ชีวิตหนี้ : ความสมดุลระหว่างวันนี้และวันพรุ่งนี้
(Opinion) จุดร่วมของปัญหาหนี้ – การมองแค่ระยะสั้น
ปัญหาหนี้ เป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อทุกระดับ ตั้งแต่บุคคล , ครัวเรือน ไปจนถึงระดับประเทศ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2567 ในหัวข้อ “หนี้ : The Economics of Balancing Today and Tomorrow” เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับมิติต่าง ๆ ของหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือน หนี้การลงทุน หนี้สิ่งแวดล้อม และหนี้สาธารณะ
จุดร่วมสำคัญของปัญหาหนี้ คือ คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะสั้น โดยมองข้ามต้นทุนระยะยาว นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหนี้สินที่ไม่มีคุณภาพ เช่น หนี้ที่ไม่ได้สร้างผลตอบแทน , หนี้เกินศักยภาพ หรือหนี้ที่ขาดแผนการชำระคืนที่ชัดเจน
ในมุมมองของ ผู้ว่าการ ธปท. การสร้างสมดุลระหว่าง “วันนี้” และ “วันพรุ่งนี้” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากปล่อยให้การก่อหนี้อยู่บนพื้นฐานของการบริโภคและการตัดสินใจระยะสั้นเพียงอย่างเดียว สุดท้ายแล้วหนี้เหล่านั้นจะกลายเป็นภาระหนักที่ย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคต

(Reason) สถานการณ์หนี้ครัวเรือน – 3 สัญญาณอันตราย
ในช่วงเสวนา “คน กับ หนี้ครัวเรือน” ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ 3 สัญญาณอันตรายของหนี้ครัวเรือนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาทางโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ได้แก่
- คนไทยจำนวนมากก่อหนี้เพิ่มขึ้น 38% ของประชากรไทยมีหนี้ในระบบ
ค่าเฉลี่ยหนี้ต่อคนสูงถึง 540,000 บาท หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้บริโภค ไม่ใช่หนี้เพื่อการลงทุน มีเพียง 16% ของคนไทยที่ออมเงินเพื่อเกษียณ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นปัจจุบันมากกว่าอนาคต - ลูกหนี้ส่วนใหญ่เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ ข้อมูลจากเครดิตบูโรชี้ให้เห็นว่า 3 ใน 4 ของลูกหนี้มีปัญหาหนี้เรื้อรัง คนไทยจำนวนมากก่อหนี้เกินศักยภาพของตนเอง มีแนวโน้มเข้าสู่วงจรหนี้เสีย (NPL) มากขึ้น
- ปัญหาหนี้กระจุกตัวในกลุ่มคนอายุน้อยและรายได้น้อย คนหนุ่มสาวและแรงงานรายได้น้อยมีอัตราการเป็นหนี้สูงขึ้น พฤติกรรมทางการเงินที่ไม่มั่นคง ส่งผลให้มีโอกาสหลุดออกจากระบบเศรษฐกิจในอนาคต

(Example) ต้นตอของปัญหาหนี้ – ปัจจัยภายในและภายนอก
ปัจจัยภายใน (พฤติกรรมของบุคคล)
สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยก่อหนี้มากขึ้นมาจาก พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เน้นปัจจุบันมากกว่าคิดถึงอนาคต โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- Present Bias : ความลำเอียงที่ทำให้ให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าการวางแผนระยะยาว
- Over-Optimism : การคาดการณ์อนาคตในแง่ดีเกินไป ทำให้มองข้ามความเสี่ยง
- Financial Illiteracy : การขาดความรู้ทางการเงิน ส่งผลให้ตัดสินใจกู้เงินโดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้
ปัจจัยภายนอก (สิ่งแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ)
นอกจากพฤติกรรมของบุคคลแล้ว สภาพแวดล้อมทางสังคม ก็มีผลต่อการก่อหนี้เช่นกัน เช่น
- ค่านิยมจากสังคมและสื่อออนไลน์ แรงกดดันจาก Social Media ทำให้คนอยากมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา การตลาดเชิงรุกจาก Influencers ที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการซื้อเกินความจำเป็น
- กลยุทธ์การตลาดของภาคธุรกิจ “ช็อปก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ “ดาวน์ 0%” เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้คนใช้จ่ายโดยไม่คิดถึงภาระในอนาคต การเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายเกินไป เช่น บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล
- ระบบสวัสดิการสังคมที่ยังไม่เพียงพอ Social Safety Net ของไทยยังไม่ครอบคลุม เช่น การช่วยเหลือในช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือภัยธรรมชาติ ทำให้คนต้องกู้เงินเพื่อความอยู่รอด

(Outcome) แนวทางแก้ปัญหาหนี้ – จากระดับบุคคลสู่ระดับโครงสร้าง
ในงานสัมมนา มีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้จากผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่

แก้ปัญหาเชิงระบบ
- แก้กฎหมายล้มละลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถฟื้นฟูสถานะทางการเงิน
- พัฒนากลไกไกล่เกลี่ยหนี้ ให้เจ้าหนี้ทุกรายมีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจา
- ลดเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันและช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
คุณสฤณี อาชวานันทกุล

แก้ปัญหาเชิงพฤติกรรม
- ให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน โดยบูรณาการเข้าสู่หลักสูตรการศึกษา
- ออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย เช่น คลินิกแก้หนี้ และโครงการ Open Data ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสินเชื่อได้ดีขึ้น
คุณสุวรรณี เจษฎาศักดิ์
นอกจากนี้ ธปท. ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือในหลายโครงการ เช่น
• คลินิกแก้หนี้ สำหรับลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เสีย
• โครงการหมอหนี้ ที่ให้คำปรึกษาทางการเงิน
• การปรับปรุงการสื่อสารเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
(Conclusion) ทางออกของชีวิตหนี้ – เริ่มจากตัวเรา
สุดท้ายแล้ว การแก้ไขปัญหาหนี้ต้องเริ่มจากการตระหนักรู้ ว่าเรากำลังมีปัญหาหนี้แบบไหน และต้องปรับพฤติกรรมการเงินของตนเอง เช่น
- ชำระหนี้เต็มจำนวน ไม่ผ่อนขั้นต่ำ เพื่อป้องกันดอกเบี้ยพอกพูน
- สร้างวินัยทางการเงิน เช่น ตั้งโอนเงินออมอัตโนมัติ 1% ของรายรับ
- คิดก่อนก่อหนี้ โดยพิจารณาว่าเป็นหนี้เพื่อการลงทุนหรือเพื่อการบริโภค
ชีวิตหนี้ อยู่ที่เราบริหารจัดการ ถ้าหากเราสามารถสร้างสมดุลระหว่างวันนี้และวันพรุ่งนี้ได้ หนี้ก็จะไม่ใช่ภาระ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง

👇 อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคลิปใหม่ๆ และเข้าร่วมพูดคุยกับเราในคอมเมนต์ด้านล่าง!
🔗 Facebook: https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company
🔗 website: https://antonioattorney.com/
—————————————————-
สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้คุณ
• 3,500 บาท ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ
• 20,000 บาท สำหรับแบบปรึกษา ตัวต่อตัว ( เจอตัว 1 ครั้ง ) หลังจากนั้น ปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้งและเวลา ตลอดชีพ !!
หากคุณพร้อมที่จะแก้ปัญหาหนี้ ติดต่อเราได้ที่ LineID : @antonio
🏦 ชำระค่าที่ปรึกษาผ่าน KBank 069 8 29148 6
📲 ส่งสลิปโอนเงินพร้อมชื่อและเบอร์ติดต่อไปที่ LineID: @antonio
————————————————–
หรือ อยากเรียนรู้ การแก้หนี้แบบ ออนไลน์ กดสมัครได้เลยครับ เดือนละ 300 บาท
ตามลิงค์นี้ครับ
https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw
ถ้ากดสมัครผ่าน ระบบ iOS ไม่ได้ กดสมัครผ่าน คอมพิวเตอร์ desktop หรือ notebook นะครับ
————————————————–
แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio / 065 626 4545
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3lx2PIk
ดูคลิปพิเศษของ Antonio https://bit.ly/3wqjila
สนใจจัดสตรีมสดแบบนี้ไหม? ลองดู StreamYard สิ: https://streamyard.com/pal/d/6402755862724608

