ธุรกิจโฮสเทล ใครเริ่มก่อน อาจเจ๊งก่อน ถ้าไม่ทำ Feasibility Study

ในช่วงสถานการณ์ covid แพร่ระบาดแบบนี้ ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบที่สุดตอนนี้ ก็คือ กลุ่มธุรกิจโรงแรม และเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการท่องเที่ยว บทความนี้ผมจะมาพูดถึงธุรกิจโฮสเทล เป็นธุรกิจที่ เด็กรุ่นใหม่ ในความคิดผม ส่วนใหญ่จะเป็นลูกคนมีฐานะ มารวมกลุ่มกัน ลงหุ้นทำธุรกิจนี้ ผมเองมองเห็นจุดอ่อนในธุรกิจนี้ค่อนข้างเยอะ ธุรกิจโฮสเทล กระแสที่มาแรง แต่ตอนนี้ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลานั้น

Hostel หรือถ้าสมัยก่อนเขาจะเรียกว่า Guest house ซึ่งธุรกิจที่มี Guesthouse เยอะที่สุดในกรุงเทพฯก็คือถนนข้าวสาร ถ้ารองลงมาก็น่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต

ธุรกิจนี้ส่วนใหญ่ จะนำตึกเก่า ซึ่งสภาพเดิมไม่น่าไฉไลนัก แต่ด้วยความเป็นเด็กรุ่นใหม่ ทำอะไรนอกกรอบ ดีไซน์โดดเด่น เท่ ทำเลส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯก็ จะอยู่ฝั่งเมืองเก่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือตอนนี้ก็มาเกาะแนวรถไฟฟ้า

hostel บางแห่ง ลงทุนปรับโฉมรีโนเวทตึก กันแบบแทบจำไม่ได้ ใช้งบประมาณไม่ใช่น้อย แต่นี่คือข้อจำกัดและมุมมองจากวิเคราะห์สินเชื่อเก่าอย่างผม ธุรกิจโฮสเทลส่วนใหญ่ คนที่ดำเนินการจะเป็นการเช่าตึกมาทำ คุณกล้าที่จะลงทุนหรือ renovate ตึกซึ่งผมว่าเสี่ยงมาก คุณมีสิทธิ์เป็นเพียงแค่ผู้เช่า แล้วในบางครั้งสัญญาเช่าสั้น 3 ปี จะต่อ ค่อยว่ากัน อยากทำกันจนตัวสั่นยอมเซ็นกับเจ้าของตึกเก่า งงไหมล่ะครับ ทำไมผมถึงเอาข้อมูลนี้มาพูด ผมเองเห็นลูกค้าบางคน อยากทำ อยากเป็น ผมก็เตือนแล้วเตือนอีก สุดท้ายก็ยังดื้อรั้นที่จะทำ… ไปไม่รอดครับ

อย่างที่บอกครับตัวสถานประกอบการที่เรียกว่า Core Asset เป็นเพียงสิทธิการเช่าเท่านั้น คุณไม่สามารถเอามาเป็นหลักประกันในการกู้เงินธนาคารได้ บางคนมีทุน ถ้าเจ๊งก็หมดเงิน บางคนไม่มีทุน กู้สินเชื่อ personal loan บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ย 15% ถึงกว่า 20% เอามารวมหุ้นกับเพื่อนๆ เพื่อทำโฮสเทล สุดท้ายไปไม่รอด และข้อจำกัดอีก 1 ข้อ คือธุรกิจโฮสเทล ยังไม่ถูกกฎหมาย พรบ.โรงแรม ทำให้ไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารได้ เงินกู้สินเชื่อธุรกิจ ดอกเบี้ยต่ำๆหมดสิทธิ์ครับ

อันนี้ไม่ต้องพูดถึงช่วงสถานการณ์ covid นะครับ แม้แต่ช่วงภาวะปกติก็ตาม ถามว่ามีแขกเข้าพักไหม คำตอบคือมีครับ แต่มันเป็นรายได้หรือกระแสเงินสดเข้าเพื่อหล่อเลี้ยงกิจการเท่านั้น อย่าไปฝันว่าจะได้เงินทุนคืนจากการลงเงินในการปรับปรุงหรือ renovate ตึกเก่าให้ออกมาเป็น hostel สไตล์เท่ๆเก๋ๆ

ผมกำลังจะบอกอะไรให้นะครับ นักลงทุน ผู้ประกอบการ hostel บางคน ละเลย หรือไม่ได้ทำ Feasibility Study หรือบางคนทำ แต่สมมติฐานในการทำธุรกิจ ที่เรียกว่า assumption ในการ run Cashflow วาง assumption แบบลำเอียง กลัวจะไม่ได้ทำ สมมติฐานสวยหรู ยังไง CashFlow มันก็ได้สิครับ สุดท้ายธุรกิจไปไม่รอด

ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน จริงๆแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับ Feasibility Study เป็นอย่างมากนะครับ ถ้าใครทำไม่เป็น ให้มืออาชีพทำให้ครับ บริษัทผม Antonio Attorney ยินดีรับใช้ ติดต่อได้ที่ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

กระแสเงินสด CashFlow คือลมหายใจของธุรกิจ

ในแวดวง การพนัน มีคนเคยบอกว่า ถ้ายังไม่เลิกเล่นพนัน และยังหาเงินมาเล่นต่อได้เรื่อยๆ นั่นละ แปลว่า คุณอาจจะมีโอกาสได้คืน จากการเล่นพนัน ที่เคยเสียมันไป เพราะเล่นพนัน มีได้ ย่อมมีเสีย แต่ถ้าคุณหมดเงินที่จะเล่นซะก่อน คุณก็จะไม่มีโอกาสได้เงินคืน

เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ จากที่ผมเอ่ยข้างต้น กำลังจะทำให้เพื่อนๆ มองเห็นภาพว่า หากเรา ทำธุรกิจ แต่ผมเอาไปเปรียบกับการเล่นพนัน เงินหน้าตัก หรือ เงินทุน ของเจ้าของกิจการสำคัญนะครับ แต่วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องกระแสเงินสด หรือ CashFlow

CashFlow หรือ กระแสเงินสด ต่างกับ เงินทุน นะครับ อธิบายแบบนี้นะครับ กระแสเงินสด คือ เท่าที่ผมคิดออกนะ มาจาก 2 ทาง คือ (1) มาจากยอดขาย หรือ รายได้ (2) อีกส่วนคือ มาจากหนี้

  1. ส่วนของยอดขาย ขายได้เงินเข้ามาแน่นอน แต่จะกำไร หรือ ขาดทุนหรือเปล่าอันนั้นว่ากันอีกที เช่น ยอดขายตามราคาตั้งปกติ ขายขาดทุน โละสต๊อก หรือ ขายทรัพย์สิน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขายสมบัติ ขายของเก่ากิน
  2. หนี้ กระแสเงินสด ในส่วนหนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากหนี้ระยะสั้น ระยะยาว กระแสเงินสดชนิดหนี้ เรามี กระแสเงินสดเข้า เท่าไร เราก็ต้องมีกระแสเงินสดออก มากว่าเดิม เพราะเราต้องจ่ายคืน เงินต้นบวกดอกเบี้ย หรือ เราจะมีแต่ไหลเข้า ไม่มีไหลออก ก็เรียกว่า ชักดาบสิครับ

ในการทำธุรกิจ ถ้ากิจการเราขายไม่ได้ หรือขายได้น้อย เงินเข้า น้อยกว่าเงินออก แบบนี้ นานๆ ไป ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ แต่หากเราจะแก้ เงินเข้าน้อยกว่าเงินออก มี 3 วิธีครับ

  1. เพิ่มยอดขาย
  2. ยอดขายเท่าเดิม ลดรายจ่าย
  3. กู้เงิน เข้ามาในกิจการ เป็นกระแสเงินสดเข้า

สุดท้ายนี่ ธุรกิจจะอยู่ได้ หรือ ไม่ได้ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องกระแสเงินสดก่อนนะ สำหรับผม พอเรามีกระแสเงินสดเข้ามาแล้ว อันนี้ ศัพท์การพนันเข้าเรียก การบริหารเงินหน้าตัก ถ้ามีกระแสเงินสดเข้า ไม่ว่าจะมาจากการขายขาดทุน หรือ เงินกู้ก็ตาม เอามาต่อลมหายใจของกิจการก่อน พอยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่ เราก็มาบริหารจัดการภายในกันละครับทีนี้ เช่น ลดต้นทุน เจรจาผลัดผ่อนหนี้ กับ เจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้สถาบันการเงิน ขยายระยะเวลา ขอลดค่างวด ขอลดดอกเบี้ย ลดต้นทุนการบริหาร อะไรที่ประหยัดได้ ก็ทำ สุดท้าย ผมว่า หากเรามาโฟกัสเรื่องต้นทุนกันจริงๆ ผมว่า เราลดต้นทุนได้ทุกคน ทุกกิจการละครับ อยู่ที่ว่า จะได้มากได้น้อย ตามความเข้มข้น ของการคุม

สุดท้ายนี้ สำหรับกิจการไหน กระแสเงินสดเข้ามาดี เข้าต่อเนื่อง ก็ไปโฟกัสเรื่องควมคุมต้นทุนกันนะครับ แต่สำหรับรายไหน กระแสเงินเข้าแห้งเหือด ก็เร่งหาเงินเข้าไว้ก่อนนะครับ ต่อลมหายใจให้กับกิจการ กันไว้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ