ธุรกิจ SME ขาดเงินทุนหมุนเวียน ทั้งที่ขายดี เพราะอะไร

ปัญหา ธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียน ทั้งที่กิจการ มียอดขายดี แต่สุดท้าย เงินทุนหมุนเวียนค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ปัญหานี้ มักเกิดกับ ผู้ประกอบการธุรกิจ SME บทความนี้ของผม จะมาอธิบายถึงสาเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาให้กับ ธุรกิจ SME

ขาดเงินทุนหมุนเวียน สำหรับธุรกิจ SME เป็นปัญหาที่หลายๆเจ้าของกิจการต้องเจอ

ธุรกิจ SME กับปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหายอดนิยมที่ SME ประสบ บางธุรกิจขายไม่ดี กิจการร่อแร่ อันนี้เข้าใจได้ครับ ไม่ต้องอธิบายมาก แต่บางธุรกิจ เกิดอาการงง เพราะว่าธุรกิจขายดี สุดท้ายทำไมถึง ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผมจะมาอธิบายสาเหตุให้ฟังครับ

จัดหาวงเงินสินเชื่อ

ให้บริการ ยื่นกู้ สินเชื่อธุรกิจ ให้กับ ธุรกิจ SME ที่ ขาดเงินทุนหมุนเวียน

การขาดเงินทุนหมุนเวียน กับธุรกิจ SME เป็นของคู่กัน ผม ในฐานะผู้เขียนบทความนี้ และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Antonio Attorney ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการเงิน อยากจะแนะนำบริการ ของเรา ในด้านการเป็นที่ปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง หรือเป็นคนดำเนินการ เพื่อยื่นกู้ขอสินเชื่อธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการ ธุรกิจ SME

สำหรับการให้บริการที่ปรึกษาการเงิน เรามีบริการให้ทั้งหมด 3 รูปแบบครับ ขึ้นอยู่กับคุณ ว่าจะเลือกรูปแบบไหน

  1. แบบที่ปรึกษาการเงิน เราจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับคุณ แนะนำ วางแผน การปรับแต่ง การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเอกสาร การปรับแต่งงบการเงิน และสอนเจ้าหน้าที่ ดูแลที่ดูแลด้านบัญชี และการเงิน ในธุรกิจของคุณ ให้พร้อมในการยื่นกู้ขอสินเชื่อ เราจะปรับและให้องค์ความรู้ ให้กับเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าของธุรกิจ เรียกว่า สอนวิธีหาปลา แทนที่จะจับปลามาให้ คือ สอนวิธีในการเตรียมตัวในการยื่นกู้ ในรูปแบบนี้ เราคิดค่าดำเนินการเป็นรายเดือน ระยะเวลา ดูแล ขั้นต้น สูงสุดที่ 6 เดือน ครับ เราจะประสานงาน และหาสถาบันการเงินเพื่อยื่นกู้ ให้ด้วยครับ
  2. การจัดทำ Feasibility Study เพื่อยื่นกู้ต่อสถาบันการเงิน ในรูปแบบนี้ เราจะไม่ได้หาสถาบันการเงิน ในการยื่นกู้ให้นะครับ แต่เราจะมีทีมนำเสนอแผนธุรกิจ นำเสนอ Cash flow หรือ Project Finance ตามรูปแบบ Feasibility Study ให้กับท่านผู้ประกอบการครับ ในการดำเนินการรูปแบบนี้ เราจะเก็บค่าบริการ เป็นค่าเขียน Feasibility Study พร้อมเสริมบริการ นำเสนอแผนให้ด้วยครับ
  3. การยื่นกู้ เพื่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ในการดำเนินการรูปแบบนี้ ทีมงานของเรา จะติดต่อประสานงาน กับสถาบันการเงินที่เรามีความสนิท และมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เมื่อยื่นกู้ขอสินเชื่อผ่าน ธนาคารอนุมัติเรียบร้อย ถือว่าจบภารกิจ ค่าบริการในส่วนนี้ คิดค่าบริการที่เรียกว่า Success Fee เงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ ติดต่อสอบถามผมได้โดยตรงครับ เบอร์ติดต่อ 081 869 0878

เรียนรู้ เข้าใจ ถึงปัญหา การขาดเงินทุนหมุนเวียนกันต่อครับ

หนี้เสีย แก้หนี้

กับดักหนี้ คือสาเหตุ ทำให้ธุรกิจ ขาดเงินทุนหมุนเวียน สำหรับธุรกิจที่ขายดี

ธุรกิจ SME ที่มียอดขายดี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากทำธุรกิจ ที่เริ่มจากทุนส่วนตัวจนยอดขายเริ่มกระเตื้อง เจ้าของธุรกิจ จำเป็นต้องมองหาสินเชื่อ และกู้เงินเพื่อมาขยาย หรือต่อยอดกิจการ แน่นอนครับ เมื่อเรามียอดขายที่เพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็จะดูดีไปหมด

ในสายตาของธนาคาร คุณคือลูกค้าที่ธนาคารหมายปอง โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ตั้งมาแล้วเกิน 3 ปี งบการเงินดี ยอดขายเติบโต มีกำไรมากน้อย ขอให้มีกำไรติดปลายนวมไว้เล็กน้อย ในงบที่ส่งสรรพากร ถ้าธุรกิจ SME รายไหน ยิ่งมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดขายชัดเจน อันนี้บอกเลยว่า กู้ธนาคารได้โคตรจะง่าย

พอคุณเริ่มขายดี กระแสเงินสดสะพัด หนำซ้ำธนาคารก็มาเสนอให้สินเชื่อ เจ้าของธุรกิจ SME มีเหรอครับที่จะพลาด จัดแจงเตรียมเอกสาร ยื่นกู้ให้พร้อมสรรพ ผ่านไปสักพัก กระแสเงินสดที่เข้ามาในกิจการ ไม่ใช่แค่มีแต่ยอดขายแล้วครับ คราวนี้กระแสเงินสดมาจากเงินกู้ วงเงิน OD วงเงินตั๋ว PN หรือเงินกู้ก้อนใหญ่ ที่ให้มาทั้งก้อน โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

หลังจากนี้ คุณจะเริ่มมัวเมา ลุ่มหลง ฟุ้งซ่าน และหยิ่งผยอง คุณจะเกิดอาการแบบนี้ ไปซักระยะหนึ่ง พอการเงินเริ่มตึงๆ คุณก็จะขอขยายวงเงินเพิ่มจากธนาคารเดิม หรือกู้เพิ่มจากธนาคารใหม่ ในช่วงเวลานี้ คุณก็จะมัวเมาลุ่มหลง ฟุ้งซ่าน เหมือนเดิม

แต่หากคุณผ่านระยะที่เป็นวิวัฒนาการ ของกับดักหนี้แล้ว อาการระยะสุดท้ายจะเริ่มออก คือ ยอดขายอาจจะเท่าเดิม หรือลดลงเล็กน้อย แต่คุณจะไม่สามารถขยายยอดขายเพิ่มได้อีกมากกว่านี้แล้ว มันตันแล้ว เนื่องด้วยข้อจำกัดที่คุณเป็นธุรกิจ แค่ SME

คุณเริ่มรู้สึกว่าการเงินเริ่มตึงตัว มีหนทางเดิมๆ คือขอกู้เพิ่ม แต่คราวนี้มันไม่ง่ายเหมือนทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ธนาคารที่เคยสนิท กลับปฏิเสธการให้วงเงินสินเชื่อที่ขอเพิ่ม สาเหตุส่วนใหญ่ที่ธนาคารไม่ให้กู้เพิ่ม เพราะคุณสร้างหนี้ เกินกว่ากำไร ที่จะสามารถชำระหนี้ได้ คือ DSCR ไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐาน คุณจะเริ่ม กู้เงินไม่ได้แล้ว

ปัญหา ขาดเงินทุนหมุนเวียน จากหนี้ในระบบ บางคนเลอะเทอะ จนกลายเป็นหนี้นอกระบบ

ความผิดหวังจะเริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆ คุณจะเริ่ม เปิดวงแชร์ในกลุ่มเพื่อนฝูง คุณจะเริ่มแลกเช็คกับคนที่สนิท สุดท้าย ต่อให้คุณรักษายอดขายของคุณ ให้ได้แบบเดิม แต่คุณกลับรู้สึกว่า รายได้ หรือ กำไร มันไม่พอใช้หนี้เจ้าหนี้ทั้งหลาย หนี้ธนาคาร หนี้นอกระบบ หนี้วงแชร์ คุณจะเริ่มตัน หาทางออกไม่เจอ

ก่อนที่จะเจอปัญหาที่ผมบอก บทความนี้ จะมาบอกถึง การสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิดปัญหา ขาดเงินทุนหมุนเวียน ผมจะแบ่งเป็นหัวข้อ อย่างนี้นะครับ

ปรับโครงสร้างหนี้

รู้ทัน กับดักหนี้ ป้องกันปัญหา ธุรกิจขายดี แต่สุดท้ายไปไม่รอด

  1. ทำบัญชี ข้อแรกสำคัญที่สุด คือ คุณต้องทำบัญชีให้ละเอียด ปิดงบทุกสิ้นเดือน เรียนรู้จากกำไร หรือการขาดทุน ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน หากคุณปิดงบการเงิน หรือทำบัญชีให้ละเอียด คุณจะรู้ว่า บางครั้ง ยอดขายที่มันเพิ่มขึ้น อาจจะไม่ได้แปลว่าบริษัทคุณมีกำไรมากขึ้น กลับกัน บางทียอดขายเพิ่ม อาจจะทำให้คุณขาดทุนก็เป็นได้ ฉะนั้นคุณต้องดูบัญชีให้ละเอียด ถ้าคุณดูบัญชีให้ละเอียด คุณจะรู้เองล่ะครับว่า คุณจะต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง
  2. จากข้อแรก เมื่อคุณดูบัญชีละเอียดแล้ว รู้ถึงปัญหาแล้ว คุณจะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด แต่ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ เมื่อธุรกิจขาดทุน หรือมีกำไรน้อย ผมบอกเลยครับว่า ส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาด้วยการ กู้เงินเพิ่ม บางครั้ง ขายได้มาก แต่กำไรน้อย เพราะต้องตัดราคากับคู่แข่ง เมื่อคำนวณกำไรขั้นต้น กำไรครับ แต่เมื่อคำนวณ กำไรสุทธิ ขาดทุน เพราะ Margin บางเกินไป การกู้เงินเพิ่ม เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด การแก้ปัญหาที่ตรงจุดคือ คุณขายถูกเกินไป ทำให้กำไรน้อย หรือ ต้นทุนคงที่ เรียกว่า Fixed Cost ของกิจการคุณ มันมากเกินไป ….สรุปสุดท้ายคือ การกู้เงินเพิ่มไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้คุณมีภาระหนี้สูงขึ้นกว่าเดิม คุณต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
  3. ปัญหายอดฮิต คือ บัญชีของกิจการ กับการใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของบริษัท ปะปนมั่วกันไปหมด ถ้าคุณไม่ทำบัญชีให้ละเอียด ตามหัวข้อแรก คุณจะไม่รู้เลยว่าเดือนนี้คุณมีกำไรเท่าไหร่ คุณแค่เห็นยอดขายเพิ่มขึ้น มี Cash Flow เข้ามาไม่สะดุด แต่อย่างที่ผมเคยบอก Cash Flow มันไม่ได้เกิดจากยอดขายอย่างเดียว มันมาจากเงินกู้ที่คุณกู้ด้วย แต่คุณก็เข้าใจไปเองว่าธุรกิจคุณยังดีอยู่ ใช้จ่ายเงินส่วนตัว ใช้จ่ายเงินกับครอบครัว คุณก็ดึงเงินของธุรกิจไปใช้ มากกว่ากำไรได้ในแต่ละเดือน สุดท้ายคือกำไรแค่ร้อย แต่คุณใช้จ่ายทั้งบริษัทและส่วนตัวเป็นพัน มันก็จะติดลบทุกเดือนทุกเดือน แต่คุณยังมองไม่เห็น เพราะคุณมีวงเงิน OD อยู่ มันก็จะกัดกิน ในวงเงิน OD ของคุณนั่นแหละ ไปเรื่อยๆ จนวงเงิน OD คุณเต็ม เมื่อนั้นล่ะครับ ธนาคารจะเป็นผู้ร้ายในสายตาคุณ คำพูดยอดฮิตที่ผมได้ยินบ่อยคือ ใช้หนี้ OD มาเป็น 10 ปี วงเงิน OD ไม่ยุบเลย จะยุบได้ไงล่ะครับ ก็คุณเล่นจ่ายแต่แค่ดอกเบี้ย คุณจ่ายวงเงินโอดีเข้าไปเป็นยอดใหญ่ สุดท้ายคุณก็ตีเช็คมันออกมาใช้อยู่ดี แล้วเมื่อไหร่วงเงิน OD มันจะยุบละครับ

กับดักหนี้ คุณต้องรู้ และเตรียมรับมือกับมัน เพื่อไม่เข้าสู่หลุมพลาง แห่ง กับดักหนี้

เห็นสาเหตุ ของธุรกิจ ที่ขายดี แต่ขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือยังครับ ผมคงไม่ต้องบอกวิธีแก้ แต่ผมบอกสาเหตุให้คุณทราบแล้วอย่างน้อย 3 ข้อ ถ้าเจ้าของธุรกิจ SME ทั้งหลาย ที่ทำธุรกิจ จะมียอดขายดี เติบโตต่อเนื่อง สามารถกู้เงินธนาคารได้เรื่อยๆ ทุกท่านคงจะมีฝีไม้ลายมือ และเก่งมากพอ ที่จะแก้ปัญหานี้ได้อยู่แล้วครับ ผมแค่ชี้ช่อง เปิดประเด็นปัญหา ตามที่กล่าวมาเท่านั้น

แต่สุดท้าย หากคุณตกอยู่ในสภาวะ กับดักหนี้ เรียบร้อยแล้ว หาทางออกไม่เจอ ให้เราช่วยดูแลคุณ

สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว


แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ติดเครดิตบูโร ต้องรออีกกี่ปี ถึงจะหลุด

บทความนี้ จะอธิบายให้คุณเข้าใจ เครดิตบูโร คืออะไร ถ้าคุณเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร คืออะไร มีหน้าที่อะไร คุณจะเตรียมตัว ให้ตัวคุณเองมีประวัติในระบบของเครดิตบูโร เตรียมให้ดี เตรียมให้พร้อม กู้กี่ครั้งก็ผ่าน หากคุณเข้าใจในเงื่อนไขรายละเอียดของเครดิตบูโร คุณจะเข้าใจว่า ติดเครดิตบูโร ถึงจะกู้ได้

คำถามจาก ผู้ที่มีปัญหา ติดเครดิตบูโร

คำถาม มีบัตรเครดิต 2 ใบ ประนอมหนี้ปิดบัญชี จ่ายงวดสุดท้าย 34 พค. 60 และ 31 สค.61 ต้องรอ 3 ปี จึงจะหลุด Blacklist จะนับจากบัตรแรกที่จ่ายเกิน 3 ปีแล้ว หรือ ใบที่ 2 ยังไม่พ้นครบกำหนด 3 ปี

คำตอบ ง่ายๆเลยครับ หากคุณอยากรู้ว่าคุณจะติดประวัติไปอีกนานแค่ไหนหลังจากที่คุณปิดหนี้ที่เป็นหนี้เสียตัวนั้น หลังจากปิดแล้วประมาณ 1-2 เดือน คุณควรหาเวลาไปเช็คเครดิตบูโรดู แล้วนับบรรทัดที่รายงานสถานะบัญชีของคุณ บรรทัดละ 1 เดือน นับไปครับได้กี่บรรทัด นั่นแหละครับคือบรรทัดละ 1 เดือน เวลาที่คุณจะมีชื่ออยู่ในระบบเครดิตบูโร เดือนถัดไปจะหายไปทีละบรรทัด ทีละบรรทัด และหลังจากที่คุณปิดหนี้แล้ว ให้คุณเช็คสอบ โดยการเช็คเครดิตบูโรอีกครั้ง เช็คว่าเจ้าหนี้ได้ปิดยอดหนี้และเปลี่ยนสถานะบัญชีให้คุณแล้วหรือยัง คนปิดหนี้ไปแล้ว บางคน ปิดเป็นปีไม่เคยเช็ค เจ้าหนี้ไม่ปิดยอดให้ไม่เปลี่ยนสถานะบัญชีให้ เคยเจอมาแล้วครับ

ปิดหนี้แล้วทำไมต้องรอ 3 ปี เครดิตบูโร ถึงจะล้างรายชื่อ

หลังจากที่คุณปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เครดิตบูโรจะเก็บประวัติการชำระหนี้ของคุณไว้อีกอย่างน้อย 3 ปี หรือ 36 งวด และในส่วนของสินเชื่อบางประเภท อาจจะเก็บไว้ 60 งวดหรือ 5 ปี

ติดเครดิตบูโร ไม่ใช่ติดแบล็คลิสต์

หลายคนเข้าใจผิด มักจะชอบพูดกันว่า ติดเครดิตบูโรกู้ไม่ได้ คนบอกว่าติดแบล็คลิสกู้ไม่ได้ ผมจะขออนุญาตใช้บทความนี้อธิบายให้ฟังนะครับ ติดเครดิตบูโรกู้ไม่ได้ หลายคนเข้าใจว่าเครดิตบูโร ส่งชื่อลูกหนี้ไปให้กับธนาคาร แล้วหมายหัวลูกหนี้รายนั้นว่า ติดเครดิตบูโรทำให้กู้ไม่ผ่าน ต้องอธิบายแบบนี้นะครับ เครดิตบูโรคือหน่วยงานที่เก็บรวบรวมประวัติการจ่ายหนี้ของลูกหนี้ทั่วประเทศ ฉะนั้นการเก็บประวัติการชำระหนี้ จะเก็บทั้งประวัติดี และประวัติไม่ดี เครดิตบูโร ไม่มีหน้าที่ตัดสินว่า ลูกหนี้รายนั้นจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน การจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่าน ขึ้นอยู่กับธนาคาร ที่คุณไปขอยื่นกู้ขอสินเชื่อ เขาจะพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระหนี้ของคุณ เจ้าหน้าที่ธนาคารเหล่านั้นเองก็มักจะพูดว่าที่กู้ไม่ผ่านเพราะติดประวัติเครดิตบูโร นั่นก็คือคุณมีประวัติที่ชำระหนี้ไม่ตรงนั้นเอง ไม่ได้กู้ไม่ผ่านเพราะเครดิตบูโรส่งชื่อคุณให้ธนาคาร ว่าคุณเป็นลูกหนี้ที่ไม่ดี สรุปเครดิตบูโรมีหน้าที่เพียงเก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ ของลูกหนี้เท่านั้นครับ

ส่วนคำว่าติดแบล็คลิสต์ อันนี้ความหมายค่อนข้างรุนแรง ผมอธิบายแยกเป็น 2 ส่วน แบบนี้ครับ ส่วนแรก คือคุณมีประวัติที่ไม่ดีกับธนาคารนั้นๆ รายชื่อคุณก็จะถูกส่งไปที่เครดิตบูโรถึงประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีของคุณ แล้วสมมติผ่านมาหลายปี คุณรวบรวมเงินไปชำระหนี้ก้อนนั้นได้ หลังจากชำระหนี้แล้ว 3 ปีหรือ 5 ปีแล้วแต่ประเภทสินเชื่อ เครดิตบูโรก็จะลบประวัติของคุณออกจากระบบ แต่ธนาคารนั้นจะบันทึกรายชื่อคุณว่ามีรายชื่อเป็น Blacklist สำหรับธนาคารของเขา ถึงแม้ว่าคุณจะชำระหนี้หมดแล้วก็ตาม คุณจะไม่มีสิทธิ์และไม่มีโอกาส ในการกู้ธนาคารนั้นอีกเลย ส่วนที่ 2 ติดแบล็คลิสต์ ในความหมาย คือ ธนาคารจะมีระบบฐานข้อมูลที่เรียกศัพท์ภายในธนาคารรู้กันว่า ระบบถัง หรือเรียกว่า รายชื่อลงถัง ส่วนนี้ ลูกค้าจะติดประวัติในการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกฟ้องถูกบังคับคดี ถูกยึดทรัพย์อายัดทรัพย์ หากคุณโดนแบบนี้ เขาเรียกว่า ติดแบล็คลิสต์เช่นกัน ฉะนั้นคำว่าติดแบล็คลิสต์มีอยู่จริง แต่ ติดเครดิตบูโร ไม่มีครับ

บทความนี้เหมาะกับผู้มีเอกสารเครดิตบูโรในมือ คุณจะเข้าใจง่ายขึ้น

หากจะต้องอธิบายเรื่องราวรายละเอียด เพื่อให้คนกู้ หรือลูกหนี้เข้าใจ จำเป็นต้องมีภาพประกอบ ภาพแรกคือลูกค้าที่มีประวัติในการผ่อนชำระดีครับ ลูกค้าที่มีประวัติในการผ่อนชำระดี จะมีสถานะ 10 คือเป็นบัญชีปกติ

ตัวอย่างเครดิตบูโรแบบเป็นหนี้ปกติ

รายงานเครดิตบูโร ตัวอย่างนี้ คือ เป็นลูกหนี้สถานะปกติ ผ่อนชำระตรงทุกงวด

ตัวอย่างเครดิตบูโรแบบสถานะปกติ

ตัวอย่างนี้ การผ่อนชำระปกติ ถึงแม้จะมีการจ่ายล่าช้าสูงสุด 90 วัน แต่ก็ยังมีสถานะปกติ แต่กรณีนี้ จะกู้ธนาคารไม่น่าจะผ่าน เพราะมีการจ่ายล่าช้า

การดูรายงาน สถานะบัญชีของเครดิตบูโร ดังนี้

  • สถานะบัญชี เลข 10 คือ สถานะปกติ
  • สถานะบัญชี เลข 11 คือ สถานะปิดบัญชี
  • สถานะบัญชี เลข 12 คือ สถานะพักชำระหนี้ ตามนโยบายของรัฐ
  • สถานะบัญชี เลข 20 คือ สถานะมีหนี้ค้างเกิน 90 วัน
  • สถานะบัญชี เลข 30 คือ สถานะอยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย
  • สถานะบัญชี เลข 31 คือ สถานะอยู่ในระหว่างชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม
  • สถานะบัญชี เลข 32 คือ สถานะศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากคดีขาดอายุความ
  • สถานะบัญชี เลข 33 คือ สถานะปิดบัญชี เนื่องจากตัดหนี้เป็นสูญ
  • สถานะบัญชี เลข 40 คือ สถานะอยู่ระหว่างชำระสินเชื่อ เพื่อปิดบัญชี
  • สถานะบัญชี เลข 41 คือ สถานะเจ้าของข้อมูลขอตรวจสอบรายการ
  • สถานะบัญชี เลข 42 คือ สถานะโอนหรือขายหนี้
  • สถานะบัญชี เลข 43 คือ สถานะปิดบัญชีขณะโอนหรือขายหนี้

ตัวอย่างสถานะบัญชี ที่เป็นหนี้เสีย

ติดเครดิตบูโร

ตัวอย่างนี้เป็นหนี้เสีย กู้อย่างไรก็ไม่น่าจะผ่าน เลิกหวัง และฝันลมๆแล้งๆ

บัญชีนี้ ก่อนปิดหนี้ มีสถานะค้างชำระหนี้ 90 วัน ถือว่ายังไม่เป็นหนี้เสีย แต่ในมุมมองการพิจารณาสินเชื่อ สำหรับบัญชีนี้ถึงแม้จะปิดบัญชีไปแล้ว กู้ผ่านไม่ง่ายครับ ถ้าให้ผมแนะนำ บัญชีนี้ไม่ควรปิดบัญชี ควรจะกลับมาจ่ายชำระให้เป็นปกติ อย่างน้อยไปอีก 1 ปี จะดีกว่า เพราะธนาคารจะได้เห็นพฤติกรรมการชำระหนี้ที่เคยจ่ายไม่ตรง กลับมาจ่ายหนี้ให้ตรง อีกอย่างน้อย 1 ปี แล้วค่อยยื่นกู้ น่าจะดูดีกว่า

ติดเครดิตบูโร

ตัวอย่างนี้ยิ่งอาการหนัก เพราะค้างชำระหนี้มากกว่า 300 วัน ถึงแม้จะปิดบัญชีไปแล้วก็ตาม ก็กู้ไม่ผ่านแน่นอน หลายคนมักจะถามว่าหลังจากปิดบัญชีแล้ว จะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะกลับมากู้ได้ ผมให้คุณดูตัวอย่างนี้ ลองนับบรรทัดที่มีรายงาน ตามลำดับเวลาเดือนและปี เดือนละ 1 บรรทัด เหลืออยู่กี่บรรทัด ก็เท่ากับจำนวนเดือนที่เหลืออยู่ในระบบ เครดิตบูโรจะเก็บบันทึกข้อมูลของคุณไว้ สำหรับตัวอย่างนี้เหลือ 33 บรรทัด ก็เท่ากับ 33 เดือนครับ ที่คุณจะมีชื่อติดอยู่ในเครดิตบูโร จะมีล้างข้อมูลออกไปเมื่อครบ 33 เดือน

ตอบคำถาม เรื่องเครดิตบูโร ปิดแล้วต้องรออีก กี่เดือน กี่ปี

จากคำถาม ผมสรุปคำตอบให้แบบนี้นะครับ คุณจะมีชื่อติดอยู่ในประวัติเครดิตบูโร แบบบันทึกประวัติการผ่อนชำระหนี้ไม่ตรง ถึงแม้จะปิดหนี้ไปแล้วก็ตาม เครดิตบูโรจะบันทึกประวัติคุณไว้ ประมาณ 36 เดือน อย่างที่ผมบอกนะครับ คุณต้องเช็คเครดิตบูโรดู แล้วนับบรรทัดละ 1 เดือน นั่นแหละครับ คุณจะติดไปอีกประมาณระยะเวลาเท่านั้น หากคุณชำระปิดหนี้ เป็นอันดับเรียงทีละเจ้าหนี้ ก็ให้นับเจ้าหนี้รายสุดท้าย ที่คุณปิด นับบรรทัด ความหมายคือ บรรทัดละ 1 เจ้าหนี้ รายสุดท้ายที่คุณปิด ระยะเวลาตามจำนวนบรรทัดนั่นแหละครับ ก็คืออีกจำนวนเดือนที่คุณจะติดไปในระบบเครดิตบูโร ส่วนเจ้าหนี้ที่คุณปิดไปก่อนหน้านี้ก็จะค่อยๆหายไปจากระบบเครดิตบูโร เรียงลำดับจาก ระยะเวลาการปิดหนี้ จากตัวอย่างที่ผมยกมาให้ทั้งหมดนี้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ ในระบบการจัดเก็บข้อมูล ของเครดิตบูโรมากขึ้นนะครับ

ปิดหนี้แล้วทำไม ไม่ลบประวัติให้เลยทันที

หลายคน สงสัย ไม่เข้าใจ และไม่พอใจ หน่วยงานเครดิตบูโร ด้วยเหตุผล คนทั่วไปที่เป็นหนี้เสีย แต่ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว ทำไมเครดิตบูโรต้องเก็บประวัติที่เคยผ่อนชำระล่าช้า หรือเคยผ่อนชำระไม่ตรง ทั้งๆที่ปิดหนี้ไปแล้ว ทำไมต้องเก็บประวัติที่ไม่ดีของลูกหนี้เอาไว้ด้วย เปรียบเสมือน ต้องการให้ลูกหนี้ ติดคุกทางการเงิน ไม่สามารถ กู้หรือขอสินเชื่อ กับสถาบันการเงินได้ ผมจะอธิบายเหตุผลแบบนี้ครับ ถ้าหากลูกหนี้ ที่เคยมีประวัติการผ่อนชำระหนี้ไม่ตรง แล้วปิดหนี้แล้ว เครดิตบูโรลบประวัติที่เคยไม่ดีทิ้งไปเลยทั้งหมด จะมีประโยชน์อะไรครับ ที่จะจัดตั้งหน่วยงานเครดิตบูโรขึ้นมา การมีเครดิตบูโร สถาบันการเงิน หรือสมาชิกของเครดิตบูโร ต้องการที่จะเห็นประวัติของลูกหนี้แต่ละราย ในการชำระหนี้ เพื่อเอาไว้พิจารณาประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ รายนั้นที่มาขอกู้ ถ้าปิดหนี้แล้วลบประวัติออกทันที จะเกิดอะไรขึ้นครับ เช่น ยอดหนี้ที่เคยค้างชำระมานาน เกิน 300 วัน ก็คือ 1 ปีขึ้นไปที่ไม่ได้จ่ายหนี้เลย วันดีคืนดีอยากจะกู้เงิน ก็ไปหยิบยืมเงิน กู้เงินนอกระบบมาปิดหนี้ ปิดหนี้เสร็จเรียบร้อยเครดิตบูโรลบประวัติที่เคยเป็นหนี้เสียออก ก็กลับมากู้ใหม่ได้อีก แบบนี้จะมีเครดิตบูโรไว้ทำไมครับ เครดิตบูโร คือ หน่วยงานที่เก็บประวัติการผ่อนชำระของลูกหนี้ ทั้งประวัติผ่อนชำระตรง ก็เก็บไว้ 36 เดือน ประวัติการผ่อนชำระที่ไม่ตรง ก็เก็บประวัติไว้ 36 เดือนเช่นกัน

ติดเครดิตบูโร ต้องโทษตัวเอง อย่าโทษคนอื่นมัน ยุติธรรมแล้ว สำหรับเจ้าหนี้กับลูกหนี้

ครับ เครดิตบูโรเก็บประวัติการผ่อนชำระหนี้ ของคุณ ทั้งประวัติดี ก็เก็บ 36 งวด ประวัติไม่ดี ก็เก็บ 36 งวด ผมว่า มันก็ยุติธรรมดีนะครับ ทั้งประวัติดี และไม่ดี เก็บหมด ฉะนั้น อย่าไปว่าเครดิตบูโรเลยครับ กรรมดี กรรมไม่ดี เราก็ต้องยอมรับ สิ่งที่เราทำเอาไว้ครับ แค่ 36 เดือนเองครับ

ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ทริป เจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ ภูเก็ต กระบี่

ภารกิจเจรจาหนี้ เสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ แก้หนี้ ทริป ภูเก็ต กระบี่ เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่เรานั่งเครื่องบิน Thai Smile ลงภูเก็ตตอนเย็น พรุ่งนี้ เราจะขับรถ เดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ เพื่อปฏิบัติภารกิจเจรจาหนี้ ให้กับลูกค้า ลูกค้าตั้งความหวังกับเรา แต่มันเป็นแค่การเจรจายกแรก สำหรับเคสนี้ ผมว่า เจรจาอีกครั้งสองครั้ง ก็น่าจะตกผลึก แห่งความสำเร็จ แน่นอนครับ

มอบหน้าที่ ที่ปรึกษาการเงิน ให้เราแก้หนี้ เป็นตัวแทนในการเจรจาหนี้ และเสนอแผน ปรับโครงสร้างหนี้ เมื่องานเราเริ่ม คุณก็พักได้แล้วครับ

หากคุณเป็นลูกหนี้ เป็นเจ้าของกิจการ ธุรกิจ SME แล้วคุณเริ่มมีปัญหา ทางด้านการเงิน เริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว การเงินเริ่มตึงตัว ธนาคารเริ่มติดตามทวงถามหนี้ งานก็ต้องทำ เงินก็ต้องหา ปวดหัวครับ ให้เรา Antonio เป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับคุณสิครับ เราเป็นมืออาชีพ เราเรียนรู้จากการทำงาน เรารู้ว่าธนาคารไหน จะจบได้แบบดีที่สุดสำหรับลูกหนี้อย่างไร ธนาคารไหน เข้มด้านกฎหมาย เราควรสู้หรือผ่อนปรน เอาเวลาของคุณ ไปมุงมั่นกับการบริหารธุรกิจ สร้างยอดขายให้เติบโต ปล่อยหน้าที่ และภาระอันหนักอึ้ง ในการเจรจาแก้ไขหนี้ ให้กับเราสิครับ ทีมงาน Antonio

บินไปแก้หนี้

หลังจากเสนอ แผน ปรับโครงสร้างหนี้ ในรูปแบบเอกสาร ถึงเวลานำเสนอแบบสบตา

สำหรับลูกค้ารายนี้ของผม ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา ลูกค้าประสบปัญหา ต่อเนื่องมาจากวิกฤตโควิด กิจการลูกค้าแทบจะไม่มีรายได้เลย สำหรับลูกค้ารายนี้ ผมเริ่มดูแล ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน มาได้ประมาณ 5 เดือนครับ วันนี้เป็นยกแรกที่เราจะได้เจรจาหนี้ แบบ face to face เพราะที่ผ่านมาเราเจรจา นำเสนอแผน ผ่านเอกสาร การเจรจาหนี้ของบริษัท เราไม่ได้เจรจาด้วยปากเปล่านะครับ เราต้องทำแผนธุรกิจ แนวทางในการชำระหนี้ เพื่อนำเสนอต่อเจ้าหนี้แบบเป็นรูปธรรมจับต้องได้ สุดท้าย เจ้าหนี้ก็บอกว่าขอคุยด้วยหน่อย จึงเกิดภารกิจวันนี้ครับ ภารกิจเจรจา แก้หนี้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้าของผม

ถึงภูเก็ต อยากกินอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ ต้องตลาดราไวย์

ผมเดินทางถึงภูเก็ตช่วงเย็น หลังจากที่เรารับรถเช่าเรียบร้อย ขับรถเอาของเก็บโรงแรม ได้เวลาทานอาหารเย็นครับ วันนี้อยากกินอาหารทะเลสดๆ มุ่งหน้าไปที่ตลาดราไวย์

อยากกิน หอยชักตีน ต้องมาภูเก็ตหอยชักตีน จะมีมากในทะเล ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ถ้ามาภูเก็ต ทานอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ ผมจะมาทานที่ร้าน คุณภา ซีฟู้ด ที่ตลาดราไวย์ วันนี้ พาทีมงาน Antonio มาเลือกจิ้มหอยสดๆ เราชี้เอาทั้งหอยชักตีน หอยเชลล์ หอยมะระ พอเราเลือกวัตถุดิบ สดๆ เป็นๆ เรียบร้อย เราก็เอามาให้ร้านเขาทำให้ทานนะครับ เสียค่าทำ ก็ว่ากันไป เพื่อนๆ มาภูเก็ต อย่าลืมมาทานกันให้ได้นะครับ ที่ตลาดราไวย์ จอดรถด้านใน วิ่งตรงยาวสุดได้เลยครับ ค่าจอด 40 บาท

เช้าวันทำงาน เจรจาหนี้นัดแรก คงต้องดูเชิงกันก่อน ผมเดินทางมาถึง แบงก์เจ้าหนี้ ก่อนนัดหมาย 20 นาที เราเดินทางมาจากภูเก็ต มาที่ KBank ศูนย์ธุรกิจ ที่กระบี่ ครั้งนี้ เป็นนัดแรกที่เราเข้ามาเจรจาหนี้ ให้กับลูกค้ารายนี้ หลังจากทีมงาน Antonio ส่งแผนเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ให้ธนาคารพิจารณา มาสักระยะหนึ่งแล้ว ธนาคารจึงเรียกให้เข้ามาคุย หาแนวทางกันการเจรจาหนี้ ไม่ต้องรีบร้อนครับ ค่อยๆ เสนอ ค่อยๆ เจรจา เนียนๆ ไม่รีบ แต่อย่าช้า และยึกยัก หรือ ออกลูกเจ้าเล่ห์ ธนาคารไม่ชอบครับ นัดแรก ต่างฝ่าย ต่างกลับไปหาแนวทางใหม่ ที่ดีที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย แล้วคงต้องเจรจากันอีกรอบครับ

เจรจาหนี้

เคสนี้ ง่ายกว่าที่คิด แต่สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับลูกค้า

ผลการเจรจาหนี้ จากเดิมประวัติลูกค้าจ่ายหนี้มาเกือบ 2 ปี ทีมงาน Antonio เราได้เสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ สุดท้าย ผลการเจรจา เป็นไปได้ด้วยดี เหนือความคาดหวังของเราด้วยซ้ำ สุดท้ายถ้าลูกหนี้สามารถทำได้ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเราอีก 1 ชิ้นครับ

Antonio เราไม่ใช่ลูกหนี้ เราเป็นที่ปรึกษา เราจึงนิ่ง และไม่มีอคติ หรือ มีอัตตา เพราะฉะนั้น เราจะมีสติในการแก้หนี้ เรามีประสบการณ์ ความรู้ และมีทีมงาน ทั้งการเงิน และกฎหมาย พร้อมที่จะเคียงข้างไปกับลูกค้าครับ

เสร็จงานแล้ว เจรจาหนี้สำเร็จ ผลลัพธ์ดีกว่าที่คาด หาอะไรทาน ที่กระบี่ ก่อนเดินทาง กลับภูเก็ตครับ แวะร้าน วังทราย ซีฟู้ด ที่หาดนพรัตน์ อร่อยราคาไม่แพงครับ

ขับรถกลับจากกระบี่ รอขึ้นเครื่องตอนสามทุ่ม เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ผ่อนคลาย กันหน่อย ที่ Catch Beach Club ที่นี่ มีพร้อมสรรพ ที่ผมต้องการ ทะเล อาหาร เสียงเพลง แอลกอฮอล์ แต่วันนี้เราไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ ที่สำคัญสาวๆนุ่งบิกินี่เดินกันเต็มร้านเลยครับ

ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME แล้วประสบปัญหา เป็นหนี้กับ สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้เสียแล้ว หรือ ยังไม่เสีย แต่เกือบเสีย ให้เรา เป็นที่ปรึกษาการเงิน เรามีทีมงานพร้อม ทั้งทีมงานการเงิน และกฎหมาย ปัญหาการเงิน รีบแก้ครับ แล้วจะแก้ง่าย ไปลุกลาม บานปลาย


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME


จ่ายหนี้ไม่ไหว ไม่อยากผ่อนแล้ว ทำยังไงดี?

หากคุณ เป็นลูกหนี้ คุณอยู่ในสภาพที่ จ่ายหนี้ไม่ไหว ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ถ้าคุณเป็นหนี้ จ่ายไม่ไหว ผ่อนไม่ไหว ต้องทำอย่างไรดี วันนี้ผมจะมาบอกเคล็ดลับ วิธีปลดความทุกข์ จากการเป็นหนี้ บทความนี้จะเน้นเฉพาะหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อบุคคล หรือที่เขาเรียกกันว่า หนี้แบบไม่มีหลักประกัน

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จ่ายหนี้ไม่ไหว ผ่อนขั้นต่ำยังไม่ไหว

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต ที่หลายคนเจอตอนนี้ หลายคนยังพอกระเสือกกระสนไปได้ อีกหลายคน ไปไม่เป็น มองไม่เห็นฝั่ง ว่าจะจ่าย ชำระหนี้ ให้หมดหนี้ได้อย่างไร

ถ้าเป็นหนี้ผ่อนไม่ไหวจะทำอย่างไรดี ก่อนที่จะไปลงลึกในรายละเอียด เบื้องต้นง่ายๆเลยครับ ผ่อนไม่ไหว แล้วไหวเท่าไหร่ เพราะถ้าคุณผ่อนไม่ไหว ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน คุณก็ไปไม่รอดอยู่ดี เพราะรายได้มันไม่เพียงพอกับการชำระหนี้ หรือบางครั้งรายได้คุณมันยังไม่มีเพียงพอกับดอกเบี้ยต่อเดือนเลยด้วยซ้ำ

เหตุผลที่ต้องถามว่าคุณยังผ่อนไหวอยู่หรือเปล่า ความหมายคือ สามารถที่จะผ่อนได้ในบางส่วน หรือไม่ หรือว่าไม่ไหวเลย เช่น ถ้าต้องผ่อนโดยเฉลี่ยเดือนละหมื่น แต่คุณไหวแค่ 8,000 บาท แบบนี้ถ้าเราปรับโครงสร้างหนี้เราอาจจะยังผ่อนต่อได้ ถ้าคุณขอลดค่างวดลงได้ แต่ที่เรียกว่าผ่อนไม่ไหว คือรายได้กับรายจ่าย ยังแทบจะไม่เหลือ แบบนี้เรียกว่าผ่อนไม่ไหว แล้วถ้าคุณคิดว่าคุณยังผ่อนไหวแบบฝืน มันจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ถ้าคุณยังจะฝืนต่อ

Antonio ที่ปรึกษาการเงิน

ผมจะเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับคุณ

ผมขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมเป็นเจ้าของเว็บไซต์นี้ antonioattorney.com แล้วผมเป็นเจ้าของช่อง YouTube ที่มีคนติดตามหลักแสนคน แล้วผมเป็นเจ้าของบริษัท Antonio Attorney ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการเงินและกฎหมาย บริษัทผมรับงานเจรจาหนี้ แก้ไขหนี้ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่มีภาระหนี้กับธนาคารหลักหลายสิบล้านขึ้นไป

แต่ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำ และพร้อมที่จะเสนอตัว เป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับคุณแบบส่วนตัว เราโทรพูดคุยกันปรึกษากันได้ตลอดชีพครับ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ก่อนที่ผมจะบอกช่องทางการติดต่อ ไปดูกันว่า หากคุณต้องแก้ไขหนี้ ที่คุณเริ่มรู้สึกว่าผ่อนไม่ไหว ถ้าคุณเริ่มจาก การแก้ไขหนี้ ด้วยแนวทางที่ถูกต้อง ปัญหาหนี้ของคุณมันจะไม่บานปลาย

จากปัญหาหนี้ แค่บัตรเครดิตวงเงินหนี้ยังไม่เยอะ พอ จ่ายหนี้ไม่ไหว ลุกลามไปจนอาจจะเสียหายเกินกว่าคิด

ถ้าคุณไม่กล้าหักดิบ ยังพยายามที่จะฝืนผ่อนต่อ เพราะ คำว่า ติดเครดิตบูโร บอกได้เลยครับยังไงคุณก็ไม่รอด จากหนี้ก้อนเล็กๆ จะยิ่งกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ๆ จากหนี้บัตรเครดิตแค่ 2-3 ใบ กลายเป็นหนี้บัตรเครดิต 6-7 ใบ และกลายเป็นหนี้ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลอีกหลายกอง จากหนี้ในระบบสถาบันการเงิน กลายเป็นหนี้นอกระบบ ถ้าคุณยังไม่ยอมจบยังฝืนพยายาม จ่ายหนี้ต่อ คุณก็จะกลายเป็นหนี้ คนข้างเคียง หนี้ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นเข้าไปอีก เอาเงินเค้ามา เพื่อจ่ายหนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ยืมมา เราก็ไม่มีปัญญาคืนเค้าแน่ สุดท้ายคุณก็จะเป็นคนที่ไม่มีใครคบ เพราะคุณจะโกหกผัดผ่อนหนี้ ไปเรื่อยๆ หนี้ก็เสีย แถมต้องเสียผู้เสียคนเข้าไปอีก กลายเป็นคนชอบโกหก หมดความน่าเชื่อถือกับ เพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง

แก้หนี้บัตรเครดิต

หนี้บัตรเครดิต เป็นตัวก่อเกิดปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ที่จะตามมา ถ้าเรา แก้มันไม่ถูกทาง ตั้งแต่ต้น

เพราะคุณไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเข้าใจหลักความเป็นจริง ไม่ยอมรับความจริงว่า คุณผ่อนหนี้ไม่ไหวแล้ว คุณต้องหยุด หลายคนถามว่าหยุดแล้วจะทำไงต่อ คุณต้องกลับมามีสติ ค่อยๆคิดอย่างคนที่มีสติ มองทุกอย่าง อย่างเป็นจริง แล้วผมนี่แหละจะให้ความรู้ ความเข้าใจกับคุณ อยากติดต่อพูดคุยกับผม LineID : @antonio หรือ โทรคุยเบื้องต้นที่เบอร์ 081 869 0878

แก้หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ให้สำเร็จ คุณต้องมีความรู้ด้านการเงิน หรือคุณอาจจะต้องมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว

ตัวอย่าง ลูกค้าผม ที่ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้ แบบที่ลูกค้าโอนเงินมาให้ผม 2,000 บาท แล้วผมก็จะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับเขาไปตลอดชีพ อยากคุยกับผมเมื่อไหร่ก็โทรเข้ามาได้เลย ลูกค้ารายนี้ จากที่เคยเป็นหนี้เสีย กลับมากู้ซื้อบ้านได้

และอีกหลายๆตัวอย่างที่ผมหยิบยกขึ้นมาไม่หมด หากคุณได้ติดตามผมในช่อง YouTube คุณก็น่าจะรู้ว่าที่ผ่านมา หลายคน ที่ฟังช่องผมเป็นประจำและฟังมาสักระยะ หลายคนจะประสบความสำเร็จในการแก้ไขหนี้ และหลุดพ้นจากภาวะการเป็นหนี้ หลายคนสภาพจิตใจดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น หากคุณต้องการเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ยากครับ กดเข้าไปฟังช่อง YouTube หรือ หากคุณอยากพูดคุยกับผม ให้ผมเป็นโค้ชส่วนตัวให้กับคุณ พูดคุยกันได้ตลอดไม่จำกัดครั้ง เรียกได้ว่าตลอดชีพกันเลยครับ ทำตามขั้นตอนนี้ครับ


ถ้าคุณสนใจ โอนเงินค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


เจ้าหนี้โทรมาเราจะตอบเขาว่ายังไงถ้าเรา จ่ายหนี้ไม่ไหว

สิ่งที่ลูกหนี้ หลายคนกลัว เวลาเจ้าหนี้ โทรมาทวงหนี้ ไม่รู้ว่าจะตอบไปว่าอย่างไร ผมแนะนำนะครับว่า ตอบไปตามความเป็นจริงครับ ไม่มีก็ตอบว่าไม่มี จ่ายไม่ไหว ก็บอกไปตามนั้น ให้นัดวัน ก็ไม่รู้จะนัดได้อย่างไร เพราะไม่มีจะจ่ายจริงๆ ตอบไปตามความจริงครับ และถ้าเราไม่ไหวจริงๆ อย่าพยายามฝืนจ่ายนะครับ เล่นการพนัน ไปหลอก หยิบยืมเงินญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือ ไปกู้เงินนอกระบบ มาจ่ายหนี้ในระบบ ไม่ฉลาดเลยครับ ถ้าคุณทำแบบนั้น และหลายคนก็จะถามต่อว่า ถ้าไม่จ่าย เจ้าหนี้ขู่จะฟ้องบ้างละ จะขายหนี้ให้บริษัทตามหนี้ บ้างละ ผมบอกคุณเลยนะครับ ลูกหนี้ทั้งหลาย หากคุณไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหนี้ ฟ้องไปที่แบงก์ชาติเลยครับ เค้ามีหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนอยู่ ให้กับลูกหนี้ที่โดนเจ้าหนี้ข่อมขู่รังแก หน่วยงานนี้ เรียกว่า ” ทางด่วนแก้หนี้ “ จำไว้นะครับ จ่ายหนี้ไม่ไหว อย่าฝืน

ถ้าจ่ายหนี้ไม่ไหวจนเป็นหนี้เสีย จะเกิดอะไรขึ้น

ทีนี้เรามาดูกันนะครับว่า ถ้าเราจ่ายหนี้ไม่ไหว เราจะต้องเจออะไรบ้าง

ช่วงแรก คือ ช่วงที่คุณเริ่มค้างชำระตั้งแต่ 30 – 90 วัน ช่วงนี้ จากคุณที่เคยเป็นลูกหนี้ที่ดีมาตลอด พอคุณเริ่มค้างชำระหนี้ คุณจะรับสภาพตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่า ตัวเองล้มเหลว ช่วงนี้ละครับ ที่คุณจะโดนเจ้าหนี้โทรหาแบบกระหน่ำเลยครับ ผมแนะนำนะครับ รับสายไป เพราะหากเรารับสาย เจ้าหนี้มันก็จะโทรหาเราได้แค่เพียง 1 ครั้งต่อวันครับ ช่วงแรกนี้ ทนหน่อยครับ

ช่วงที่สอง อาจจะกินเวลา 3 – 6 เดือน หลังจากที่คุณไม่ได้จ่ายหนี้ ช่วงนี้ เจ้าหนี้ จะเริ่มเสนอยอดปิดหนี้ให้คุณแบบ ที่เค้าเรียกกันว่า แฮร์คัทหนี้ ( Hair Cut ) ถ้าหลายคน ไม่ได้จ่ายหนี้มาหลายเดือน แล้วเก็บเงินก้อนได้ นี่ละคือ โอกาสของคุณในการขอแฮร์คัทหนี้ครับ

ช่วงที่สาม คือ ช่วงที่ หนี้ของคุณอาจจะไปอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมโดนเจ้าหนี้ฟ้อง หรือ เตรียมขายหนี้ของคุณออกไป ให้กับ บริษัท ติดตามหนี้ หรือ บริษัท AMC ทั้งหลาย

แก้หนี้

หากคุณ จ่ายหนี้ไม่ไหว สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีสติ

คุณต้องรู้ศักยภาพของตัวคุณเอง คุณมีกำลังความสามารถ ในการจ่ายหนี้อยู่อีกไหม คุณจะจ่ายหนี้ต่อ หรือ พอแค่นี้ หรือคุณมีหน้าที่การงาน รายได้ หรือ ทรัพย์สิน ที่เจ้าหนี้รู้ข้อมูลของคุณหรือไม่ คุณจะต่อรองขอลดหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน หากเจ้าหนี้รู้จักข้อมูลด้านการเงิน และขนาดของสินทรัพย์ที่คุณมี คุณจะมีอำนาจต่อรองมากกว่าเจ้าหนี้ไหม ทั้งหมดทั้งมวลหนี้ คุณต้องรู้ด้วยนะครับ เพราะการเจรจาหนี้ การแก้หนี้ ไม่มีสูตรตายตัว มันต้องแก้ไขหนี้ ตามสถานการณ์ และคุณสมบัติของลูกหนี้แต่ละรายด้วยครับ ถ้าคุณอยากหาผู้เชี่ยวชาญ ในการแก้หนี้ ที่คุณจ่ายไม่ไหว ผมยินดี ที่จะเป็นที่ปรึกษาการแก้หนี้ให้กับคุณ ผมผ่านการเป็นลูกหนี้มาด้วยตัวเอง แก้ไขหนี้ของตัวเองสำเร็จแล้ว ( คลิปของผม ) และผมก็มีประสบการทางด้านการเงิน และแก้หนี้ให้กับ ธุรกิจ SME มากว่า 20 ปี อยากให้ผม ช่วยคุณ ติดต่อมาได้เลยครับ คุยกันเบื้องต้น LineID : @antonio / 081 869 0878

เราจะหมดหนี้ ไปด้วยกันนะครับ ผมนะหมดแล้ว เหลือแต่คุณละครับ ที่พร้อมจะปลดพันธนาการความทุกข์ แห่งการเป็นหนี้ หรือยัง


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 081 869 0878

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

คุ้มไหมกับการติดเครดิตบูโร แต่ได้ส่วนลดหนี้เยอะมากๆ

กรณีเป็นหนี้ธนาคาร แล้วไม่จ่ายรอจนให้ธนาคารโทรมาไกล่เกลี่ย และเสนอส่วนลด เราจะได้ส่วนลดเยอะ คุ้มกับเครดิตที่เสียไป หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า ติดเครดิตบูโร คุ้มหรือไม่ จากข้อมูลดังกล่าว ผมสรุปเองเลยว่า ปัญหาส่วนใหญ่จะมาจาก การเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลนะครับ ไม่ใช่หนี้บ้าน หรือ หนี้รถนะครับ ที่จะมีส่วนลดเงินต้นให้

ติดเครดิตบูโร แต่ได้ลดหนี้ คุ้มที่จะแลกไหม

จากคำถามที่ว่า หากลูกหนี้ได้ขอ hair cut ได้ส่วนลดหนี้เยอะๆ จ่ายหนี้น้อยกว่า คุ้มหรือไม่ กับการต้องติดประวัติเครดิตบูโร ทำให้มีประวัติ หนี้เสีย เทียบกับการ สู้ต่อ ผ่อนหนี้ไป ไม่ต้องบ่น  ผ่อน แบบมองไม่เห็นฝั่ง แต่เครดิตบูโรยังดีอยู่( ดีอยู่จริงไหม จะมาบอกในลำดับต่อไป )…คุ้มไหม

ปัจจัย สำคัญในการพิจารณาคือ คุณยังจ่ายหนี้ ต่อเดือน ไหวไหม

คำถามที่ว่าคุ้มไหมที่ติดเครดิตบูโรแต่จ่ายหนี้ลดลง ผมจะให้ข้อสังเกตและพิจารณาดังนี้นะครับ อย่าเอาคำว่า “คุ้มไหม” มาเป็นตัวตั้งครับ เราต้องเอาความสามารถในการชำระหนี้ของเรา ที่มีอยู่ ว่าเราจ่ายได้หรือไม่ ควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นตัวตั้งมากกว่า

ไม่ไหว อย่าฝืนผ่อนต่อ

มีน้องหลายคน ที่ LINE มาพูดคุยสอบถามกับผม ให้ข้อมูลว่า เป็นหนี้เยอะ ผ่อนไม่ไหว จ่ายได้แค่ขั้นต่ำ หมุนไปเรื่อย ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดแรง ตอนนี้เหนื่อยมาก ผมก็ได้ขอข้อมูลของเขาเพิ่มเติม ให้ช่วยเขียนลิสต์รายชื่อเจ้าหนี้มาทั้งหมด และภาระผ่อนหนี้แต่ละเดือน สุดท้ายขอทราบเงินเดือนหรือรายได้ต่อเดือน ได้ข้อมูลมาแทบเป็นลมตกใจ บอกที่ผ่านมาน้องอยู่มาได้ยังไง หลายคนบอกว่ากู้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้กู้ไม่ได้แล้ว ภาระหนี้เต็ม ก็หยิบยืมเงินเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนในครอบครัว มาหมุนหนี้ สุดท้ายตอนนี้เริ่มถึงทางตัน  

นั่นแหละครับ ผมถึงบอกว่า กับคำถามที่ว่า คุ้มหรือไม่ กับการติดประวัติเครดิตบูโร คุณควรจะเอาความสามารถในการชำระหนี้ มาเป็นตัวตั้ง ในการตัดสินใจมากกว่า ว่าเรากลัวติดประวัติเครดิตบูโร เป็นคนเครดิตเสีย เอาจริงๆนะ คุณยังสามารถจะรักษาเครดิตได้อยู่หรือเปล่า อันนั้นคือ ปัจจัยที่คุณจะต้องมาพิจารณามากกว่า

เอาเป็นว่า มาถึงตรงนี้ หากคุณไม่เชื่อผม คุณยังคงคิดว่าอยากจะผ่อนต่อไปเรื่อยๆ ผมตั้งข้อสังเกต แบบนี้นะครับ แบ่งเป็น 2 กรณี นะครับ คือ 1) พยายามผ่อนไปเรื่อยๆ 2) หยุดจ่าย เก็บเงินก้อน รอทุบ หรือขอแฮร์คัท

กรณีที่ 1 ถ้าคุณผ่อนไหว ไม่อยากเสียเครดิต ก็ผ่อนไปเรื่อยๆครับ พยายามค่อยๆลดหนี้ ไม่สร้างหนี้เพิ่ม พยายามเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ใช้หนี้ให้มากขึ้น ตัดหนี้เงินต้น ให้มากขึ้น คุณหมดหนี้แน่นอนครับ แต่จะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่กลัวว่า คุณจะหมดแรงไปเสียก่อน อันนี้ คุณต้องคุยกับตัวเองดูนะครับ

กรณีที่ 2 หยุดจ่าย เก็บเงินก้อน รอแฮร์คัท อันนี้ หลักสำคัญที่สุด คือคุณต้องเก็บเงิน เก็บเงิน และเก็บเงิน เพื่อรวบรวมเงินก้อนใหญ่ไว้รอทุบกับเจ้าหนี้

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้หนี้แบบกรณีที่ 1 หรือ กรณีที่ 2 พิจารณาสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ แบบนี้ครับ

สิ่งที่ควรพิจารณาในเบื้องต้น
1.จำนวนมูลหนี้ทั้งหมด คือ มีหนี้มากน้อยแค่ไหน และมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไร เมื่อเทียบกับรายได้ ถ้าวางแผนดีๆ คุณจะรอดหรือเปล่า ถ้ารอด รักษาสถานะเครดิตบูโรไว้ครับ แต่คุณต้องมีวินัยการเงินค่อนข้างสูง
2.อายุปัจจุบันผู้กู้ ถ้าอายุยังน้อยการรักษาเครดิตไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากอายุเยอะ ไม่จำเป็นต้องรักษาเครดิตละครับ ผมแนะนำ มาขยายความคำว่าอายุน้อยรักษาเครดิตไว้ก็ดี แต่การที่คุณจะพยายามรักษาเครดิต แต่หากคุณจ่ายหนี้ไม่ตรง สักงวด สองงวดเกือบทุกบัตร คุณต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1-2 ปี คุณถึงจะกู้ได้อยู่ดีนะครับ เพราะถือว่า คุณมีประวัติไม่ดี เหมือนกัน
3.อาชีพงานปัจจุบัน ธุรกิจที่คุณทำอยู่ยังไปต่อได้ไหม หรืองานที่คุณทำอยู่ บริษัทคุณมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูแล้ว ไปต่อได้ คุณอาจจะเลือกรักษาเครดิตไว้ กัดฟัน จ่ายหนี้ต่อไป
4.รายได้ปัจจุบันและรายได้เสริม(ถ้ามี) คุณต้องพยายาม เพิ่มรายได้ หารายได้ปัจจุบัน และรายได้เสริมในอนาคตหากคุณขยันมากพอ และสามารถชำระหนี้ที่คุณต้องการรักษาสถานะมันไว้ได้ ก็ลุยเลยครับ ถ้าคุณกลัวการติดเครดิตบูโร
5.ทรัพย์สินตนเองและคู่สมรสจดทะเบียน คุณมีทรัพย์สินมากพอ ที่เจ้าหนี้จะไม่ให้ส่วนลดหรือเปล่า เพราะเขามองว่าคุณมีทรัพย์สินอยู่
6.ความมีวินัยการออมเงิน ถ้าคุณพร้อมและยอมที่จะแลกกับการเสียประวัติเครดิตบูโรคุณต้องมีเงินออมเพียงพอ ที่จะขอชำระหนี้แบบ Hair Cut ได้ คือคุณต้องมีเงินก้อน แต่อีกวิธีคือ ถ้าคุณยังมีเครดิตพอ สามารถหยิบยืมเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเป็นเงินก้อนมาตัดหนี้ได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ
7.สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ อันนี้ผมอาจจะแยกย่อยไปได้เลยว่าธนาคารไหนให้ส่วนลดมาก ธนาคารไหนให้ส่วนลดน้อย หรือธนาคารไหนไม่ให้ส่วนลดเลย ต้องดูด้วยครับว่าหากคุณเป็นลูกหนี้กับธนาคารที่มันไม่มีนโยบายให้ส่วนสด ขอยังไงคุณก็ไม่ได้ครับ ด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้มีมากขึ้น ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ ละคุณเพียงเพื่อรอให้ธนาคารโทรมาและหวังส่วนลดนั้น บางรายอาจจะไม่สำเร็จการต่อรองทุกรายนะครับ ขึ้นกับเจ้าหนี้ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้นๆ ด้วย
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น

สิ่งที่ควรพิจารณาในเบื้องต้น
1.จำนวนมูลหนี้ทั้งหมด คือ มีหนี้มากน้อยแค่ไหน และมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไร
2.อายุปัจจุบันผู้กู้ ถ้าอายุยังน้อยการรักษาเครดิตไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากอายุเยอะ ไม่จำเป็นต้อวรักษาเครดิตละครับ ผมแนะนำ มาขยายความคำว่าอายุน้อยรักษาเครดิตไว้ก็ดี แต่การที่คุณจะพยานามรักษาเครดิต แต่หากคุณจ่ายหนี้ไม่ตรง สักงวด สองงวดเกือบทุกบัตร คุณต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1-2 ปีคุณถึงจะกู้ได้อยู่ดีนะครับ เพราะถือว่า คุณมีประวัติไม่ดี เหมือนกัน
3.อาชีพงานปัจจุบัน ธุรกิจที่คุณทำอยู่ยังไปต่อได้ไหม หรืองานที่คุณทำอยู่บริษัทคุณมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูแล้ว ไปต่อได้ คุณอาจจะเลือกรักษาเครดิตไว้ กัดฟัน จ่ายหนี้ต่อไป
4.รายได้ปัจจุบันและรายได้เสริม(ถ้ามี) คุณต้องพยายาม เพิ่มรายได้ หารายได้ปัจจุบันและรายได้เสริมในอนาคตหากคุณขยัน มากเพียงพอ และสามารถชำระหนี้ที่คุณต้องการรักษาสถานะมันไว้ได้ ก็ลุยเลยครับ ถ้าคุณกลัวการติดเครดิตบูโร
5.ทรัพย์สินตนเองและคู่สมรสจดทะเบียน คุณมีทรัพย์สินมากพอ ที่เจ้าหนี้จะไม่ให้ส่วนลดหรือเปล่า เพราะเขามองว่าคุณมีทรัพย์สินอยู่
6.ความมีวินัยการออมเงิน ถ้าคุณพร้อมและยอมที่จะแลกกับการเสียประวัติเครดิตบูโรคุณต้องมีเงินออมเพียงพอ ที่จะขอชำระหนี้แบบhair cut ได้ คือคุณต้องมีเงินก้อน แต่อีกวิธีคือ คุณยังมีเครดิตพอ สามารถหยิบยืมเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเป็นเงินก้อนมาตัดหนี้ได้
7.สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ อันนี้ผมอาจจะแยกย่อยไปได้เลยว่าธนาคารไหนให้ส่วนลดมาก ธนาคารไหนให้ส่วนลดน้อย หรือธนาคารไหนไม่ให้ส่วนลดเลย ต้องดูด้วยครับว่าหากคุณเป็นลูกหนี้กับธนาคารที่มันไม่มีนโยบายให้ส่วนล ขอยังไงคุณก็ไม่ได้ครับด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้ ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ เพื่อรอให้ธนาคารโทรมาและหวังส่วนลดนั้น ไม่มีความสำเร็จการต่อรองทุกราย ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้น
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น

ด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้ ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ เพื่อรอให้ธนาคารโทรมา และหวังส่วนลดนั้น ไม่มีความสำเร็จการต่อรองทุกราย ขึ้นกับเจ้าหนี้ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้น
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น อันนี้ คือ จากประสบการณ์ตรงของผมเลยนะ แต่สาเหตุที่คุณจะต้องตัดสินใจอย่างที่ผมบอกมันคือความสามารถที่คุณจะชำระหนี้ต่อได้ไหม อยู่ดีละครับ จ่ายไม่ไหวพยายามจ่ายต่อสุดท้ายคุณก็ หนี้เสียอยู่ดี

ปัจจัย 2 ข้อที่คุณจะ Hair Cut หนี้และได้ส่วนลดไม่มาก

1. คุณมีหน้าที่การงานดีอาชีพมั่นคง รายได้ดี หรือเจ้าหนี้มีข้อมูลว่าคุณมีทรัพย์สิน มากมาย พร้อมที่จะถูกเจ้าหนี้อายัดหรือยึดทรัพย์ไปขายทอดตลาดได้ แบบนี้คุณจะมีโอกาสได้ส่วนลดไม่มาก หรืออาจไม่ได้เลย

2. ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของคุณ


ดังนั้นลูกหนี้ ควรพิจารณาความคุ้มได้คุ้มเสีย ให้รอบด้าน คือ
-กรณี มีหนี้มาก แต่รายได้ อาชีพไม่แน่นอน อายุมากไม่มีทรัพย์สิน และไม่คิดจะกู้ การปล่อยไม่ชำระ จะเป็นประโยชน์ เพราะถ้ายื้อไม่มีประโยชน์ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่มี หรือการยืมญาติ ยืมหนี้นอกระบบ มาใช้หนี้ในระบบ ยิ่งทำให้ลำบากมากขึ้น
-กรณี หนี้ไม่มาก อายุไม่มาก อาชีพ รายได้ ยังเพียงพอในการชำระหนี้ ควรพยายามใช้หนี้ และมีวินัยการใช้หนี้ การเก็บเงิน จะเป็นประโยชน์มากกว่าปล่อยประวัติให้เสีย เพราะบางอาชีพ บางบริษัทฯ เช่น บริษัทมหาชน สถาบันการเงิน จะตรวจประวัติทางการเงิน ประวัติคดีการเงิน
-กรณี มีความสามารถการชำระหนี้ได้ แต่ค่อนข้างตึงตัว และยังมีรายได้ชัดเจน ประวัติยังดีไม่เสีย หากมีทรัพย์บ้านปลอดภาระ ไปกู้เอนกประสงค์ มาปิดหนี้ รายอื่นๆ ให้เหลือหนี้รายเดียว ก็อาจคือทางรอด


-หรือ กรณี ไม่มีความสามารถการชำระหนี้ ให้เลือกเจ้าหนี้ตามลำดับความสำคัญ ที่มีผลกระทบกับบุคคลคู่สมรสก่อน หากมีทรัพย์ปลอดภาระร่วมกัน ควรขายหรือโอน ก่อนที่เจ้าหนี้ จะมีโนติส หรือ ฟ้องศาล จากนั้น พิจารณาเจ้าหนี้เป็นรายๆ การต่อรองขึ้นกับ เจ้าหนี้และเงื่อนไขของธนาคารนั้นฯ ด้วย

ผมขอแทรก ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาอีกนิดนึงนะครับ ผมเห็นข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตค่อนข้างเยอะ ว่าถ้าเรา hair cut หนี้ เราจะติดประวัติเครดิตบูโร เราจะกลับไปกู้ธนาคารนั้นอีกไม่ได้แล้ว ผมอยากจะบอกว่า หากคุณค้างชำระหนี้กับธนาคารนั้นๆ เช่นบัตรเครดิตธนาคารที่คุณถือบัตรอยู่ คุณจ่ายไม่ตรง แล้วคุณยังหวังว่าคุณจะกลับไปกู้ธนาคารนั้นได้อีก ผมก็บอกไปเลยว่าไม่ได้เหมือนกัน เป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ ตัดสินใจกันเอาเอง

สุดท้ายละผมจะมาสรุปแบบนี้ การที่จะตัดสินใจขอ hair cut หนี้ และเป็นการเสียประวัติหรือไม่ คุ้มไหม

1. บอกเลยครับว่าการที่คุณเป็นหนี้ที่จ่ายไม่ตรงเป็นปกติ ประวัติมีเครดิตบูโรคุณก็ไม่ดีเหมือนกัน คุณก็อาจจะไปกู้ที่อื่นไม่ได้เหมือนกัน อยู่ดี แต่หากคุณจ่ายหนี้แบบแฮร์คัทขอลดต้นลดดอก ประวัติในบัญชีของคุณก็ไม่ดีเหมือนกัน

2. ปัจจัยที่จะนำมาพิจารณาในการเลือกชำระหนี้ คือความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ หากคุณไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะผมจะถามคุณว่า ถ้าคุณยังอยากจะชำระหนี้ต่อคุณจะเอาเงินที่ชำระหนี้มาจากไหน ตอบผมให้ได้ ถ้าตอบไม่ได้ แสดงว่ายังไงก็ตามคุณก็ต้องเลือกวิธีการหยุดจ่ายหนี้แล้วขอ hair cut จ่ายหนี้แบบลดต้นลดดอก อยู่ดี

3. คุณเตรียมพร้อมทำตัวให้เบาหรือยัง ก่อนที่จะเข้าสู่โหมดไม่จ่ายแล้วขอ hair cut นั่นคือคุณต้องไม่มีพันธะอะไรทรัพย์สินอะไรให้เขายึดเลย

ผมเองผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมทำตัวให้เบา ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ยึด แม้กระทั่งบัตร ATM ผมผมยังไม่มี บัตรเครดิตไม่ได้ใช้ ไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีเงินเดือนไม่มีประกันสังคม สุดท้ายผมมุดดินอยู่ 12 ปี ตอนนี้ผมโผล่ขึ้นมาแล้วครับ เมื่อปีที่แล้ว ผมกู้ซื้อรถไป 2 คัน ผ่านเรียบร้อย นั่นคือบทสรุปของผม   ขอให้ลูกหนี้ทุกคน โชคดีครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME