ทนมา 3 ปี อสังหาฯ จะกลับมาฟื้นแล้ว

ความเชื่อมั่นบริษัทอสังหาฯเพิ่มขึ้นหลังจากต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาเกือบ 3 ปี

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 มีดัชนีเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าค่าความเชื่อมั่นกลางคือ 50.0 เป็นไตรมาสแรกในรอบ 10 ไตรมาสที่ผ่านมา 

หากจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการตามประเภทธุรกิจ

โดยผู้ประกอบธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีความเชื่อมั่นก็สูงกว่าไตรมาสที่แล้ว และสูงกว่าค่าความเชื่อมั่นกลาง

สำหรับผู้ประการธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีความเชื่อมั่นก็สูงขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว แต่พบว่ายังต่ำกว่าค่าความเชื่อมั่นกลาง รวมไปถึงค่าดัชนีที่เพิ่มขึ้นของยอดขาย และยอดการเปิดตัวโครงการใหม่ ก็ถือว่าสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเช่นกัน 

โดยแนวโน้นดัชนีในด้านต่างๆเพิ่มขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ มีความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ 6 เดือนข้างหน้าไปในเชิงบวก

เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลประกาศต่ออายุมาตรการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 ให้มีการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และการจดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท และขยายครอบคลุมไปถึงบ้านมือสองด้วย รวมไปถึงนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับภาคเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

ปีนี้ต้องมาลุ้นกันนะครับว่า อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย จะก้าวเดินต่อไปอย่างไร หรือจะเป็นเพียง ปีที่แค่ประคองตัวรอดไปเท่านั้น


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

ร่วมทุน หรือ หมดสภาพ Developer แบบพยายามไปต่อ

การพัฒาโครงการอสังหาฯ ในช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความนี้ คือ เดือนพฤษภาคม 2564 ผมอ่านข่าวเจอ ล่าสุด มีบางผู้ประกอบการ ที่บริษัท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มดำเนินโครงการอสังหาฯ ในแนว ร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน แล้วพัฒนาโครงการออกขาย ซึ่งมาในลักษณะ เจ้าของที่ดิน ใช้ที่ดินร่วมทุน เพื่อพัฒนาขาย ส่วน Developer ก็ลงค่าก่อสร้าง และลงทุนส่วนของงานบริหาร จนสุดท้ายก็ปิดโครงการ

สำหรับผมไม่ได้เห็นว่า เป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร ทำกันมานานแล้ว ผมกลับมองว่า Developer เมืองไทยบางราย เริ่มที่จะเดี้ยง หรือ หมดสภาพหรือเปล่า ถ้าเป็น Developer ภูธร Business Model นี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็น Developer ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ผมอาจจะเรียกว่า หมดสภาพก็ได้ ผมจึงจะขอ แสดงความเห็นส่วนตัว แบบนี้นะครับ

  1. ตอนนี้ ผู้เล่นรายใหญ่ เล่นแรงมาก โปรโมชั่นกระหน่ำ แบบบ้าระห่ำมาก คือ สรุปการแข่งขันรุนแรง
  2. ช่วง วิกฤตโควิดแบบนี้ ทำอะไรก็ยากกันไปหมด ลูกค้าหาย แทบไม่มีอารมณ์ จับจ่ายใช้ซอย เรื่องซื้ออสังหาฯ อาจจะพักไว้ก่อน
  3. ที่ดิน หายาก และหากมีที่ดิน ในทำเลดี ใจกลางเมือง ก็ราคาแพงมาก
  4. ผมเคยพูดบ่อย ผ่านในช่อง YouTube ของผม ว่า อนาคต Developer จะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปจากระบบเป็นจำนวนมาก เพราะ ประเทศไทยมันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ความค้องการบ้านพักอาศัยมาจะลดลง และที่ดิน ที่จะเอามาพัฒนา มันก็ไม่ค่อยจะมีแล้ว จะสร้างขายใคร อะไรกันนักกันหนา
  5. บริษัท ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บางที ก็มีความกดดัน จากราคาหุ้น จากผู้ถือหุ้น ก็พยายามดิ้นรนสร้างผลประกอบการ ให้ดูดี ราคาหุ้นมันจะได้วิ่ง
  6. บริษัท ขนาดกลางๆ คล้อยๆ ไปทางเล็กที่อยู่ในตลาดหุ้น ผมว่าไปต่อยาก ละครับ

ทำไม ชื่อ บทความนี้ ผมบอกว่า ร่วมทุน หรือ หมดสภาพ เพราะ จากข่าวที่ผมอ่านมาว่า ที่ดินทำเลทองคำ แปลงในเมือง ราคาแพง Developer เริ่มซื้อไม่ไหว เลยเกิดรูปแบบนี้ขึ้นมา คือ การร่วมทุน กับ เจ้าของที่ เพื่อพัฒนาโครงการ งงไหมครับ ที่ดินราคาแพง ซื้อไม่ไหว ถ้าในแง่ คำนวณกำไร ขาดทุน แปลว่า ต้นทุนมันแพง ทำบ้านออกมา ราคาบ้านมันจะแพงอาจจะขายไม่ได้ แต่ถ้าร่วมทุนกันแล้ว จะขายได้ งงป่าว ผมถามว่า ถ้าร่วมทุน เจ้าของที่ เค้ายิ่งจะไม่ได้อยากได้กำไรที่มากขึ้นเหรอครับ คือ ราคาที่ดิน ต้องขายแพงขึ้น เพราะเค้าไม่ได้เงินก้อน ต้องมานั่งลุ้นว่า บ้านจะขายได้ไหม กว่าจะได้เงินครบ ตามที่ต้องการ อาจะต้องรอเป็นปี อีกอย่าง

สำหรับกรณีแบบนี้ ถ้ามีการร่วมทุนกัน ผมอาจจะโง่นะ ยังนึกไม่ออกว่า จะไปกู้ยังไง เช่น โอนที่ดินเข้าบริษัท ตั้งบริษัทตุ๊กตาขึ้นมา แล้ว เจ้าของที่ดินเข้าไปถือหุ้น เวลาเอาเข้าจำนองเพื่อกู้เงินธนาคาร เจ้าของที่อาจจะต้องเซ็นค้ำประกัน ในฐานะ ผู้ถือหุ้น หรือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม แล้วเจ้าของที่ จะยอมลงเรือไปด้วยเหรอ จากที่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ดีๆ กลายเป็นหนี้ ธนาคารซะงั้น งง เลย 555

สำหรับผมนะ ถ้ามีที่ดิน ทำเลงามใจกลางเมืองนะ ถ้าเจอใครมาเสนอแนวทางนี้กับผมนะ ผมจะไล่แม่งออกจากบ้านเลย มึงบ้าป่าว กูจะขายที่ เสือกมาให้กูเป็นหนี้ไปกับมึงด้วย มึงไม่มีเงินซื้อก็อยู่เฉยๆ กูรอได้ รอ Developer รายอื่นมาซื้อได้ ที่ดินกูไม่ได้เน่าเสียอะไร… จบ สวัสดีครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้