“เศรษฐกิจไทย” ปัจจุบัน พ้นดงหนามแล้ว เหลือแต่ “ฟื้นตัว” ต่อเนื่อง แนะจับตา “3 หลุมระเบิด” กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก “ผลเลือกตั้งสหรัฐ – เศรษฐกิจจีน – หนี้ครัวเรือน” ด้าน “แบงก์พาณิชย์” ยังโตต่อ มอง “สินเชื่อ” ปีนี้โต 3-4% สินเชื่อต่างประเทศหนุน
“เศรษฐกิจไทย”
หากดูภาพการฟื้นตัวของ “เศรษฐกิจไทย” แม้จะเห็นการเติบโต หรือการขยายตัวต่อเนื่องของ “จีดีพีไทย”
แต่ต้องยอมรับว่าภายใต้การเติบโต ยังเต็มไปด้วยความเปราะบางอยู่มาก จากการฟื้นตัวไม่ทั่วถึงของเศรษฐกิจ ทำให้คนบางกลุ่มไม่ได้รับอานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป็นต้นเหตุที่เห็นการทำนโยบายภาครัฐ เน้นช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการแจกเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อหวังว่า “กลุ่มเปราะบาง” จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
หากดูภาพรวม เศรษฐกิจไทย ถือว่าอยู่ในทิศทางที่สบายใจมากขึ้น คาดการณ์ปี 2567 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 3% เล็กน้อย เพราะปลายปีมีผลกระทบจากน้ำท่วมบางพื้นที่
แต่หลังจากนั้น หรือหากมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทย ถือว่า “พ้นดงหนาม” และน่าจะไปข้างหน้าในระดับที่ดีต่อเนื่อง คาดว่าปี 2568 เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้เกิน 3%

โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เข้ามาราว 4 ล้านคนต่อเนื่อง น่าจะทำให้ทั้งปีนักท่องเที่ยวปีนี้อยู่ที่ระดับ 36 ล้านคนบวกลบ ซึ่งถือเป็นระดับใกล้เคียงกับก่อนโควิด-19 ขณะที่ หากดูการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ หรือ FDI ที่เข้ามาไทยต่อเนื่อง เหล่านี้จะเป็นเครื่องยนต์ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่อ
“หลุมระเบิด” ที่น่ากังวลใจมีอยู่ 3 เรื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะอยู่ในทิศทางที่ดี แต่ยังมี “หลุมระเบิด” ที่น่ากังวลใจ 3 เรื่อง โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ ที่น่ากังวล คือ
1. การเลือกตั้งสหรัฐ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย.67 นี้ ตัวชี้วัดทิศทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย สิ่งที่ต้องติดตาม คือ ใครจะชนะการเลือกตั้งจะทำให้ปัญหาสงคราม สงครามการค้า หรือความรุนแรงเกี่ยวกับสงครามเทคโนโลยี (Tech war) จะมาต่อเนื่องหรือไม่ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าระยะข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ผ่านการได้ผู้นำสหรัฐคนใหม่
2. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน ที่มองว่ายัง “ไม่พ้นน้ำ” เศรษฐกิจจีนมีแต่อ่อนแอลง ตัวเลขหลายเครื่องยนต์น่าห่วง การนำเข้าล่าสุดเติบโตเพียง 0.3% เท่านั้น สะท้อนเศรษฐกิจจีนไม่มีกำลังซื้อ ขณะที่ราคาบ้านของจีนหดตัว 6-7% ต่อเนื่อง เหล่านี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนยังไม่พ้นดงหนาม
อย่างไรก็ตาม ทุกวิกฤติ ทุก Turning point จะเจอจุดเปลี่ยนได้ หากภาครัฐของจีนบริหารจัดการหนี้เสีย หรือนำหนี้เสียทั้งหมดมาอยู่ภายใต้รัฐ เพื่อนำมาบริหารจัดการ
เช่นเดียวกับไทยปี 2540 ที่เผชิญวิกฤติ และสามารถผ่านพ้นวิกฤติมาได้ ก็มาจากการที่ภาครัฐเปิดให้มีสภาพคล่องออกมาสู่ระบบ และดูดเอาหนี้เสียเข้าไปสู่ระบบ มาอยู่ภายใต้แบงก์ชาติในปัจจุบัน ทำให้หนี้เสียในระบบถูกบริหารจัดการ เพื่อทำให้ประเทศเดินหน้าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ดังนั้น ครั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลจีนเช่นเดียวกันว่า จะตัดสินใจอย่างไร ในการบริหารหนี้เสียในอนาคต
“หากดูทิศทางเศรษฐกิจโลกวันนี้เริ่มพ้นน้ำแล้ว วันนี้ทุกธนาคารทั่วโลกเริ่มลดดอกเบี้ย และลดต่อไปเรื่อยๆ หลังจากนี้โลกจะค่อยๆ ดีขึ้น และเจอการฟื้นตัวรอบใหม่ก็จะเกิดขึ้น จะช่วยดึงให้เราขยายตัวได้หลังจากนี้ หรือหากมีรีเซสชั่น หรือเศรษฐกิจถดถอยมองว่า จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เพราะอยู่ในช่วงดอกเบี้ยลง เงินเฟ้อไม่เยอะ หลังจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น มีอย่างเดียวที่จะทำให้การฟื้นตัวของโลกมีปัญหา คือ สงครามที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งเสร็จ เหล่านี้เป็นความน่ากังวลใจ และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทุกคนต้องใส่ใจมากขึ้น”
“หนี้ครัวเรือน” เริ่มคุกคามการเติบโต
3. หนี้ครัวเรือน ที่เป็นปัญหาน่ากังวล แม้ธนาคารต่างๆ จะไม่ได้มีในส่วนของหนี้ครัวเรือนมากนัก แต่เหล่านี้ก็เป็นความน่ากังวล เพราะทำให้ระบบไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ จากการมีหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง 89-90% ในปัจจุบัน อีกทั้ง สินเชื่อรถในระบบปัจจุบัน ที่ยังมีสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือ SM ในระดับสูงที่ 16% และสินเชื่อบ้านที่เริ่มเห็นการถูกยึดขายทอดตลาดมากขึ้น เหล่านี้เริ่มเป็นปัญหามากขึ้น เพราะรถ, บ้าน เป็นเครื่องมือทำมาหากินของประชาชน ของภาคธุรกิจถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจมากขึ้น
หนี้ครัวเรือน ที่อยู่ระดับสูงส่วนหนึ่งมาจาก ช่วงที่เศรษฐกิจโต ภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนมีการกู้ค่อนข้างมากช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจดี
แต่พอมาถึงระดับหนึ่งที่คนเป็นหนี้มากขึ้น จึงทำให้โอกาสก่อหนี้ หรือการเติบโตโดยอาศัยจากการสร้างหนี้หมดลง และยากขึ้น ทั้งนี้จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงสิ่งที่เห็นชัดเจน คือ ประชาชนหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบมากขึ้น โดยเฉพาะจากผลกระทบโควิด ที่ทำให้รายได้ของคนหายไปเป็นเวลานานจนกระทบต่อเงินออม ทำให้ต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบในที่สุด
“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นหนี้ครัวเรือนทบขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ และเป็นเรื่องที่ต้องหาทางแก้ไข และมองปัญหาหนี้ครัวเรือนวันนี้ กำลังเป็นปัญหาคุกคามที่ทำให้เราโตได้ไม่ดีกระตุ้นเท่าไรก็ไม่พอ เพราะกระตุ้นไปคนก็เอาไปจ่ายหนี้ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบหมด”
ขณะที่ มองว่าทิศทางดอกเบี้ยโลกที่เริ่มปรับลดลงในบางประเทศ รวมถึงไทยเอง ถือว่าเป็นผลดีกับเศรษฐกิจ และลูกหนี้ แต่ก็อาจต้องรออีก 6 เดือนหลังจากนี้ หรือกว่า 1 ปี หลังจากนี้ที่จะเริ่มเห็นการส่งผ่านดอกเบี้ยไปสู่ระบบเศรษฐกิจจริง
“สินเชื่อแบงก์” เติบโต 3-4% ปีนี้
สำหรับ การคาดการณ์ธนาคารด้านการเติบโตสินเชื่อ ธนาคารมองว่า ภายใต้การคาดการณ์จีดีพีของเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดเติบโตต่ำกว่า 3% เล็กน้อย จะเห็นสินเชื่อธนาคารโตกว่า 1 เท่าตัว หากเทียบกับจีดีพี ดังนั้น สินเชื่อธนาคารจะเติบโตอยู่ในกรอบ 3-4% ได้ในปีนี้ โดยหากดูภาพรวมธนาคารถือว่ามีทิศทางเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 9 เดือนที่ธนาคารทำกำไรสุทธิได้อยู่ในระดับที่ดี และไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ที่กำไรสุทธิสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์

แม้ช่วงที่ผ่านมา สินเชื่อโดยรวม ในภาคธุรกิจจะมีการชะลอตัวไปบ้าง แต่ในด้านต่างประเทศ ยังเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ธนาคารถือเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำในภูมิภาค และเป็นผู้นำด้านตลาดสินเชื่อธุรกิจ ลูกค้าบุคคลที่มีฐานลูกค้าอย่างกว้างขวาง
ดังนั้น แม้สินเชื่อในประเทศเติบโตไม่ได้ดีนัก แต่ด้านต่างประเทศ ยังเห็นสินเชื่อเติบโตสูง โดยเฉพาะสินเชื่อขนาดใหญ่ สินเชื่อคอนซูเมอร์ต่างๆ ที่เติบโตได้ต่อเนื่อง และยังมีความต้องการลงทุนต่อเนื่อง
ทั้ง อินโดนีเซีย, เวียดนาม และประเทศอื่น ที่อยู่ในช่วงของการขยายโรงงาน การลงทุนเพิ่มเติม ที่จะหนุนให้รายได้ต่างประเทศของธนาคารเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย ที่เห็นการเติบโตมาสู่ธนาคารค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ปัจจุบัน รายได้จากธุรกิจต่างประเทศของธนาคาร มีสัดส่วนรายได้ราว 25% หากเทียบกับรายได้ของธนาคารในปัจจุบัน ธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าเป็นระดับที่เหมาะสม
👇 อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคลิปใหม่ๆ และเข้าร่วมพูดคุยกับเราในคอมเมนต์ด้านล่าง!
🔗 Facebook: https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company
🔗 website: https://antonioattorney.com/
—————————————————-
สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้คุณ
• 3,500 บาท ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ
• 10,000 บาท สำหรับแบบปรึกษา ตัวต่อตัว ( เจอตัว 1 ครั้ง ) หลังจากนั้น ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ !!
หากคุณพร้อมที่จะแก้ปัญหาหนี้ ติดต่อเราได้ที่ LineID: @antonio
🏦 ชำระค่าที่ปรึกษาผ่าน KBank 069 8 29148 6
📲 ส่งสลิปโอนเงินพร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อไปที่ LineID: @antonio
————————————————–
หรือ อยากเรียนรู้ การแก้หนี้แบบ ออนไลน์ กดสมัครได้เลยครับ เดือนละ 300 บาท
ตามลิงค์นี้ครับ
https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw
ถ้ากดสมัครผ่าน ระบบ iOS ไม่ได้ กดสมัครผ่าน คอมพิวเตอร์ desktop หรือ notebook นะครับ
————————————————–
แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 065 626 4545
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3lx2PIk
ดูคลิปพิเศษของ Antonio https://bit.ly/3wqjila
สนใจจัดสตรีมสดแบบนี้ไหม? ลองดู StreamYard สิ: https://streamyard.com/pal/d/6402755862724608

