กู้บ้านผ่าน โอนแล้ว จะกู้รถต่อเลย ภาระหนี้บ้านขึ้นเครดิตบูโรหรือยัง

มีคำถามว่า กู้บ้านผ่านแล้ว โอนบ้านเรียบร้อย จะกู้ซื้อรถต่อเลยได้ไหม ชื่อจะขึ้นภาระที่เป็นหนี้บ้านในเครดิตบูโรหรือยัง หรือบางคนไม่กู้รถ จะขอสินเชื่ออื่นๆ หรือ สินเชื่อบุคคล จะใช้ช่วงเวลานี้ กู้ได้ไหม กำลังมั่นใจ statement กำลังเดินสวย

ภาระหนี้ จะแสดง ใน เครดิตบูโร หรือยัง หลังกู้บ้านผ่าน และโอนบ้านแล้ว

ช่วงเวลาที่ขอสินเชื่อ กู้บ้านผ่าน ช่วงเวลานั้นแต่ละคนจะมั่นใจ ในคุณสมบัติการกู้ของตัวเอง เพราะขนาดสินเชื่อบ้านวงเงินสูง ยังกู้ผ่าน อยากคน จึงอยากใช้ช่วงเวลานี้ ยื่นกู้สินเชื่ออื่นพร้อมกันในคราวเดียว แต่กังวลว่า เพิ่งยื่นกู้บ้านผ่าน และโอนบ้านแล้ว ภาระหนี้บ้านจะขึ้นโชว์ ในประวัติเครดิตบูโรหรือยัง ในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ แต่อาจจะเกริ่นคำตอบให้หน่อยนึง สถานะเครดิตบูโรไม่ได้อัพเดทวันต่อวันนะครับ จะอัพเดทเป็นช่วงเวลา หาคำตอบในบทความนี้ ต่อไปครับ

เครดิตบูโร

ทำความรู้จักกับ เครดิตบูโร ให้มากขึ้น

รู้จักความเป็นมาและบทบาทหน้าที่ ความสำคัญของ กับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดังนี้
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ส่งมาจากสถาบันการเงิน และบริษัทที่เป็นสมาชิก โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เดิมมีประวัติและแนวคิดเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ 2504 มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ข้อบังคับ ผู้ถือหุ้น อย่างต่อเนื่อง ให้มีความเหมาะสมหลายครั้ง จนกระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 ล่าสุดมีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี 2559

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด จะดำเนินการจัดเก็บ ข้อมูลเครดิต 2 ส่วนคือ
1.ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ตัวลูกค้า และคุณสมบัติของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ
– บุคคลธรรมดา หมายถึง ชื่อ ที่อยู่ สถานะภาพ อาชีพ เลขบัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง
-นิติบุคคล หมายถึง ชื่อนิติบุคคล เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่อยู่
2.ประวัติการขอ และการได้รับอนุมัติสินเชื่อ ประวัติการชำระสินเชื่อ
   บทบาทและหน้าที่ของสมาชิก ต้องส่งข้อมูลให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตตามกำหนดเวลาอย่างถูกต้อง และทันสมัย  หากสถาบันการเงินไม่ส่งข้อมูลให้บริษัทฯ มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และมีค่าปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าปฏิบัติถูกต้อง และหากสถาบันการเงินส่งข้อมูลให้บริษัทฯมีความไม่ถูกต้องและไม่ส่งข้อมูลให้ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท และมีค่าปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าปฏิบัติถูกต้อง

สมาชิกหรือสถาบันการเงิน จะนำข้อมูลเครดิตลูกค้าไปใช้ประโยชน์เฉพาะการวิเคราะห์สินเชื่อ ประกอบกับเกณฑ์ของสินเชื่อ การเงินนั้นๆ เท่านั้น และสถาบันการเงินนั้นๆ ต้องเก็บข้อมูลเครดิตของลูกค้าเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยกับบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

รายงานประวัติการเงิน หรือสถานะของลูกหนี้ จะไม่อัพเดทวันต่อวัน จะแสดงผลย้อนหลัง 15 – 30 วัน

ด้านการรายงานการชำระของลูกค้า โดยสถาบันการเงินจะรายงานประวัติการชำระของลูกค้ารายนั้นๆ ทุกวันที่1 ของเดือน บางสถาบันการเงินอาจรายงานช่วงกลางเดือน แต่สำหรับประวัติเครดิตบูโรที่สถาบันการเงินส่งมาตรวจ หรือบุคคล หรือนิติบุคคล ขอตรวจเอง ผลประวัติทางการเงินจะแสดงย้อนหลัง 15-30 วัน ซึ่งไม่แสดงผลแบบปัจจุบัน

สถาบันทางการเงิน จะมีกำหนดอายุผลตรวจเครดิตบูโร 30-60 วัน (ขึ้นกับเกณฑ์ของสถาบันการเงิน) ตั้งแต่เริ่มลงนามตรวจเครดิตจนถึงอนุมัติสินเชื่อ และอาจให้ผู้กู้ตรวจเครดิตบูโรซ้ำอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบการก่อหนี้ ความถี่การขอตรวจเครดิตบูโร ( Tracing ติดแท็กซิ่ง ) หรือ ประวัติการชำระ ในช่วงรอยต่อของการรายงานผลบูโรในระบบที่ย้อนหลังไม่เป็นปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น บุคคลขอตรวจเครดิตบูโร วันที่ 1-15 ของเดือนมีนาคม 2565 จะเห็นประวัติทางการเงินล่าสุด 31 มกราคม 2565 และหากตรวจ วันที่ 16-30 มีนาคม 2565 จะเห็นประวัติทางการเงินล่าสุด 28 กุมภาพันธ์ 2565

สรุปคือ ทำยังไงก็ได้ให้ธนาคารตรวจเครดิตบูโรคุณในช่วงครึ่งเดือนแรก เช่นคุณกู้บ้านผ่านแล้ว พยายามโอนบ้านช่วงปลายเดือน แล้วคุณก็ยื่นกู้บ้านในช่วงปลายเดือนนั้น เท่ากับว่าธนาคารใหม่ที่ควรยื่นกู้จะเช็คเครดิตบูโรคุณในช่วงปลายเดือนหรืออีกทีช่วงต้นเดือน ประวัติเครดิตบูโรก็จะไม่ขึ้นโชว์ให้เห็นว่าคุณเพิ่งโอนบ้านไป

Antonio Attorney
หลบเครดิตบูโร

แต่อย่าเพิ่งดีใจ ธนาคารอาจเช็คเครดิตบูโรอีกครั้ง เพื่อให้ช่วงเหลื่อมเวลานั้น หมดไป ธนาคารรู้ทันคุณ

ดังนั้น ผู้กู้สินเชื่อผ่านกับสถาบันการเงินสมาชิก และผู้กู้ไปโอนบ้านแล้ว ผลประวัติภาระหนี้ยังไม่ขึ้นทันที ประเด็นนี้อาจเป็นช่องว่างทางการเงิน ในการขอสินเชื่อ ซึ่งสถาบันการเงินมีแนวปฏิบัติป้องกันการขอสินเชื่อเกินความสามารถทางการเงินของผู้กู้ และเพื่อดูประวัติการชำระในช่วงรอยต่อ เช่น กำหนดอายุการตรวจเครดิตบูโรให้สั้นไม่เกิน 30 วัน และขอตรวจเครดิตบูโรซ้ำก่อนอนุมัติจริง หรือก่อนจำนอง ก็ได้


ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


ระวัง ภาระหนี้ที่สูง อาจจะทำให้คุณกลายเป็นหนี้เสีย

เพราะคุณ ไม่ได้ยื่นกู้ เพื่อขอสินเชื่อ การพิจารณาถึงรายได้ เทียบกับภาระหนี้ คุณพยายามหลบเลี่ยง ไม่ให้ธนาคารเห็นภาระหนี้จริงของคุณ บางครั้ง การเลี่ยงไม่ให้ธนาคารเห็นภาระหนี้เครดิตบูโร อาจจะทำให้คุณพูดได้ แต่มันก็จะสร้างปัญหาให้กับคุณในภายหลัง เพราะหากคุณยื่นกู้ตามระยะเวลาปกติ คุณอาจจะกู้ไม่ผ่านเพราะภาระหนี้คุณ เมื่อเทียบกับรายได้ จะเรียกได้ว่าเต็มสุดแล้ว คุณก็อาจจะกู้ไม่ผ่าน คุณก็กู้ผ่านแค่เฉพาะบ้านที่โอนไปแล้ว แต่นั่นมันก็อาจทำให้คุณ ไม่อยู่ในภาวะ ว่าภาระหนี้สูง สุดท้ายคุณก็จะกลายเป็นหนี้เสีย เพราะคนทั่วไป มักจะบอกว่า ผ่อนไหว ผ่อนไหว แล้วสุดท้ายก็ผ่อนไม่ไหว ผมขอแนะนำเลยนะครับ จะเสี่ยงกับการทำวิธีนี้ เพราะคุณกู้บ้านได้แล้ว โอนบ้านเรียบร้อย จะขอกู้สินเชื่อตัวอื่น ยื่นเรื่องเป็นปกติไปครับ กู้ไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร มันน่าจะเป็นหนทางที่ดีกับชีวิตคุณมากกว่า พูดไว้ให้คิดครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

หนี้รถ กับ หนี้บ้าน เป็นหนี้ก้อนไหน ก่อนดี

ถ้าต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่ก้อนแรก หนี้รถหรือหนี้บ้าน ก้อนไหนที่เราควรเริ่ม

กู้ซื้อบ้าน กับ กู้ซื้อรถ หลายคนจะมีคำถามว่า ควรจะเป็นหนี้อะไรก่อนดี เพราะหนี้ทั้งสองประเภทนี้ เป็นหนี้ที่อาจจะเรียกว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่สำหรับชีวิตทีเดียว บางคนรู้สึกว่า กู้บ้านยากกว่า ต้องเตรียมตัวให้ดี ต้องพร้อมมากกว่า ใช้เวลานานเตรียมตัวนานกว่า อดทนไม่ไหว ขอสร้างหนี้ ด้วยการกู้รถก่อน ถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยในการกู้เงินไปในตัว

สิ่งที่ต้องพิจารณา ก่อนเป็นหนี้

ผมจะแบ่งการพิจารณา ว่าจะเป็นหนี้บ้านหรือหนี้รถ สามารถพิจารณาได้ 2 ปัจจัยครับ 1. ดูตามความจำเป็น 2. พิจารณาทางด้านการเงิน พิจารณา จากภาระหนี้ที่เกิดขึ้น ก่อนหลัง

ถ้าคุณจะกู้ซื้อรถก่อน

ถ้าจะเลือกการมีรถก่อน ให้พิจารณา ความสำคัญ
1.ความจำเป็น ในการเดินทาง เช่น ระยะทางการเดินทางจากที่พักไปที่ทำงาน ระยะเวลาการเดินทาง ค่าใช้จ่ายของการเดินทาง
2.ลักษณะอาชีพมีความจำเป็นต้องมีรถหรือไม่
3.การใช้รถมีส่วนที่นายจ้างดูแลเท่าใด เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษารถ มีหรือไม่
4.รายได้ประจำ ที่คงที่ และรายได้อื่นๆ มีหรือไม่ เช่น ค่าคอมมิชชั่น โบนัสประจำปี อาชีพเสริมอื่นๆ เช่น ขายตรง ขายสินค้าวันหยุด
5.ญาติพี่น้อง ที่ต้องจำเป็นต้องดูแลการเดินทางเป็นประจำ เช่น บิดา มารดา ผู้ป่วย บุตรหลาน
6.รายจ่าย เดิม อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ผ่อนสินค้า คชจ.ในครอบครัว ประกันชีวิต(ถ้ามี) และค่ากิจกรรมสังคม
7.ค่าใข้จ่าย ต่อเนื่องจากการมีรถ

ยังไงก็ต้องเป็นหนี้ ถ้าแบบนี้สำรวจตัวเองก่อนครับ

เมื่อพิจารณาความสำคัญ ถ้าจำเป็นต้องมีรถ สิ่งที่พิจารณา ต่อไป คือ
1.ประเภทรถ เช่น รถเก๋งซีดาน รถกระบะ2 ประตู รถกระบะ 4 ประตู หรือ รถเอนกประสงค์
2.ประเภทรถใหม่ หรือรถมือสอง (รถมือสองจะมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่างวดรถ)
3.ส่วนต่างเงินดาวน์ ดอกเบี้ย ค่างวด และระยะเวลาการผ่อน *** ตามเกณฑ์ ธปท. การผ่อนรถจะคล้ายกับบ้าน คือลดต้นลดดอก แต่ความเป็นจริง จะไม่ตรงกับ เกณฑ์ ธปท. โดยเฉพาะรถมือสอง ยังมีการคิดคล้ายแบบเดิม ( Flat rate ไม่ลดต้นลดดอก ) คือ ตัดค่าเป็นงวดๆ ถ้าจ่ายเกินจากค่างวด จะมีการยกยอดไปงวดถัดไป ไม่ได้ลดต้นลดดอกจริง***
4.ประมาณการค่าใช้จ่ายของการมีรถ อาทิ ค่าผ่อนงวดรถรายเดือน ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าซ่อมบำรุง ค่าต่อทะเบียนภาษีประจำปี ค่าเบี้ยประกันภัยทางเลือก(ประกันชั้น 1,2 หรือ3)
5.ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)

หรือถ้าคุณจะกู้ซื้อบ้านก่อน

หากพิจารณาตามเหตุผลข้างต้น มีความจำเป็นต้องมีบ้านก่อน ให้คำนึงเหตุผลประกอบ เช่น
1.ผู้กู้มีความมั่นใจในอาชีพ รายได้ และโอกาสเติบโตในอาชีพการงาน เนื่องจากการผ่อนชำระบ้าน เป็นการผ่อนระยะยาว 15-35 ปี (ขึ้นกับอายุผู้กู้)
2.ผู้กู้ ยังสามารถเดินทางโดยรถสาธารณะได้ และสามารถควบคุมค่าใช้จายการเดินทางปกติได้
3.มีรายได้ของผู้กู้เพียงพอกับการผ่อนชำระ
4.รายได้รวมในครอบครัว (ถ้ามี) เช่น รายได้คู่สมรส  หรือรายได้ของบุตรหลาน คาดการณ์ในอนาคตหลังจบการศึกษา
5.ศักยภาพการผ่อนชำระจริง ซึ่งหากผู้กู้ สามารถวางแผนการผ่อนชำระบ้าน มากกว่าค่างวดปกติ 20-30% อย่างคงที่ของทุกๆเดือน จะทำให้การผ่อนมีระยะสั้นลง 5-10 ปี และดอกเบี้ยเฉลี่ยจริงจะลดลงมากๆ
6.การวางแผนการรีไฟแนนซ์  หลังผ่อนชำระตามเงื่อนไข 3-5 ปี การรีไฟแนนซ์ จะช่วยการประหยัดดอกเบี้ยจริงหรือไม่ ให้พิจารณาอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เดิม กับดอกเบี้ยใหม่ และ ยอดคงค้าง ซึ่งหากส่วนต่างดอกเบี้ย แตกต่างกันไม่เกิน 2% และหากผู้กู้มีการผ่อนบ้านมากกว่าปกติ 20-30%  การรีไฟแนนซ์  อาจไม่มีความจำเป็น รายละเอียดในการพิจารณาขึ้นกับเงื่อนไขในอนาคต

ผลดีผลเสีย ถ้าคุณเลือกกู้ก้อนแรกผิดประเภท

สรุป การพิจารณาเลือกกู้รถ หรือบ้าน ให้พิจารณาด้านความจำเป็น มากกว่าความอยากได้ (Need > want) อีกทั้งการกู้รถหรือบ้าน นั้น หากกู้รถวงเงินสูงก่อนมีบ้าน ให้มีการผ่อนชำระค่างวดรถเป็นปกติ อย่างน้อย 3-6 งวด และมีส่วนต่างของรายได้ของการผ่อนบ้านได้ ก็สามารถจะกู้บ้านได้ แต่หากสัดส่วนการผ่อนรถที่ตึงตัว จะทำให้การขอกู้บ้านจะได้ยากขึ้น อาจต้องหาผู้กู้ร่วมที่มีศักยภาพ

สำหรับคนที่กู้บ้านก่อน การจะออกรถ ยังสามารถขอกู้รถได้ เพราะเงื่อนไข การกู้รถ ง่ายกว่าบ้าน อาจดูที่รายได้ยังพอได้ หรืออาจต้องวางเงินดาวน์สูงขึ้น และอาจต้องมีผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) มาประกอบการพิจารณา ซึ่งหากผู้ค้ำประกัน มีอาชีพ มีรายได้ ก็ทำให้กู้รถได้ง่ายขึ้น
(ปกติกู้รถ ไม่ตรวจบูโร ผู้ค้ำประกัน แต่ในปัจจุบัน อาจจะตรวจ)
จนท.สินเชื่อรถ มักจะถามถึง ความเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ เป็นเจ้าของโฉนดบ้านหรือไม่ หรือมีทรัพย์อสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เพื่อเป็นข้ออ้างว่าทำให้อนุมัติง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริง เป็นการสืบทรัพย์ผู้กู้โดยตรง กรณีผู้กู้ไม่สามารถผ่อนรถได้ รถถูกยึด หากขายทอดตลาดแล้วไม่พอ ก็จะง่ายในการฟ้องอายัดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อชดใช้ส่วนต่างได้
และถึงแม้ว่า เกณฑ์ ธปท.ที่กำหนด สามารถคืนรถได้ หากไม่มีการค้างชำระ แต่ความเป็นจริง ต้องพิจารณาสินเชื่อรถให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง ซึ่งมีหลายกรณี หากผู้กู้จะคืนรถ ไฟแนนซ์ จะมีข้ออ้างไม่รับคืนรถ จะมีการบ่ายเบี่ยง และบางกรณี ถึงแม้ว่าจะรับคืนรถตามสภาพที่สมบูรณ์แล้วก็ตาม ไฟแนนซ์ ก็ยังจะฟ้องให้ชำระส่วนต่าง ซึ่งผู้กู้ที่คืนรถแล้ว ก็ต้องจ้างทนายไปต่อสู้กับไฟแนนซ์ ผลคือผู้กู้อาจจะชนะคดี หรือแพ้คดีก็ได้
ให้พิจารณาตามข้อกฎหมาย และข้อมูลในสัญญาสินเชื่อรถ หากผู้กู้ชนะคดี ก็ยังมีประวัติทางการคดีการเงิน ซึ่งผู้กู้ต้องเก็บเอกสารการฟ้องชนะ ไว้ชี้แจงการขอสินเชื่อครั้งต่อไป และผู้กู้จะติดประวัติการคืนรถ(ข้อมูลในกลุ่มชมรมไฟแนนซ์รถ )

การจะเลือกเป็นหนี้ ก้อนไหนก่อนดี ระหว่าง หนี้บ้าน กับ หนี้รถ คือ ดูความจำเป็น ของชีวิต และดูคุณสมบัติในการที่เรา จะเป็นลูกหนี้ และมีภาระที่ต้องผ่อนหนี้ กันไปจนจบ ทบทวน และตัดสินใจกันเองครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ แต่ถ้าคุณกู้บ้านก่อน แล้วจะกู้รถ ง่ายกว่า ครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME