ฟื้นฟูกิจการ ไม่ใช่กิจการล้มละลาย มันแตกต่างกันครับ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “การฟื้นฟูกิจการ” ไม่ใช่ “การล้มละลาย” หรือการที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ 

เพียงแต่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย จึงอาจทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่าการยื่นขอฟื้นฟูกิจการคือการยื่นขอล้มละลาย

  •  การล้มละลาย คืออะไร ?

“การล้มละลาย” คือ การที่กิจการหรือลูกหนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัว (หนี้บุคคลธรรมดาไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท หนี้นิติบุคคลไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท)

เมื่อลูกหนี้ถูกฟ้องคดี ศาลจะทำการพิจารณาสืบพยานหลักฐานว่าลูกหนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงตามคำฟ้องหรือไม่ หากว่าจริง ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้

“คำสั่งพิทักษ์เด็ดขาด” คือ การที่ศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ควบคุมกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ กล่าวคือ ลูกหนี้ไม่สิทธิกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนได้เลย ยกเว้นแต่ทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลหรือพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้น

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้แล้ว จะเข้าสู่คดีล้มละลาย ทั้งนี้ ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายในทันที แต่จะส่งหมายแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ เพื่อให้ดำเนินการจัดการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้และดำเนินการแบ่งทรัพย์สินที่รวบรวมได้เพื่อจัดสรรให้กับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายของลูกหนี้

ส่วนกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้สินมากจนไม่เพียงพอจะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องติดตามทรัพย์อื่นมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ส่วนที่เหลือต่อไป

  • ทำความรู้จัก “การฟื้นฟูกิจการ”

ตามกฎหมายการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้/ลูกหนี้ ปี 2541 ระบุว่าผู้ที่มีสิทธิ์ในขอฟื้นฟูกิจการได้นั้นจะต้องเข้าเงื่อนไข ดังนี้

– ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว 
– ลูกหนี้เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดบริษัทมหาชนหรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
– จำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
– ลูกหนี้มีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการและมีเหตุอันสมควร (ต้องไม่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด)
– ยื่นคำขอโดยสุจริต

มีการเพิ่มเงื่อนไขในการยื่นฟื้นฟูกิจการสำหรับบุคคลธรรมดา มีหนี้สินเกิน 2 ล้านบาท

สำหรับบริษัทและนิติบุคคลอื่น มีหนี้สินเกิน 3 ล้านบาท ก็สามารถยื่นฟื้นฟูกิจการได้ครับ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ 2 ใน 3 และยื่นเป็นเอกสารยืนยันในวันยื่นทำแผนต่อศาลล้มละลาย ซึ่งจะแตกต่างกับบริษัทที่มีหนี้สินเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ครับ

โดย หากผลของคำสั่งศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้จะได้รับสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) ในกรณีศาลเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการผู้บริหารแผนจะดำเนินการตามแผนระยะเวลาตามแผน 5 ปีขอขยายได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หัวใจสำคัญของ “การฟื้นฟูกิจการ” คือ เมื่อศาลสั่งรับคำขอฟื้นฟูกิจการ สภาวะการพักการชำระหนี้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า automatic stay เกิดขึ้นทันทีนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

“สภาวะการพักการชำระหนี้” นี้เอง ที่เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้และเป็นจุดแข็ง ทั้งนี้ เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินการไปต่อได้และดูแลสภาพคล่อง (liquidity) ของธุรกิจ โดยไม่ต้องกังวลว่าธุรกิจหรือกิจการจะถูกเรียกให้ชำระหนี้หรือถูกฟ้องร้อง สภาวะการพักการชำระหนี้

หากกล่าวให้เห็นภาพ เสมือนหนึ่งธุรกิจหรือกิจการจะอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่ที่จะป้องกันการถูกฟ้องร้อง ถูกบังคับคดี ถูกบังคับชำระหนี้ ถูกงดให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ประโยชน์ข้างต้นที่ลูกหนี้จะได้รับ ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่ได้อาศัยการพักชำระหนี้เป็นเหตุของการประวิงคดี ดังสุภาษิตกฎหมายที่ว่า “ผู้ที่มาพึ่งศาล จะต้องมาศาลด้วยมือสะอาด” (He who comes to equity must come with clean hands)

สำหรับหน้าที่ของลูกหนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีอย่างไรนั้น กฎหมายก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าลูกหนี้ยังสามารถประกอบธุรกิจตามที่จำเป็นของธุรกิจเท่านั้น เพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้น ลูกหนี้จะจำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

แต่ กรณีที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ยอมรับแผน และศาลไม่เห็นชอบด้วยแผน อาจสั่งยกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการ หรือหากลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลายไว้ให้ไปดำเนินคดีล้มละลายนั้นต่อไป ในกรณีที่ผู้บริหารแผนพ้นตำแหน่ง และไม่อาจเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ศาลอาจมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่วนกรณีระยะเวลาตามแผนสิ้นสุดแต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่สำเร็จ ศาลอาจมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

  • สรุปแล้ว การฟื้นฟูกิจการ VS การล้มลาย ต่างกันอย่างไร

กล่าวโดยสรุปคือ “การฟื้นฟูกิจการ” ถือเป็นการรักษาให้กิจการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจ ได้ตามปกติ หรือพูดง่ายๆ ว่า ผู้ยื่นขอให้มีการฟื้นฟูกิจการต้องการรักษาความเป็นกิจการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง (going concern) จะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลายทั้งเจ้าหนี้ภายในและต่างประเทศ รวมถึงจะเปิดโอกาสให้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และแผนธุรกิจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาจมีผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกบริษัทมาร่วมดำเนินการ

ในขณะที่ “การล้มละลายหรือการถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์” นั้น จะไม่ได้เป็นการทำให้ธุรกิจดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่เป็นการมุ่งไปสู่กระบวนการค้นหาและรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อนำมาแบ่งให้กับเจ้าหนี้ โดยการยึดหรืออายัดและนำมาขายทอดตลาด และในขณะที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี จะเป็นผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

Antonio Attorney ที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย บริษัทของเรา รับดำเนินการยื่นฟื้นฟูกิจการ และเป็นตัวแทนในการเจรจาเพื่อแก้ไขหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับท่านเจ้าของธุรกิจ ที่ธุรกิจเริ่มมีปัญหา ติดต่อเราครับ เราพร้อมที่จะเดินเคียงข้าง เพื่อสู้กับเจ้าหนี้ไปกับคุณครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

การปิดหนี้ประเภทหนึ่ง ที่อาจจะไม่ต้องใช้เงินจ่ายหนี้

ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง ใน 1 กรณีครับ คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำว่า ตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ ไหมครับ กรณีแบบนี้ ความหมายคือ ลูกหนี้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารในการกู้เงิน ส่วนใหญ่ทรัพย์ที่ค้ำประกันก็มักจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด โรงงานเป็นต้น หลักในการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ คือ ธนาคารและลูกหนี้ จะต้องเห็นชอบร่วมกันว่าราคาประเมินของมูลค่าหลักประกันเป็นเท่าไหร่ ด้วยการให้บริษัทประเมิน มาประเมินราคา ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารจะรับตีโอนทรัพย์ ถ้าเป็น บ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีสิ่งปลูกสร้าง จะรับตีโอนทรัพย์ที่ 80% แต่หากเป็นที่ดินเปล่าอาจจะแค่ 60 ถึง 70%

ยกตัวอย่างเช่น ลูกหนี้เป็นหนี้กับธนาคาร 900,000 บาท และจะตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ ราคาประเมินหลักประกัน ประเมินกันใหม่มูลค่า 1 ล้านบาท หากเงื่อนไขที่เจ้าหนี้จะรับโอนทรัพย์ชำระหนี้อยู่ที่ 80% เท่ากับจะรับตีทรัพย์ชำระหนี้ ที่จำนวน 800,000 บาท เท่ากับว่าลูกหนี้ต้องควักเงินสดเพิ่ม 100,000 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับธนาคารด้วยนะครับ

ในทางกลับกัน หากราคาประเมินสูงกว่า เช่นมูลค่าประเมินได้ 1.2 ล้านบาท ธนาคารรับตีโอนทรัพย์ 80% ของ 1.2 ล้านบาท เท่ากับ มูลค่าที่จะตีโอนทรัพย์ เท่ากับ 960,000 บาท แต่คุณเป็นหนี้ธนาคารเพียง 900,000 บาท ธนาคารก็จะไม่โอนส่วนต่าง 60,000 บาท คืนให้คุณ หนำซ้ำ คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอน และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินเองด้วย

ในกรณีนี้ ยังมีอีกเงื่อนไขพิเศษ ที่บางธนาคารมีให้กับลูกหนี้ เช่นรับตีโอนทรัพย์ชำระหนี้แล้ว ธนาคารมีเงื่อนไขให้ลูกหนี้สามารถซื้อทรัพย์คืนได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้คิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับตามที่คิดกับลูกค้าเงินกู้รายอื่นๆทั่วไป เช่น ตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ไปแล้ว หักหนี้ไปจำนวน 900,000 บาท มีสัญญาไว้กับลูกหนี้ ให้สามารถซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย MRR เท่ากับประมาณ 6.5% สมมุติว่า ลูกหนี้มาขอซื้อคืนทรัพย์ภายในปีที่ 2 โดยลูกหนี้จะต้องขอซื้อทรัพย์หลักประกันคืนใน จำนวนเงิน 900,000 บาท บวกอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลา 2 ปี เป็นต้น

การตีโอนทรัพย์ชําระหนี้ เป็นวิธีในการปิดชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเจ้าของหลักประกัน หรือลูกหนี้ อาจจะเสียเงินสดเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์แต่ปีนี้จะมีหรือธนาคารบางรายเท่านั้น แต่วิธีนี้ เจ้าหนี้หรือธนาคารบางรายเท่านั้น ที่จะรับเงื่อนไขการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ได้ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้ธนาคาร ลองเสนอแนวทางการชำระหนี้ ด้วยวิธีนี้ดูครับ เราอาจจะไม่ต้องเสียเวลารอขายทรัพย์ เพื่อมาชำระหนี้ แต่อย่าลืมนะครับว่า ธนาคารในฐานะเจ้าหนี้ เขาได้เปรียบเราตรงที่ว่าเขาอาจจะรับตีทรัพย์ชำระหนี้ที่ไม่เกิน 80% ของราคาประเมินมูลค่าหลักประกันเท่านั้น

ขอให้โชคดีในการเจรจาแก้ไขหนี้นะครับ แต่หากมีความกลัวหรือกังวล Antonio Attorney บริษัทเรามีทีมงาน ทางด้านการเงิน และทีมกฎหมาย ที่พร้อมจะเป็นตัวแทนของคุณ และเป็นตัวแทนลูกหนี้ เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้คุณ ในฐานะลูกหนี้ไม่ให้เสียเปรียบธนาคารเจ้าหนี้ ให้ทีมงานมืออาชีพอย่างเรา ดูแลเรื่องนี้ให้กับคุณนะครับ ยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

อาชีพของผม ที่ปรึกษาการเงิน งานเจรจาหนี้ให้กับลูกหนี้จอมดื้อรั้น ที่ตึกทำงานเก่า All Seasons Place ไม่ง่ายเลย

All Seasons Place

วันนี้ ผมมีนัดกับลูกค้าแต่เช้า ซึ่งปกติ ผมเอง จะไม่ค่อยนัดใครแต่เช้าแบบนี้ เพราะผมเบื่อรถติดที่สุด อาชีพผม ที่ปรึกษาเงิน ลูกค้านัด ผมก็ต้องมาละครับ วันนี้มีภารกิจ เฝ้าสังเกตการ เนื่องจาก มีลูกค้า ซึ่งเป็นลูกหนี้ กับ เจ้าหนี้ ผู้รับมอบอำนาจ บริษัท อัลฟ่าฯ ดูรูปด้านล่างเอาครับ

ที่ผ่านมา ลูกค้ารายนี้ ได้มีการเจรจา พูดคุยกับ เจ้าหนี้ มาเป็นเวลานาน และเงื่อนไขต่างๆ ก็คุย และเจรจากันจน แตกฉาน ละเอียด จนผมว่า ผมคงหาเหลี่ยม มุม ที่จะหาช่อง ให้ลูกหนี้ ได้ประโยชน์จากการเจรจาไปได้มากกว่านี้อีกแล้วละ วันนี้ ก่อนที่ผมจะรับงาน จึงขอลูกค้าว่า ลองนัดเจ้าหนี้ คุยอีกสักครั้ง ผมจะขอนั่งฟัง และเป็นผู้สังเกตการณ์ เท่านั้น

หลังจากได้ เข้าร่วมประชุม ผมสรุปกับลูกค้าว่า เงื่อนไขที่พี่ได้ ผมว่า เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดแล้ว เนื่องจาก สาเหตุ และข้อจำกัดในด้านกฎหมาย ต่างๆ นานา ซึ่งผมได้พยายาม อธิบายเพื่อให้เข้าใจ และลูกค้าก็ยังไม่ยอมรับในเงื่อนไข ที่ผมคิดว่าดีที่สุด สำหรับลูกหนี้แล้ว ขืนช้า อาจจะไม่เหลืออะไรเลย ผมได้ให้ข้อมูลไปแบบนั้น

สุดท้าย ลูกค้าพยายาม บอกว่า จะเรียกค่าใช้จ่ายเท่าไร ที่จะรับเป็นที่ปรึกษาให้ และทำหน้าที่เจรจาแก้ไขหนี้ให้กับเขา และช่วยวิ่งเต้นกับผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร และจะมีอำนาจสั่ง บริษัท ตัวแทนเจ้าหนี้ รายนี้ได้หรือ มันคือ บริษัท ฝรั่ง ซึ่งผมเอง เคยทำงานอยู่ในเครือของ บริษัทนี้ ผมรู้ดี

ผมตอบไปว่า พี่ ดีลที่พี่ได้ ดีที่สุดแล้วครับ ไม่ต้องจ้างผม แต่พี่ รีบตกลงกับเจ้าหนี้ ดีที่สุดครับ ผมว่า ลูกค้ารายนี้ แกคงไม่ค่อยจะพอใจผมซักเท่าไร

อยากจะบอกกับ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้ ทั้งหลายนะครับ ที่ปรึกษาการเงิน โดยเฉพาะในกรณีรับงานเจรจาแก้ไข หรือ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ มีหลายประเภท เช่น หลอกเงินค่าใช้จ่ายไปเรื่อย อ้างผู้ใหญ่ขอ หรือ กำลังวิ่งผู้ใหญ่ ผมบอกเลยครับ บางที เงื่อนไขที่ดีที่สุด ลูกค้าได้รับมันแล้ว จากข้อเสนอของเจ้าหนี้ แต่คุณไม่ยอมรับมันเอง

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

วันนี้มาทำหน้าที่ ที่ปรึกษาการเงิน ที่ภูเก็ตครับ

ไปภูเก็ตอีกแล้ว
สนามบินภูเก็ต เป็นสนามบินที่ติดทะเล เวลาเครื่องลง ลุ้นดีครับ

ถึงภูเก็ตเรียบร้อยครับ ครั้งนี้ภารกิจของผมคือ มาต้อนรับ ท่านรองประธานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ เนื่องด้วยผมมีลูกค้าทำธุรกิจอยู่ที่ภูเก็ต วงเงินก็หลักหลายร้อยล้านบาท ครั้งนี้ท่านรองประธาน จะมาเยี่ยมชมกิจการของลูกค้า ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงินให้กับธุรกิจของลูกค้า ก็ถือโอกาสนี้ได้เข้ามาพบปะและต้อนรับท่านรองประธานด้วยครับ ทั้งนี้ผมมีภารกิจอยู่ที่ภูเก็ตแค่ 2 วัน 1 คืน พักโรงแรมอยู่ที่หาดกะรนครับ

ท่านรองประธาน ได้ให้โอกาสลูกค้าและผม ให้ได้มีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจด้วยกัน อย่างสนุกสนาน มีบางครั้งที่เราในฐานะลูกหนี้ เมื่อผู้ใหญ่ระดับนี้มาถึง เราก็ต้องขออะไรที่เราอยากได้ ให้ธนาคารทำให้เรากันบ้าง แต่ผลลัพธ์จะได้ไม่ได้ ก็ว่ากันอีกทีครับ อย่าลืมนะครับ เราได้เงินกู้จากธนาคาร แต่ธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยจากเรา

ผมและทีมงาน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และแลกเปลี่ยนมุมมองของทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ก็ใช้เวลาร่วมประชุมกันประมาณชั่วโมงกว่าๆ แล้วก็มีการพาเดินนำชมกิจการของลูกค้า ตามที่เห็นในภาพนะครับ

เมื่อภารกิจเสร็จเรียบร้อย วันนี้ผมต้องกลับกรุงเทพฯช่วงบ่าย ก่อนกลับ พี่ที่นับถือกันที่ภูเก็ตโทรมาชวนผมให้ไปจิบไวน์ ก่อนกลับกรุงเทพฯ ที่ Catch Beach Club บรรยากาศดีมากครับ

ครับ ที่ catch beach club ผมบอกเลยว่าบรรยากาศดีมาก จนผมไม่อยากกลับกรุงเทพฯ สรุปสุดท้ายก็ขึ้นบินกลับกรุงเทพฯแบบเมาๆ ทริปนี้สนุกมาก ไปแล้วครับ

อย่าลืมติดตามผมไปเรื่อยๆใน blog นี้นะครับขอบคุณครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

คลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2 หนี้ Non-Bank เข้าร่วมได้ครับ ลูกหนี้ทั้งหลาย เตรียมตัวกันเลย

โครงการคลินิกแก้หนี้ ออกมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน มาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วครับ ขับเคลื่อนการทำงาน แก้ไขหนี้ ด้วย ทีมงานของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด ซึ่งขณะนี้ ขับเคลื่อนมาถึงระยะที่ 2 แล้วครับ ระยะนี้ เป็นระยะที่จะสามารถรองรับการปรับโครงสร้างหนี้ ของลูกหนี้ ที่เป็นหนี้กับ Non Bank ได้แล้ว ซึ่งมีข้อมูลว่า ลูกหนี้ สินเชื่อบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นหนี้ Non Bank และจะมีบริษัท อะไรบ้าง ที่เข้าร่วม ดังนี้ ครับ

  1. บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จ ากัด
  2. บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จ ากัด
  3. บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จ ากัด
  4. บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จ ากัด
  5. บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จ ากัด
  6. บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จ ากัด
  7. บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จ ากัด (มหาชน)
  8. บริษัท อีซี่ บาย จ ากัด (มหาชน)

เงื่อนไข ที่ลูกหนี้ จะเข้าร่วม โครงการ คลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2 ระยะล่าสุด มีเงื่อนไข ดังนี้ ครับ

  1. เป็นหนี้เสีย NPL มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อน 1 มกราคม 2562
  2. เป็นหนี้เสีย กับ เจ้าหนี้ มากกว่า 2 ราย
  3. เป็นหนี้เสีย รวมกัน ไม่เกิน 2 ล้านบาท
  4. โดนดำเนินคดี แต่ยังไม่โดนพิพากษา สรุปง่ายๆ คือ โดนฟ้องได้ครับ แต่ต้องยังไม่โดนพิพากษา ครับผม
  5. หนี้ที่เข้ากับโครงการ คลินิกแก้หนี้ ต้องเป็นหนี้ ที่ไม่มีหลักประกันนะครับ หนี้ที่มีหลักประกัน เข้าร่วมไม่ได้ครับ

ทีเด็ด ของ คลินิกแก้หนี้ คือ บริษัท บริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM เขาจะรวมหนี้ ทั้งหมดของคุณไว้เป็นก้อนเดียว แล้ว

  1. ให้ผ่อนได้ ยาวที่สุด 10 ปี
  2. ดอกเบี้ย 4%
  3. แต่คุณจะก่อหนี้อะไรอีกไม่ได้แล้ว นาน 5 ปี
  4. และคุณต้องเข้าร่วมการอบรม การเรียบรู้ เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน ที่ทาง SAM จัดขึ้น

เป็นยังไงครับ แบบนี้ ดีไหม ครับ ใครสนใจ ติดต่อได้นะครับ ที่อยู่ด้านล่างนี้เลยครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ