“กองทุนหมู่บ้าน” ตัวอย่าง ทดลองเทียมทางนโยบายที่ล้มเหลว และ บทเรียน หนี้ครัวเรือนไทย ย้อนงานวิจัยของสถาบันดัง พบ ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หมู่บ้านละล้าน ส่งผล เงินกู้ในระบบพุ่ง-ผิดนัดชำระหนี้สูง สะท้อน ปัญหา ซับซ้อน ยากแก้ไข เมื่อเป้าหมายการใช้เงิน บิดเบี้ยว
กองทุนหมู่บ้าน บทเรียน หนี้ครัวเรือนไทย จากกรณี รัฐบาลผลักดัน แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดลงทะเบียนแก้หนี้กับรัฐ ซึ่งปรากฏว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 3 สัปดาห์ด้วยกัน มีลูกหนี้มาลงทะเบียนแล้ว ทั้งสิ้น 99,484 คน คิดเป็นมูลหนี้ 5,926 ล้านบาท เพื่อรอให้ กระทรวงมหาดไทย จัดระเบียบข้อมูล และนำไปสู่ การไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ระหว่างลูกหนี้ และ เจ้าหนี้ อย่างเป็นธรรม
ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเผยว่า 1 ในแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยเหลือ ลูกหนี้นอกระบบ คือ การเตรียมให้ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ลูกหนี้เครดิตดี ไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน โดยตั้งเป้าหมาย 70% ของผู้ลงทะเบียน
ทั้งนี้ โครงการแก้หนี้ โดยโยกหนี้นอกระบบ เข้ามาสู่ในระบบ โดยรัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ถูกมองจะทำให้ ลูกหนี้มีโอกาสจบวงจรการเป็นหนี้ได้เร็วขึ้น บรรเทา “วิกฤติ หนี้ครัวเรือนไทย” อีกทั้ง ยังจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะข้างหน้าอีกด้วย
เปิดงานวิจัย นโยบาย กองทุนหมู่บ้าน
ย้อนไปในอดีต มีหลายๆ โครงการของรัฐบาล ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อทำให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น และหวังแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เพียงแต่แตกต่างกัน ในแง่เป้าหมายของช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตาม ยังได้สะท้อนว่า หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและน่ากังวลอย่างมาก สำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น
- มาตรการพักหนี้เกษตรกร
- ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชน
- กองทุนหมู่บ้าน
เจาะโครงการโด่งดังในอดีต อย่าง “กองทุนหมู่บ้าน” นโยบายประชานิยมเพื่อแก้ความยากจน ในตำนาน ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2544 ด้วยความตั้งใจของรัฐบาล เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ ประชาชน กู้ยืมเงินไปสร้างงานและรายได้ ทำให้ นโยบายนี้ ได้รับความชื่นชมจากประชาชนในระดับรากแก้วมากที่สุดเรื่องหนึ่งของไทย
แต่ปัจจุบัน หากเราพูดถึงนโยบาย “กองทุนหมู่บ้าน” กลับมองต่างออกไป และนับว่า นี่เป็น 1 ในผลผลิตของ นโยบายที่ผิดทิศผิดทาง เรื่องหนึ่งของรัฐบาลไทยอีกทั้ง เป็นตัวอย่างของนโยบายรัฐ ที่สามารถนำมาตกผลึกปัญหา ‘หนี้ครัวเรือนไทย’ และสะท้อนถึง ผลกระทบต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของครัวเรือน (เช่น การบริโภค การออม การลงทุน) และสภาพสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ค่าแรง ดอกเบี้ยเงินกู้ ได้อย่างดี เช่นกัน
ข้อมูลวิจัย ของ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยแพร่ไว้ ว่า นโยบาย “กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” เป็นนโยบายของภาครัฐที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งภายในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงการ Microfinance ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ดำเนินการโดยภาครัฐ
แท้จริง กองทุนหมู่บ้านมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกของหมู่บ้าน โดยแต่ละหมู่บ้านจะได้รับเงินทุนจำนวนเท่ากัน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ไม่ว่าจะมีจำนวนครัวเรือนในหมู่บ้านมากน้อยเพียงใด (รวมเป็นเงินมากกว่า 7 หมื่นล้านบาท ในปี 2544 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ) ซึ่งประมาณ 3 ใน 4 ของครัวเรือนในหมู่บ้านได้รับสินเชื่อจากโครงการดังกล่าว


กองทุนปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ พบในระยะยาว ผิดชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม ผลของกองทุนหมู่บ้าน แม้จะช่วยให้ครัวเรือนมีระดับการบริโภคที่สูงขึ้น แต่ไม่สามารถนำมาการเพิ่มรายได้ระยะยาวให้กับผู้กู้ได้ เนื่องจากวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ผิดเพี้ยน
ผลการศึกษาของ Kaboski and Townsend (2012) พบว่า โครงการกองทุนหมู่บ้านมีผลทำให้อัตราการกู้ยืมของครัวเรือนเพิ่มขึ้น โดยเหตุผลหลักในการกู้ยืมคือเพื่อการบริโภค และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การบริโภคของครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากกว่าขนาดของสินเชื่อ (credit) ที่เพิ่มขึ้นในหมู่บ้าน
กล่าวคือ ทุกๆ 10,000 บาทของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้นประมาณ 17,100 บาท โดยการบริโภคที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ แม้การเพิ่มขึ้นของการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย (เช่น เนื้อสัตว์ สุรา ยาสูบ) จะพอมีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก
แต่ความคาดหวัง ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโครงการกองทุนหมู่บ้าน คือ การลงทุนด้านธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งงานศึกษาข้างต้นไม่พบว่า จำนวนของธุรกิจเกิดใหม่ จำนวนเงินที่ลงทุนทำธุรกิจ (ทั้งจากธุรกิจค้าขาย และการเกษตร) จำนวนเงินในการซื้อปัจจัยการผลิตในการเกษตร และความน่าจะเป็นในการเป็นผู้ประกอบการ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด
แสดงให้เห็นว่าสินเชื่อจากโครงการฯ ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อครัวเรือนที่กู้ยืมเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบทางอ้อมต่อค่าจ้างแรงงานด้วย ซึ่งเป็นผลกระทบทางดุลยภาพทั่วไป ที่น่าสนใจคือ ในงานวิจัยชิ้นนี้กลับไม่พบว่ารายได้จากธุรกิจและรายได้แรงงานในครัวเรือนที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครัวเรือนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังพบว่า ในระยะยาว (6 ปีหลังจากมีกองทุนฯ) กองทุนหมู่บ้านส่งผลให้ปริมาณเงินกู้ในระบบเพิ่มสูงขึ้น การผิดนัดชำระหนี้ของครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เราเข้าใจได้ว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะหนี้ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อที่อาจไม่สร้างรายได้ และไปอยู่กับกลุ่มผู้กู้ที่มีปัญหาด้านความสามารถในการจ่ายคืนหนี้
บทความ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกดอ่านรับความรู้ได้เลย ครับ
➤ ตัวการ ที่ฉุด รั้ง เศรษฐกิจ คือ หนี้ครัวเรือนที่ทุกคนร่วมกันสร้าง
➤ 2 ความเสี่ยง พอกหนี้ครัวเรือนไทย
➤ หนี้ครัวเรือนพุ่ง เหตุจาก ปล่อยกู้ง่าย ให้กู้เยอะ ไม่เช็คเครดิตบูโร เจ้าหนี้รายนี้คือที่ไหน
➤ วิกฤตหนี้ก้อนใหญ่ ของคนไทย คือ หนี้ครัวเรือน แต่คนไทยจะรอดจากวิกฤตนี้ไปได้ด้วยสาเหตุนี้
สร้าง Passive Income ที่มั่นคงและยั่งยืน กับ Antonio
คุณจะมีรายได้จาก Passive Income ที่ไม่ต้องใช้เวลาและความพยายาม
• ลงทุนกับ Antonio ด้วยเงินเริ่มต้น เพียง 50,000 บาท
• เรา นำเงินของคุณ ไปลงทุนในการ รับขายฝาก รับจำนอง
• ทำ Flipping คือ การทำกำไรในระยะสั้นในธุรกิจอสังหาฯ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับ
1. ระยะ 9 เดือน อัตรา 9% ต่อปี หรือ ผลตอบแทน 0.75% ต่อเดือน ปันผลดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
2. ระยะ 18 เดือน อัตรา 12% ต่อปี หรือ ผลตอบแทน 1% ต่อเดือน ปันผลดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
การปกป้องเงินลงทุนของคุณเป็นหน้าที่ของเรา
เราจัดทำสัญญากับผู้ร่วมลงทุน ด้วยการทำสัญญากู้ที่ชัดเจน และจะมีการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ด้วยเช็ค
การลงทุนของคุณจะถูกปกป้องในรูปแบบของสัญญาเงินกู้ ไม่ใช่สัญญาร่วมลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่ากับผู้ลงทุน
ในรูปแบบสัญญากู้ หากเราผิดนัด หรือทำตามสัญญาไม่ได้ คุณสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทั้ง คดีแพ่งและคดีอาญา
เรามั่นใจ เรากล้าที่จะรับประกัน
เราทีมงาน Antonio เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เราทำอาชีพที่ปรึกษาการเงิน เราสามารถเข้าถึง แหล่งทรัพย์สินที่มีคุณภาพ และราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป จึงทำให้เราสามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ร่วมลงทุนได้
ทุก 3 เดือน เรายังจัดประชุมหรือรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้ร่วมลงทุนมั่นใจได้ว่าเราทำการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินธุรกิจอย่างมีความโปร่งใส
พบกับความสำเร็จในการลงทุน และสร้างความมั่นใจไปด้วยกัน แค่เริ่มลงทุนกับเรา
——————————————————————————————————————
สนใจติดต่อ สอบถามติดต่อ Antonio 065-626-4545 หรือ LineID : @antonio
——————————————————————————————————————
สวัสดีครับ ทีมงาน Antonio เราให้บริการครบวงจร ทั้งในงาน ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านการเงิน วันนี้ เรามีความยินดีที่จะเป็นตัวแทนการขาย อสังหาฯ ของคุณ ให้เราช่วยแบ่งเบาภาระ และให้เราช่วยทำการตลาด เพื่อให้ทรัพย์ของคุณ สามารถปิดการขายได้โดยเร็ว เราทำงานให้คุณ โดยไม่มีข้อผูกมัดเป็นสัญญาปิด แบบนายหน้าทั่วไป ข้อเสนอจากเรา https://bit.ly/3ezrWXN
เรามีบริการครบวงจร เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณ คุณสามารถดูโปรไฟล์ของบริษัท ได้ที่
YouTube ของเรา https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw
เวปไซต์ https://antonioattorney.com/
และ Page Facebook https://www.facebook.com/AntonioAttorney.Company
เราเชี่ยวชาญ ครอบคลุม ทั้งในธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจการเงิน เรามีสายสัมพันธ์ ที่ดี กับ ทั้ง Agent นายหน้า บริษัท Broker นักลงทุน และธนาคาร
เราทำการตลาดเพื่อขายทรัพย์สินของคุณ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้ง Online และ Offline เราลงทุนด้านสื่อ แทนคุณ และเราจะทำการตลาดให้เข้าถึงผู้ซื้อได้ ในวงกว้าง เพื่อให้ปิดการขายได้โดยเร็ว
เราดูแลตั้งแต่ ต้นจนจบ ทำการตลาด ปิดการขาย ประสานงานกับธนาคาร เพื่อขอสินเชื่อ ดูแลจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ ค่าบริการของเรา 3% หากเราขายได้
