ใครว่า? เศรษฐกิจไม่ดี ราคาอสังหาฯมันจะลง…ที่ไปเจอมา มันไม่ใช่

ช่วงนี้ จากภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำทรุดโทรม จมดิ่ง จนเรียกได้ว่า แทบอาจจะมองไม่เห็นอนาคต เพราะมันตกต่ำกัน ทุกประเทศทั่วโลก ครั้งนี้ น่าจะยากที่จะฟื้นตัวได้เร็ว

ช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เป็นช่วงโอกาสทอง ของคนที่มีเงินเย็น มีเงินสะสม นอนนิ่งอยู่ในธนาคาร รอจังหวะช้อนของถูก ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แน่นอนครับ ตลาดหุ้น ขึ้นลงตามสภาวะและอารมณ์ของนักลงทุน เมื่อมีการเทขายหุ้นอย่างตื่นตระหนก ราคาก็ร่วงหล่น บางคนแทบจะพินาศล่มจมกันเลยทีเดียวครับ ส่วนอสังหาริมทรัพย์นั้น ราคาจะร่วงหรือไม่ร่วง ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์นั้นๆมากกว่า

มีเพื่อนผมหลายคน ที่บอกว่า ตอนนี้ลองไปติดต่อซื้อ ที่ดิน หรือบ้าน ที่เคยเจรจาต่อรองกันไว้เมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้ยังขายไม่ได้ และเจ้าของก็ยังไม่ยอมลดราคาให้อีก หนำซ้ำ อาจจะขึ้นราคาไปอีก เพื่อนผมมันบอกว่า ไหนบอกเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาอสังหาริมทรัพย์มันจะร่วง แล้วตกลงมันยังไงกันแน่

ผมอยากจะอธิบายกับเพื่อนผมแบบนี้

จริงๆแล้ว ตามหลักการทฤษฎี เมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงอย่างแน่นอน อย่างตอนนี้ เรามักจะได้ยินข่าวที่ว่า Developer น้อยใหญ่ในประเทศไทย มีการแบบสต๊อก ทั้งบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด รวมๆกันแล้วหลายแสนยูนิต อสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ ราคามันต้องร่วงแน่นอน เพราะ supply มันมากกว่า demand ยังไงมันก็ร่วง

ผมจะยกตัวอย่างล่าสุดวันนี้ ลูกค้าผมโทรมาปรึกษาผมว่า ผมกำลังจะไปจองคอนโด อยู่คอนโดนึง มีที่ตั้งทำเลอยู่แถวๆ แยกบางนา ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา ราคาเฉลี่ยที่ซื้อ อยู่ที่ประมาณ แปดหมื่นกว่าบาทต่อตารางเมตร ซึ่งคอนโดนี้เป็นตึก High Rise Developer มีชื่อเสียงการันตี ผมบอกพี่ ถ้าได้ราคานี้รีบจองเลยครับ เพราะตอนนี้แถวนั้น ซื้อขายกันตารางเมตรละ แสนกว่าบาทแล้ว

นี่แหละครับ 1 ตัวอย่างที่ได้ของถูกจาก Developer ครับ ถ้าพี่คนนี้ซื้อเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มันคงไม่ใช่ราคานี้แน่นอน และถ้าผู้ซื้อคอนโดนี้ รู้ราคา ที่เจ้าของโครงการ ขายให้กับพี่คนนี้ คงมีคนเอาไม้ไล่ตีหัวเจ้าของโครงการแน่

เพราะฉะนั้น ผมสรุปได้เลยว่า ยังไงอสังหาริมทรัพย์ราคามันก็ตกต่ำลง ตามภาวะเศรษฐกิจอย่างแน่นอน แต่ไอ้ที่เพื่อนผม มันไปเจอ ปีที่แล้วก็ราคานี้ เศรษฐกิจตกต่ำ ปีนี้ก็ยังราคานี้ แถมเจ้าของพูดเหน็บกับเขาว่า อาจจะขึ้นราคาไปอีกด้วยซ้ำ

ผมสรุปให้ฟัง นะครับว่า ทำไมเศรษฐกิจตกต่ำขนาดนี้ ราคาที่ดิน หรือบ้านบางหลัง กลับไม่ลดราคาลงเลย แถมราคาจะปรับขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ คำตอบของผมตอบ 2 ข้อ แบบนี้ครับ

1. เจ้าของรวย ไม่รีบขาย เพราะเสียดายทำเล อันนี้บอกเลยครับว่า ทรัพย์อสังหาฯ เหล่านี้ เป็นทรัพย์ที่มีทำเลที่ดีมาก เจ้าของเลยเสียดายมาก ตั้งราคาเผื่อไว้ เกิดมีคนบ้าขอซื้อก็ขาย แต่กรณีแบบนี้ ถ้าเจ้าของตายเมื่อไหร่ เชื่อผมสิ ลูกหลานจะแย่งกันขาย ชุลมุนวุ่นวายกันแน่

2. เจ้าของมีสัญชาตญาณ มนุษย์ป้ามนุษย์ลุงเข้าสิง หลายคน อ่านถึงตรงนี้แล้วก็งง คือแบบนี้ครับ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของบ้านประเภทนี้ จะมีอัตตาสูงมาก บ้านฉันดี บ้านฉันสวย ที่ฉันดีสวย ทำเลที่ฉันดี สมัยที่ผมเป็นนายหน้าขายที่ดิน ผมเจอเจ้าของบ้านประเภทมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าเหล่านี้ ผมจะไม่รับทรัพย์แบบนี้มาขายแน่นอน เพราะว่าอะไรเหรอครับ ถ้าเรารับงานแบบไม่เซ็นสัญญา ราคาขายที่เขาบอกกับเราไว้ตั้งแต่ครั้งแรก จะเป็นราคานึง แต่เมื่อตอนที่คุณหาคนที่จะไปซื้อและไปดูที่ดินได้ มนุษย์ลุงมนุษย์ป้าเหล่านี้ จะเปลี่ยนราคาขึ้นมาทันที ผมเข็ดแล้วครับ ไม่เอาแล้ว

จึงไม่แปลกนะครับ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ ที่ประกาศขายกันมา บางเจ้า 5 ปี ถึง 10 ปี ก็ยังขายไม่ได้ หมุนเวียนตามสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งขึ้นทั้งลง ก็ยังขายไม่ได้ สงสัยเพื่อนผมมันคงไม่เจอเจ้าของ แบบ 2 ข้อนี้ เข้าให้แล้ว

มันเลยงงว่า สรุป เศรษฐกิจไม่ดี ทำไมราคาที่ดิน มันถึงขึ้นวะ งง??

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ลงทุนทุนอสังหาฯ แบบไหน ได้ผลตอบแทนดีกว่ากัน ระหว่าง กู้ กับ ไม่กู้

วันนี้ เรามาคุย เรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีคำถามเข้ามาถึงผมเป็นจำนวนมาก ว่า เราควรลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แบบกู้เงิน หรือกู้บ้าง หรือใช้เงินสดทั้งหมด แบบไหนแต่ผลตอบแทนที่ดีกว่ากัน

ก่อนอื่นเรามาตั้งหลัก เงื่อนไขแบบเดียวกันก่อนนะครับเงื่อนไข คือ ปัจจัยมีคนเช่า และขายได้ แบบไม่ติดขัดนะครับ

มาทำความเข้าใจกันก่อน ผมจะยกตัวอย่างแบบง่ายๆ เช่นนะครับ สมมุติว่า คุณมีเงินอยู่ 500 บาท คุณจะทำธุรกิจขายเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งต้นทุนในการซื้อของคุณคือ 500 บาท คือราคาเครื่องที่คุณซื้อมาจาก supplier นะครับ แต่คุณจะขายได้ 1,000 บาท เท่ากับว่าคุณได้กำไร 100% ( กำไร/ต้นทุน = 500/500 )

ทีนี้มาดูกัน

ตัวอย่างที่ 1 คุณลงทุน 500 บาท ซื้อเครื่องมาขาย 1,000 บาท ได้กำไร 500 บาท เท่ากับว่าคุณได้กำไร 100% แบบนี้เยี่ยมนะครับ (กำไร/ต้นทุน = 500/500 เท่ากับ 100%)

ตัวอย่างที่ 2 คุณลงทุน 500 บาท คุณสั่งซื้อมา 2 เครื่อง เท่ากับเป็นต้นทุน 1,000 บาท แต่คุณมีทุนแค่ 500 บาท คุณจำเป็นต้องไปยืมเงินคุณแม่ของคุณมา 500 คุณสัญญากับแม่ว่าถ้าขายได้จะให้ดอกเบี้ยแม่ 50 บาท ปรากฏว่าคุณขายได้ 2 เครื่อง เครื่องละ 1,000 บาท เท่ากับคุณได้เงินจากการขาย 2,000 บาท คุณจะมีกำไร เครื่องละ 500 บาท 2 เครื่องเท่ากับ 1,000 บาท แต่อย่าลืมนะครับว่า คุณมีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคุณแม่คุณ 50 บาท เพราะฉะนั้นเท่ากับว่า คุณจะมีกำไร 950 บาท คุณลงทุน 500 บาท (กำไร/ต้นทุน = 950/500 เท่ากับ 190%) คุณได้กำไรมากกว่า ตัวอย่างที่ 1

ดูจากตัวอย่างที่ 1 และจากตัวอย่างที่ 2 ดูนะครับ คุณเริ่มสังเกต เห็นอะไรบ้างแล้วหรือเปล่า ถ้าคุณลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลงเงินของตัวเองทั้งหมด 100 เปอร์เซ็น เวลาคุณจะมาคิดกำไร คุณต้องเอาต้นทุนทั้งหมดคือเงินของคุณที่ลงไป เอาไปหารกำไร ตัวหารมันมากเพราะฉะนั้นอัตราสัดส่วนกำไรของคุณจะน้อยกว่า

ในกรณีที่คุณกู้เงิน สมมุติว่า คุณซื้อคอนโด โดยที่ไม่ต้องดาวน์เลยสักบาท คุณขายได้กำไร สมมุติว่าคุณได้กำไรจากการขายส่วนต่าง และได้กำไรจากค่าเช่าในระหว่างทาง ต้นทุนของคุณก็คือ ดอกเบี้ยที่คุณต้องเสียให้กับธนาคาร สรุปก็คือ ถ้าขายได้กำไรเท่ากัน คนที่กู้เงินธนาคารมา จะมีผลตอบแทนในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้สูงกว่า คนที่เอาเงินส่วนตัวลง

แต่อย่างที่ผมบอกนะครับ เงื่อนไขคือซื้อ ต้นทุนเท่ากัน และขายได้เท่ากัน และต้องขายได้ด้วยนะครับ

แต่ถ้าคุณขายไม่ได้ คนที่ลงเงินตัวเอง 100% ไม่เดือดร้อนครับ เก็บค่าเช่าไปเรื่อยๆ หรือถ้าไม่มีคนเช่าก็อยู่สบายๆ เสียแต่ค่าส่วนกลางเท่านั้น

ในทางกลับกัน คนที่ลงทุนด้วยการกู้ 100% หากไม่มีคนเช่า คุณต้องเสียค่าส่วนกลาง และค่างวดผ่อนคอนโด ซึ่งในนั้นมันจะมีดอกเบี้ยแฝงอยู่ด้วย ถ้าคุณผ่อนไหว ก็ผ่อนไป

สุดท้าย ถ้าขายออก ก็แฮปปี้ครับ ถ้าขายไม่ออกติดมือ ก็ตัวใครตัวมัน หรือเลวร้ายและยิ่งไปกว่านั้น ขายไม่ออก ผ่อนไม่ไหว ติดต่อ บริษัทผมได้เลยครับ เราดูแลให้กับคนที่ เป็นหนี้ และอยากเป็นหนี้ จ่ายค่างวดธนาคารไม่ไหว รีบเจรจาก่อนครับ ขอให้โชคดี

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

5 ข้อ ที่ต้องรู้ หากคิดลงทุนคอนโด

คอนโดมิเนียม เป็น อสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง ที่ในช่วงเวลา 10 ปีนี้ มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้น จำนวนมาก และในช่วงระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ หรือ Developer ก็มักจะเน้นเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านแนวราบ จนปัจจุบัน ท่านผู้อ่านจะทราบดีว่า ได้เกิดภาวะ over supply เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดคอนโดประเทศไทย มีแค่เพียงบางทำเลเท่านั้น ที่ยังมียอดขายได้ แบบต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ร้อนแรงเท่าอดีตที่ผ่านมา

วันนี้ ผมมีข้อคิดดีๆมานำเสนอ สำหรับคนที่สนใจลงทุนในคอนโดมิเนียม จะต้องมีหลักการพิจารณาอะไรบ้าง

ข้อ 1. ลงทุนระยะยาว การลงทุนในคอนโด ก็คือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแน่นอนครับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์คือการลงทุนระยะยาวท่านผู้อ่านถึงจะได้รับผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ จากประสบการณ์ของผม เห็นว่า ควรลงทุนในการถือครอง ประมาณ 5-7 ปี ครับ

เพราะอะไร ผมถึงบอกว่าการลงทุนในอสังหาฯ ต้องอย่างน้อยต้อง 5-7 ปี เพราะมันมีต้นทุนในส่วนของเรื่องค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายต่างๆ มาก ต้นทุนดอกเบี้ย ถ้าเราจำเป็นต้องกู้เงินธนาคาร เพราะฉะนั้น กำไรหรือ margin มันควรจะคุ้มค่ากับเงินลงทุน ไม่ใช่กู้มาลงทุนหรือซื้อคอนโดราคา 2-3 ล้าน คุณหักทุกอย่างแล้ว ค่าใช้จ่ายในวันโอนทั้งหมด ค่านายหน้า carrying cost ต่างๆ เหลือกำไรไม่ถึงแสน แบบนี้ไม่คุ้มนะครับ

ข้อ 2. หาผลตอบแทนคงที่ และต่อเนื่อง ภาษาอังกฤษเรียกว่า recurring income ผลตอบแทนต่อเนื่องในที่นี้ คงจะพูดถึงในส่วนของค่าเช่า ซึ่งชั่วโมงนี้ บอกตรงๆครับ คนเช่าน้อยกว่าห้องที่ให้เช่า เพราะฉะนั้นคุณควรจะเตรียมพร้อมสำหรับห้องของคุณ ให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เช่า และ yield หรือผลตอบแทนการเช่า สำหรับคอนโดในเมือง ตอนนี้ได้เกือบ 5% ก็ถือว่าหรูแล้วครับ

ต่อมา ผลตอบแทนอีกอย่าง ที่เรียกว่ากำไรจากการขาย ภาษาอังกฤษคือ capital gain ในส่วนนี้ มันก็เกี่ยวเนื่องกับข้อที่ 3 ที่ผมกำลังจะพูดถึง คือทำเล เพราะถ้า ข้อ 3 คือทำเล ใช่ รับรองครับ capital gain หรือกำไรส่วนต่างจากการขาย คุณได้เป็นกอบเป็นกำแน่

ข้อ 3. ทำเล ไม่ต้องพูดถึงนะครับ ว่าทำเลดี คือทำเลแบบไหน บางคนชอบทำเลที่ติดแหล่งงาน บางคนชอบทำเลติดรถไฟฟ้าการคมนาคมสะดวก บางคนชอบทำเลติดสถานศึกษา

ส่วนสำหรับผม ทำเลที่ผมชอบคือ ทำเลนั้นต้องมีไลฟ์สไตล์ เพราะถ้าทำเล มีไลฟ์สไตล์ มันก็จะมีทั้ง แหล่งงาน แหล่งช้อปปิ้ง บันเทิง ย่านชุมชนที่อยู่อาศัย การคมนาคมมันก็จะสะดวกเอง ตามไลฟ์สไตล์

แต่ถ้าทำเลที่เป็นแหล่งงาน ใกล้สถานศึกษา แต่มันไม่มีไลฟ์สไตล์ ผมว่าทำเลนั้น มันก็ไม่มีชีวิตชีวา นี่คือทำเลที่ผมชอบ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

ข้อ 4. ราคาที่เหมาะสม ข้อนี้ นักลงทุนที่จะหาราคาที่เหมาะสมได้ จะต้องมีประสบการณ์พอสมควร และคาดเดาอนาคตได้ว่า ราคาที่คุณซื้อ มันจะถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับอนาคตอันใกล้นี้

อย่างที่ผมบอกแล้วนะครับการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับผมอย่างน้อย 5 – 7 ปี บางครั้ง โครงการคอนโดที่เปิดใหม่ ราคาแพงจับต้องไม่ได้เลย แพงเว่อร์

คุณรอได้ไหมครับ รอที่มันเป็นคอนโด resale หรือคอนโดมือสอง ถึงเวลานั้น เรามากดราคาคนขายกันครับ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่ารีบร้อน แต่ผมมีคติประจำตัวว่า ไม่รีบร้อน แต่คุณต้องพร้อมตลอดเวลา การที่คุณจะซื้อคอนโด ได้ต้นทุน ที่ต่ำกว่าราคาตลาดในขณะนั้นๆ ถือว่าคุณได้กำไรตั้งแต่ตอนซื้อแล้วนะครับ เมื่อได้ราคาต่ำ yield การปล่อยเช่าของคุณ หรือ capital gain มาก็จะสูงขึ้นนะ

ข้อ 5. ต้องมีความต้องการอยู่ตลอดเวลา ข้อนี้ มันก็คงเกี่ยวเนื่องกับข้อ 4 คือทำเลศักยภาพนั่นแหละครับ ถ้าคุณเลือกทำเลที่ดี บอกได้เลยครับว่าทุกอย่างมันก็ดีไปหมด

อสังหาริมทรัพย์ มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่า มี 3 ข้อที่สำคัญที่สุด คือ 1. ทำเล 2. ทำเล 3. ทำเล

ความต้องการต่อเนื่อง บางที ทำเลดี แต่ภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆมันตกต่ำแบบสุดๆ อันนี้ความต้องการแบบต่อเนื่อง มันก็อาจจะหายไปก็ได้นะครับ

กล่าวโดยสรุป ท่านผู้อ่าน ที่สนใจอยากจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผมก็มาจะแนะนำว่า ก่อนคุณจะทำการซื้อขายหรือลงทุนด้วยเงินจริงๆ

ผมแนะนำว่า คุณควรลองเป็นนายหน้าดูก่อน เป็นนายหน้าไม่จำเป็นต้องขายได้ก็ได้นะครับ เพียงแต่ว่าคุณทำ workshop ลงสนามจริง ลองเข้าไป survey เยอะๆ แล้วคุณอาจจะตกผลึกได้ ขอให้ประสบความสำเร็จ ทุกท่านนะครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ขายคอนโด IDEO Q Chula Samyan ห้อง One-bedroom 34.1 ตรม. ชั้น 7

คอนโด One bed Room พื้นที่ 34.1 ตรม. ชั้น 7 ตกแต่งพร้อมอยู่ โครงการ ไอดีโอ คิว จุฬา สามย่าน
ลงทุนเพื่อปล่อยเช่า หาผู้เช่าง่าย มีความต้องการเช่าอย่างมาก จากนิสิตจุฬาฯ และชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ในทำเลที่ดีมาก ราคาคอนโด ขยับขึ้นทุกปี คุ้มค่ากับการลงทุน
เนื่องจากในทำเลนี้ คอนโดส่วนใหญ่ จะเป็นสิทธิการเช่า ( Lease Hold) คอนโด ไอดีโอ คิว จุฬา สามย่าน เป็นคอนโดเพียงไม่กี่แห่งที่ เป็นสิทธิซื้อขาด ( Free Hold) ได้ครอบครองเป็นโฉนดครับ

โครงการ IDEO Q Chula Samyan มีทั้งหมด 40 ชั้น ชั้น 1-6 เป็นพื้นที่จอดรถ
ชั้น 7 เป็นชั้นของ Facilities จะมี โซเชียลคลับ, สระว่ายน้ำแบบ Freeform แยกสระเด็ก,ห้องฟิตเนส, ห้องอบไอน้ำ, ห้องซาวน่า, ห้องสมุด , ห้องดูภาพยนตร์, ห้องพักอาศัย, สวนส่วนกลาง และมีห้องพักอาศัยจำนวน 37 ห้อง
เฉพาะในส่วนชั้น 7 นี้ และ ซึ่งห้องที่เสนอขายนี้ อยู่ชั้น 7

ทำเลที่ตั้ง อยู่บนถนนพระราม 4 ใกล้ รถไฟฟ้า MRT สถานี สามย่าน 250 เมตร, ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน หัวลำโพง และพระราม 4

โครงการตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง แวดล้อมด้วย โครงการต่าง เช่น สามย่านมิตรทาวน์ อนาคต The One Bangkok ใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้างฯ พารากอน, สยาม, เซ็นทรัลเวิลด์ ย่านของกิน ตลาดสามย่าน แวดล้อมด้วยแหล่ง LifeStyle ครบครัน

ส่วนใจ คอนโดดีๆ ทำเลเด่นๆ ซื้อไว้อยู่เอง ก็คุ้มค่า ราคาขึ้นทุกปี ซื้อไว้ลงทุนเป็นอสังหาฯเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจัดว่าดี และสูง

สำหรับคอนโด ห้องนี้ เสนอขายที่ ราคา 7 ล้านบาท เท่านั้น
สนใจติดต่อ คุณสุ   091 494 0395 
สนใจนัดดูห้อง และต่อรอง เสนอราคาที่ท่านสนใจได้เลยครับ
ขอบคุณครับ

ลงทุนคอนโด ริมทะเลพัทยา ไม่กู้เลยสักบาท

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เป็นการลงทุนที่เป็นที่นิยม และน่าสนใจของนักลงทุน  คอนโด คงเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง มีคนชอบลงทุนมาก ส่วนใหญ่คือการกู้ซื้อคอนโด แล้วปล่อยเช่า ในส่วนของคอนโด ริมทะเลพัทยาห้องนี้ ต่างจาก สูตรการลงทุนทั่วไป โดยสิ้นเชิงครับ คือไม่กู้เลยครับ ใช้เงินทุนส่วนตัว 100% ลงดูครับ ห้องนี้ ตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้วครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ