อสังหาฯ 2567 ปีที่โหดที่สุด

อสังหาฯ 2567

อสังหาฯ 2567 ปีที่โหดที่สุด ปี 2568 จะหนักกว่านี้หรือไม่?

“อสังหาฯ ติดลบ 31% จริง หรือแค่ข่าวลือ?” – ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่เป็นความจริงที่กระทบทั้งตลาด ผู้พัฒนาโครงการ และคนที่ต้องการซื้อบ้าน ปี 2567 ถือเป็นปีที่โหดที่สุดที่เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เคยเจอ และปี 2568 ก็อาจจะไม่ได้ต่างกันมาก เผลอๆ อาจจะแย่ลงกว่าเดิม

อสังหาฯ 2567

เริ่มต้นปี 2568 มาไม่เท่าไหร่ โครงการบ้านจัดสรรใหญ่ๆ ก็เริ่มเข้ามาขอคำปรึกษาด้านการแก้หนี้กันเพียบ นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดอสังหาฯ กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก และไม่ใช่แค่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นวิกฤตที่อาจลากยาว

อสังหาฯ 2567 : ปีที่เจ้าของธุรกิจต้องกัดฟันสู้

ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย

1. อัตราปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูง

หนี้ครัวเรือนของไทยทะลุ 90% ของ GDP ทำให้ประชาชนขอสินเชื่อยากขึ้น
ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดกับการปล่อยกู้ เพราะตัวเองก็มีหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้น

2. ตลาดติดลบจริง ยอดขายทรุดหนัก

ยอดขาย 9 เดือนแรกของปี 2567 ลดลง 31% ไตรมาสสุดท้ายแม้จะดีขึ้นเล็กน้อยจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่ แต่ก็ยังติดลบ 25% คนที่อยากซื้อบ้านจริงๆ มีน้อย คนที่อยากซื้อแต่กู้ไม่ผ่านมีเยอะ

3. ธุรกิจต้องเปลี่ยนจาก “ขาย” เป็น “ขายฝาก”

โครงการหลายแห่งปรับตัวจากการขายบ้าน เป็นการปล่อยบ้านให้เช่าหรือขายฝาก
แต่ปัญหาคือธุรกิจขายฝากก็มีต้นทุนสูง และไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน

4. แรงซื้อจากต่างชาติยังมี แต่ติดข้อจำกัดกฎหมาย

นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ยังต้องการซื้ออสังหาฯ ในไทย แต่ข้อจำกัดทางกฎหมายทำให้หลายคนต้องใช้ “นอมินี” ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยง

ปี 2568 : ปีที่โหดกว่าเดิม?

แม้ปี 2567 จะหนัก แต่ปี 2568 ก็ไม่ได้ดูสดใสเลย เผลอๆ อาจจะแย่ลงด้วยซ้ำ

1. โครงการอสังหาฯ ใหญ่ๆ เริ่มมีปัญหาทางการเงินตั้งแต่ต้นปี

ต้นปี 2568 ยังไม่ทันพ้นไตรมาสแรก โครงการบ้านจัดสรรใหญ่ๆ หลายแห่งก็มาขอคำปรึกษาด้านการแก้หนี้กันเพียบ ธุรกิจที่เคยมั่นคง ตอนนี้เริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะยอดขายไม่เข้า และธนาคารไม่ปล่อยกู้เพิ่ม

2. หนี้เสียของธนาคารเพิ่มขึ้น ทำให้การปล่อยกู้ยากกว่าเดิม

ปี 2567 หนี้เสียของธนาคาร (NPL) พุ่งสูงถึง 6% ทำให้ปี 2568 ธนาคารจะยิ่งระมัดระวังในการปล่อยกู้มากขึ้น ธุรกิจอสังหาฯ ที่หวังพึ่งสินเชื่อจากธนาคาร อาจต้องเตรียมใจเจอเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น

3. ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้น

วัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มราคาแพงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น กดดันต้นทุนของผู้พัฒนาโครงการ อัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของธุรกิจอสังหาฯ ไม่ลดลง

4. ผู้ซื้อยังรัดเข็มขัด เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น

คนที่เคยคิดจะซื้อบ้าน อาจเลื่อนแผนออกไปเพราะภาระหนี้ส่วนตัวสูง การใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้คนระมัดระวังเรื่องการก่อหนี้มากขึ้น

แล้วธุรกิจอสังหาฯ ต้องทำอย่างไรถึงจะรอด?

1. ปรับตัวให้เข้ากับตลาดใหม่

อย่าหวังพึ่งสินเชื่อจากธนาคารเพียงอย่างเดียว พิจารณาทางเลือกอื่น เช่น ขายบ้านพร้อมผู้เช่า, ขายแบบผ่อนตรงกับเจ้าของ (Rent to Own)

มองหากลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น นักลงทุนต่างชาติที่มีกำลังซื้อ

2. เน้นโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดจริงๆ

ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้แย่ทุกเซกเมนต์ บ้านเดี่ยวระดับกลาง-ล่าง และคอนโดที่ราคาเข้าถึงได้ ยังมีโอกาสขายได้ ควรหลีกเลี่ยงโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และขายยาก

3. บริหารสภาพคล่องให้ดี อย่าให้ตัวเองเป็นลูกค้าของที่ปรึกษาหนี้!

หาวิธีหมุนเวียนเงินสด เช่น การปล่อยเช่าแทนการขาย หรือ การระดมทุนจากนักลงทุนเอกชนแทนการกู้ธนาคาร ติดตามตัวเลขกระแสเงินสดของธุรกิจให้ละเอียด อย่าปล่อยให้ขาดสภาพคล่องจนต้องไปขอคำปรึกษาเรื่องหนี้

4. อย่าประเมินความเสี่ยงต่ำไป

ปี 2568 อาจมีปัจจัยลบที่ยังไม่เปิดเผย เช่น มาตรการควบคุมอสังหาฯ จากภาครัฐ หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวกว่าคาด

เจ้าของธุรกิจต้องมีแผนสำรองเผื่อสถานการณ์เลวร้าย

สรุป : ธุรกิจอสังหาฯ 2568 จะรอดหรือร่วง?

ปี 2567 เป็นปีที่โหดที่สุด และปี 2568 ก็ไม่น่าจะต่างกัน เผลอๆ อาจแย่ลง ธนาคารเข้มงวดขึ้น หนี้เสียเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่เริ่มมีปัญหาทางการเงินตั้งแต่ต้นปี เจ้าของธุรกิจอสังหาฯ ต้องปรับตัวให้เร็ว บริหารสภาพคล่องให้ดี และไม่ประมาทกับภาวะตลาด

“ใครที่ยังคิดว่าอสังหาฯ เป็นการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน
ปี 2568 จะเป็นปีที่พิสูจน์ว่าความเชื่อนี้ยังใช้ได้จริงหรือเปล่า!”


👇 อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคลิปใหม่ๆ และเข้าร่วมพูดคุยกับเราในคอมเมนต์ด้านล่าง!

🔗 Facebook: https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company

🔗 website: https://antonioattorney.com/

—————————————————-

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้คุณ

• 3,500 บาท ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ

• 20,000 บาท สำหรับแบบปรึกษา ตัวต่อตัว ( เจอตัว 1 ครั้ง ) หลังจากนั้น ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ !!

หากคุณพร้อมที่จะแก้ปัญหาหนี้ ติดต่อเราได้ที่ LineID : @antonio

🏦 ชำระค่าที่ปรึกษาผ่าน KBank 069 8 29148 6

📲 ส่งสลิปโอนเงินพร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อไปที่ LineID: @antonio

————————————————–

หรือ อยากเรียนรู้ การแก้หนี้แบบ ออนไลน์ กดสมัครได้เลยครับ เดือนละ 300 บาท

ตามลิงค์นี้ครับ

https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw

ถ้ากดสมัครผ่าน ระบบ iOS ไม่ได้ กดสมัครผ่าน คอมพิวเตอร์ desktop หรือ notebook นะครับ

————————————————–

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio / 065 626 4545

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3lx2PIk

ดูคลิปพิเศษของ Antonio https://bit.ly/3wqjila

สนใจจัดสตรีมสดแบบนี้ไหม? ลองดู StreamYard สิ: https://streamyard.com/pal/d/6402755862724608

ใส่ความเห็น