ทำไม การบินไทยต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ ทั้งศาลไทย และศาลสหรัฐอเมริกา

อย่างที่เรารู้กันอยู่นะครับตอนนี้ ว่า การบินไทย สายการบินแห่งชาติของประเทศไทย ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายของประเทศไทย การยื่นฟื้นฟูกิจการ ผมขอสรุปสั้นๆ คือ เมื่อศาลรับคำร้อง เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องหยุดนิ่ง คือพูดง่ายๆคืออยู่เฉยๆ ห้ามทวงหนี้ ห้ามบังคับคดี ห้ามฟ้อง ที่ฟ้องไปแล้วก็ให้หยุด ภาษาชาวบ้านก็จะประมาณนี้

หลังจากนั้น ศาลก็จะมาพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ถ้ารับคำร้อง ก็ต้องมาดูว่าการบินไทยจะจ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้อย่างไร ก็ต้องมาประชุมปรึกษาหารือกันระหว่างลูกหนี้ เจ้าหนี้ และศาล เนื้อหาสาระก็จะเป็นประมาณนี้นะครับ

ทีนี้มาดูกันว่าทำไม การบินไทยต้องฟ้องทั้งในศาลไทย และศาลที่สหรัฐอเมริกา ผมสรุปสั้นๆ ก่อนที่จะไปดูเนื้อหารายละเอียดกันนะครับว่า การบินไทยมีทรัพย์สินคือเครื่องบิน ซึ่งเป็นหลักประกันในการกู้เงินจากต่างประเทศ ทรัพย์สินคือเครื่องบินเรียกว่าสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าหนี้ต่างประเทศสามารถยึดได้หากอยู่นอกราชอาณาจักรไทย พอเริ่มเข้าใจกันบ้างนะครับ ที่นี่ไปดูรายละเอียดกันดีกว่า ว่า การยื่นฟื้นฟูกิจการในศาลไทยกับสหรัฐอเมริกา แตกต่างกันอย่างไร

กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ของไทยและสหรัฐอเมริกา

1. คำถาม: ทำไมการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทลูกหนี้ในประเทศไทยจึงอาจไม่เพียงพอต่อการระงับการบังคับชำระหนี้จากเจ้าหนี้?

เจ้าหนี้จะเป็นเจ้าหนี้ไทยหรือเจ้าหนี้ต่างประเทศยังสามารถดำเนินการฟ้องร้องและหรือบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ เพราะผลตามกฎหมายไทยไม่ได้มีผลคุ้มครองไปถึงทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ

แต่เจ้าหนี้ในไทยจะต้องหยุดตามคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาตามมาตรา 90/9 จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้หรือสภาวะหยุดนิ่ง (automatic stay หรือ moratorium)

2. คำถาม: บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่?

คำตอบคือได้ หลักการของอเมริกาคือ หากลูกหนี้ มีทรัพย์สินอยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีหนี้สิน สามารถร้องขอยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลสหรัฐอเมริกาได้ คำว่าทรัพย์สินคือคุณแค่มีเงินฝากก็ถือเป็นทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว มาดูรายละเอียดให้หายกันครับ

คำตอบ: เงื่อนไขในการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คำนึงถึงสัญชาติของลูกหนี้ คงพิจารณาจากจุดเกาะเกี่ยวหรือจุดเกี่ยวพันกับประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ลูกหนี้พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาหรือมีสถานประกอบธุรกิจหรือมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (US Bankruptcy Code) มาตรา 109 ซึ่งประเด็นจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สิน ในคดีที่ผ่านๆ มา ศาลสหรัฐอเมริกาแปลความอย่างกว้างว่า แค่มีเงินในบัญชีเงินฝากที่สหรัฐอเมริกาก็ถือว่า มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะฉะนั้น หากบริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ แต่หากไม่มี ก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากและฝากเงิน ก็ถือว่ามีจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา และสามารถยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา

3. คำถาม: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาสำคัญอย่างไร?

คำตอบ: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาก็จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก การที่จะก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในประเทศอื่นๆ นอกสหรัฐอเมริกา ต้องใช้กระบวนพิจารณาในส่วนที่เรียกว่า การล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ในหมวด 15 (Chapter 15) ซึ่งกระบวนการเริ่มจากผู้จัดการทรัพย์สินหรือตัวแทนของคดีฟื้นฟูกิจการที่สหรัฐอเมริกาไปยื่นคำร้องขอให้ประเทศต่างๆ ที่บริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินตั้งอยู่รับรองว่ามีกระบวนการฟื้นฟูกิจการเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ขอให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ในประเทศนั้นๆ ด้วย เหตุที่ผู้จัดการทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาสามารถกระทำดังกล่าวได้เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีการอนุวัติกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL) เป็นกฎหมายภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลของประเทศผู้ถูกร้องขอจะรับรองกระบวนการฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาและก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามที่ผู้แทนจากสหรัฐอเมริการ้องขอหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายล้มละลายภายในประเทศนั้นๆ ด้วย

แท้จริงแล้ว หากหวังผลเฉพาะในส่วนบทบัญญัติเรื่องการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องไปยื่นที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากมีประเทศหรือรัฐกว่า 40 ประเทศ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายของตนเองให้มีในส่วนของการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการข้ามชาติด้วย เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น

อนึ่ง ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการอนุมัติกฎหมายล้มละลายข้ามชาติเข้าเป็นกฎหมายภายใน แม้คณะรัฐมนตรีจะรับหลักการในเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2559 แล้วก็ตาม

4. สรุปกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด 11 แห่งกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (Chapter 11 Reorganization of the US Bankruptcy Code)

4.1 การเริ่มกระบวนพิจารณา: โดยการยื่นคำร้องขอโดยลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอก็ได้ คดีส่วนใหญ่ลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอ

4.2 หากลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอจะเป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 301 ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ ขอเพียงแค่ลูกหนี้มีหนี้ และไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนหนี้ขั้นต่ำ หมายความว่ามีหนี้เป็นจำนวนเท่าใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการมักมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้หรือมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน เพราะเงื่อนไขข้อหนึ่งในการที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่คือ การที่ผู้ร้องขอต้องยื่นคำร้องขอโดยสุจริตตามมาตรา 1129 (a)(3)

4.3 คดีเริ่มต้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ผลประการหนึ่งคือ จะเกิด an order for relief (ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า คำสั่งที่ช่วยบรรเทาลูกหนี้จากภาระหนี้ที่มีทั้งหมด หากแปลเทียบเคียงกับกฎหมายไทยคือ คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ) ผลอีกประการหนึ่งคือ เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามมาตรา 362 ซึ่งมีเนื้อหาเทียบเคียงได้กับมาตรา 90/12 ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ)

4.4. การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการมาพร้อมคำร้องขอก็ได้ ตามมาตรา 1121(a) ซึ่งกรณีนี้จะช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้น หรือผู้ร้องขอจะค่อยมาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังคดีเริ่มต้นแล้วก็ได้ โดยกฎหมายให้โอกาสลูกหนี้เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูก่อนในช่วง 120 วันแรกนับจากวันเริ่มต้นคดี ตามมาตรา 1121 (b) ภายหลังจากนั้น หากลูกหนี้ยังไม่ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ ผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่คือ เจ้าหนี้ มีสิทธิที่จะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาได้

4.5 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ เป็นไปตามมาตรา 1129 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มยอมรับแผนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 1126 เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่าสัดส่วนที่จะได้รับชำระหนี้หากลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การยื่นคำร้องขอเป็นไปโดยสุจริต ภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้วลูกหนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ล้มละลายหรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอีกเว้นแต่เป็นกรณีที่ระบุไว้ในแผน เป็นต้น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินการตามแผนตามมาตรา 1123 คือ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นระยะเวลาเท่าใด แล้วแต่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงกัน แต่ตามกฎหมายไทยตามมาตรา 90/42 (9) กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี ระยะเวลาดำเนินการตามแผนขยายได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 90/63 วรรคสอง อนึ่ง ระยะเวลาชำระหนี้จริงอาจยาวกว่าระยะเวลาดำเนินการตามแผนได้ ระยะเวลาดำเนินการตามแผนคือ ระยะเวลาที่บริษัทลูกหนี้ต้องบริหารกิจการภายใต้การกำกับของศาลล้มละลายกลางและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สังกัดสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

4.6 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1129 ถือเป็นวันที่คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดไปจากศาลเลย เพราะลูกหนี้จะหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1141 (d)(1)(A) โดยบริษัทลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องผูกมัดตามแผนและลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ระบุไว้ในแผนนอกศาล 

ตรงนี้เป็นจุดที่เป็นประโยชน์อีกจุดหนึ่งของการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากระยะเวลาภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะสั้นกว่าของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามกฎหมายไทย   เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว บริษัทลูกหนี้ยังต้องดำเนินการตามแผนภายในระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปี เว้นแต่มีการขยาย ให้แล้วเสร็จหรือไม่แล้วเสร็จ เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/75 จึงทำให้คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดลง.

ครับก็ถือว่าเป็นเนื้อหาสาระที่ดี ผมก็ถอดข้อความเหล่านี้มาจาก บทความของ ดร.กนก จุลมนต์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจกันนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เพซ ดีเวลลอปเมนท์ ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ คาดหากเจ้าหนี้รับแผน บริษัทรอด เพราะมีธนาคารเตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่ม เพื่อทำโครงการให้จบ

เพซ ดีเวลลอปเมนท์ เผยแนวทางฟื้นฟูกิจการ เร่งก่อสร้าง นิมิตร หลังสวน ยันมีสถาบันการเงินตกลงให้การสนับสนุนแล้ว

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เพซ คันทรี่ คลับ จำกัด(PCC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ (โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ100) ในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ และ PCC ต่อศาลล้มละลายกลาง (ศาล) วันที่ 24 เมษายน 2563

โดย เพซ ดีเวลลอปเมนท์ และเพซ คันทรี่ คลับ จะเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเอง โดยแผนเบื้องต้น เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จะเร่งงานก่อสร้างโครงการนิมิตหลังสวนให้แล้วเสร็จ 100% โดยมีสถาบันการเงินที่ติดต่อประสานกันไว้แล้ว ในส่วนของให้กู้เพิ่ม ซึ่งโครงการนิมิต หลังสวน บริษัทมีลูกค้าที่จอง และพร้อมโอนเมื่อโครงการเสร็จอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา บริษัทรับรู้รับทราบปัญหาการขาดสภาพคล่อง และพยายามอย่างเต็มที่ ในการแก้ปัญหา บริษัทพร้อมที่จะมีการปรับโครงสร้างทางการเงินและองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการดำเนินงานทั้งหมด และให้ความร่วมมือประสานงานกับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินทุกฝ่าย

ที่นี้เรามาทำความเข้าใจ คำว่าการฟื้นฟูกิจการ คืออะไร ทำอย่างไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

ฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เป็นกระบวนการทางศาล โดยผู้ร้องขอ ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลต่างหากจากคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลายธรรมดา เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาทางการเงินของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาบริหารกิจการได้อีกครั้งและเป็นการเริ่มต้นใหม่โดยปราศจากหนี้สินทั้งปวง

จุดประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้กิจการของลูกหนี้ ดำเนินการต่อไปได้ และเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้มากกว่าที่จะให้ลูกหนี้ล้มละลาย

ข้อดีเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

ข้อดีของการฟื้นฟูกิจการสำหรับเจ้าหนี้และลูกหนี้มีหลายประการ เช่น ลูกหนี้สามารถหลุดพ้นจากหนี้ และผูกพันตามแผนฟื้นฟูกิจการแทน, กรณีอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือ ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือ พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด กฎหมายกำหนดให้เป็นช่วงพักชำระหนี้ ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคล, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่ง, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย, ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้, ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้แก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน, ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกให้ฟื้นฟูกิจการ มีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ทั้งปวง

การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมีหลักเกณฑ์อย่างไร?

– ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

– ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกัน โดยหนี้มีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

– มีเหตุสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

– ลูกหนี้ยังไม่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

– ลูกหนี้ยังไม่ได้ถูกศาลหรือนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคล และยังมีมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องไม่เลิกกันด้วยเหตุอื่น ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่ก็ตาม

การร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการจะต้องมีการฟ้องคดีล้มละลายก่อนหรือไม่

การยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยื่นได้ทั้งในกรณีที่ลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว และก่อนที่จะมีการฟ้องให้ล้มละลายก็ได้

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลอย่างไร

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลดังนี้
1.ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่ป็นลูกหนั้
2.ห้ามนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้
3.ห้ามธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการ ประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ
4.ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ และห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย
5.ห้ามเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิด หรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
6.ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
7.ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับคดีเอากับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน                                                       8.ห้ามมิให้เจ้าหนี้ที่บังคับชำระหนี้ได้บังคับได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้

มีวิธีการอื่นนอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่?

นอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการ ยังมีอีกวิธีการหนึ่ง คือ การประนอมหนี้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี
1. กรณีลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ต้องยื่นคำขอประนอมหนี้ต่อศาลและการจะได้รับการประนอมหนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และศาล
2. กรณีที่ลูกหนี้ยังไม่ถูกฟ้องให้ล้มละลาย และเจ้าหนี้และลูกหนี้ มิได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล เจ้าหนี้และลูกหนี้ อาจเจรจาตกลงประนอมหนี้ต่อกัน เช่น การทำสัญญาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อลดจำนวนหนี้ หรือทำข้อตกลงเพื่อขอชำระหนี้บางส่วน หรือโอนหุ้นบางส่วนของบริษัทลูกหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี การตกลงใดๆก็ตาม เจ้าหนี้และลูกหนี้ควรขอคำแนะนำ และคำปรึกษาจากทนายความที่น่าเชื่อถือ เพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ปัจจุบันบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีหนี้สินรวมประมาณ 12,054 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินกู้ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB จำนวน 10,835 ล้านบาท และหุ้นกู้เอเซีย พลัส PACE 202 A จำนวน 1,219 ล้านบาท ขณะที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนามี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิมิตหลังสวน และโครงการมหาสมุทรมูลค่ารวมราว 11,750 ล้านบาท

โดยเฉพาะโครงการนิมิตหลังสวน มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 80 -90% หรือคิดเป็นยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ราว 6,500 ล้านบาทที่จะทยอยโอนและรับรู้รายได้เมื่อการก่อสร้างเสร็จ โดยเหลือยอดขายอีกเพียง 1,500 ล้านบาท

โดยได้ดำเนินก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 70%  เสร็จไปกว่า 50 ชั้น จากพื้นที่โครงการทั้งหมดที่มีจำนวน 58 ชั้น  ซึ่งต้องการเงินกู้จากธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อลงทุนอีกราว 500-600 ล้านบาท หลังจากที่ธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อ เพื่อรอความชัดเจนหลังศาลฯมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟื้นฟูกิจการ และแผนเดิมโครงการนิมิตรหลังสวน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% ภายในไตรมาส 4/2563

นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2563  บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต่อศาลล้มละลาย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของกลุ่มบริษัทดีนแอนด์ เดลูก้า อิงค์ ยังช่วยให้บริษัท เพซ ฯ สามารถหยุดรับรู้ผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา

รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการของศาลในการจัดการหนี้สินของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่ม บริษัท ดีน แอนด์เดลูก้า อิงค์สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในอนาคต 

นี่คือคุณสมบัติพิเศษ คือ ถ้าคุณมีหนี้เกิน 10 ล้าน คุณจดทะเบียนบริษัท และพิสูจน์ได้ว่าคุณมีหนี้สินล้นพ้นตัว คุณสามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตัวเองได้ ทุกอย่างจะระงับหมด นี่คืออีกหนึ่งเคล็ดลับไม้ตายของลูกหนี้

คุณผู้อ่าน ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท และเริ่มมีหนี้สินมากจนรู้สึกว่ารับมือไม่ไหวแล้ว บริษัทผม Antonio Attorney ให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย ลองให้มืออาชีพช่วยคุณดูสิครับ การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ลูกหนี้ควรจะต้องลอง บริษัทผมยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney


 

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แบบที่ไม่เสียเปรียบธนาคาร

หลายคน มักจะมีคำถามว่า จำเป็นหรือเปล่าที่เราจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ คำถามนี้ผมอยากจะถามคุณกลับไปว่า คุณยังมีความสามารถในการจ่ายชำระหนี้อยู่หรือเปล่าละ ถ้าคุณคิดว่าคุณยังมีความพร้อมจ่ายหนี้ และคุณเสียเปรียบธนาคารทุกประตู ความหมายที่เสียเปรียบคือ คุณโดนธนาคารผูกมัดทางด้านสัญญาไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งด้านหลักประกันต่างๆ ที่คุณมี ก็ติดจำนองกับธนาคารไว้หมด สัญญาต่างๆที่เซ็นไว้ก็ผูกมัดจนรัดแน่น อันนี้คุณเสียเปรียบเต็มประตูครับ ถ้าเกิดปัจจัยต่างๆตามที่ผมบอกมานี้ คุณก็ควรปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กับเจ้าหนี้

แต่ถ้าคุณคิดว่า อย่างไรก็จ่ายหนี้ธนาคาร จ่ายหนี้เจ้าหนี้ไม่ไหว แบบนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไป ก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดีครับ

ในกรณีบทความนี้ ผมจะไม่เขียนถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นผลต่อเนื่อง ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นะครับ เช่น การปรับเปลี่ยนการถือหุ้นของบริษัท การถ่ายเทผ่องถ่ายทรัพย์สินส่วนตัว หรือทรัพย์สินของบริษัท กรณีแบบนี้ต้องคุยกันนอกรอบครับ

ทีนี้ก่อนที่เราจะไปรู้หลักการ การเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เจรจาอย่างไร เงื่อนไข ที่ควรจะมีข้อยุติร่วมกัน ที่ลูกหนี้ไม่เสียเปรียบธนาคาร และธนาคารก็มีความรู้สึกว่า เรา ลูกหนี้ไม่เอาเปรียบธนาคาร มันก็จะเป็นข้อตกลงร่วมกัน ที่น่าจะมีความเห็นไปแนวทางเดียวกันได้ และมีความพึงพอใจ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ก่อนอื่นผมขออธิบายการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างนี้นะครับ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เปรียบเสมือนการเซ็นสัญญากู้ใหม่ จากสัญญากู้เดิมของคุณ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ฉะนั้น ประวัติการผ่อนชำระของคุณ ที่ธนาคารจะส่งเข้าศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือที่เรียกว่าเครดิตบูโร มันจะมีเงื่อนไขว่า หากคุณเคยมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และเซ็นสัญญากับธนาคารไปเมื่อไหร่ นี่แหละครับ ไอ้ตัวนี้มันจะขึ้นประวัติว่า เคยมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เมื่อไร ในเครดิตบูโรจะขึ้นวันเดือนปี ที่คุณเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เลยนะครับ คราวนี้ มันอาจจะสร้างปัญหาให้กับคุณได้ในอนาคต เพราะธนาคารต่างๆเขาจะเห็นว่า คุณเคยมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่มันก็ไม่ร้ายแรงมากนักนะครับ เพราะตามหลักการของธนาคารผู้ให้สินเชื่อนั้น หากคุณมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้มาแล้วก็จริง แต่หลังจากปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วคุณกลับมาผ่อนได้เป็นปกติ อย่างน้อย 2-3 ปี กรณีแบบนี้ถือว่าคุณเป็นหนี้ปกติแล้วครับ และหากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับภาระหนี้ก้อนนั้น คุณได้มีการปิดชำระหนี้เรียบร้อย ในประวัติเครดิตบูโรของคุณ จะขึ้นตารางการผ่อนชำระหนี้ที่เป็นปกติ และเงื่อนไขอีกตัวที่ติดปัญหา คือวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้จะโดนลบออกไป ฉะนั้นประวัติของคุณในเครดิตบูโรก็จะไม่มีปัญหาเลย หากคุณชำระหนี้ไปแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี หรือคุณได้ปิดหนี้ก้อนนั้นเรียบร้อย

ที่นี้ มารู้จัก 6 หลักการ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ว่ามีวิธีการอะไรบ้าง

1. ขอลดอัตราดอกเบี้ย การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ข้อแรกที่สำคัญที่สุดคือ การขอลดอัตราดอกเบี้ย คือการขอลดอัตราดอกเบี้ยนะครับ ไม่ใช่ขอลดดอกเบี้ย บางคนจะยังงง ว่าคืออะไร แบบนี้นะครับ คุณไปดูว่าสัญญาเงินกู้ของคุณ ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่เท่าไหร่ ให้ไปขอลดอัตราดอกเบี้ยลง หรืออย่างน้อย สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ฉบับใหม่ อัตราดอกเบี้ยต้องไม่มากไปกว่าเดิม แต่ควรจะลดลงดีที่สุดครับ อันนี้คือข้อแรกที่ควรต่อรอง

2. ในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากสมมุติว่า คุณเริ่มมีการจ่ายชำระหนี้ไม่ตรง หรือค้างค่างวด จะมีระยะเวลาค้างค่างวด นานมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัด และอาจจะมีเบี้ยปรับต่างๆ ตามมา ภาระหนี้ที่สูงขึ้นเกินปกติเหล่านี้  ก่อนที่คุณจะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และมีการเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ภาระหนี้ส่วนนี้ คุณควรจะเจรจาขอลดให้ได้มากที่สุด หรือควรจะตัดออกไปเลยยิ่งดีครับ เทคนิคนี้ควรเลือกใช้ทีมงานมืออาชีพ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ

3. การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คำว่าโครงสร้างหนี้ คือ ประเภทของหนี้ บางครั้ง ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย นอกจากจะเกิดจากลูกหนี้เอง ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้แล้ว บางครั้งหนี้เสียที่เกิด ก็มาจากธนาคารเองนั่นแหละครับ ที่มีการอนุมัติสินเชื่อ ที่มีโครงสร้างหนี้ที่ไม่เหมาะสมกับลูกหนี้ เช่น การลงทุนในระยะยาว แต่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อเป็นหนี้สินระยะสั้น หรือธุรกิจบางธุรกิจ ควรเป็นหนี้ระยะยาว กลับอนุมัติวงเงินสินเชื่อ OD (ซึ่งเป็นวงเงินหมุนเวียน) ให้ลูกค้า หรือบางครั้ง ธนาคารรับปากว่า จะให้วงเงินสินเชื่อลูกหนี้เพิ่ม แต่พอถึงเวลาที่กำหนดหรือรับปาก กลับไม่เสนอเรื่องให้ หรือไม่พิจารณาอนุมัติสินเชื่อซะแบบนั้น กรณีแบบนี้ บางครั้งลูกหนี้หรือลูกค้าก็เชื่อใจธนาคาร ลงทุนในธุรกิจ ตะลุยไปข้างหน้า เพราะคิดว่าธนาคารรับปากแล้ว ว่าจะให้วงเงินกู้เพิ่ม แต่สุดท้ายไม่ให้ หนี้เสียก็เกิดสิครับ ฉะนั้นข้อนี้ ความสำคัญ คือปรับโครงสร้างหนี้ ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้เงินของลูกค้า หรือของกิจการ ซึ่งข้อนี้บางครั้งอาจจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการนำเสนอแผน หรือวิเคราะห์โครงสร้างหนี้ ให้เหมาะสมครับ ( ช่วงนี้ ขอโฆษณา ตัวเองนิดครับ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ คลิกตรงนี้ครับ )

4. หลังจากที่เราปรับโครงสร้างหนี้ ให้ลักษณะการใช้หนี้ และการชำระหนี้ เหมาะสมกับธุรกิจของเรา หรือเหมาะสมกับลักษณะรายได้ของเราแล้ว ทีนี้ครับ เราก็มาลงในรายละเอียดกันครับ เช่น การยืดหรือขยายระยะเวลาออกไป การลดค่างวดลง การชำระเฉพาะดอกเบี้ย สรุปคือ ข้อนี้ความหมายว่า ให้ลงละเอียดในการชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินค่างวดที่ลดลง หรือจำนวนงวดที่ขยายออกไป ให้เหมาะสมกับธุรกิจ และรายได้ของคุณ ซึ่งในส่วนนี้ ผมขอเน้นย้ำนะครับว่า สำคัญมาก ข้อนี้ ผมเปรียบเสมือนว่า มันเหมือนกับการที่คุณ ขอกู้หนี้ใหม่เลยนะครับ คือทำยังไงก็ได้ ให้เจ้าหนี้เข้าใจว่า คุณหรือกิจการของคุณ ยังสามารถชำระหนี้ และยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหนี้ว่า เขาจะได้รับการชำระหนี้จากคุณจนหมดหนี้ ได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสมและตกลงกัน ในส่วนนี้ ขอโฆษณาบริษัทตัวเองอีกแล้วนะครับ Antonio Attorney ขอรับหน้าที่ในส่วนนี้แทนคุณ สนใจ คลิกเลย ครับ

5. ข้อนี้ ค่อนข้างยาก และมีความเป็นไปได้น้อย แต่ก็ผมเคยทำให้กับลูกค้าหลายเคสได้ คือ การขอวงเงินหมุนเวียนเพิ่ม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการ ในขณะที่คุณยังเป็นหนี้เสียอยู่ ซึ่งในข้อนี้ คุณจะต้องทำข้อที่ 4 ให้สำเร็จก่อน และให้ธนาคารเข้าใจกระจ่างชัดแจ้ง ว่า ธุรกิจของคุณ ยังอยู่ได้ เพียงแต่ขาดสภาพคล่อง อาจจะเกิดปัญหาเช่น ลูกหนี้การค้าบางราย ไม่จ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการ หรือการถูกโกงจากหุ้นส่วน ปัญหาที่เกิดไม่ได้เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด หรือ ธุรกิจของคุณไปต่อไม่ได้แล้ว หรือที่เรียกว่า Business Model มันไปไม่ได้ แบบนี้เรายังพอมีโอกาส ที่จะขอวงเงินหมุนเวียนเพิ่มนะครับ ซึ่งอย่างที่ผมบอก คุณจะต้องอธิบายเหตุผล เงื่อนไข และแนวทางที่ชัดเจน ให้ธนาคารมองอนาคตให้ออกว่า กิจการของคุณจะเป็นอย่างไร อันนี้ผมขอแนะนำว่าให้ใช้บริการมืออาชีพดีที่สุดครับ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ

6. ข้อสุดท้ายครับ วิธีการปิดหนี้ Debt Settlement ในส่วนของข้อ 6 นี้ ก็มีอีกหลากหลายวิธีครับ วิธีการง่ายๆ ที่ชาวบ้านรู้กันดีก็คือ หาเงินก้อนมาปิดหนี้ ไม่ว่าจะเป็น การขายทรัพย์สินมาปิดหนี้ การหยิบยืมเงินญาติพี่น้องมาปิดหนี้ การกู้ยืมเจ้าหนี้ใหม่มาปิดหนี้เก่า (กรณีนี้น่าจะยากครับ) หรือการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ หลากหลายวิธีเหล่านี้ โดยสรุปก็คือ การปิดหนี้ด้วยการชำระหนี้เพียงงวดเดียว หรือ เรียกว่าการ hair cut วิธีการเหล่านี้ไม่ง่ายนะครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณมีเงิน พร้อมที่จะชำระหนี้ธนาคาร และจะต่อรองยอดปิดหนี้อย่างไรก็ได้ ผมบอกเลยว่าไม่ง่ายนะครับ ขอโฆษณาอีกครั้งครับ Antonio Attorney ยินดีรับใช้ครับ

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ก้อนเล็ก หรือหนี้ก้อนใหญ่ หนี้ส่วนบุคคล หรือหนี้สินเชื่อธุรกิจ วงเงินกู้ระดับหลายสิบล้าน จนไปถึงหลายร้อยล้าน

ตามบทความที่ผมเขียนไปนี้ ลองศึกษา และทำความเข้าใจกันดูครับ เอาไปใช้ในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคาร รับรองว่า คุณจะไม่เสียเปรียบธนาคารอย่างแน่นอน แต่หาก คุณต้องการความเป็นมืออาชีพ ในการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คุณไม่อยากพลาด และเสียเปรียบเจ้าหนี้ ทีมงาน Antonio Attorney ยินดี ที่จะเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน เรามีทั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และทีมกฎหมาย ซึ่งจะครอบคลุมในทุกด้านของปัญหา ปรึกษาทีมงานมืออาชีพครับ เราพร้อมที่จะเดินเคียงข้างไปกับคุณ สร้างความอุ่นใจ และช่วยให้ธุรกิจของคุณรอด และเดินหน้าสร้างธุรกิจให้เติบโตต่อไปครับ

ติดต่อ email: antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @AntonioAttorney

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

อาชีพของผม ที่ปรึกษาการเงิน งานเจรจาหนี้ให้กับลูกหนี้จอมดื้อรั้น ที่ตึกทำงานเก่า All Seasons Place ไม่ง่ายเลย

All Seasons Place

วันนี้ ผมมีนัดกับลูกค้าแต่เช้า ซึ่งปกติ ผมเอง จะไม่ค่อยนัดใครแต่เช้าแบบนี้ เพราะผมเบื่อรถติดที่สุด อาชีพผม ที่ปรึกษาเงิน ลูกค้านัด ผมก็ต้องมาละครับ วันนี้มีภารกิจ เฝ้าสังเกตการ เนื่องจาก มีลูกค้า ซึ่งเป็นลูกหนี้ กับ เจ้าหนี้ ผู้รับมอบอำนาจ บริษัท อัลฟ่าฯ ดูรูปด้านล่างเอาครับ

ที่ผ่านมา ลูกค้ารายนี้ ได้มีการเจรจา พูดคุยกับ เจ้าหนี้ มาเป็นเวลานาน และเงื่อนไขต่างๆ ก็คุย และเจรจากันจน แตกฉาน ละเอียด จนผมว่า ผมคงหาเหลี่ยม มุม ที่จะหาช่อง ให้ลูกหนี้ ได้ประโยชน์จากการเจรจาไปได้มากกว่านี้อีกแล้วละ วันนี้ ก่อนที่ผมจะรับงาน จึงขอลูกค้าว่า ลองนัดเจ้าหนี้ คุยอีกสักครั้ง ผมจะขอนั่งฟัง และเป็นผู้สังเกตการณ์ เท่านั้น

หลังจากได้ เข้าร่วมประชุม ผมสรุปกับลูกค้าว่า เงื่อนไขที่พี่ได้ ผมว่า เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดแล้ว เนื่องจาก สาเหตุ และข้อจำกัดในด้านกฎหมาย ต่างๆ นานา ซึ่งผมได้พยายาม อธิบายเพื่อให้เข้าใจ และลูกค้าก็ยังไม่ยอมรับในเงื่อนไข ที่ผมคิดว่าดีที่สุด สำหรับลูกหนี้แล้ว ขืนช้า อาจจะไม่เหลืออะไรเลย ผมได้ให้ข้อมูลไปแบบนั้น

สุดท้าย ลูกค้าพยายาม บอกว่า จะเรียกค่าใช้จ่ายเท่าไร ที่จะรับเป็นที่ปรึกษาให้ และทำหน้าที่เจรจาแก้ไขหนี้ให้กับเขา และช่วยวิ่งเต้นกับผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร และจะมีอำนาจสั่ง บริษัท ตัวแทนเจ้าหนี้ รายนี้ได้หรือ มันคือ บริษัท ฝรั่ง ซึ่งผมเอง เคยทำงานอยู่ในเครือของ บริษัทนี้ ผมรู้ดี

ผมตอบไปว่า พี่ ดีลที่พี่ได้ ดีที่สุดแล้วครับ ไม่ต้องจ้างผม แต่พี่ รีบตกลงกับเจ้าหนี้ ดีที่สุดครับ ผมว่า ลูกค้ารายนี้ แกคงไม่ค่อยจะพอใจผมซักเท่าไร

อยากจะบอกกับ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้ ทั้งหลายนะครับ ที่ปรึกษาการเงิน โดยเฉพาะในกรณีรับงานเจรจาแก้ไข หรือ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ มีหลายประเภท เช่น หลอกเงินค่าใช้จ่ายไปเรื่อย อ้างผู้ใหญ่ขอ หรือ กำลังวิ่งผู้ใหญ่ ผมบอกเลยครับ บางที เงื่อนไขที่ดีที่สุด ลูกค้าได้รับมันแล้ว จากข้อเสนอของเจ้าหนี้ แต่คุณไม่ยอมรับมันเอง

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เป็นหนี้ ธุรกิจ 3,000 ล้าน ใช้หลักการ 2 ข้อนี้ แก้ไข และเจรจาหนี้ ได้จนสำเร็จ

จากคลิปนี้ ของผม ได้บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าของกิจการ โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหนี้ ระดับ สามพันกว่าล้าน ด้วยความตั้งใจ และสติตั้งมั่น สุดท้าย ก็นำพากิจการให้รอดพ้นจากภาระหนี้ได้ ลองฟังดูครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ