“เงินเฟ้อ” พุ่งแรง แบงก์เข้มหนัก ยอดปฏิเสธ “สินเชื่อบ้าน” สูง

ปัจจุบันสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย(สินเชื่อบ้าน) ทำให้ตัวเลขการการปฏิเสธสินเชื่อยังคงสูงอยู่ และยังมีแนวโน้มว่าจะสูงเพิ่มขึ้นไปอีก หลังสถานการณ์เงินเฟ้อทวีความรุนแรงมากขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มพุ่งสูงต่อเนื่อง และมีผลต่อแผนการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนนำไปสู่การก่อหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจากผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทย กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่างแรงงานไทยที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ปี 65 โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า แรงงานไทยมีหนี้ถึง 99% ส่งผลให้ปี65นี้ ภาระหนี้ครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ แรงงานกว่า 31.5% มีการผิดนัดชำระหนี้จากสถาบันการเงิน

ผลกระทบจากการแพร่ระบากของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ทำให้มีการลดการจ้างงาน ลดเวลางานล่วงเวลาและบางธุรกิจมีการลดเงินเดือนของพนักงานลง เพื่อประครองให้ธุรกิจอยู่รอด ทำให้รายได้ของผู้บริโภคลดลงไปด้วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย(สินเชื่อบ้าน) มากขึ้นโดยเข้มงวดการพิสูจน์รายได้ของผู้ขอสินเชื่อบ้านอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะผู้ขอสินเชื่อที่ทำงานในกลุ่มธุรกิจเสี่ยงเช่น ธุรกิจท่องเที่ยว พนักงานขาย และพนักงานห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

การเข้มงวดดังกล่าว ทำให้ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูงเพราะนอกจากการเข้มงวดในการพิสูจน์รายได้ผู้ขอสินเชื่อแล้ว แบงก์ยังประเมินความสามารถในการก่อหนี้ของผู้บริโภคลดลง เพราะมีการนำปัจจัยเสี่ยง รายจ่ายและ ภาระหนี้ต่าง ๆ เข้ามาร่วมประเมินและคำนวณวงเงินการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้โอกาสถูกปฏิเสธสินเชื่อของกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่มีรายได้ประจำหรือผู้ไม่ได้เป็นพนักงานประจำสูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มที่ทำธุรกิจส่วนตัว ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่มีประวัติการเงินในระบบ

กลุ่มธุรกิจที่แบงก์ขึ้นลิสรายชื่อว่ามีความเสี่ยงสูง

1.ธุรกิจการบิน 2. ธุรกิจท่องเที่ยว 3.ธุรกิจโรงแรม 4.ธุรกิจอสังหาฯ และ5.ธุรกิจค้าขาย(ธุรกิจส่วนตัว) โดย 5 กลุ่มนี้ คือกลุ่มที่แบงก์ประเมินให้ความสามารถในการก่อสร้างลดลงอย่างชัดเจนดังนั้นโอกาสในการถูกปฏิเสธสินเชื่อจึงมีอยู่สูง พบว่าว่าอุปสรรคการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาจากรายได้และอาชีพที่ไม่มั่นคงถึง59% ตามมาด้วยมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี (46%) และไม่มีเอกสารประกอบที่เพียงพอ(38%) สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการเงินมีความสำคัญอันดับต้นๆ

คะแนนเครดิต (Credit Scoring)

การอนุมัติการกู้เงินสถาบันการเงินจะมีการตรวจสอบประวัติการเงินของผู้ยื่นขอสินเชื่อต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อนำข้อมูลจากเครดิตบูโรมาตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆของผู้กู้ เช่น พฤติกรรมการใช้เงินและวินัยในการผ่อนชำระหนี้ การผิดนัดชำระหนี้ ฯลฯ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโดยเฉพาะการขอสินเชื่อบ้านหรือคอนโดฯ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูงและใช้ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน ธนาคาร/สถาบันการเงินจึงมีเกณฑ์พิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกันและให้เป็นคะแนน (หรือเรียกว่าเป็นเครดิตสกอร์)หากผู้ขอยื่นกู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีอย่างต่อเนื่องคะแนนส่วนนี้สูงก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติสูง แต่ถ้าหากผู้กู้มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีผ่อนชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนด หรือมียอดค้างชำระหนี้เป็นจำนวนมากทำให้คะแนนส่วนนี้ต่ำกว่าเกณฑ์จะส่งผลให้ธนาคาร/สถาบันการเงินมีแนวโน้มที่จะไม่อนุมัติสินเชื่อได้

นอกจากนี้ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน/คอนโดฯ ว่าฐานเงินเดือนที่มีนั้นสามารถขอวงเงินกู้สูงสุดได้เท่าไร เป็นการวางกรอบในการเลือกซื้ออสังหาฯ ในราคาที่ไม่สร้างภาระจนเกินกำลังพร้อมเปรียบเทียบแคมเปญสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสม และเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมก่อนทำการยื่นกู้ แม้เครดิตบูโรจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแต่การมีประวัติการเงินที่ดีก็ถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดที่อยู่อาศัยก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภคแม้จะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหญ่แต่มาพร้อมความมั่นคงในชีวิต และความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว จึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคต้องการยื่นกู้ซื้อบ้านแม้จะมีภาระหนี้สินอยู่ก็ตาม (ฟังคลิป กู้บ้านช่วงเงินเฟ้อ)


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ข้อดีของ สินเชื่อรวมหนี้ก้อนเดียว ผ่อนยาวๆ โครงการดี ที่มีอยู่จริง แต่ทำจริงไม่ได้

ข้อดีของการรวมหนี้ เป็นก้อนเดียว แล้วผ่อนต่อเดือน น้อยๆ ผ่อนยาวๆ ดีแน่นอนครับ และมาตรการนี้ ก็มีจริงครับ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ได้มีมาตรการนี้ออกมา แต่ในทางปฏิบัติ ทำได้จริงไหม ต้องพิสูจน์กันครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

คนไทย 98% ของทั้งประเทศ มีเงินฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท

ตกลงคนไทย มีเงินหรือไม่มีเงิน

เงินฝากพุ่ง 14.89 ล้านล้านบาท หลังจากที่ผ่านมา กว่าครึ่งปีที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ DPA ปรับลดวงเงินคุ้มครองจาก 5 ล้านบาท เหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อสถาบันการเงิน ซึ่งมีผลบังคับไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551

2% คนส่วนน้อยของคนไทย ที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท

ขณะที่ผู้มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทก็มีสัดส่วนไม่เกิน 2% ของผู้ฝากเงินทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้มีการบริหารจัดการเงินฝากของตัวเองในการเลือกหาผลตอบแทนที่สูง โดยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่า ผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากน้อยกว่า 1 ล้านบาทมีสัดส่วน 98% แต่อัตราการเติบโตของเงินฝากทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกัน แสดงว่าคนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้น

เงินฝากในระบบเพิ่มขึ้น แม้จะมีวิกฤตโควิด

ข้อมูลเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ พบว่า ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2564 ยอดเงินฝากอยู่ที่ 14.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.68 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนที่จะมีวิกฤตโควิดด้วยซ้ำ กลับมีเงินฝากในระบบเพิ่มมากขึ้น

ในรอบปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง จากข้อมูลเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ยอดเงินฝากรวมเติบโตราว 3%เศษ จากปกติแต่ละปีที่เงินฝากจะเติบโต 3-6% ซึ่งการปรับลดวงเงินคุ้มครองอาจมีผลต่อการย้ายเงินจากธนาคารพาณิชย์ของเอกชนไปยังสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) หรืออาจมีการแตกบัญชีบ้าง

จากข้อมูลนี้ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก แนะแนวทางว่าควรกระจายความเสี่ยงที่หลากหลายด้วย

เนื่องจากเมื่อนำเงินไปฝากที่ธนาคารเพียงอย่างเดียว จะได้ผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้การฝากเงินอาจจะมีผลตอบแทนจากดอกเบี้ยไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้อในอีก 10 ปีข้างหน้า

ปัญหาเงินเฟ้อ ผลักดันให้ ผู้ออมเงิน จำเป็นจะต้องหาการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากการฝากเงิน

ในปัจจุบันหลายคน มีทางเลือกในการนำเงินไปลงทุน ด้านต่างๆเยอะขึ้น เช่น การลงทุนในทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติมขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง โดยต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการลงทุนพอสมควร การจะเลือกออม หรือ ลงทุนโดยกระจายความเสี่ยง ไปในแต่ละประเภทอาจจะต้องดำเนินการ โดยพื้นฐานที่ชัดเจน เพราะหากเลือกฝากเงินไว้ทั้งหมด ค่าตอบแทนอาจจะน้อยเกินไป

ปัจจุบัน ยังต้องจับตามองเศรษฐกิจทั่วโลก และตอนนี้ มีภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นแล้วในหลายๆประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา จนเกิดการพิจารณาจะปรับดอกเบี้ยขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ เป็นต้น ดังนั้นการพิจารณาการออม และดูการลงทุนหลายรูปแบบ ด้วยพื้นฐานความรู้ที่สามารถบริหารความเสี่ยงได้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเงินฝากอาจจะไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป

ถ้าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ปรับตัวสูงขึ้น สู้กับเงินเฟ้อได้ เงินฝากออมทรัพย์ หรือฝากอะไรก็ตามกับสถาบันการเงิน ก็ยังสามารถจะเรียกว่าเป็นการลงทุน หรือสินทรัพย์ ที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าคุณมีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

SME ไทย กับผลกระทบ ทั้งโอกาสและอุปสรรค เมื่อรถไฟความเร็วสูง จีน-ลาว เริ่มให้บริการ

โอกาสที่ประเทศไทยจะมีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งที่ผ่านมาก็เกือบจะทำสำเร็จ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่าประเทศไทยยังไม่มีรถไฟความเร็วสูง แต่เราก็น่าจะฉลาด และหาโอกาสได้ จากรถไฟความเร็วสูง จีน ลาว เริ่มเปิดให้บริการ

เส้นทางรถไฟฟ้าจีน – ลาว 1,035 กิโลเมตร เชื่อมคุนหมิงกับเวียงจันทน์ ใช้เวลาเดินทางราว 10 ชั่วโมง มูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท เมื่อรถไฟฟ้าจีน-ลาว เข้าสู่แผ่นดินไทย ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต้องร่วมกันศึกษาและบริหารจัดการยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ต่างๆ เพื่อปรับทิศทางของเศรษฐกิจรองรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้ ซึ่งประเทศจีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ถือว่าเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยในอนาคต

รถไฟความเร็วสูงจาก จีน มา ลาว SME ไทยอาจจะได้ผลประโยชน์ทางอ้อม หรืออาจจะได้รับผลกระทบในแง่ลบ

ขบวนรถไฟความเร็วสูง เครื่องบินจากประเทศจีน มณฑลยูนาน ซึ่งมีประชากรและเศรษฐกิจมูลค่าสูง มณฑลยูนนาน มีประชากรราว 50 ล้านคน ขณะที่เมืองเอก คือ คุนหมิง และมีอีก 7 เมือง 8 เขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย และมีมูลค่าเศรษฐกิจ( GDP) 510,777 ล้านหยวน โดยมณฑลยูนนานมีการส่งออก 17,600 ล้านหยวน นำเข้า 29,050 ล้านหยวน ซึ่งน่าจะเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยในอนาคต ซึ่งเป็นทั้งโอกาส และอุปสรรคของ SME ไทย

ปัจจัยบวก กับ SME ไทย

ปัจจัยเชิงบวก กับ SMEไทย การเดินทางที่สะดวกมากขึ้น และระยะเวลาการขนส่งที่รวดเร็วขึ้น ถือเป็นการลดต้นทุนขนส่ง ทำให้ได้ต้นทุนสินค้าที่ถูกลง ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าตลาดใหม่ๆ ตามแนวสถานีรถไฟความเร็วสูง จำนวน 45 สถานีทั้งในจีน และลาว
และยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงดึงดูดผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์และสุภาพที่ถือว่าเป็นเรื่องเด่นของประเทศไทย
และยังเพิ่มช่องทางการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรกับจีนได้มากขึ้น นอกจากนี้ภาคการผลิต SME ไทยยังถือว่าเป็น supply chain ที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมของมณฑลยูนนานที่มีมูลค่าถึง 160,834 ล้านหยวน

ปัจจัยลบ กับ SME ไทย

ปัจจัยลบกับSMEไทย เนื่องจากจีน เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง มีความเสี่ยงที่จะเข้ามามีบทบาท แทรกแซงการค้าและการลงทุน ในประเทศต่างๆแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น และในประเทศลาวเองยังสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อเอื้อประโยชน์ และดึงดูดนักลงทุนจากจีนให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ปัญหาของภาครัฐไทยที่ต้องออกมาตราการในการปกป้อง อาชีพคนไทย แรงงานไทย รวมไปถึงการกำหนดการแลกเปลี่ยนหรือลดการกดราคาสินค้าทางการเกษตรซึ่งอาจเป็นปัญหา เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการSMEถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควรจากการเชื่อมโยงการคมนาคมสายนี้

การเชื่อมโยงการคมนาคมถือเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ที่มีความพร้อมที่จะขยายการเติบโตทางการค้า การลงทุน และต้องยกระดับขีดความสามารถของแรงงานและผู้ประกอบการเอง เพื่อให้เท่าทันต่อการแข่งขันในโอกาสนี้ได้

หากเราฉลาดและเก่งพอ SME ของคนไทย ก็คงใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ไม่ได้วิ่งผ่านประเทศไทยโดยตรง ได้นะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้

พฤกษา ถอย คอนโด 4,000 ล้าน EIA ไม่ผ่าน ซื้อตึก เปิดทางเข้าออกไม่ได้

พฤกษา แห้วที่ดินแปลงใหญ่ 12 ไร่ แต่เจ้าของตลาดแฮปปี้แลนด์ บางกะปิ ฝันค้าง ชวดเงินมูลค่า 2,000 ล้าน เมกาโปรเจค ริมถนนลาดพร้าว ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ล่าสุด บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 12 ไร่ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท กับ บริษัท แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป จำกัด เนื่องจากบริษัท แฮปปี้แลนด์กรุ๊ป ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ เคลียร์ทางเข้าออก ไล่กว้านซื้อตึกแถวเก่า เพื่อเปิดทางไม่ได้ อดสร้างตึกสูง ทำให้ที่ตั้งโครงการมีปัญหาเกี่ยวกับทางเข้าออก

สาเหตุนอกจาก บริษัท แฮปปี้แลนด์กรุ๊ป ไม่สามารถทำตามข้อสัญญาที่จะรวบรวมแปลงที่ดินจากอาคารพาณิชย์บางส่วน เพื่อทำทางเข้าออกของโครงการ สู่ทางสาธารณะ อย่าง ถนนเฮปปี้แลนด์1 ได้แล้วนั้น ยังประกอบกับชุมชนต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาบริเวณนี้เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง เพราะจะสร้างผลกระทบต่อชุมชน เป็นสาเหตุให้ทำการรับฟังความคิดเห็นประชาชนพื้นที่โดยรอบเพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดทำ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือEIA ซึ่งผลที่ออกมาคือ EIAไม่ผ่าน

หากย้อนไปปี 2561 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มีแผนพัฒนาที่ดินบริเวณแฮปปี้แลนด์ เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ จำนวน 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 4 พันล้าน ทำเลที่ตั้งของที่ดินแปลงนี้ ถือว่าเป็นทำเลศักยภาพสูง เหมาะแก่การพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง เพราะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองไม่มาก แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง เดอะมอลล์บางกะปิ , แฮปปี้แลนด์เซ็นเตอร์ , ตะวันนา ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ชุมชนและตลาดขนาดใหญ่ มีจุดเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางบก ระบบราง ที่ประเมินว่าจะเป็นศูนย์การเดินทางมีคนเข้าใช้บริการมากอีกแห่งหนึ่ง

มาดูกันต่อไปครับว่า ที่ดิน 12 ไร่ นี้ บริษัทแฮปปี้แลนด์จะเอามาพัฒนาเป็นโครงการอะไรต่อไปในอนาคต กับที่ดิน ที่ตั้งอยู่ในทำเล ที่ที่มีประชากรมากที่สุด ทำเล 1 ของกรุงเทพ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้