมีการต่อเติม แอร์เฟอร์นิเจอร์ โรงรถ ห้องครัว อะไรอื่นๆ ต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องมี จริงๆการสร้างหนี้เพิ่มหลังจากซื้อบ้านแล้ว ผมว่ามันก็คือคุณต้องจำเป็นนั่นแหละ แปลว่าคุณไม่มีเงินคุณส่วนตัวเลย
มีแค่ 2 ข้อนี้ล่ะครับ คือสาเหตุ ผมอยากจะย้อนให้คุณนึกถึงตอนที่คุณไปยื่นกู้กับธนาคาร เพื่อมาซื้อบ้านหลังนี้นะครับ ในวันนั้นธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้คุณ เพราะเขาวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วว่าคุณสามารถผ่อนชำระหนี้ก้อนนี้ที่คุณจะซื้อบ้านหลังนี้ได้ รายได้คุณเพียงพอที่จะชำระค่างวด และการประเมินความเสี่ยง ณ ตอนนั้นคือคุณมีภาระหนี้ที่สามารถควบคุมได้ พูดสั้นๆก็คือ ณ วันนั้นภาระหนี้ของคุณไม่มาก
คำถามคือ ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวปล่อยให้ธนาคารยึดดีไหม ผมไม่สามารถฟันธงให้นะครับ คิดเอาเอง แต่ผมจะจำลองและลำดับเหตุการณ์ให้คุณเห็นภาพตามนี้นะครับ
1. ถ้าเริ่มไม่จ่ายหนี้
1.1 เจ้าหน้าที่ธนาคารจะทวงหนี้คุณ ทุกวันจนกว่าคุณจะจ่าย คุณจะถูกกดดันจากเจ้าหนี้
1.2 ดอกเบี้ยที่คุณจะต้องจ่าย จะเดินอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการหยุดพัก แล้วเมื่อคุณผิดนัดชำระหนี้ คุณจะโดนคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งจะแพงกว่าเดิมจากที่คุณเคยเซ็นสัญญาไว้ + 3 เช่นถ้าคุณได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารที่ดอกเบี้ย MLR ถ้าเป็นดอกเบี้ยผิดนัด จะบวก 3 ขึ้นไปทันที เช่นอาจจะดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 7% ถ้าเป็นดอกเบี้ยผิดนัด คุณจะถูกคิดดอกเบี้ย 7 + 3 = 10%
2. ผ่านไปเกิน 4 เดือน คุณก็ยังไม่จ่ายหนี้
2.1 เจ้าหนี้จะพยายามให้คุณปรับโครงสร้างหนี้ แต่ถ้าคุณไม่ปรับ
2.2 สุดท้ายเจ้าหนี้ดูแล้วคุณนิ่งเฉย เขาก็คงจะต้องขอเลิกสัญญากับคุณ ด้วยการออกหนังสือ notice บอกเลิกสัญญา
2.3 เจ้าหนี้คงจะเริ่มเตรียมฟ้องคุณแล้วล่ะ
3. ถูกฟ้อง
คุณจะถูกฟ้องหลังจากที่คุณไม่ชำระหนี้เลยเริ่มที่ประมาณ 8 เดือนขึ้นไป แต่บางธนาคารอาจจะมากหรือนานกว่านั้น เมื่อคุณถูกฟ้อง
3.1 การขึ้นศาลนัดแรกจะเรียกว่านัดไกล่เกลี่ย อันนี้ไม่มีอะไร เขาก็จะมาคุยกับคุณว่าจะชำระอย่างไร ถ้าตกลงกันยังไม่ได้ก็จะไปอยู่ที่นัดที่ 2
3.2 นัดที่ 2 หลังจากนัดแรก ถ้าคุณยังไม่สนใจหรือเพิกเฉย สุดท้ายศาลก็อาจจะต้อง
• พิพากษา
• หรือ คุณอาจจะจบด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ
สุดท้ายคุณไม่จ่ายหนี้อยู่ดี
4. หลังจากผ่านกระบวนการศาล
ไม่ว่าจะถูกพิพากษาตามฟ้อง หรือทำยอม คุณก็ไม่จ่ายอยู่ดี คุณก็จะถูกบังคับคดียึดบ้าน
5. หลังจากที่มีการบังคับคดี
เข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด ตัวสุดท้ายบ้านของคุณถูกขายทอดตลาดได้
5.1 คุณต้องออกจากบ้าน
5.2 ถ้าคุณไม่ออก คุณจะถูกหมายศาลขั้นสูง แจ้งความข้อหาบุกรุก บ้านที่เคยเป็นของคุณเอง
หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง?
1. ช่วงเวลาตั้งแต่ที่คุณไม่ได้จ่ายหนี้ ดอกเบี้ยจะบาน คุณจะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยผิดนัด
2. จากวันที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้ จนถึงวันที่ขายทอดตลาดบ้านได้ คุณจะมีมูลหนี้รวมทั้งหมด คือเงินต้นบวกดอกเบี้ยบวกค่าธรรมเนียมศาล บวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ
3. เท่ากับว่า การถูกขายทอดตลาด มูลหนี้ตั้งต้น ลบด้วยราคาบ้านที่ขายทอดตลาดได้ ก็จะเหลือหนี้ก้อนหนึ่ง
4. หนี้ก้อนที่เหลือ เท่ากับคุณยังมีเหลือ หนี้อีก 1 ก้อน ที่เจ้าหนี้จะตามคุณต่อ
5. หนี้ก้อนนี้จะมีอายุไม่เกิน 10 ปีหลังคำพิพากษา เจ้าหนี้จะตามยึดทรัพย์คุณ ถ้าเขาเจอ แต่ถ้าไม่เจอภายใน 10 ปีหลังคำพิพากษาก็คือจบ แต่ยังไม่จบแค่นั้นครับ
6. หนี้ก็นี้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะมีคำพิพากษาให้คุณต้องชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา แปลว่า หนี้ก็นี้มันจะขยายตัวออกไปเรื่อยๆด้วยดอกเบี้ยตามคำพิพากษา
7. ถ้าภายในระยะเวลาอายุความ 10 ปีหลังคำพิพากษา หนี้ก็นี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจนเกิน 1 ล้านบาท คุณมีสิทธิ์ถูกฟ้องล้มละลายได้
สรุป
ถ้าถามผมว่าถ้าจ่ายหนี้บ้านไม่ไหว ปล่อยให้ธนาคารยึดไปเลยดีไหม ผมไม่ตอบฟันธงให้ละกัน แต่ผมจะบอกว่า คุณจะเจออะไรบ้าง คิดและพิจารณาเอาเองครับ ใครอยากหาทางออกจากการเป็นหนี้ หาทางออกแบบชาญฉลาด สมัครเรียนคอร์สแก้หนี้ แบบออนไลน์กับผมได้
👇 อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคลิปใหม่ๆ และเข้าร่วมพูดคุยกับเราในคอมเมนต์ด้านล่าง!
🔗 Facebook: https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company
🔗 website: https://antonioattorney.com/
—————————————————-
สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้คุณ
• 3,500 บาท ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ
• 10,000 บาท สำหรับแบบปรึกษา ตัวต่อตัว ( เจอตัว 1 ครั้ง ) หลังจากนั้น ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ !!
หากคุณพร้อมที่จะแก้ปัญหาหนี้ ติดต่อเราได้ที่ LineID: @antonio
🏦 ชำระค่าที่ปรึกษาผ่าน KBank 069 8 29148 6
📲 ส่งสลิปโอนเงินพร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อไปที่ LineID: @antonio
————————————————–
หรือ อยากเรียนรู้ การแก้หนี้แบบ ออนไลน์ กดสมัครได้เลยครับ เดือนละ 300 บาท
ตามลิงค์นี้ครับ
https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw
ถ้ากดสมัครผ่าน ระบบ iOS ไม่ได้ กดสมัครผ่าน คอมพิวเตอร์ desktop หรือ notebook นะครับ
————————————————–
แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 065 626 4545
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3lx2PIk
ดูคลิปพิเศษของ Antonio https://bit.ly/3wqjila
สนใจจัดสตรีมสดแบบนี้ไหม? ลองดู StreamYard สิ: https://streamyard.com/pal/d/6402755862724608

