เพซ ดีเวลลอปเมนท์ ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ คาดหากเจ้าหนี้รับแผน บริษัทรอด เพราะมีธนาคารเตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่ม เพื่อทำโครงการให้จบ

เพซ ดีเวลลอปเมนท์ เผยแนวทางฟื้นฟูกิจการ เร่งก่อสร้าง นิมิตร หลังสวน ยันมีสถาบันการเงินตกลงให้การสนับสนุนแล้ว

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เพซ คันทรี่ คลับ จำกัด(PCC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ (โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ100) ในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ และ PCC ต่อศาลล้มละลายกลาง (ศาล) วันที่ 24 เมษายน 2563

โดย เพซ ดีเวลลอปเมนท์ และเพซ คันทรี่ คลับ จะเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเอง โดยแผนเบื้องต้น เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จะเร่งงานก่อสร้างโครงการนิมิตหลังสวนให้แล้วเสร็จ 100% โดยมีสถาบันการเงินที่ติดต่อประสานกันไว้แล้ว ในส่วนของให้กู้เพิ่ม ซึ่งโครงการนิมิต หลังสวน บริษัทมีลูกค้าที่จอง และพร้อมโอนเมื่อโครงการเสร็จอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา บริษัทรับรู้รับทราบปัญหาการขาดสภาพคล่อง และพยายามอย่างเต็มที่ ในการแก้ปัญหา บริษัทพร้อมที่จะมีการปรับโครงสร้างทางการเงินและองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการดำเนินงานทั้งหมด และให้ความร่วมมือประสานงานกับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินทุกฝ่าย

ที่นี้เรามาทำความเข้าใจ คำว่าการฟื้นฟูกิจการ คืออะไร ทำอย่างไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

ฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เป็นกระบวนการทางศาล โดยผู้ร้องขอ ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลต่างหากจากคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลายธรรมดา เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาทางการเงินของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาบริหารกิจการได้อีกครั้งและเป็นการเริ่มต้นใหม่โดยปราศจากหนี้สินทั้งปวง

จุดประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

การฟื้นฟูกิจการมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้กิจการของลูกหนี้ ดำเนินการต่อไปได้ และเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้มากกว่าที่จะให้ลูกหนี้ล้มละลาย

ข้อดีเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการคืออะไร?

ข้อดีของการฟื้นฟูกิจการสำหรับเจ้าหนี้และลูกหนี้มีหลายประการ เช่น ลูกหนี้สามารถหลุดพ้นจากหนี้ และผูกพันตามแผนฟื้นฟูกิจการแทน, กรณีอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือ ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือ พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด กฎหมายกำหนดให้เป็นช่วงพักชำระหนี้ ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคล, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่ง, ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย, ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้, ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้แก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน, ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกให้ฟื้นฟูกิจการ มีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ทั้งปวง

การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมีหลักเกณฑ์อย่างไร?

– ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

– ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกัน โดยหนี้มีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

– มีเหตุสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

– ลูกหนี้ยังไม่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

– ลูกหนี้ยังไม่ได้ถูกศาลหรือนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคล และยังมีมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องไม่เลิกกันด้วยเหตุอื่น ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่ก็ตาม

การร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการจะต้องมีการฟ้องคดีล้มละลายก่อนหรือไม่

การยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยื่นได้ทั้งในกรณีที่ลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว และก่อนที่จะมีการฟ้องให้ล้มละลายก็ได้

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลอย่างไร

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีผลดังนี้
1.ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่ป็นลูกหนั้
2.ห้ามนายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้
3.ห้ามธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการ ประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ
4.ห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ และห้ามฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย
5.ห้ามเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิด หรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
6.ห้ามเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน
7.ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับคดีเอากับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน                                                       8.ห้ามมิให้เจ้าหนี้ที่บังคับชำระหนี้ได้บังคับได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้

มีวิธีการอื่นนอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่?

นอกจากการขอให้ฟื้นฟูกิจการ ยังมีอีกวิธีการหนึ่ง คือ การประนอมหนี้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี
1. กรณีลูกหนี้ถูกฟ้องให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ต้องยื่นคำขอประนอมหนี้ต่อศาลและการจะได้รับการประนอมหนี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และศาล
2. กรณีที่ลูกหนี้ยังไม่ถูกฟ้องให้ล้มละลาย และเจ้าหนี้และลูกหนี้ มิได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล เจ้าหนี้และลูกหนี้ อาจเจรจาตกลงประนอมหนี้ต่อกัน เช่น การทำสัญญาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อลดจำนวนหนี้ หรือทำข้อตกลงเพื่อขอชำระหนี้บางส่วน หรือโอนหุ้นบางส่วนของบริษัทลูกหนี้ ให้แก่เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ อย่างไรก็ดี การตกลงใดๆก็ตาม เจ้าหนี้และลูกหนี้ควรขอคำแนะนำ และคำปรึกษาจากทนายความที่น่าเชื่อถือ เพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ปัจจุบันบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีหนี้สินรวมประมาณ 12,054 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินกู้ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB จำนวน 10,835 ล้านบาท และหุ้นกู้เอเซีย พลัส PACE 202 A จำนวน 1,219 ล้านบาท ขณะที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนามี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิมิตหลังสวน และโครงการมหาสมุทรมูลค่ารวมราว 11,750 ล้านบาท

โดยเฉพาะโครงการนิมิตหลังสวน มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 80 -90% หรือคิดเป็นยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ราว 6,500 ล้านบาทที่จะทยอยโอนและรับรู้รายได้เมื่อการก่อสร้างเสร็จ โดยเหลือยอดขายอีกเพียง 1,500 ล้านบาท

โดยได้ดำเนินก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 70%  เสร็จไปกว่า 50 ชั้น จากพื้นที่โครงการทั้งหมดที่มีจำนวน 58 ชั้น  ซึ่งต้องการเงินกู้จากธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อลงทุนอีกราว 500-600 ล้านบาท หลังจากที่ธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อ เพื่อรอความชัดเจนหลังศาลฯมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟื้นฟูกิจการ และแผนเดิมโครงการนิมิตรหลังสวน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% ภายในไตรมาส 4/2563

นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2563  บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต่อศาลล้มละลาย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของกลุ่มบริษัทดีนแอนด์ เดลูก้า อิงค์ ยังช่วยให้บริษัท เพซ ฯ สามารถหยุดรับรู้ผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา

รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการของศาลในการจัดการหนี้สินของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่ม บริษัท ดีน แอนด์เดลูก้า อิงค์สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในอนาคต 

นี่คือคุณสมบัติพิเศษ คือ ถ้าคุณมีหนี้เกิน 10 ล้าน คุณจดทะเบียนบริษัท และพิสูจน์ได้ว่าคุณมีหนี้สินล้นพ้นตัว คุณสามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตัวเองได้ ทุกอย่างจะระงับหมด นี่คืออีกหนึ่งเคล็ดลับไม้ตายของลูกหนี้

คุณผู้อ่าน ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท และเริ่มมีหนี้สินมากจนรู้สึกว่ารับมือไม่ไหวแล้ว บริษัทผม Antonio Attorney ให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย ลองให้มืออาชีพช่วยคุณดูสิครับ การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ลูกหนี้ควรจะต้องลอง บริษัทผมยินดีรับใช้ครับ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney


 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s