ธุรกิจไม่ปรับตัว คือจุดจบ!

ธุรกิจไม่ปรับตัว

ธุรกิจไม่ปรับตัว คือจุดจบ! ลูกค้าไม่ได้หาย…แค่ไม่เลือกคุณ ธุรกิจไม่ปรับตัว ลูกค้าไม่ได้หาย แต่เลิกเลือกคุณแล้ว ลูกค้าไม่ได้หายไปไหน แต่เขาเปลี่ยนวิธีเลือกซื้อ ธุรกิจไม่ปรับตัวกำลังเสียลูกค้าให้คู่แข่งทุกวัน โดยที่เจ้าของยังโทษเศรษฐกิจอยู่ อ่านบทความนี้ก่อนที่ยอดขายจะหายไปมากกว่านี้ ลูกค้าไม่ได้หาย…แต่เขาเปลี่ยน "วิธีเลือก" ● ลูกค้ายังซื้อ แต่เลือกซื้อกับคนที่ทำให้เขามั่นใจมากกว่า ● ธุรกิจที่โทษเศรษฐกิจอย่างเดียว มักมองไม่เห็นปัญหาของตัวเอง ● การแข่งขันวันนี้ไม่ใช่ "ใครถูกกว่า" แต่คือ "ใครน่าเชื่อถือกว่า" ● ธุรกิจไม่ปรับตัว ไม่ได้ค่อย ๆ ตาย แต่มักเสียลูกค้าแบบเงียบ ๆ "เศรษฐกิจแย่" คือเหตุผล…หรือข้ออ้าง? เมื่อสัปดาห์ก่อน มีเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งพูดกับผมว่า "ปีนี้ขายไม่ได้เลย เพราะเศรษฐกิจไม่ดี" ผมถามกลับเพียงคำเดียว "แล้วร้านที่อยู่ติดกับพี่…ทำไมยังมีลูกค้า?" เขาเงียบไปพักหนึ่ง เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ที่เศรษฐกิจ แต่อยู่ที่... ลูกค้าเลือกเปลี่ยนร้าน ความจริงที่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่อยากยอมรับ สิบปีก่อน ลูกค้าเดินเข้าร้านก่อน แล้วค่อยถามราคา วันนี้ ลูกค้าเปิดมือถือก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเดินเข้าร้านหรือไม่ ก่อนซื้อสินค้า เขาอาจดู ● รีวิว ● … Continue reading ธุรกิจไม่ปรับตัว คือจุดจบ!

ฮีทสโตรกทางการเงิน

ฮีทสโตรกทางการเงิน

ฮีทสโตรกทางการเงิน เมื่อคนไทยเริ่มร้อนเงินกว่าร้อนอากาศ ฮีทสโตรกทางการเงิน เมื่อคนไทยไม่ได้แค่เหนื่อยแต่เริ่ม “ช็อกเรื่องเงิน” โดยไม่รู้ตัว คนไทยวันนี้ไม่ได้แค่ร้อนเพราะอากาศแต่กำลังร้อนเพราะ “เงิน” นี่ไม่ใช่เรื่องของคนจนไม่ใช่เรื่องของคนใช้เงินไม่เป็นและไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ แต่มันคือภาวะ ฮีทสโตรกทางการเงินที่เกิดขึ้นตอนคุณยังมีรายได้ยังจ่ายบิลไหวยังฝืนยิ้มได้แต่ในใจเริ่มรู้แล้วว่าถ้ามีอะไรพลาดอีกแค่อย่างเดียว...ชีวิตอาจสะดุดทันที บางคนยังไม่เป็นหนี้เสียแต่เริ่มจ่ายขั้นต่ำบางคนยังไม่ถูกฟ้องแต่เริ่มเลือกจ่ายเจ้าหนี้บางคนยังไม่ล้มแต่ข้างในเริ่ม “ไม่มีแรงรับแรงกระแทกเพิ่มแล้ว” และนั่นแหละคือช่วงอันตรายที่สุดเพราะคนส่วนใหญ่จะไม่รีบแก้ปัญหาจนกว่ามันจะสายเกินไป ฮีทสโตรกทางการเงิน คืออะไร? ถ้าอธิบายแบบไม่อ้อมค้อมมันคือภาวะที่ รายได้ยังมี แต่ไม่พอรับแรงกระแทกของชีวิต พูดง่าย ๆ คือคุณยังหาเงินอยู่แต่เงินไม่เหลือคุณยังไม่จนแบบล้มละลายแต่เริ่มไม่มีพื้นที่หายใจ อาการของมันไม่ใช่แค่ “ไม่มีเงิน”แต่มันคือภาวะที่คนเริ่มมีพฤติกรรมแบบนี้ ● เงินเดือนออกไม่กี่วัน เงินหายไปเกินครึ่ง● รายได้เข้า แต่ไม่เคยรู้สึกว่า “พอ”● เริ่มใช้บัตรเครดิตอุดค่าใช้จ่ายจำเป็น● เริ่มหมุนหนี้ เพื่อซื้อเวลา● เริ่มไม่กล้าเปิดแอปธนาคาร● เริ่มเครียดก่อนนอน และเครียดทันทีที่มีเบอร์แปลกโทรเข้า นี่ไม่ใช่แค่เครียดเรื่องเงินแต่นี่คือ ร่างกายการเงินกำลังช็อก ทำไมคนไทยถึงกำลังเจอฮีทสโตรกทางการเงินพร้อมกัน? เพราะปัญหามันไม่ได้มาทีละอย่างแต่มันมา “พร้อมกัน” 1) ค่าครองชีพขึ้น แต่รายได้ไม่ได้วิ่งตาม ของกินแพงขึ้นค่าเดินทางสูงขึ้นค่าไฟยังบีบค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ รวมกันจนกลายเป็นก้อนใหญ่ เมื่อก่อนกาแฟแก้วหนึ่งอาจเป็นเรื่องเล็กวันนี้เรื่องเล็กสิบเรื่องรวมกันกลายเป็นเหตุผลที่คุณไม่มีเงินพอจ่ายหนี้เต็มจำนวน 2) คนไทยจำนวนมากไม่ได้มีหนี้ก้อนเดียว ปัญหาไม่ใช่แค่ “มีหนี้”แต่คือมีหลายหนี้พร้อมกัน หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต … Continue reading ฮีทสโตรกทางการเงิน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังไม่พอ เมื่อค่าครองชีพคนไทยพุ่ง ถ้าวันหนึ่ง “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ยังเริ่มแบกราคาชีวิตไม่ไหว…คนไทยจะเหลืออะไรให้ถูกกว่านี้อีก? เมื่อก่อนเราชอบพูดกันเล่น ๆ ว่า“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกินมาม่าก็อยู่ได้” แต่วันนี้ประโยคนี้ไม่ขำแล้ว เพราะสิ่งที่เคยเป็น “ของถูกที่สุดในบ้าน”กำลังโดนแรงกดจากต้นทุนโลกเหมือนกันหมดทั้งน้ำมัน ขนส่ง และเม็ดพลาสติกที่ใช้ทำซองบรรจุภัณฑ์และต้องจับตาต้นทุนวันต่อวัน แต่จริง ๆ มันคือข่าวชีวิต เพราะเวลาคนไทยพูดว่า “กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ได้”มันไม่ได้แปลว่าอยากกินเสมอไปหลายครั้งมันแปลว่าเงินในกระเป๋ามันบีบให้เลือกได้แค่นี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ใช่แค่อาหารราคาถูก แต่มันคือเครื่องวัดความอึดของกระเป๋าคนไทย ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยอยู่ที่ราว 28,000 ล้านบาทคนไทยบริโภคเฉลี่ย 54 ซองต่อคนต่อปีตัวเลขนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าคนไทยชอบกินแต่มันสะท้อนว่า “ของถูก ประทังชีวิตง่าย และเข้าถึงได้” ยังเป็นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคนี้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเคยใจดีกับคนที่อยากอยู่แบบประหยัดนาน ๆ วันนี้ตลาดซองละ 7 บาท เริ่มอิ่มตัวและหดตัวราว 1-2%ในขณะที่ตลาดพรีเมียมราว 11 บาท โตแรงกว่าจนผู้ผลิตต้องเบนเข็มไปดันสินค้ามูลค่าเพิ่มและตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียม 25% ภายใน 3 ปี ของถูกกำไรน้อยของแพงขึ้นนิดเดียวอยู่รอดง่ายกว่าแต่คนที่รับแรงกระแทกตรงกลาง คือคนธรรมดา คนที่เงินเดือนไม่ขึ้นตามค่าครองชีพคนที่ขายของได้ แต่เงินไม่เหลือคนที่ยังไม่ล้ม แต่ก็ไม่ได้เรียกว่ารอดคนที่ทุกสิ้นเดือนต้องใช้ของถูกที่สุดซื้อเวลาให้ชีวิตอีก 30 วัน ถ้าวันหนึ่งของถูกที่สุดยังเริ่มแบกต้นทุนไม่ไหวแล้วคนไทยที่แบกหนี้ แบกบ้าน แบกรถ … Continue reading บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

จ่ายไม่ไหว ทำอย่างไร? 4 สัญญาณเตือน NPL ที่ลูกหนี้ไม่ควรมองข้าม

จ่ายไม่ไหว

จ่ายไม่ไหว ไม่ใช่เรื่องผิด จ่ายไม่ไหว ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเงียบอาจทำให้คุณถูกฟ้องเร็วที่สุด หลายคนคิดว่าปัญหาหนี้ เริ่มต้นวันที่ไม่มีเงินจ่าย แต่ในความเป็นจริง ปัญหาที่อันตรายกว่าการ "จ่ายไม่ไหว" คือการ "ไม่ทำอะไรเลย" เพราะในระบบธนาคาร คนที่ถูกมองว่าน่าเป็นห่วงที่สุด ไม่ใช่คนที่กำลังลำบาก แต่คือคนที่หายไป คนที่ไม่รับสายคนที่ไม่ตอบข้อความคนที่ไม่แจ้งปัญหาและคนที่ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปเอง ลูกหนี้กลุ่มนี้ มักถูกส่งเข้าสู่กระบวนการติดตามหนี้ และฟ้องร้องเร็วกว่าที่คิด 4 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเข้าสู่ NPL ระยะเริ่มต้น ถ้าวันนี้คุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่าหลอกตัวเองว่า "ยังไหว" 1. จ่ายได้แค่ดอก แต่เงินต้นไม่ลด นี่คือสัญญาณแรก ที่บอกว่ากระแสเงินสดเริ่มมีปัญหา คุณอาจรู้สึกว่ายังส่งตรงเวลา แต่ความจริงคือ หนี้แทบไม่ลดลงเลย เหมือนคนวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง เหนื่อยมาก แต่ไม่ได้ไปข้างหน้า 2. จ่ายช้าเกิน 7 วันเป็นประจำ หลายคนคิดว่า แค่ช้าไม่กี่วันไม่เป็นไร แต่พฤติกรรมนี้สะท้อนว่า เงินหมุนเริ่มตึง เมื่อเกิดซ้ำหลายเดือนติดต่อกัน ธนาคารจะมองเห็นความเสี่ยงทันที 3. ต้องหมุนบัตรเครดิตมาจ่ายอีกหนี้หนึ่ง นี่คือจุดที่หลายคน เริ่มเข้าสู่วงจรหนี้ เอาบัตร A จ่ายบ้านเอาบัตร … Continue reading จ่ายไม่ไหว ทำอย่างไร? 4 สัญญาณเตือน NPL ที่ลูกหนี้ไม่ควรมองข้าม

ทำไมยิ่งขยันยิ่งจน? เมื่อ รายได้ โตช้ากว่าดอกเบี้ยและค่าครองชีพ

รายได้

ทำไม รายได้ เพิ่มแต่ชีวิตไม่ดีขึ้น?เปิดความจริง“รายได้โตช้า vs ดอกเบี้ยโตเร็ว” รายได้ โตช้ากว่าดอกเบี้ยและค่าครองชีพ หลายคนทำงานหนักขึ้นทุกปี แต่กลับไม่มีเงินเก็บและเป็นหนี้มากขึ้น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ “รายได้โตช้า” ขณะที่ดอกเบี้ยและค่าครองชีพโตเร็วกว่า จนคนจำนวนมากกำลังติดอยู่ในวงจรยิ่งทำงานยิ่งจนโดยไม่รู้ตัว เคยสงสัยไหม… ทำไมบางคนทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง เหนื่อยกว่าคนรุ่นก่อน ประหยัดกว่าคนรุ่นก่อน แต่กลับไม่มีเงินเก็บเหมือนคนรุ่นก่อน หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ผมขยันไม่พอหรือเปล่า" แต่ความจริงที่เจ็บกว่านั้นคือ... คุณอาจไม่ได้จนเพราะขยันไม่พอ แต่คุณกำลังอยู่ในยุคที่ รายได้โตช้ากว่าดอกเบี้ย และค่าครองชีพโตเร็วกว่ารายได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณ แต่อยู่ที่วิถีการเงินที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อน... คนทำงานหนัก เก็บเงิน ซื้อบ้าน สร้างครอบครัว และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่วันนี้ คนทำงานหนักเหมือนเดิม กลับต้องเจอกับ ● ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16-25%● ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลเกือบ 20%● ค่าอาหารที่แพงขึ้น● ค่าที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น● ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่รายได้เพิ่มเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ รายได้ โตช้า แต่หนี้โตเร็ว นี่คือเหตุผลที่คนขยันจำนวนมากเริ่มจนลง ลองคิดภาพง่าย ๆ นายเอ … Continue reading ทำไมยิ่งขยันยิ่งจน? เมื่อ รายได้ โตช้ากว่าดอกเบี้ยและค่าครองชีพ