สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อบัตรเครดิต ปัญหาใหญ่ของอสังหาฯ ปีนี้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการซื้อขายคอนโด ได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือน เพราะประชาชนคนไทย มีหนี้ครัวเรือนสูงเกือบ 90% ของ GDP ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หนี้บัตรเครดิต บางคนกู้บ้านเพิ่งผ่านสักพักผ่อนบ้านไม่ได้แล้ว หลายคนเพิ่งผ่านการพักชำระหนี้ในช่วง covid ของปีที่แล้ว เป็นไปได้ยากมากครับที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวได้ในเร็วๆนี้

สินเชื่อบ้าน

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยไทยนั้น จากเริ่มแรกได้ผลกระทบทางอ้อมเพราะกำลังซื้อตกใจ ชะลอการตัดสินใจ แต่ปัจจุบันกลายเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ถูกแรงปะทะโดยตรง และคาดว่าจะลากนานอย่างต่ำ 1-2 ปี หลังอัตราการปฎิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย (รีเจ็กต์) เพิ่มสูงขึ้นในทุกบริษัท จากความเสี่ยงทางรายได้ ซึ่งธนาคารประเมินเข้มกว่าเก่ามาก บางบริษัทเผย บางเซ็กเมนต์มีตัวเลขดังกล่าวสูงถึงระดับ 40% ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการลดลง สะท้อนจากยอดเปิดตัวตลาดคอนโดมิเนียมใหม่ ซึ่งเดิมตลอดหลายปีที่ผ่านมา กินสัดส่วนตลาดราว 65-70% ที่เหลือ 25-30% เป็นแนวราบ แต่ ณ ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบมีจำนวนคอนโดฯเปิดใหม่เป็นสัดส่วนเพียง 25% ของจำนวนที่เปิดใหม่ทั้งหมดของครึ่งปีแรก 2562 เท่านั้น ขณะคาดยอดขายทั้งปี คงลดลงประมาณ 30-50% ด้วยอัตราการดูดซับที่อยู่ในระดับเพียง 40%  ข้อมูลข้างต้น ถูกประเมินโดยอสังหาฯรายใหญ่ของตลาด ซึ่งที่ผ่านมาปรับตัวอย่างหนัก เพื่อให้ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย

คาดการณ์ว่า ปี 2564 การเปิดตัวใหม่ในตลาดคอนโดฯ คงมีไม่มาก การแข่งขันน้อยลง การซื้อขายคอนโด ก็น้อยลง เพราะประกอบการบางส่วนเริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง ธนาคารเข้มงวดการปล่อยกู้โปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ สำหรับการพัฒนาโครงการ เพราะเล็งเห็นความเสี่ยงของตลาด ซึ่งย่อมกระทบต่อแผนการพัฒนาของผู้ประกอบการหลายราย โดยเฉพาะรายกลาง -รายเล็ก  เพราะเดิมการปล่อยกู้ปกติ จะแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1. วงเงินซื้อที่ดิน และ 2. วงเงินก่อสร้าง ซึ่งจะได้รับต่อเมื่อโครงการมีความคืบหน้า และมียอดขายเกิดขึ้นมากพอตามที่ธนาคารกำหนด พบวงเงินดังกล่าวถูกลดแอลทีวี (วงเงินปล่อยกู้ต่อมูลค่า) จาก 70% เหลือเพียง 40% เท่านั้น ร้ายไปกว่านั้น บางบริษัทติดแบล็กลิสต์ธนาคาร ไม่ปล่อยกู้  ทำให้โอกาสที่จะมีคอนโดฯใหม่ เข้ามาในตลาดช่วงปีหน้านั้น ภาพเบาบาง หากจะมี ส่วนใหญ่คงเป็นโครงการที่มีที่ดินรองรับแล้ว และได้รับโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์มาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ล่าสุด ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) จะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้า จะขยายตัว ราว 3.5% แต่คาดสภาวะคงไม่ต่างจากปีนี้ เพราะเป็นการขยายตัวจากฐานเศรษฐกิจที่ติดลบ ท่ามกลางยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 และมาตรการ การเปิด-ปิดประเทศ ไม่แน่นอน ในแง่ความกังวลของผู้ประกอบการ นอกจากการรักษาสภาพคล่องให้ดี เพื่อพยุงตัวให้อยู่รอดแล้ว ด้านกำลังซื้อของผู้คนยิ่งน่าเป็นห่วง หลังพบภาวะการเป็นหนี้ของลูกค้ากลุ่มใหญ่ตลาดบ้านและคอนโดฯ โดยคนเจนวาย (อายุ  23-38 ปี) พอกสูงขึ้น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิตมีภระหนี้มาก ทำให้ อาจจะกู้บ้านไม่ผ่าน หรือหากผ่าน ก็อาจจะผ่อนบ้านไม่ไหว

หนี้บัตรเครดิตกลายเป็นตัวร้าย ที่ทำให้ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ ไม่นับรวมตัวเลขรีเจ็กต์ในภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นมากราว 30-40%  และแนวโน้มเศรษฐกิจที่แย่ลง จะทำให้คนกลุ่มสาขาอาชีพอื่นๆ เกิดแผลในครัวเรือนตามมาอีกมหาศาล แม้แต่ความหวังเดียว คือ การที่ไทยจะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง เพื่อฟื้นการท่องเที่ยวนั้น คาดแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจก็คงไม่ดีเหมือนเก่า เพราะคนทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากโควิดเช่นกัน ฉะนั้น การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวดังกล่าว ก็คงไม่ดีเต็มที่เหมือนเก่า 

สร้างหนี้ แก้หนี้ ให้เราจัดการให้ …
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s