ถ้าแผนฟื้นฟูฯ ผ่าน ก็ไม่ได้หมายถึง การบินไทยจะรอด เจ้าหนี้ ขอเอี่ยวร่วมบริหาร

นับถอยหลังประชุมเจ้าหนี้การบินไทย 12 พ.ค. เจ้าหนี้แบงก์ใหญ่ “กรุงเทพ-กรุงไทย” นำทีมลุยรื้อแผนฟื้นฟู ยื่นข้อเสนอคลังค้ำประกันเงินกู้ 5 หมื่นล้าน พร้อมขอเอี่ยวส่งทีมบริหารแผนร่วม เผยแผนฟื้นฟูช่องโหว่เพียบ ชี้โอกาสที่การบินไทยจะฟื้นสร้างรายได้เพื่อหาเงินคืนเจ้าหนี้เป็นไปได้ยาก เตรียมยื่นขอแก้ไขแผนภายใน 7 พ.ค.นี้ ด้านรัฐบาลดิ้นหาช่องใส่เงินอุ้มการบินไทย มอบรองนายกฯ วิษณุ ผ่าทางตันกฎหมายค้ำประกันเงินกู้ ยันไม่ดึง “การบินไทย” กลับเป็นรัฐวิสาหกิจ

แบงก์รื้อแผนฟื้นฟูบินไทยแผนเดิมของการบินไทยระบุไว้ว่า จะไม่ “แฮร์คัตหนี้” พร้อมกับให้กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเติมทุนให้ฝ่ายละ 2.5 หมื่นล้านบาทส่วนกรณีจะให้ สบน.(สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ) ค้ำประกันเงินกู้ได้ การบินไทยจะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ แต่ตอนนี้หน่วยงานของรัฐถือหุ้นการบินไทยน้อยกว่า 50% จึงไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ ท้ายที่สุดก็ต้องมาดูว่า ผู้ทำแผนจะเสนอแผนฟื้นฟูแบบไหน

นายกฯถก ลอดช่องกฎหมาย เนื่องจากแผนฟื้นฟูต้องการให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุน หรือค้ำประกันเงินกู้ให้การบินไทย 2.5 หมื่นล้านบาท ติดข้อกฎหมาย เพราะรัฐบาลจะค้ำประกันเงินกู้ให้ได้เฉพาะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แต่ปัจจุบันการบินไทยได้ถูกปลดจากสถานภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว ขณะนี้รัฐบาลได้ข้อสรุปว่า จะยังยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนสถานะการบินไทยให้กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจได้อีก แต่หากจะค้ำประกันเงินกู้ อาจจะออกกฎหมายทำแบบเฉพาะกิจให้รัฐบาลค้ำประกันให้ได้ตามความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งการค้ำประกันก็จะไม่ค้ำ 100%

แบงก์ยื่นให้คลังค้ำ 5 หมื่นล้าน ธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ ได้มีการปรับแก้ และเสนอแผนฟื้นฟูฉบับใหม่เข้ามา โดยเสนอให้คลังต้องเพิ่มทุน หรือรัฐบาลต้องค้ำประกันเงินกู้ที่ใส่เข้าไปใหม่ 5 หมื่นล้านบาท เพราะหากรัฐบาลไม่ค้ำประกัน แบงก์ก็ไม่มีใครกล้าปล่อยกู้เพิ่ม หรือในกรณีรัฐบาลไม่ค้ำประกันเงินกู้ ทางเลือกก็คือ การบินไทยต้องขายทรัพย์สินบางส่วนออกมาเพื่อเป็นกระแสเงินสดรวม ๆ อีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่เจ้าหนี้บางส่วนก็ต้องรับเงื่อนไขแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งไม่มีเจ้าหนี้อยากทำวิธีนี้ เพราะหากฟื้นฟูไม่สำเร็จจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย

แบงก์ขอเอี่ยวบริหารแผนทางเจ้าหนี้สถาบันการเงินต้องการมีส่วนบริหารแผนฟื้นฟูด้วย โดยเจ้าหนี้ก็ต้องการควบคุมดูแลใกล้ชิด เนื่องจากมีการใส่เงินใหม่ ทำให้มีการเสนอชื่อผู้บริหารแผนจาก 2 คน เป็น 4 คน

รัฐบาลต้องเป็นเจ้ามือ หากรัฐบาลไม่เป็นเจ้ามือจะแก้ยากมาก ตอนนี้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 1.28 แสนล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลต้องกล้าค้ำประกันเงินกู้อย่างน้อย 2.5 หมื่นล้าน ไม่เช่นนั้นแบงก์ก็ไม่กล้าปล่อยกู้เพิ่ม ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารออมสินที่เป็นแบงก์รัฐ และธนาคารกรุงไทย”

เปิดชื่อ 5 แบงก์เจ้าหนี้ใหญ่สำหรับเจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ไม่มีหลักประกันมูลหนี้รวม 31,228.37 ล้านบาท โดยธนาคารกรุงเทพ 9,344.65 ล้านบาท อันดับ 2 คือ ธนาคารกรุงไทย 6,966.98 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 3,826.12 ล้านบาท, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 2,149.65 ล้านบาท และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2,658.93 ล้านบาท โดยแผนฟื้นฟูขอยืดชำระหนี้ออกไปประมาณ 13 ปี

แผนฟื้นฟูครั้งนี้ นอกจาก ตัด ลดดอกเบี้ย ยืดหนี้ แปลงหนี้เป็นทุน สุดท้าย คลัง และเจ้าหนี้ ต้องเติมเงิน ฝั่งละ 25,000 ล้านบาท ถ้าแผน ผ่าน เราก็มาลุ้นกันต่อว่า การบินไทย สายการบินแห่งชาติ จะรอดไหม หรือ สุดท้ายก็จะเหมือน ลูกหนี้ที่ขอผัดผ่อนหนี้ ไปวันๆ สุดท้ายก็ไปต่อไม่ได้

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

เจ้าหนี้รับแผน ปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ได้จบแค่นี้ แผนฟื้นฟูการบินไทยผ่าน สุดท้ายจบที่ลูกหนี้ต้องทำได้

ต้องรอลุ้นกันครับว่า แผนฟื้นฟู การบินไทย จะได้รับโหวตจากเจ้าหนี้ ให้แผนผ่านหรือเปล่า แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า ถ้าแผนฟื้นฟูผ่าน แต่ลูกหนี้ คือการบินไทย จะสามารถทำได้ตามแผนหรือเปล่า อันนี้ ต้องลองติดตามดูกันยาวๆ ครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

ปรับโครงสร้างหนี้ แบบลูกหนี้รายใหญ่ เค้าทำกันยังไง ไม่ให้ล้มละลาย

การบินไทย เตรียมยื่นแผนฟื้นฟู รายละเอียดต่างๆ ยังไม่กระจ่างชัด 100% พักชำระหนี้ ยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย แปลงหนี้เป็นทุน วิธีการต่างๆ งัดออกมาใช้เกือบหมด หวังว่าจะรอดนะครับ สำหรับการบินไทย

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

เรียนรู้การฟื้นฟูกิจการ ผ่านการบินไทย ปัญหาไม่ใช่ที่รายได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ต้นทุน

หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของการบินไทย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ขั้นตอนต่อไป ของการบินไทย และทีมผู้บริหารแผน ก็คงจะมีขั้นตอนตามมาตรฐาน ของการฟื้นฟูกิจการกันอยู่แล้ว ซึ่งผมจะพูดในลำดับถัดไปในบทความนี้ แต่ที่จะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังวันนี้ มีข้อคิดบางประการ ที่สำคัญ เข้าใจถึงปัญหาที่ผ่านมาของการบินไทย ก็คือตามชื่อบทความนี้เลยครับ ปัญหาของการบินไทยไม่ใช่อยู่ที่รายได้ แต่อยู่ที่การบริหารต้นทุน ที่เรียกได้ว่าแย่ ถึงขั้นแย่มาก ที่ผ่านมาการบินไทย ขอกู้โดยให้รัฐบาลค้ำประกัน แบะอีกปัญหาคือ นักการเมือง ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามารุมทึ้งการบินไทย จนสุดท้ายก็ต้องเข้าฟื้นฟูกิจการ แต่ก็ยังดีนะครับเมื่อศาลล้มละลายกลางอนุมัติให้การบินไทยเข้าฟื้นฟูกิจการได้ คราวนี้การบินไทยจะได้ปรับเปลี่ยนตัวเอง และกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทย ที่คนไทยมีความภาคภูมิใจ เพราะผมเองบอกตรงๆ นั่งสายการบินอะไรก็ไม่มีความสุขและสบาย เท่ากับนั่งการบินไทย ผมว่าเบาะมันนุ่มกว่าสายการบินอื่นๆนะ

ครับคราวนี้ เราลองดูกันว่า การบินไทยจะฟื้น ตามแผนการฟื้นฟูกิจการที่จะมีการเสนอแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางอย่างไร เรามาดูขั้นตอน และกรอบแนวทางการฟื้นฟูกิจการ เรามาเรียนรู้ร่วมกันครับ

ขั้นตอนหลังจากนี้ “การบินไทย” จะเปิดให้เจ้าหนี้มายื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน นับแต่คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งการบินไทยและกรมบังคับคดีได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

เมื่อรับรู้ว่า เจ้าหนี้มีใครบ้าง ขั้นตอนต่อไปคือ การทำแผนฟื้นฟู และเจรจาเจ้าหนี้จะ “เดินหน้า” ต่อไปอย่างไร หากเจ้าหนี้เห็นชอบตามแผนฟื้นฟูก็จะยื่นศาลอีกครั้งและลงถึงรายละเอียด คาดว่าจะใช้เวลาราว 2-3 เดือน

จากนั้น การบินไทยจะเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ พร้อมหารือกับ “เจ้าหนี้” ก่อนนำแผนยื่นต่อศาลในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ส่วนแผนฟื้นฟูจะเริ่มได้คือ ไตรมาสที่ 1 ของปี 2564

สำหรับหนี้สินทั้งหมดนั้น การบินไทยได้ชี้แจงต่อศาลแล้วว่า บริษัทมีหนี้สิน 350,000 ล้านบาท ทรัพย์สิน 330,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนต่าง 17,000 ล้านบาท คาดว่าในเวลา 5 ปีจะสามารถดำเนินการตามแผนฟื้นฟู และชำระหนี้ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม อาจต้องพิจารณาถึงปัจจัยร่วมอื่น ๆ อาทิ สภาพตลาดการแข่งขัน การจัดการต้นทุน การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน คิดว่าต้องใช้เวลา 4-5 ปี ในการกลับคืนสู่ปกติ

หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และให้มีผู้ทำแผนฟื้นฟูตามที่เสนอไปแล้วนั้น การบินไทยยังได้ชี้แจงถึง “แนวทาง” และการฟื้นฟูกิจการต่อผู้ถือหุ้นด้วย

ทั้งหมดมี 5 แนวทาง คือ

1.ปรับโครงสร้างหนี้ เจรจาเจ้าหนี้ ให้ภาระการชำระหนี้และระยะเวลาการชำระหนี้สอดคล้องกับ “กระแสเงินสด” รวมทั้งหา “แหล่งเงินทุน” เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น และปรับโครงสร้างเงินทุนระยะยาว

2.การปรับปรุงเส้นทางบินและฝูงบิน โดยมีการ “ยกเลิก” เส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร พร้อมปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการทั้งเส้นทางการบิน และลดประเภทเครื่องบิน

3.ปรับปรุงองค์กรและหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวกับการบิน เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เช่น ตั้งบริษัทย่อย หาพันธมิตรร่วมทุน หาโอกาสทำธุรกิจใหม่ ๆ

4.ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านพาณิชย์และความสามารถในการหารายได้

5.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้กระชับ เพิ่มศักยภาพแต่ละหน่วยธุรกิจ ปรับจำนวนพนักงานและสิทธิประโยชน์ค่าตอบแทน และสวัสดิการของพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ครับ ต่อจากนี้ เมื่อการบินไทยเริ่มเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ ข้อมูลที่บอก คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 ปีถึงจะกลับฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ แล้วการบินไทยอย่าทำแบบเดิมอีกนะ

รายได้หาได้เท่าไหร่ แต่เราต้องใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้ ง่ายๆแค่นี้เองนะ การบินไทย

ครับ สำหรับเพื่อนผู้ประกอบการธุรกิจ รายเล็ก รายกลาง รายใหญ่หรือที่เรียกว่า SME หากธุรกิจของคุณประสบปัญหา แต่ไม่สามารถเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบการบินไทยได้ ท่านก็ยังมีแนวทาง การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ของท่านได้ Antonio Attorney ที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย ยินดีรับใช้ครับ สนใจติดต่อได้ LINE ID @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ทำไม การบินไทยต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ ทั้งศาลไทย และศาลสหรัฐอเมริกา

อย่างที่เรารู้กันอยู่นะครับตอนนี้ ว่า การบินไทย สายการบินแห่งชาติของประเทศไทย ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายของประเทศไทย การยื่นฟื้นฟูกิจการ ผมขอสรุปสั้นๆ คือ เมื่อศาลรับคำร้อง เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องหยุดนิ่ง คือพูดง่ายๆคืออยู่เฉยๆ ห้ามทวงหนี้ ห้ามบังคับคดี ห้ามฟ้อง ที่ฟ้องไปแล้วก็ให้หยุด ภาษาชาวบ้านก็จะประมาณนี้

หลังจากนั้น ศาลก็จะมาพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ถ้ารับคำร้อง ก็ต้องมาดูว่าการบินไทยจะจ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้อย่างไร ก็ต้องมาประชุมปรึกษาหารือกันระหว่างลูกหนี้ เจ้าหนี้ และศาล เนื้อหาสาระก็จะเป็นประมาณนี้นะครับ

ทีนี้มาดูกันว่าทำไม การบินไทยต้องฟ้องทั้งในศาลไทย และศาลที่สหรัฐอเมริกา ผมสรุปสั้นๆ ก่อนที่จะไปดูเนื้อหารายละเอียดกันนะครับว่า การบินไทยมีทรัพย์สินคือเครื่องบิน ซึ่งเป็นหลักประกันในการกู้เงินจากต่างประเทศ ทรัพย์สินคือเครื่องบินเรียกว่าสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าหนี้ต่างประเทศสามารถยึดได้หากอยู่นอกราชอาณาจักรไทย พอเริ่มเข้าใจกันบ้างนะครับ ที่นี่ไปดูรายละเอียดกันดีกว่า ว่า การยื่นฟื้นฟูกิจการในศาลไทยกับสหรัฐอเมริกา แตกต่างกันอย่างไร

กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ของไทยและสหรัฐอเมริกา

1. คำถาม: ทำไมการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทลูกหนี้ในประเทศไทยจึงอาจไม่เพียงพอต่อการระงับการบังคับชำระหนี้จากเจ้าหนี้?

เจ้าหนี้จะเป็นเจ้าหนี้ไทยหรือเจ้าหนี้ต่างประเทศยังสามารถดำเนินการฟ้องร้องและหรือบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ เพราะผลตามกฎหมายไทยไม่ได้มีผลคุ้มครองไปถึงทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ

แต่เจ้าหนี้ในไทยจะต้องหยุดตามคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาตามมาตรา 90/9 จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้หรือสภาวะหยุดนิ่ง (automatic stay หรือ moratorium)

2. คำถาม: บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่?

คำตอบคือได้ หลักการของอเมริกาคือ หากลูกหนี้ มีทรัพย์สินอยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีหนี้สิน สามารถร้องขอยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลสหรัฐอเมริกาได้ คำว่าทรัพย์สินคือคุณแค่มีเงินฝากก็ถือเป็นทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว มาดูรายละเอียดให้หายกันครับ

คำตอบ: เงื่อนไขในการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คำนึงถึงสัญชาติของลูกหนี้ คงพิจารณาจากจุดเกาะเกี่ยวหรือจุดเกี่ยวพันกับประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ลูกหนี้พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาหรือมีสถานประกอบธุรกิจหรือมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (US Bankruptcy Code) มาตรา 109 ซึ่งประเด็นจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สิน ในคดีที่ผ่านๆ มา ศาลสหรัฐอเมริกาแปลความอย่างกว้างว่า แค่มีเงินในบัญชีเงินฝากที่สหรัฐอเมริกาก็ถือว่า มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะฉะนั้น หากบริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ แต่หากไม่มี ก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากและฝากเงิน ก็ถือว่ามีจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา และสามารถยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา

3. คำถาม: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาสำคัญอย่างไร?

คำตอบ: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาก็จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก การที่จะก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในประเทศอื่นๆ นอกสหรัฐอเมริกา ต้องใช้กระบวนพิจารณาในส่วนที่เรียกว่า การล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ในหมวด 15 (Chapter 15) ซึ่งกระบวนการเริ่มจากผู้จัดการทรัพย์สินหรือตัวแทนของคดีฟื้นฟูกิจการที่สหรัฐอเมริกาไปยื่นคำร้องขอให้ประเทศต่างๆ ที่บริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินตั้งอยู่รับรองว่ามีกระบวนการฟื้นฟูกิจการเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ขอให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ในประเทศนั้นๆ ด้วย เหตุที่ผู้จัดการทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาสามารถกระทำดังกล่าวได้เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีการอนุวัติกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL) เป็นกฎหมายภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลของประเทศผู้ถูกร้องขอจะรับรองกระบวนการฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาและก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามที่ผู้แทนจากสหรัฐอเมริการ้องขอหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายล้มละลายภายในประเทศนั้นๆ ด้วย

แท้จริงแล้ว หากหวังผลเฉพาะในส่วนบทบัญญัติเรื่องการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องไปยื่นที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากมีประเทศหรือรัฐกว่า 40 ประเทศ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายของตนเองให้มีในส่วนของการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการข้ามชาติด้วย เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น

อนึ่ง ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการอนุมัติกฎหมายล้มละลายข้ามชาติเข้าเป็นกฎหมายภายใน แม้คณะรัฐมนตรีจะรับหลักการในเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2559 แล้วก็ตาม

4. สรุปกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด 11 แห่งกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (Chapter 11 Reorganization of the US Bankruptcy Code)

4.1 การเริ่มกระบวนพิจารณา: โดยการยื่นคำร้องขอโดยลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอก็ได้ คดีส่วนใหญ่ลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอ

4.2 หากลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอจะเป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 301 ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ ขอเพียงแค่ลูกหนี้มีหนี้ และไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนหนี้ขั้นต่ำ หมายความว่ามีหนี้เป็นจำนวนเท่าใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการมักมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้หรือมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน เพราะเงื่อนไขข้อหนึ่งในการที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่คือ การที่ผู้ร้องขอต้องยื่นคำร้องขอโดยสุจริตตามมาตรา 1129 (a)(3)

4.3 คดีเริ่มต้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ผลประการหนึ่งคือ จะเกิด an order for relief (ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า คำสั่งที่ช่วยบรรเทาลูกหนี้จากภาระหนี้ที่มีทั้งหมด หากแปลเทียบเคียงกับกฎหมายไทยคือ คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ) ผลอีกประการหนึ่งคือ เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามมาตรา 362 ซึ่งมีเนื้อหาเทียบเคียงได้กับมาตรา 90/12 ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ)

4.4. การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการมาพร้อมคำร้องขอก็ได้ ตามมาตรา 1121(a) ซึ่งกรณีนี้จะช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้น หรือผู้ร้องขอจะค่อยมาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังคดีเริ่มต้นแล้วก็ได้ โดยกฎหมายให้โอกาสลูกหนี้เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูก่อนในช่วง 120 วันแรกนับจากวันเริ่มต้นคดี ตามมาตรา 1121 (b) ภายหลังจากนั้น หากลูกหนี้ยังไม่ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ ผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่คือ เจ้าหนี้ มีสิทธิที่จะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาได้

4.5 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ เป็นไปตามมาตรา 1129 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มยอมรับแผนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 1126 เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่าสัดส่วนที่จะได้รับชำระหนี้หากลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การยื่นคำร้องขอเป็นไปโดยสุจริต ภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้วลูกหนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ล้มละลายหรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอีกเว้นแต่เป็นกรณีที่ระบุไว้ในแผน เป็นต้น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินการตามแผนตามมาตรา 1123 คือ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นระยะเวลาเท่าใด แล้วแต่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงกัน แต่ตามกฎหมายไทยตามมาตรา 90/42 (9) กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี ระยะเวลาดำเนินการตามแผนขยายได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 90/63 วรรคสอง อนึ่ง ระยะเวลาชำระหนี้จริงอาจยาวกว่าระยะเวลาดำเนินการตามแผนได้ ระยะเวลาดำเนินการตามแผนคือ ระยะเวลาที่บริษัทลูกหนี้ต้องบริหารกิจการภายใต้การกำกับของศาลล้มละลายกลางและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สังกัดสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

4.6 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1129 ถือเป็นวันที่คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดไปจากศาลเลย เพราะลูกหนี้จะหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1141 (d)(1)(A) โดยบริษัทลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องผูกมัดตามแผนและลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ระบุไว้ในแผนนอกศาล 

ตรงนี้เป็นจุดที่เป็นประโยชน์อีกจุดหนึ่งของการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากระยะเวลาภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะสั้นกว่าของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามกฎหมายไทย   เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว บริษัทลูกหนี้ยังต้องดำเนินการตามแผนภายในระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปี เว้นแต่มีการขยาย ให้แล้วเสร็จหรือไม่แล้วเสร็จ เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/75 จึงทำให้คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดลง.

ครับก็ถือว่าเป็นเนื้อหาสาระที่ดี ผมก็ถอดข้อความเหล่านี้มาจาก บทความของ ดร.กนก จุลมนต์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจกันนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney