ที่ปรึกษา เพื่อแนะนำ เทคนิค วิธีการ การ กู้เงิน ขอสินเชื่อ แก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้

สำหรับคนที่มีปัญหา กู้เงินซื้อบ้านไม่ผ่าน ขอสินเชื่อกับ ธนาคารไม่ผ่าน แบงก์ ไม่อนุมัติ หรือ ท่านที่มีปัญหาหนี้เสีย ภาระหนี้สินมากและยังหาทางออกไม่ได้ จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในตำแหน่ง วิเคราะห์สินเชื่อ จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายๆ แห่ง ผมทำงานมาหลายแบงก์ครับ และสายสัมพันธ์ ทั้งเพื่อนร่วมงานเก่า และเจ้านายเก่าๆ ของผม ที่ผมมีคอนเนคชั่นกันอย่างลึกซึ้ง ผมยินดีที่จะแนะนำ ทริค และเทคนิค วิธีการต่างๆ ในการกู้เงิน ซื้อบ้าน วิธีขอสินเชื่อให้ผ่าน แบงก์ไหน ธนาคารไหน ปล่อยง่าย เทคนิควิธีการเดินบัญชี ทำยังไงให้กู้บ้านผ่าน เทคนิคการซื้อบ้านแล้วมีเงินเหลือ เทคนิคการดันราคาประเมินบ้าน ต่างๆ เหล่านี้ ผมพร้อมที่จะสอนและแนะนำ จาก ความรู้ และประสบการณ์กว่า 20 ปี ของผมและสำหรับท่านที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ ท่านผู้ประกอบการ ธุรกิจ SME ประสบกับปัญหาภาระหนี้สินมาก หาทางออก หาทางแก้ไม่ได้ ท่านยังไม่ถึงทางตันครับ มาคุยกับผมครับ ปัญหาหนี้เสีย ผ่อนชำระหนี้ไม่ไหว ให้ผมช่วยหาทางออกให้ครับอะไรบ้างที่คุณจะได้จากผม

  • เทคนิค และวิธีการการเตรียมเอกสาร
  • เทคนิค และวิธีการเจรจา และนำเสนอข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร อันนี้สำคัญมากนะครับ
  • และในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่าง ขั้นตอนการยื่นเรื่อง ติดต่อประสานงานกันได้ตลอดเวลาครับ
  • เทคนิคการเจรจา ต่อรอง หนี้ เข้าใจในกระบวนการติดตามหนี้เสีย กระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย การบังคับคดี ยึดทรัพย์ ผมจะหาทางออกให้กับคุณ

แนวทางการให้คำปรึกษา

แบบที่ 1 ชำระเงิน จำนวน 2,500 บาท แบบโทรคุยได้ตลอดชีพ ไม่จำกัดครั้ง

แบบที่ 2 ค่าบริการ ให้คำปรึกษา 7,000 บาท แบบ Private Session นัดพบเจอกัน 1 ครั้ง หลังจากนั้น โทรคุยได้ตลอดชีพ ไม่จำกัดครั้ง

โดยโอนเงิน ค่าที่ปรึกษา มาที่
SCB ธนาคาร ไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 407 0 55631 0
KBank ธนาคาร กสิกรไทย เลขที่บัญชี 766 2 21897 3
ชื่อบัญชี Yuttana Kosakul


ส่งข้อความมาที่ Line ID : @antonio ( ใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ ) หรือ email : antonioattorney@gmail.com แล้วนัดเวลาที่คุณสะดวก เพื่อโทรคุยกันอีกทีครับ

ผมเป็นเจ้าของ เวปไซต์ http://antonioattorney.com และเพจ https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company ครับ และช่อง YouTube ของผมครับ 

ลองดูโปรไฟล์ต่างๆ ของผม เพื่อการตัดสินใจของคุณครับ ผมรอคุณอยู่ครับ เพื่อที่จะได้แนะนำ เทคนิค วิธีการต่างๆ ให้คุณได้สำเร็จ และสมหวัง นะครับ

หนี้เสีย แก้ได้ด้วย ใจครับ ใจต้องสู้ แล้วจะรอด

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เมื่อลูกหนี้ไปต่อไม่ไหว ยื่นแผนปรับโครงสร้างหนี้ หรือยื่นฟื้นฟูกิจการ ก็ไร้ความหมาย

ครับ ปัญหาเรื่องหนี้ หากเราบริหารหนี้ หรือจัดการหนี้เป็น การเป็นหนี้ มันไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอกครับ แต่หากเราจัดการหนี้ไม่เป็น บริหารหนี้ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หายนะอันน่าสะพรึงกลัว มันจะทำลายล้างธุรกิจ รวมถึงชีวิตของคุณด้วย

หนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ

1. เป็นหนี้เพื่อการลงทุน กู้หนี้ยืมสินมาเพื่อประกอบธุรกิจ

2. เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค กู้บ้าน กู้บัตรเครดิต กู้รถ สินเชื่อบุคคล

หนี้หลัก 2 ประเภทนี้ หากบริหารเป็น มันก็จะเป็นประโยชน์กับผู้เป็นหนี้ครับ กู้เงินมาลงทุนทำธุรกิจ ตั้งใจทำธุรกิจ จากเงินกู้และเงินทุนที่มี ไม่นอกลู่นอกทาง ฟุ้งเฟ้อฟุ้งซ่านเกินตัว รับรอง เงินกู้ที่คุณได้มามันจะต่อยอดธุรกิจคุณได้แน่นอน เพราะอะไรเหรอครับ เพราะส่วนใหญ่ ธนาคารเขามีการคำนวณและวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วว่าธุรกิจคุณไปได้เขาถึงให้เงินกู้กับคุณ

ส่วนหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค คุณกู้ซื้อบ้าน เขาก็วิเคราะห์แล้วว่าคุณผ่อนบ้านได้ แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณผ่อนไม่ได้ อาจเกิดจากการที่คุณไปสร้างหนี้เพิ่มจำนวนมาก หลังจากที่คุณกู้บ้านได้แล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ เช่น กู้บ้านผ่านแล้ว กู้บัตรเครดิตเพิ่ม กู้สินเชื่อบุคคลเพิ่มจัด ไฟแนนซ์ซื้อรถใหม่ป้ายแดง สุดท้ายไปไม่รอด ผมเห็นมาเยอะแล้วครับแบบนี้

ทีนี้มาดูกันครับว่า เมื่อเราเป็นหนี้ และเมื่อเป็นหนี้มากขึ้นเยอะขึ้น ที่เรียกว่าภาระหนี้สูงเกินกว่ารายได้ สักพักมันก็จะกลายเป็นหนี้เสีย วิธีการแก้ไขหนี้ก็คือ การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ จะแก้ไขด้วยวิธีการตัดจบขอลดหนี้ หรือผ่อนชำระต่อ ด้วยเงื่อนไขที่ลูกหนี้ผ่อนได้และเจ้าหนี้ก็ยอมรับได้ แบบนี้ก็ยังไปต่อได้ครับ

แต่หากจะไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ แบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด แผนที่เสนอ เจ้านี้ดูแล้วไม่น่าจะไหว ตอนนี้ยังไงก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ผมมีตัวอย่างบริษัทใหญ่ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง ใครๆก็รู้จัก สุดท้ายหลังจากที่โด่งดังจน เข้าไปลิสต์ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เท่สุดๆ ตอนนี้ยื่นฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยครับ ที่สำคัญศาลไม่รับแผนซะด้วย ลองมาดูเนื้อหาสาระที่ศาลไม่รับแผนกันครับ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้คนไหน คิดที่จะยื่นเสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ จะได้มีแนวทางและตัวอย่างครับ

ศาลล้มละลายกลาง นัดฟังคำสั่งการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ วุฒิศักดิ์ คลินิกโดย ศาลพิเคราะห์ คำร้อง ประกอบคำคัดค้าน ของเจ้าหนี้ ผู้คัดค้าน แล้วเห็นว่า ลูกหนี้ ผู้ร้องขอไม่อาจดำเนินกิจการเพื่อสร้างรายได้และแก้ปัญหาหนี้สินที่มีได้อีกต่อไป อีกทั้งลูกหนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งเงินทุนใดที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการตามที่กล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการที่ประสบปัญหาแล้ว ลูกหนี้ ผู้ร้องขอ ไม่อาจแก้ไขได้ ทั้งปัญหาการถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดีจำนวนมากหรือการสร้างรายได้ใหม่ที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ หรือปัญหาบุคลากรที่ไม่สามารถหามาร่วมงานเพราะค้างค่าจ้าง เมื่อฟังประกอบกันแล้วย่อมมีให้เหตุวินิจฉัยได้ว่า กรณีของลูกหนี้ ผู้ร้องขอนี้ ยังไม่มีเหตุสมควรและไม่มีช่องทางการฟื้นฟูกิจการเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ

โดย ตามขั้นกฎหมาย ลูกหนี้ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอฟื้นฟูกิจการฯ ได้ ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้น (ศาลล้มละลายกลาง) มีคำสั่ง หรือกรณีที่หากจะยื่นขอคำร้องฟื้นฟูใหม่อีกครั้ง ก็จะต้องดำเนินการหลังจากนี้เกินกว่า 6 เดือน ขณะที่เมื่อศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ผลของ Automatic stay หรือการพักชำระหนี้ สิ้นผลทันที

ครับจากข้อมูลที่ศาลไม่รับฟื้นฟูกิจการ ก็มาจากการที่เจ้าหนี้ต่างๆค้าน และเหตุผลต่างๆที่เอามาโต้แย้งกับแนวทางการฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าจะเป็น ไม่เชื่อว่าลูกหนี้จะมีแหล่งเงินทุนใหม่จากแหล่งไหน ชื่อเสียงทางธุรกิจมีปัญหา วุฒิศักดิ์คลินิก ประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงาม เพราะฉะนั้น บุคลากรทางการแพทย์สำคัญมาก ซึ่งตรงนี้บริษัทเอง ก็มีการค้างจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง กับบุคลากรหรือพนักงานเดิมอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีปัญหาที่จะรับบุคลากรใหม่ๆเก่งๆเข้ามาได้ โดยภาพรวมแล้วศาลไม่น่าเชื่อว่าบริษัทจะฟื้นฟูกิจการกลับมาได้อีกครั้ง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรอครับ การที่ศาลไม่รับฟื้นฟูฯ สุดท้ายก็กลับไปสู่อ้อมอกของเจ้าหนี้ โดนรุมสกรัม สุดท้ายความซวยเกิดกับผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก ไม่รู้ใครมีหุ้นติดไม้ติดมือกันเยอะมากน้อยแค่ไหนครับ ผมไม่มีสักหุ้น โชคดีของผม

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

SCB ไทยพาณิชย์ ธนาคารของนักสู้ รวดเร็ว หนักแน่น รุนแรง

วันนี้ ผมจะเขียนบทความถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB เพราะมีกระแสดราม่า ที่เอาเรื่องของการเมือง มาเกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจ ในประเด็นนี้ผมคงไม่กล่าวถึง แต่จะมาเล่าให้ฟังว่า ธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB ในมุมมองของผม ในฐานะที่ผมทำธุรกิจเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินมานาน อยากจะมาเล่าคาแรคเตอร์ของธนาคารแห่งนี้ให้ฟัง

ถ้าจะพูดถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ งานที่ผมต้องติดต่อธุรกิจด้วย มี 2 ประเภทคือ

1. หาเงินกู้ให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อธุรกิจหรือสินเชื่อเพื่อการเคหะหรือกู้ซื้อบ้าน

2. เจรจาหนี้ คือลูกค้าผมเป็นหนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ มาจ้างผมให้เป็นที่ปรึกษา และเข้าไปเจรจาหนี้ ให้กับลูกค้า

มาดูในด้านการปล่อยเงินกู้ของไทยพาณิชย์กันครับ ถ้าพูดถึงสินเชื่อธุรกิจ ไทยพาณิชย์เป็นแบงค์ที่ ค่อนข้างที่จะสู้ สู้ในที่นี้ความหมายคือ ยืดหยุ่นกฎเกณฑ์ในการปล่อยกู้มากพอสมควร แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าแบงค์ใหญ่ในระดับเดียวกัน เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย หลายปีก่อน น่าจะเกือบ 7-8 ปีที่แล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ ลุยสินเชื่อ SMEs แบบบ้า ทะลุทะลวงมาก สินเชื่อ 3 เท่า 5 เท่า ลุยกันแหลก ลูกค้าผมก็ได้วงเงินกู้กันมาหลายราย  

ส่วนการปล่อยกู้สินเชื่อ กู้บ้าน กู้คอนโด ไทยพาณิชย์เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาครับว่า ค่าประเมินหลักประกันแพงที่สุด แพงกว่าทุกธนาคาร ไทยพาณิชย์ใช้บริษัทประเมิน เป็นบริษัทในเครือคือ บริษัท สยามพิธิวัฒน์ จำกัด ซึ่งอย่างที่บอกครับ ราคาประเมินแพงกว่าชาวบ้านชาวช่องๆ ทาวน์เฮ้าส์ธนาคารอื่นประเมินกัน 2,000 กว่าบาท ไทยพาณิชย์ล่อไป 3,000 กว่าบาท บ้านเดี่ยวธนาคารอื่นประเมินกัน 3,000 กว่าบาท ธนาคารไทยพาณิชย์กดไป 5,000 กว่าบาท อีกครั้งในอดีต ลูกค้าที่ไปยื่นกู้เกือบทุกเคสเจ้าหน้าที่ marketing จะไม่ทำการ Pre approved ก่อนแต่จะส่งประเมินก่อนเลย ผลก็คือ ลูกค้าเสียเงินค่าประเมินสุดท้ายกู้ไม่ผ่าน marketing โดนด่าเละ แต่ผมเองลูกค้าหลายราย ที่ไม่สามารถขอวงเงินกู้จากธนาคารอื่นได้ แต่มาถึงมือไทยพาณิชย์ ธนาคารไทยพาณิชย์สามารถจัดให้ได้ครับ อันนี้ต้องขอชมเชยครับ แต่ก็ติงนิดนึงครับ อัตราดอกเบี้ยไม่ธรรมดา คือแพงครับ

ที่นี้มาดูงานของผมที่ต้องติดต่อ กับ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ ในด้านการเจรจาหนี้กันบ้าง ผมว่าในด้านการเจรจาหนี้เกือบทุกธนาคารในประเทศไทยก็เขี้ยวกันหมดละครับ แต่ถ้าผม จะจัดอันดับความเขี้ยวของ level ธนาคารใหญ่ในประเทศไทยคือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย ผมยกให้ 2 แบงค์ครับในระดับความเขี้ยวที่สุด พอๆกัน คือ BBL กับ SCB บอกเป็นตัวย่อ น่าจะไม่ยากนะครับ

SCB มีนโยบายในการแก้หนี้ คือ รวดเร็ว รุนแรง ตัดสินใจเร็ว และชัดเจนมาก อธิบายให้ฟังแบบนี้ครับ รวดเร็ว รุนแรง คือ ฟ้องเร็วครับ เป็นหนี้เสียบปุ๊บฟ้อง หรือที่บอกว่าตัดสินใจเร็ว และชัดเจนคือ บางครั้งเป็นหนี้เสียปุ๊ปดูแล้ว ธุรกิจลูกค้า ไปไม่รอดขายหนี้ทิ้ง ทันทีครับ ไม่รอช้าไม่อ้ำอึ้ง นี่คือลักษณะการทำงานในส่วนของการบริหารหนี้ ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ครับ

ส่วนในขั้นตอนการเจรจา ผมเองมีลูกค้ารายล่าสุดที่เข้าไปเจรจากับ ไทยพาณิชย์ เป็นวงเงินที่ค่อนข้างใหญ่ ต้องขอบอกเลยครับว่า surprise ผมมาก เพราะไทยพาณิชย์ใจดีมาก และเงื่อนไขที่เสนอไปก็รับเกือบหมด แถมยืดหยุ่น ให้มากกว่าที่คิดด้วยครับ อันนี้ต้องบอกเลยว่าขอชมเชยไทยพาณิชย์ที่เข้าใจลูกค้าและเข้าใจภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ครับ ผมก็ได้อธิบายคาแรคเตอร์ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในมุมมองที่ผมได้พบ ติดต่อ และมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ มีตัวตน และมีความมั่นคงในฐานะที่เป็นธนาคารใหญ่ลำดับต้นๆของไทยอย่างไร

“ธนาคารไทยพาณิชย์” หรือ “SCB” ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทยที่มีอายุรวมถึง 114 ปี

ธนาคารไทยพาณิชย์ มีผู้เปิดใช้บัญชีเงินฝากหลากหลายประเภท ปัจจุบันธนาคารได้เน้น ให้ผู้เปิดบัญชีใช้แอป SCB easy ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ K Plusจากกสิกรไทย

– จำนวนผู้ใช้งาน SCB EASY แอพพลิเคชั่น Moblie Banking ของธนาคารจำนวน 10.5 ล้านราย
– ยอดธุรกรรม เฉลี่ย 135 ล้านรายการ/เดือน
– จํานวนลูกค้าบุคคล 16.4 ล้านราย

สินทรัพย์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563
– ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 3,111 พันล้านบาท
– มีเงินฝาก 2,255 พันล้านบาท
– มีสินเชื่อ 2,144 พันล้านบาท

รายได้และกำไร ของธนาคารไทยพาณิชย์ ณ สิ้นปี 2562 ดังนี้

– รายได้รวม จำนวน 166,098 ล้านบาท
– มีกำไรสุทธิ 40,436 ล้านบาท

ขณะที่ครึ่งแรกปี 2563 มีรายได้รวม จำนวน 73,917 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ  17,611 ล้านบาท

ธนาคารไทยพาณิชย์ นับเป็นธนาคารขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ตามระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีธนาคารจดทะเบียนในตลลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 11 แห่ง โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 62 ระบุว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีส่วนแบ่งการตลาดต่างๆ ดังต่อไปนี้

– สินทรัพย์ คิดเป็น 16.5% ของระบบธนาคารพาณิชย์
– สินเชื่อ คิดเป็น 17.1% ของระบบธนาคารพาณิชย์
– เงินรับฝาก คิดเป็น 17.3% ของระบบธนาคารพาณิชย์
– กำไรสุทธิ คิดเป็น 19.4% ของระบบธนาคารพาณิชย์

ครับ จากข้อมูลข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า ไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเรียกได้ว่าเป็นขาใหญ่ของระบบธนาคารของประเทศไทย ในส่วนของผมเอง ที่ต้องติดต่อธุรกิจกับไทยพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นพาลูกค้าไปกู้เงิน หรือเข้าไปเจรจาหนี้ให้กับลูกค้า สรุปได้เลยครับว่า เจอทั้งประสบการณ์ที่ดีและประสบการณ์ที่ไม่ดี กับธนาคารไทยพาณิชย์ คละเคล้าปนเปกันไปครับ บางครั้งเจ้าหน้าที่คนนี้ดี บางครั้งเจ้าหน้าที่อีกคนไม่ดี อาจจะบอกไม่ได้ว่า ธนาคารไม่ดี หรือธนาคารดี แต่ข้อสรุปสุดท้าย ผมไม่ได้บอกว่าไทยพาณิชย์ดีหรือไม่ดีนะ ผมแค่จะเล่าให้ฟังในบทความนี้ว่า ลักษณะหรือคาแรคเตอร์ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ในมุมมองของนักการเงิน เป็นอย่างไร สวัสดีครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ทำไม การบินไทยต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ ทั้งศาลไทย และศาลสหรัฐอเมริกา

อย่างที่เรารู้กันอยู่นะครับตอนนี้ ว่า การบินไทย สายการบินแห่งชาติของประเทศไทย ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายของประเทศไทย การยื่นฟื้นฟูกิจการ ผมขอสรุปสั้นๆ คือ เมื่อศาลรับคำร้อง เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องหยุดนิ่ง คือพูดง่ายๆคืออยู่เฉยๆ ห้ามทวงหนี้ ห้ามบังคับคดี ห้ามฟ้อง ที่ฟ้องไปแล้วก็ให้หยุด ภาษาชาวบ้านก็จะประมาณนี้

หลังจากนั้น ศาลก็จะมาพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ถ้ารับคำร้อง ก็ต้องมาดูว่าการบินไทยจะจ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้อย่างไร ก็ต้องมาประชุมปรึกษาหารือกันระหว่างลูกหนี้ เจ้าหนี้ และศาล เนื้อหาสาระก็จะเป็นประมาณนี้นะครับ

ทีนี้มาดูกันว่าทำไม การบินไทยต้องฟ้องทั้งในศาลไทย และศาลที่สหรัฐอเมริกา ผมสรุปสั้นๆ ก่อนที่จะไปดูเนื้อหารายละเอียดกันนะครับว่า การบินไทยมีทรัพย์สินคือเครื่องบิน ซึ่งเป็นหลักประกันในการกู้เงินจากต่างประเทศ ทรัพย์สินคือเครื่องบินเรียกว่าสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าหนี้ต่างประเทศสามารถยึดได้หากอยู่นอกราชอาณาจักรไทย พอเริ่มเข้าใจกันบ้างนะครับ ที่นี่ไปดูรายละเอียดกันดีกว่า ว่า การยื่นฟื้นฟูกิจการในศาลไทยกับสหรัฐอเมริกา แตกต่างกันอย่างไร

กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ของไทยและสหรัฐอเมริกา

1. คำถาม: ทำไมการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทลูกหนี้ในประเทศไทยจึงอาจไม่เพียงพอต่อการระงับการบังคับชำระหนี้จากเจ้าหนี้?

เจ้าหนี้จะเป็นเจ้าหนี้ไทยหรือเจ้าหนี้ต่างประเทศยังสามารถดำเนินการฟ้องร้องและหรือบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ เพราะผลตามกฎหมายไทยไม่ได้มีผลคุ้มครองไปถึงทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ

แต่เจ้าหนี้ในไทยจะต้องหยุดตามคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาตามมาตรา 90/9 จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้หรือสภาวะหยุดนิ่ง (automatic stay หรือ moratorium)

2. คำถาม: บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่?

คำตอบคือได้ หลักการของอเมริกาคือ หากลูกหนี้ มีทรัพย์สินอยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีหนี้สิน สามารถร้องขอยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลสหรัฐอเมริกาได้ คำว่าทรัพย์สินคือคุณแค่มีเงินฝากก็ถือเป็นทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว มาดูรายละเอียดให้หายกันครับ

คำตอบ: เงื่อนไขในการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คำนึงถึงสัญชาติของลูกหนี้ คงพิจารณาจากจุดเกาะเกี่ยวหรือจุดเกี่ยวพันกับประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ลูกหนี้พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาหรือมีสถานประกอบธุรกิจหรือมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (US Bankruptcy Code) มาตรา 109 ซึ่งประเด็นจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สิน ในคดีที่ผ่านๆ มา ศาลสหรัฐอเมริกาแปลความอย่างกว้างว่า แค่มีเงินในบัญชีเงินฝากที่สหรัฐอเมริกาก็ถือว่า มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะฉะนั้น หากบริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ แต่หากไม่มี ก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากและฝากเงิน ก็ถือว่ามีจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา และสามารถยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา

3. คำถาม: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาสำคัญอย่างไร?

คำตอบ: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาก็จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก การที่จะก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในประเทศอื่นๆ นอกสหรัฐอเมริกา ต้องใช้กระบวนพิจารณาในส่วนที่เรียกว่า การล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ในหมวด 15 (Chapter 15) ซึ่งกระบวนการเริ่มจากผู้จัดการทรัพย์สินหรือตัวแทนของคดีฟื้นฟูกิจการที่สหรัฐอเมริกาไปยื่นคำร้องขอให้ประเทศต่างๆ ที่บริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินตั้งอยู่รับรองว่ามีกระบวนการฟื้นฟูกิจการเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ขอให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ในประเทศนั้นๆ ด้วย เหตุที่ผู้จัดการทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาสามารถกระทำดังกล่าวได้เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีการอนุวัติกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL) เป็นกฎหมายภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลของประเทศผู้ถูกร้องขอจะรับรองกระบวนการฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาและก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามที่ผู้แทนจากสหรัฐอเมริการ้องขอหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายล้มละลายภายในประเทศนั้นๆ ด้วย

แท้จริงแล้ว หากหวังผลเฉพาะในส่วนบทบัญญัติเรื่องการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องไปยื่นที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากมีประเทศหรือรัฐกว่า 40 ประเทศ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายของตนเองให้มีในส่วนของการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการข้ามชาติด้วย เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น

อนึ่ง ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการอนุมัติกฎหมายล้มละลายข้ามชาติเข้าเป็นกฎหมายภายใน แม้คณะรัฐมนตรีจะรับหลักการในเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2559 แล้วก็ตาม

4. สรุปกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด 11 แห่งกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (Chapter 11 Reorganization of the US Bankruptcy Code)

4.1 การเริ่มกระบวนพิจารณา: โดยการยื่นคำร้องขอโดยลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอก็ได้ คดีส่วนใหญ่ลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอ

4.2 หากลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอจะเป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 301 ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ ขอเพียงแค่ลูกหนี้มีหนี้ และไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนหนี้ขั้นต่ำ หมายความว่ามีหนี้เป็นจำนวนเท่าใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการมักมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้หรือมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน เพราะเงื่อนไขข้อหนึ่งในการที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่คือ การที่ผู้ร้องขอต้องยื่นคำร้องขอโดยสุจริตตามมาตรา 1129 (a)(3)

4.3 คดีเริ่มต้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ผลประการหนึ่งคือ จะเกิด an order for relief (ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า คำสั่งที่ช่วยบรรเทาลูกหนี้จากภาระหนี้ที่มีทั้งหมด หากแปลเทียบเคียงกับกฎหมายไทยคือ คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ) ผลอีกประการหนึ่งคือ เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามมาตรา 362 ซึ่งมีเนื้อหาเทียบเคียงได้กับมาตรา 90/12 ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ)

4.4. การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการมาพร้อมคำร้องขอก็ได้ ตามมาตรา 1121(a) ซึ่งกรณีนี้จะช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้น หรือผู้ร้องขอจะค่อยมาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังคดีเริ่มต้นแล้วก็ได้ โดยกฎหมายให้โอกาสลูกหนี้เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูก่อนในช่วง 120 วันแรกนับจากวันเริ่มต้นคดี ตามมาตรา 1121 (b) ภายหลังจากนั้น หากลูกหนี้ยังไม่ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ ผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่คือ เจ้าหนี้ มีสิทธิที่จะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาได้

4.5 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ เป็นไปตามมาตรา 1129 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มยอมรับแผนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 1126 เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่าสัดส่วนที่จะได้รับชำระหนี้หากลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การยื่นคำร้องขอเป็นไปโดยสุจริต ภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้วลูกหนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ล้มละลายหรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอีกเว้นแต่เป็นกรณีที่ระบุไว้ในแผน เป็นต้น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินการตามแผนตามมาตรา 1123 คือ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นระยะเวลาเท่าใด แล้วแต่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงกัน แต่ตามกฎหมายไทยตามมาตรา 90/42 (9) กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี ระยะเวลาดำเนินการตามแผนขยายได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 90/63 วรรคสอง อนึ่ง ระยะเวลาชำระหนี้จริงอาจยาวกว่าระยะเวลาดำเนินการตามแผนได้ ระยะเวลาดำเนินการตามแผนคือ ระยะเวลาที่บริษัทลูกหนี้ต้องบริหารกิจการภายใต้การกำกับของศาลล้มละลายกลางและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สังกัดสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

4.6 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1129 ถือเป็นวันที่คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดไปจากศาลเลย เพราะลูกหนี้จะหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1141 (d)(1)(A) โดยบริษัทลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องผูกมัดตามแผนและลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ระบุไว้ในแผนนอกศาล 

ตรงนี้เป็นจุดที่เป็นประโยชน์อีกจุดหนึ่งของการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากระยะเวลาภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะสั้นกว่าของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามกฎหมายไทย   เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว บริษัทลูกหนี้ยังต้องดำเนินการตามแผนภายในระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปี เว้นแต่มีการขยาย ให้แล้วเสร็จหรือไม่แล้วเสร็จ เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/75 จึงทำให้คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดลง.

ครับก็ถือว่าเป็นเนื้อหาสาระที่ดี ผมก็ถอดข้อความเหล่านี้มาจาก บทความของ ดร.กนก จุลมนต์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจกันนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney