พักทรัพย์ พักหนี้ ชื่อใหม่ เทคนิคเดิมของการปรับโครงสร้างหนี้

หากพูดถึงปัญหาหนี้เสีย NPL ในประเทศไทยช่วงนี้ หลายคนน่าจะคาดเดาได้ว่า อัตราหนี้เสียของประเทศไทยน่าจะสูง ตอนนี้ NPL ของประเทศไทยยังไม่เกิน 4% จากรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับผม ผมว่าอัตราหนี้เสียมันน่าจะสูงกว่านั้น ตัวเลขอาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริง

ตอนนี้หลายฝ่าย จึงได้ระดมความคิด ออกแบบ หารูปแบบ เพื่อแก้ไขหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะหนี้ ในภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลัก ที่สร้างรายได้เข้าประเทศให้กับประเทศไทย สูงกว่า 10% GDP แน่นอนครับ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายหมด ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ได้รับผลกระทบกันอย่างเต็มที่ สินเชื่อสำหรับธุรกิจโรงแรม ลูกหนี้และเจ้าหนี้ ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก ตอนนี้ ก็มีโครงการออกมาล่าสุด ชื่อ โครงการ พักทรัพย์ พักหนี้ หรือชื่อเดิมคือ โกดังเก็บหนี้ หรือ ในยุคเก่าแก่ดั้งเดิมในการปรับโครงสร้างหนี้ เขาเรียกว่า การตีทรัพย์ชําระหนี้ หรือโอนทรัพย์ชําระหนี้ มันแตกต่าง และมีรายละเอียดกันอย่างไร ในบทความนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ

ตีทรัพย์ชำระหนี้

การตีทรัพย์ชําระหนี้ หรือ การโอนทรัพย์ชําระหนี้ คือ หนึ่งในวิธีของการปรับโครงสร้างหนี้ แบบไม่ต้องใช้เงินชำระหนี้ หรือถ้าใช้ ก็ใช้น้อยมาก หลักการคือ

1. การตีทรัพย์ชําระหนี้ หรือโอนทรัพย์ชําระหนี้ คือการนำหลักประกันที่ค้ำประกันวงเงินกู้นั้นๆอยู่ นำมาชำระหนี้แทน โดยการทำนิติกรรม ซื้อขาย ให้กับเจ้าหนี้คือธนาคาร ในส่วนของการ ตีมูลค่าเพื่อชำระหนี้ อยู่ที่ประมาณ 60% 70% หรือ 80% ของราคาประเมินทรัพย์หลักประกัน เช่นหากราคาประเมิน 1 ล้านบาท รับตีทรัพย์ที่ 80% คือ 800,000 บาท หากคุณมีหนี้ไม่เกิน 8 แสนบาท ธนาคารก็จะรับเงื่อนไขทันทีโดยไม่จำเป็นต้องต่อรองอะไร

2. ค่าใช้จ่ายในการทำนิติกรรมซื้อขาย คือ ค่าโอน ภาษีรายได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ ส่วนใหญ่ ธนาคารมักจะยกภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ บางครั้งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายถูกมาก เนื่องจากจะมี เงื่อนไขพิเศษซึ่งจะออกมาเฉพาะกิจ ให้กับการตีทรัพย์ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ภายใต้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ค่อนข้างถูก ซึ่งในส่วนนี้ลูกหนี้ต้องเช็คอีกครั้งกับกรมที่ดินนะครับ

3. ลูกหนี้มีสิทธิ์ขอซื้อคืนได้ภายใน 2-3 ปี แล้วแต่ละธนาคาร บางธนาคารให้ตีทรัพย์อย่างเดียวไม่มีสิทธิ์ซื้อคืน ในการซื้อคืนจะต้องเสียค่า carrying cost ก็คล้ายๆกับดอกเบี้ย ในช่วงเวลาที่คุณ เอาทรัพย์ไปตีเพื่อชำระหนี้กับธนาคาร จนถึงวันที่คุณขอซื้อคืน เขาจะคิดค่า carrying cost ในช่วงเวลานั้น บวกเข้าไปในมูลค่าที่คุณตีทรัพย์เพื่อชำระหนี้กับธนาคารตั้งแต่ครั้งแรก

พักทรัพย์พักหนี้

ส่วนเงื่อนไขโกดังเก็บหนี้ หรือ พักทรัพย์พักหนี้ จริงๆแล้ว แบงค์ชาติ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันออกโครงการนี้เพื่อช่วยลูกหนี้ในภาคส่วนของการท่องเที่ยวคือกลุ่มโรงแรมโดยตรง หลักการก็คล้ายกับการตีทรัพย์ชำระหนี้หรือโอนทรัพย์ชำระหนี้นั่นเอง เพียงแต่

1. เมื่อคุณตีทรัพย์ชำระหนี้แล้ว คุณมีสิทธิ์ดำเนินธุรกิจอยู่ในหลักประกันนั้นได้ต่อ เช่น คุณยังสามารถนำโรงแรมที่คุณตีทรัพย์ มาเปิดให้บริการห้องพัก และดำเนินการมี รายได้ หักค่าใช้จ่าย กำไรยังเป็นของคุณ ธนาคารจะเก็บเพียงค่าเช่าบางส่วนซึ่งในหลักการจะคิดค่าเช่าไม่แพง

2. เมื่อคุณพร้อมที่จะซื้อคืนธนาคาร เจ้าหนี้ให้เวลาคุณ 3-5 ปี ในการซื้อคืน ซึ่งคุณจะต้องเสียค่า carrying cost คล้ายๆกับการตีทรัพย์ชำระหนี้ ตามที่ผมกล่าว

3. เมื่อลูกหนี้พร้อม ที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจโรงแรมต่อ ธนาคารเจ้าหนี้ จะต้องปล่อยเงินกู้ให้กับลูกหนี้มาซื้อทรัพย์คืนออกไป

ฟังดูแล้วเหมือนง่ายนะครับ แต่ผมว่า มันจะติดขัดปัญหาตรงนี้ครับ

1. เจ้าหนี้จะรับตีทรัพย์ที่อัตราส่วนเท่าไหร่ 60% 70% หรือ 80% ถ้าเป็นหนี้มากกว่านั้น แต่เจ้าหนี้บอกว่า ลูกหนี้ส่วนใหญ่ ที่เป็นโรงแรม กู้กันไม่เกิน 60% ของมูลค่าหลักประกัน

2. ลูกหนี้ถ้าเป็นนิติบุคคลจะบันทึกบัญชีอย่างไร

3. หากโรงแรมไม่มีใบประกอบ กิจการโรงแรมไม่ถูกต้อง เจ้าหนี้จะรับตีทรัพย์ชำระหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งในจังหวัดภูเก็ต หรือ พัทยา มีโรงแรมประเภทนี้จำนวนมากที่มีใบอนุญาตไม่ถูกต้อง

4. และปัญหาอื่นๆอีกมาก ที่ผมยังคิดไม่ออกตอนนี้แต่เดาได้ว่าคงไม่ง่ายกับเงื่อนไขที่จะเข้าโครงการพักทรัพย์พักหนี้ได้

พักทรัพย์พักหนี้

สุดท้ายก็เอาใจช่วยทั้ง เจ้าหนี้และลูกหนี้ครับ เพราะวิกฤตโควิดครั้งนี้ มันหนักหนาสาหัสมาก สำหรับธุรกิจโรงแรมครับ ส่วนภาครัฐที่ออกโครงการพักทรัพย์พักหนี้ออกมา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ เงื่อนไขต่างๆ ที่ติดขัด ก็ค่อยๆแก้กันไปครับ หวังว่าเจ้าหนี้ คือธนาคารจะช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเต็มที่ เพราะครั้งนี้หากไม่ช่วยลูกหนี้ โรงแรมประเทศไทยคงตกไปอยู่ในมือของนายทุนต่างชาติเป็นแน่แท้ อย่าให้เป็นแบบนั้นเลยครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

การปิดหนี้ประเภทหนึ่ง ที่อาจจะไม่ต้องใช้เงินจ่ายหนี้

ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง ใน 1 กรณีครับ คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำว่า ตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ ไหมครับ กรณีแบบนี้ ความหมายคือ ลูกหนี้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารในการกู้เงิน ส่วนใหญ่ทรัพย์ที่ค้ำประกันก็มักจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด โรงงานเป็นต้น หลักในการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ คือ ธนาคารและลูกหนี้ จะต้องเห็นชอบร่วมกันว่าราคาประเมินของมูลค่าหลักประกันเป็นเท่าไหร่ ด้วยการให้บริษัทประเมิน มาประเมินราคา ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารจะรับตีโอนทรัพย์ ถ้าเป็น บ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีสิ่งปลูกสร้าง จะรับตีโอนทรัพย์ที่ 80% แต่หากเป็นที่ดินเปล่าอาจจะแค่ 60 ถึง 70%

ยกตัวอย่างเช่น ลูกหนี้เป็นหนี้กับธนาคาร 900,000 บาท และจะตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ ราคาประเมินหลักประกัน ประเมินกันใหม่มูลค่า 1 ล้านบาท หากเงื่อนไขที่เจ้าหนี้จะรับโอนทรัพย์ชำระหนี้อยู่ที่ 80% เท่ากับจะรับตีทรัพย์ชำระหนี้ ที่จำนวน 800,000 บาท เท่ากับว่าลูกหนี้ต้องควักเงินสดเพิ่ม 100,000 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับธนาคารด้วยนะครับ

ในทางกลับกัน หากราคาประเมินสูงกว่า เช่นมูลค่าประเมินได้ 1.2 ล้านบาท ธนาคารรับตีโอนทรัพย์ 80% ของ 1.2 ล้านบาท เท่ากับ มูลค่าที่จะตีโอนทรัพย์ เท่ากับ 960,000 บาท แต่คุณเป็นหนี้ธนาคารเพียง 900,000 บาท ธนาคารก็จะไม่โอนส่วนต่าง 60,000 บาท คืนให้คุณ หนำซ้ำ คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอน และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินเองด้วย

ในกรณีนี้ ยังมีอีกเงื่อนไขพิเศษ ที่บางธนาคารมีให้กับลูกหนี้ เช่นรับตีโอนทรัพย์ชำระหนี้แล้ว ธนาคารมีเงื่อนไขให้ลูกหนี้สามารถซื้อทรัพย์คืนได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้คิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับตามที่คิดกับลูกค้าเงินกู้รายอื่นๆทั่วไป เช่น ตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ไปแล้ว หักหนี้ไปจำนวน 900,000 บาท มีสัญญาไว้กับลูกหนี้ ให้สามารถซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย MRR เท่ากับประมาณ 6.5% สมมุติว่า ลูกหนี้มาขอซื้อคืนทรัพย์ภายในปีที่ 2 โดยลูกหนี้จะต้องขอซื้อทรัพย์หลักประกันคืนใน จำนวนเงิน 900,000 บาท บวกอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลา 2 ปี เป็นต้น

การตีโอนทรัพย์ชําระหนี้ เป็นวิธีในการปิดชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเจ้าของหลักประกัน หรือลูกหนี้ อาจจะเสียเงินสดเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์แต่ปีนี้จะมีหรือธนาคารบางรายเท่านั้น แต่วิธีนี้ เจ้าหนี้หรือธนาคารบางรายเท่านั้น ที่จะรับเงื่อนไขการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ได้ เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหนี้ธนาคาร ลองเสนอแนวทางการชำระหนี้ ด้วยวิธีนี้ดูครับ เราอาจจะไม่ต้องเสียเวลารอขายทรัพย์ เพื่อมาชำระหนี้ แต่อย่าลืมนะครับว่า ธนาคารในฐานะเจ้าหนี้ เขาได้เปรียบเราตรงที่ว่าเขาอาจจะรับตีทรัพย์ชำระหนี้ที่ไม่เกิน 80% ของราคาประเมินมูลค่าหลักประกันเท่านั้น

ขอให้โชคดีในการเจรจาแก้ไขหนี้นะครับ แต่หากมีความกลัวหรือกังวล Antonio Attorney บริษัทเรามีทีมงาน ทางด้านการเงิน และทีมกฎหมาย ที่พร้อมจะเป็นตัวแทนของคุณ และเป็นตัวแทนลูกหนี้ เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้คุณ ในฐานะลูกหนี้ไม่ให้เสียเปรียบธนาคารเจ้าหนี้ ให้ทีมงานมืออาชีพอย่างเรา ดูแลเรื่องนี้ให้กับคุณนะครับ ยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ผ่อนบ้านต่อไม่ไหวแล้ว คืนบ้านธนาคารแล้วหนี้จบไหม?

ปัญหา สำหรับท่านที่ผ่อนหนี้บ้านไม่ไหว ไม่อยากผ่อนบ้าน ไม่อยากได้บ้านแล้ว คืนบ้านให้กับธนาคารเลยได้ไหม แล้วจะหมดหนี้เลยไหม?   แบบนี้ เขาเรียกการตีทรัพย์ชำระหนี้ ครับ มีหลักการยังไง คลิปนี้ มีคำตอบครับ
สำหรับท่านที่สนใจ อยากมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ