แก้หนี้อย่างไร เมื่อคุณเป็นลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ

ลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ ต้องรู้

ลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ ต้องรู้ เมื่อคุณได้เป็นลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ แปลว่าคุณเป็นลูกหนี้ที่ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นลูกหนี้เกรด A เพราะธนาคารกรุงเทพ มีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเป็นอย่างมาก แต่ธนาคารกรุงเทพไม่ได้อนุมัติสินเชื่อตามตัวเลข แบบ 100%

ทำไม การเจรจาแก้หนี้ กับ ธนาคารกรุงเทพ ต่างจากธนาคารอื่นอย่างไร

ทำไม คุณถึงต้องรู้ว่าการเจรจานี้กับธนาคารกรุงเทพ คุณจะควรทำในสิ่งไหน และคุณไม่ควรทำสิ่งไหน ใน Blog นี้ ผมจะมาบอกว่า สิ่งไหนที่คุณควรทำ และสิ่งไหนที่คุณไม่ควรทำ เพราะธนาคารกรุงเทพอาจจะไม่เหมือนธนาคารอื่น ตรงที่ รวดเร็ว ชัดเจน ฉับไว ซึ่งแตกต่างจากช่วงเวลาที่คุณไปขอสินเชื่อ ธนาคารกรุงเทพใช้เวลานานมาก

ลูกหนี้ ควรแก้หนี้ กับ ธนาคารกรุงเทพแบบไหน

สำหรับ Blog จะเป็นประโยชน์ กับลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ ในส่วนของสินเชื่อธุรกิจนะครับ คุณจะต้องรู้ว่า ธนาคารกรุงเทพคิดอะไร และคิดอย่างไร คุณในฐานะลูกหนี้ รหัสเริ่มมีปัญหากับธุรกิจ แล้วหวังว่าจะเข้าไปเจรจาแก้ไข หรือปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงเทพ คุณจะต้องทำตัวอย่างไร

สมัครเป็นสมาชิกของช่องนี้เพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ
https://www.youtube.com/channel/UCcADQXY_tZ4vHBfWCK0lTSw/join

สำหรับเจ้าของกิจการ ที่มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

%%footer%%

ปลดหนี้ ด้วยวิธี 6 ป.

พิชิตเส้นทาง ปลดหนี้ แบบยั่งยืน ด้วยวิธี 6 ป.

หยุดเสียทีเถิด กับการมีชีวิตเป็นหนี้ที่แสนหดหู่ บ่งบอกถึงการใช้เข็มทิศชีวิตที่ไม่มีอนาคต ถึงเวลาที่จะต้องมาปรับเปลี่ยนชีวิตกันใหม่

ด้วยแนวความคิด “วิธี 6 ป. สร้างเส้นทางปลดหนี้แบบยั่งยืน” แนวคิดนี้อาจจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง เพื่อใช้เลือกวางแผนเส้นทางการเงินของชีวิตคุณ ที่ยังเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่ เอาล่ะ คราวนี้เรามาตั้งต้นพิชิตการเริ่มปลดหนี้ด้วย วิธี 6 ป. กันเลย

วิธีการสร้างเส้นทางแต่ละขั้นตอน มีดังนี้

1. ป.ปรับ : ปรับความคิด หยุดสร้างหนี้เพิ่ม ไตร่ตรองว่าเรามีเป้าหมายในการที่จะปลดหนี้ให้หมดด้วยตัวของเราเองหรือไม่ ถ้าใช่ แสดงว่าคุณมีใจที่พร้อมระดับหนึ่งแล้ว

2. ป.เปลี่ยน : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เรื่องการใช้จ่ายทางด้านการเงิน ทั้งรายวันรายเดือนที่ชัดเจน เช่น ลำดับความสำคัญของการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก โดยหันมาเริ่มวางแผนจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายของตัวคุณ เพื่อควบคุมแผนการปลดหนี้ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

3. ป.แปลน : วางแผน โดยเริ่มตั้งเป้าหมายที่จะปลดหนี้ ว่ามีมูลค่าเท่าใด แล้วจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ตรวจสอบรายการยอดหนี้คงเหลือ วิเคราะห์สถานะของหนี้สิน แล้วพิจารณาความสำคัญในการชำระหนี้คืน จะทำให้เราเห็นภาพของโอกาสความสำเร็จในการปลดหนี้

4. ป.ปลด : เริ่มการปลดหนี้ ด้วยเทคนิควิธีตามความเหมาะสม เช่น หากยอดหนี้ไม่เยอะเราก็อาจจะใช้วิธีการโปะทั้งหมด แต่ถ้าหากยอดหนี้มากอาจจะเลือกแบ่งสัดส่วน การผ่อนชำระคืนโดยคำนึงถึง ต้นทุนดอกเบี้ย หรืออาจเน้นผ่อนก้อนหนี้ที่ปิดได้เร็ว อย่างน้อยก็เป็นการสร้างกำลังใจที่ดี แต่ถ้าหากอยู่ในวิกฤตที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อาจจะต้องมีการเจรจากับเจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงินเป็นกรณีไป

5. ป.ปิด : ปิดโอกาสสร้างหนี้ ด้วยคำว่า “มีวินัย” มีความสม่ำเสมอในการผ่อนชำระ ความพอเพียงเท่านั้น ที่จะให้คุณไม่กลับไปเป็นหนี้แบบเดิมๆ

6. ป.ปลูก : ปลูกสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต สร้างเครดิตที่ดีของเราใหม่ สร้างทรัพย์สินให้งอกเงยใหม่ของตัวเราเอง ด้วยการวางแผนการเงินที่เป็นระบบ ตั้งแต่การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย จัดทำงบประมาณใช้จ่าย การตรวจสอบยอดหนี้สินคงเหลือ ตรวจดูสภาพคล่องการเงิน หมั่นเก็บออมลงทุนทีละเล็กทีละน้อย

หลังจากที่มีการปลดหนี้สำเร็จแล้ว คำว่า “การเป็นหนี้” จะไม่กลับมาหลอกหลอนคุณ อีกเลย


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

หนี้ แก้ได้ ด้วยความจริง และสติ

“หนี้” คำนี้ จะอยู่ในห้วงความคิดของใครหลายคน ที่เป็นหนี้ คำว่านี่มันจะวนเวียนอยู่ในสมองและความคิดของคุณ แทบจะตลอดเวลาที่คุณตื่น และยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนประสบปัญหา งานหาย เงินหด รายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่สิ่งที่ยังคงเดิมคือ “หนี้” เรามาเรียนรู้ การแก้ไขปัญหา หนี้ ในบทความนี้ครับ

“หนี้” ที่หลายคน ต้องแบกรับในแต่ละเดือน สร้างความเครียด และความกดดันให้กับลูกหนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหาวิธีการ จัดการหนี้ในช่วงโควิด19 นี้ ให้เร็วและดีที่สุด

ไม่ควรมี หนี้ เกิน 40% ของรายได้ ตัวเลข ที่ไม่มีอยู่จริงของลูกหนี้

โดยทั่วไป เราไม่ควรมีหนี้เกิน 40% ของรายได้ อันนี้คืออัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ จากทฤษฎีของนักการเงิน ถ้ามีภาระหนี้เพียงแค่นี้ ชีวิตคุณจะสบายๆ แต่ในเรื่องชีวิตจริง คงจะหายากครับ จะมีใครที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้

หนี้ แก้ด้วย ความจริง และ สติ

จากประสบการณ์ของผม การแก้ปัญหาหนี้ ตอบได้เลยนะครับว่า ลูกหนี้ทุกราย ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครบจบทุกรายนะครับ เพราะเงื่อนไข ปัจจัยต่างๆ อาจจะไม่เอื้ออำนวย ให้แก้หนี้ได้ทุกราย ทุกปัญหาหนี้ แก้ไม่ได้ทุกรายนะครับ จะแก้หนี้ได้คุณต้องยึด 3 หลักนี้ให้มั่น ความจริง สติ และห้ามเด็ดขาดนะครับ การสร้างหนี้เพิ่ม

เป็นหนี้ แก้ได้ ด้วยกระดาษ 1 ใบ

ข้อแรก หนี้ แก้ได้ด้วย ความจริง ความจริงก็คือคุณเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ แต่ละหนี้ เป็นหนี้ประเภทอะไร จำนวนเจ้าหนี้กี่ราย มีภาระหนี้เท่าไหร่ เป็นหนี้ ที่มีหลักประกัน หรือหนี้ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ ค่างวดในการชำระหนี้ต่อเดือนเท่าไหร่

ข้อสอง จัดลำดับความสำคัญ ในการชำระหนี้ ในหลักการ แนะนำว่าให้ชำระหนี้ ในส่วนที่เป็นหนี้ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ส่วนหนี้ ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ลำดับสุดท้ายที่จะชำระหนี้ คือเราต้องพยายามปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงให้หมดเร็วที่สุด แต่ข้อนี้ยกเว้นหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถนะครับ เพราะทางไฟแนนซ์ได้คิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate คือไม่ลดต้นลดดอก เราจ่ายจบก่อนกำหนดไม่มีประโยชน์

สำหรับผม ผมมักจะจ่ายหนี้ก้อนเล็กให้หมดก่อนก้อนใหญ่ เพราะถ้าคุณชำระหนี้ก้อนเล็กจบ คุณจะรู้สึกมั่นใจ และมีกำลังใจในการจ่ายหนี้ เมื่อชำระหนี้ก้อนเล็กหมด ก็ไล่เก็บหนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

ที่นี้ มาถึงที่บอกว่าจบหนี้ได้ด้วยกระดาษ 1 ใบ ทำแบบนี้ครับ ให้คุณทำรายการหนี้ และลงรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมด  หลังจากนั้นคุณควรจะนั่งอ่านและนั่งดูมันไปเรื่อยๆ ผมให้เวลาคุณประมาณ 3 วัน กับการพิจารณากระดาษ 1 ใบนี้ ผมฟันธงเลยครับว่าคุณจะมีไอเดีย และมีแนวทาง ที่จะเกิดขึ้น เป็นแนวทางที่คุณจะตกผลึกได้ด้วยตัวเอง หากคุณ เริ่มที่จะแก้หนี้ด้วยกระดาษ 1 ใบ คุณจะเป็นลูกหนี้ที่กล้าหาญมาก เพราะผมท้าเลยครับว่า ลูกหนี้หลายคนไม่กล้ามานั่ง list รายชื่อเจ้าหนี้ หรือนั่งเขียนภาระหนี้ที่มีอยู่ เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

พิจารณาวิเคราะห์ รายรับ รายจ่าย

รายรับ ด้านรายรับ คุณลองนั่งเขียนดูครับว่า คุณมีรายรับอย่างไร คุณจะหารายรับเพิ่มขึ้น จากเดิมได้หรือไม่ ขยันมากขึ้น ยอมเสียตัวตน ลดอีโก้ของตัวเองลง ผมว่าทุกคนสามารถหารายได้เพิ่มให้กับตัวเองได้นะ แต่ ขอร้องนะครับ การพนัน กับการถูกชักชวน ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้อย่าไปลองนะครับ ขอเป็นรายได้ที่เกิดจากการทำงาน ลงมือลงแรงจริงๆครับ

รายจ่าย ด้านรายจ่ายนี้ ให้คุณลิสต์ออกมา มีรายจ่ายอะไรบ้าง รายจ่ายนี้ไม่รวมภาระหนี้ต่อเดือนนะครับ คือรายจ่ายจากค่ากินค่าอยู่จริงๆ ถ้าเป็นรายจ่าย เช่น ค่าเทอมลูก อันนี้คุณหารเฉลี่ยเป็นรายเดือนนะครับ สมมุติคุณรวบรวมรายจ่ายทั้งหมดได้หมดแล้ว

คุณมานั่งพิจารณาดูในฝั่งของรายจ่ายดูครับ นั่งดูไปดูมาวัน 2 วัน 3 วัน 5 วัน คุณจะตกผลึกแน่นอน ว่าคุณจะสามารถลดรายจ่าย อะไรลงได้บ้าง เช่น ประหยัดค่าโทรศัพท์ ประหยัดค่าไฟ ประหยัดค่าอินเทอร์เน็ต ประหยัดค่าเคเบิ้ลทีวี ประหยัดค่าน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ลดเกรดหรือคุณภาพของ ของที่ใช้ลง กินแบบประหยัด ตัดเรื่องสังสรรค์ออกจากชีวิต เหล่านี้ทั้งหมด คุณไปคิดค้นหากันเอาเองครับ

อย่างที่ผมบอกครับ แก้หนี้ได้ด้วยความจริง แล้วมาถึงตรงนี้คุณต้องเริ่มใช้ สติ ละ เพราะคุณจะเริ่มเครียด เริ่มรับตัวเองไม่ได้ เริ่มอับอายเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง คุณต้องยอมรับความจริงและคุณต้องมีสติ แล้วคุณจะได้ไปต่อ

ที่นี้คุณต้องมาเปรียบเทียบกันดูครับระหว่าง รายรับกับรายจ่าย ก่อนจะเปรียบเทียบคุณต้องพยายามหารายรับเพิ่มให้ได้ แล้วคุณต้องพยายามลดรายจ่ายลงให้ได้ มันจะมี 3 แนวทางที่เหลือ คือ

  1. รายรับมากกว่ารายจ่าย อันนี้คุณมีโอกาสรอดแล้วครับ เพราะคุณสามารถดำรงชีพได้ คุณมีค่าใช้จ่ายเพียงพอแน่นอน และยังมีเงินเหลือสำหรับการจ่ายหนี้ ใครอยู่ในข้อนี้รอดครับ สำหรับคุณที่อยู่ในข้อนี้ เดี๋ยวเราจะไปอธิบายในส่วนต่อไปในบทความครับ
  2. รายรับใกล้เคียงกับรายจ่าย แบบนี้คุณก็น่าจะรอด แต่คุณอาจจะใช้หนี้ได้ไม่หมด อนาคตคุณ ไม่น่าจะดี ถ้าคุณยังคิดใช้หนี้ แต่คุณก็น่าจะรอด
  3. รายรับ น้อยกว่ารายจ่าย แบบนี้บอกเลยครับว่าไม่รอด ยังไงก็ไม่รอด เพราะผมบอกแล้วนะครับว่า หลักเกณฑ์ในการคิดเราจะไม่เอาภาระหนี้มาคิด รายรับเทียบกับรายจ่าย นั่นแสดงว่า คุณยังจะไม่ต้องใช้หนี้ แต่ทุกเดือน ทุกเดือน คุณติดลบตลอด เพราะรายรับคุณน้อยกว่ารายจ่ายมาโดยตลอด คำถามคือแล้วที่ผ่านมาคุณอยู่ได้ยังไง กรณีที่ 3 อันนี้ทฤษฎีไหนก็ช่วยไม่ได้ครับ

ถ้าคุณเป็นหนี้ แบบที่ 1 คือ มีรายรับมากกว่ารายจ่าย

ในกรณีนี้ คุณมีโอกาสรอด และเห็นทางสว่างมากที่สุด หลังจากที่คุณ list เจ้าหนี้ ทั้งหมดแล้ว คุณมานั่งวิเคราะห์ครับว่า คุณจะชำระหนี้อย่างไร กับเงินที่คุณเหลืออยู่ต่อเดือน คุณมีรายรับมากกว่ารายจ่าย คุณจะมีเงินอยู่ 1 ก้อนที่จะเอาไปชำระหนี้ได้ในทุกเดือน ซึ่งมันจะไม่กระเทือนกับรายจ่ายประจำเดือนของคุณ

ไล่เจรจาหนี้กับทุกเจ้าหนี้ครับ ขอลดดอกเบี้ย ขอลดค่างวด คุณมีหน้าที่ต่อรอง ต่อรองไปเรื่อยๆ อย่าถามผมว่า มีวิธีคุยกับเจ้าหนี้ยังไง ผมแนะนำครับคือ สู้ และตื๊อ กรณีที่คุณจะขอปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการลดค่างวดและลดดอกเบี้ย คุณต้องสู้ และตื๊อ ค่อยๆปรับ ค่อยๆแก้ ไปทีละรายทีละราย

แต่หากคุณ จะใช้วิธีเก็บเงิน แล้วไล่ทุบทีละเจ้า ที่เรียกว่าทำ Hair Cut กรณีแบบนี้คุณไม่ต้องตื๊อครับ มีหน้าที่เก็บเงินอย่างเดียว แล้วรอจังหวะที่เจ้าหนี้เสนอ ใช้จังหวะนั้นปิดหนี้ซะ สำหรับการปิดหนี้แบบขอ HairCut ลดต้นลดดอก ผมแนะนำให้ใช้กับหนี้ก้อนเล็กๆก็ได้นะครับ เพราะคุณสามารถรวบรวมมาปิดได้ง่าย

หรือ คุณอาจจะเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่เป็นโครงการของแบงค์ชาติริเริ่ม ร่วมกับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท เขาจะรวมหนี้ของคุณเป็นก้อนเดียว อัตราดอกเบี้ย 5% ผ่อนระยะยาว 10 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้ด้วยนะครับว่า จะยอมเข้าร่วมโครงการหรือเปล่า

หรือ โครงการรวมหนี้ ซึ่งแบงค์ชาติก็ริเริ่มโครงการนี้เช่นกัน โครงการรวมหนี้  คุณจะต้องมีหนี้บ้าน แล้วผ่อนหนี้บ้านตรง และคุณต้องการรวมหนี้บ้าน กับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลทั้งหลายที่มี สามารถเอาสินเชื่อประเภทนี้รวมกับหนี้บ้าน และผ่อนกับเจ้าหนี้บ้านแค่ 1 ราย รายการผ่อนคุณจะได้ดอกเบี้ย ใกล้เคียงกับดอกเบี้ยที่ผ่อนบ้าน ถูกกว่าหนี้บัตรเครดิต และหนี้สินเชื่อบุคคลมากโขครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ในความคิดของผมนะ เพราะคงไม่ค่อยมีเจ้าหนี้บ้านรายไหนอยากแบกรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ชีวิต มีแต่เสมอตัว กับติดลบ แบบนี้ จะแก้หนี้อย่างไร

ถ้าคุณเป็นหนี้ แล้วมีรายรับเทียบกับรายจ่ายในแบบที่ 2 และ 3 คือ มีรายรับเท่ากับรายจ่าย และมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย ถ้าคุณอยู่ในหลักเกณฑ์ 2 ข้อนี้ แนะนำว่าทำใจ อยู่กับความจริง และมีสติ เพราะการที่คุณเข้าหลักเกณฑ์ 2 ข้อนี้ คือ คุณมีรายรับเพียงพอต่อการดำรงชีพเท่านั้น แต่แบบที่ 3 คุณไม่มีรายรับเพียงพอกับการดำรงชีพ ไม่ต้องพูดถึงการจ่ายหนี้ จ่ายหนี้ไม่ได้แน่นอน

หากคุณอยู่ใน 2 ข้อนี้ อย่างที่บอกครับ คุณต้องยอมรับความจริงให้ได้ก่อน คุณไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการชำระหนี้แล้วครับ ปล่อยวาง และมีสติ คุณทำได้อย่างมากที่สุด เช่น ถ้ามีทรัพย์สิน โอนออกเป็นชื่อบุคคลอื่นซะ ถ้าคู่สมรสมีทรัพย์สิน หย่ากันซะผมจะไม่แนะนำให้คุณขายทรัพย์สิน เพื่อมาชำระหนี้นะ เพราะถ้าทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ขายมาชำระหนี้แล้ว ยังไงก็ชำระหนี้ไม่หมดอยู่ดี ไม่ต้องขายครับ โอนออกเป็นชื่อคนอื่นไปเลยครับ แต่ถ้าทุกทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ติดค้ำประกันธนาคาร อันนี้ทำอะไรไม่ได้ครับ

การที่คุณจะโอนทรัพย์สินเป็นชื่อคนอื่น คุณจะไม่เข้าข่าย ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หรือฉ้อโกงเจ้าหนี้ ก็ต่อเมื่อ เจ้าหนี้รายหนึ่งรายใดยังไม่ได้ใช้สิทธิทางศาล คือยังไม่มีเจ้าหนี้ทำจดหมายบอกเลิกสัญญา และขอให้คุณชำระหนี้คืนทั้งหมด หรือที่เรียกว่า โนติส หากคุณพึ่งเริ่มเป็นหนี้เสีย แล้วคุณมานั่งวิเคราะห์ตามขั้นตอนของผม ว่าไม่รอดแน่ รีบเลยครับ เพราะหากเจ้าหนี้มีโนติสมาหาคุณแล้ว หรือแม้กระทั่งได้รับหมายฟ้องแล้ว แบบนี้ยักย้ายถ่ายเทไม่ได้นะครับโดนคดีอาญา อาจจะติดคุกได้นะครับ ฉะนั้นถ้ารู้ตัวก่อนรีบเผ่นก่อนครับ

หลังจากที่คุณยอมรับความเป็นจริงที่มันจะเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นคุณต้องใช้สติ คุณต้องมีสติ การมีสติจะทำให้คุณไม่คิดทำอะไรวู่วาม มาถึงขั้นตอนนี้หลายคนอาจจะยอมรับสภาพตัวเองไม่ได้ ก็ยังจะคิดที่จะกู้ หรือสร้างหนี้เพิ่ม เพื่อมาจ่ายหนี้เดิมๆที่วนเวียนอยู่มาหลายปี บอกเลยนะครับว่า คุณจะกู้เงินกับธนาคารไม่ได้อีกแล้ว เพราะธนาคารมันเห็นภาระหนี้คุณเต็มเอียด คุณจะกู้ได้ก็เพียงแค่ เพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงาน ญาติพี่น้อง ผมขอล่ะครับ คุณรู้อยู่แล้ว ว่าคุณยืมเงินเขามา คุณไม่มีปัญญาใช้คืนเขาแน่ อย่าไปสร้างบาปสร้างกรรมแบบนั้นเลยครับ สงสารคนที่เขาให้ยืมเงินมาครับ

สรุปสุดท้ายนะครับ หลายคนบอกว่าทุกปัญหามีทางออก แต่สำหรับปัญหาเรื่องหนี้ ทุกปัญหาไม่มีทางออกครับ เพราะไม่สามารถแก้หนี้ได้ทุกคนหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับว่า คุณสร้างหนี้มากมายจนเกินตัวเกินไป เรียกว่าหนี้ท่วมตัว ถ้าแก้ไม่ได้ ยอมรับความจริง มีสติ แล้วชักดาบ สวัสดีครับ


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ทริป เจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ ภูเก็ต กระบี่

ภารกิจเจรจาหนี้ เสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ แก้หนี้ ทริป ภูเก็ต กระบี่ เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่เรานั่งเครื่องบิน Thai Smile ลงภูเก็ตตอนเย็น พรุ่งนี้ เราจะขับรถ เดินทางไปที่จังหวัดกระบี่ เพื่อปฏิบัติภารกิจเจรจาหนี้ ให้กับลูกค้า ลูกค้าตั้งความหวังกับเรา แต่มันเป็นแค่การเจรจายกแรก สำหรับเคสนี้ ผมว่า เจรจาอีกครั้งสองครั้ง ก็น่าจะตกผลึก แห่งความสำเร็จ แน่นอนครับ

มอบหน้าที่ ที่ปรึกษาการเงิน ให้เราแก้หนี้ เป็นตัวแทนในการเจรจาหนี้ และเสนอแผน ปรับโครงสร้างหนี้ เมื่องานเราเริ่ม คุณก็พักได้แล้วครับ

หากคุณเป็นลูกหนี้ เป็นเจ้าของกิจการ ธุรกิจ SME แล้วคุณเริ่มมีปัญหา ทางด้านการเงิน เริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว การเงินเริ่มตึงตัว ธนาคารเริ่มติดตามทวงถามหนี้ งานก็ต้องทำ เงินก็ต้องหา ปวดหัวครับ ให้เรา Antonio เป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับคุณสิครับ เราเป็นมืออาชีพ เราเรียนรู้จากการทำงาน เรารู้ว่าธนาคารไหน จะจบได้แบบดีที่สุดสำหรับลูกหนี้อย่างไร ธนาคารไหน เข้มด้านกฎหมาย เราควรสู้หรือผ่อนปรน เอาเวลาของคุณ ไปมุงมั่นกับการบริหารธุรกิจ สร้างยอดขายให้เติบโต ปล่อยหน้าที่ และภาระอันหนักอึ้ง ในการเจรจาแก้ไขหนี้ ให้กับเราสิครับ ทีมงาน Antonio

หลังจากเสนอ แผน ปรับโครงสร้างหนี้ ในรูปแบบเอกสาร ถึงเวลานำเสนอแบบสบตา

สำหรับลูกค้ารายนี้ของผม ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา ลูกค้าประสบปัญหา ต่อเนื่องมาจากวิกฤตโควิด กิจการลูกค้าแทบจะไม่มีรายได้เลย สำหรับลูกค้ารายนี้ ผมเริ่มดูแล ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน มาได้ประมาณ 5 เดือนครับ วันนี้เป็นยกแรกที่เราจะได้เจรจาหนี้ แบบ face to face เพราะที่ผ่านมาเราเจรจา นำเสนอแผน ผ่านเอกสาร การเจรจาหนี้ของบริษัท เราไม่ได้เจรจาด้วยปากเปล่านะครับ เราต้องทำแผนธุรกิจ แนวทางในการชำระหนี้ เพื่อนำเสนอต่อเจ้าหนี้แบบเป็นรูปธรรมจับต้องได้ สุดท้าย เจ้าหนี้ก็บอกว่าขอคุยด้วยหน่อย จึงเกิดภารกิจวันนี้ครับ ภารกิจเจรจา แก้หนี้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้าของผม

ถึงภูเก็ต อยากกินอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ ต้องตลาดราไวย์

ผมเดินทางถึงภูเก็ตช่วงเย็น หลังจากที่เรารับรถเช่าเรียบร้อย ขับรถเอาของเก็บโรงแรม ได้เวลาทานอาหารเย็นครับ วันนี้อยากกินอาหารทะเลสดๆ มุ่งหน้าไปที่ตลาดราไวย์

อยากกิน หอยชักตีน ต้องมาภูเก็ตหอยชักตีน จะมีมากในทะเล ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ถ้ามาภูเก็ต ทานอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ ผมจะมาทานที่ร้าน คุณภา ซีฟู้ด ที่ตลาดราไวย์ วันนี้ พาทีมงาน Antonio มาเลือกจิ้มหอยสดๆ เราชี้เอาทั้งหอยชักตีน หอยเชลล์ หอยมะระ พอเราเลือกวัตถุดิบ สดๆ เป็นๆ เรียบร้อย เราก็เอามาให้ร้านเขาทำให้ทานนะครับ เสียค่าทำ ก็ว่ากันไป เพื่อนๆ มาภูเก็ต อย่าลืมมาทานกันให้ได้นะครับ ที่ตลาดราไวย์ จอดรถด้านใน วิ่งตรงยาวสุดได้เลยครับ ค่าจอด 40 บาท

เช้าวันทำงาน เจรจาหนี้นัดแรก คงต้องดูเชิงกันก่อน ผมเดินทางมาถึง แบงก์เจ้าหนี้ ก่อนนัดหมาย 20 นาที เราเดินทางมาจากภูเก็ต มาที่ KBank ศูนย์ธุรกิจ ที่กระบี่ ครั้งนี้ เป็นนัดแรกที่เราเข้ามาเจรจาหนี้ ให้กับลูกค้ารายนี้ หลังจากทีมงาน Antonio ส่งแผนเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ให้ธนาคารพิจารณา มาสักระยะหนึ่งแล้ว ธนาคารจึงเรียกให้เข้ามาคุย หาแนวทางกันการเจรจาหนี้ ไม่ต้องรีบร้อนครับ ค่อยๆ เสนอ ค่อยๆ เจรจา เนียนๆ ไม่รีบ แต่อย่าช้า และยึกยัก หรือ ออกลูกเจ้าเล่ห์ ธนาคารไม่ชอบครับ นัดแรก ต่างฝ่าย ต่างกลับไปหาแนวทางใหม่ ที่ดีที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย แล้วคงต้องเจรจากันอีกรอบครับ

เคสนี้ ง่ายกว่าที่คิด แต่สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับลูกค้า

ผลการเจรจาหนี้ จากเดิมประวัติลูกค้าจ่ายหนี้มาเกือบ 2 ปี ทีมงาน Antonio เราได้เสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ สุดท้าย ผลการเจรจา เป็นไปได้ด้วยดี เหนือความคาดหวังของเราด้วยซ้ำ สุดท้ายถ้าลูกหนี้สามารถทำได้ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเราอีก 1 ชิ้นครับ

Antonio เราไม่ใช่ลูกหนี้ เราเป็นที่ปรึกษา เราจึงนิ่ง และไม่มีอคติ หรือ มีอัตตา เพราะฉะนั้น เราจะมีสติในการแก้หนี้ เรามีประสบการณ์ ความรู้ และมีทีมงาน ทั้งการเงิน และกฎหมาย พร้อมที่จะเคียงข้างไปกับลูกค้าครับ

เสร็จงานแล้ว เจรจาหนี้สำเร็จ ผลลัพธ์ดีกว่าที่คาด หาอะไรทาน ที่กระบี่ ก่อนเดินทาง กลับภูเก็ตครับ แวะร้าน วังทราย ซีฟู้ด ที่หาดนพรัตน์ อร่อยราคาไม่แพงครับ

ขับรถกลับจากกระบี่ รอขึ้นเครื่องตอนสามทุ่ม เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ผ่อนคลาย กันหน่อย ที่ Catch Beach Club ที่นี่ มีพร้อมสรรพ ที่ผมต้องการ ทะเล อาหาร เสียงเพลง แอลกอฮอล์ แต่วันนี้เราไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ ที่สำคัญสาวๆนุ่งบิกินี่เดินกันเต็มร้านเลยครับ

ถ้าคุณสนใจ ให้ผมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว ชำระค่าบริการมาที่ บัญชี ชื่อ ยุทธนา โกษากุล

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME แล้วประสบปัญหา เป็นหนี้กับ สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้เสียแล้ว หรือ ยังไม่เสีย แต่เกือบเสีย ให้เรา เป็นที่ปรึกษาการเงิน เรามีทีมงานพร้อม ทั้งทีมงานการเงิน และกฎหมาย ปัญหาการเงิน รีบแก้ครับ แล้วจะแก้ง่าย ไปลุกลาม บานปลาย


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME


หนี้รถ กับ หนี้บ้าน เป็นหนี้ก้อนไหน ก่อนดี

ถ้าต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่ก้อนแรก หนี้รถหรือหนี้บ้าน ก้อนไหนที่เราควรเริ่ม

กู้ซื้อบ้าน กับ กู้ซื้อรถ หลายคนจะมีคำถามว่า ควรจะเป็นหนี้อะไรก่อนดี เพราะหนี้ทั้งสองประเภทนี้ เป็นหนี้ที่อาจจะเรียกว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่สำหรับชีวิตทีเดียว บางคนรู้สึกว่า กู้บ้านยากกว่า ต้องเตรียมตัวให้ดี ต้องพร้อมมากกว่า ใช้เวลานานเตรียมตัวนานกว่า อดทนไม่ไหว ขอสร้างหนี้ ด้วยการกู้รถก่อน ถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยในการกู้เงินไปในตัว

สิ่งที่ต้องพิจารณา ก่อนเป็นหนี้

ผมจะแบ่งการพิจารณา ว่าจะเป็นหนี้บ้านหรือหนี้รถ สามารถพิจารณาได้ 2 ปัจจัยครับ 1. ดูตามความจำเป็น 2. พิจารณาทางด้านการเงิน พิจารณา จากภาระหนี้ที่เกิดขึ้น ก่อนหลัง

ถ้าคุณจะกู้ซื้อรถก่อน

ถ้าจะเลือกการมีรถก่อน ให้พิจารณา ความสำคัญ
1.ความจำเป็น ในการเดินทาง เช่น ระยะทางการเดินทางจากที่พักไปที่ทำงาน ระยะเวลาการเดินทาง ค่าใช้จ่ายของการเดินทาง
2.ลักษณะอาชีพมีความจำเป็นต้องมีรถหรือไม่
3.การใช้รถมีส่วนที่นายจ้างดูแลเท่าใด เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษารถ มีหรือไม่
4.รายได้ประจำ ที่คงที่ และรายได้อื่นๆ มีหรือไม่ เช่น ค่าคอมมิชชั่น โบนัสประจำปี อาชีพเสริมอื่นๆ เช่น ขายตรง ขายสินค้าวันหยุด
5.ญาติพี่น้อง ที่ต้องจำเป็นต้องดูแลการเดินทางเป็นประจำ เช่น บิดา มารดา ผู้ป่วย บุตรหลาน
6.รายจ่าย เดิม อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ผ่อนสินค้า คชจ.ในครอบครัว ประกันชีวิต(ถ้ามี) และค่ากิจกรรมสังคม
7.ค่าใข้จ่าย ต่อเนื่องจากการมีรถ

ยังไงก็ต้องเป็นหนี้ ถ้าแบบนี้สำรวจตัวเองก่อนครับ

เมื่อพิจารณาความสำคัญ ถ้าจำเป็นต้องมีรถ สิ่งที่พิจารณา ต่อไป คือ
1.ประเภทรถ เช่น รถเก๋งซีดาน รถกระบะ2 ประตู รถกระบะ 4 ประตู หรือ รถเอนกประสงค์
2.ประเภทรถใหม่ หรือรถมือสอง (รถมือสองจะมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่างวดรถ)
3.ส่วนต่างเงินดาวน์ ดอกเบี้ย ค่างวด และระยะเวลาการผ่อน *** ตามเกณฑ์ ธปท. การผ่อนรถจะคล้ายกับบ้าน คือลดต้นลดดอก แต่ความเป็นจริง จะไม่ตรงกับ เกณฑ์ ธปท. โดยเฉพาะรถมือสอง ยังมีการคิดคล้ายแบบเดิม ( Flat rate ไม่ลดต้นลดดอก ) คือ ตัดค่าเป็นงวดๆ ถ้าจ่ายเกินจากค่างวด จะมีการยกยอดไปงวดถัดไป ไม่ได้ลดต้นลดดอกจริง***
4.ประมาณการค่าใช้จ่ายของการมีรถ อาทิ ค่าผ่อนงวดรถรายเดือน ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าซ่อมบำรุง ค่าต่อทะเบียนภาษีประจำปี ค่าเบี้ยประกันภัยทางเลือก(ประกันชั้น 1,2 หรือ3)
5.ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)

หรือถ้าคุณจะกู้ซื้อบ้านก่อน

หากพิจารณาตามเหตุผลข้างต้น มีความจำเป็นต้องมีบ้านก่อน ให้คำนึงเหตุผลประกอบ เช่น
1.ผู้กู้มีความมั่นใจในอาชีพ รายได้ และโอกาสเติบโตในอาชีพการงาน เนื่องจากการผ่อนชำระบ้าน เป็นการผ่อนระยะยาว 15-35 ปี (ขึ้นกับอายุผู้กู้)
2.ผู้กู้ ยังสามารถเดินทางโดยรถสาธารณะได้ และสามารถควบคุมค่าใช้จายการเดินทางปกติได้
3.มีรายได้ของผู้กู้เพียงพอกับการผ่อนชำระ
4.รายได้รวมในครอบครัว (ถ้ามี) เช่น รายได้คู่สมรส  หรือรายได้ของบุตรหลาน คาดการณ์ในอนาคตหลังจบการศึกษา
5.ศักยภาพการผ่อนชำระจริง ซึ่งหากผู้กู้ สามารถวางแผนการผ่อนชำระบ้าน มากกว่าค่างวดปกติ 20-30% อย่างคงที่ของทุกๆเดือน จะทำให้การผ่อนมีระยะสั้นลง 5-10 ปี และดอกเบี้ยเฉลี่ยจริงจะลดลงมากๆ
6.การวางแผนการรีไฟแนนซ์  หลังผ่อนชำระตามเงื่อนไข 3-5 ปี การรีไฟแนนซ์ จะช่วยการประหยัดดอกเบี้ยจริงหรือไม่ ให้พิจารณาอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เดิม กับดอกเบี้ยใหม่ และ ยอดคงค้าง ซึ่งหากส่วนต่างดอกเบี้ย แตกต่างกันไม่เกิน 2% และหากผู้กู้มีการผ่อนบ้านมากกว่าปกติ 20-30%  การรีไฟแนนซ์  อาจไม่มีความจำเป็น รายละเอียดในการพิจารณาขึ้นกับเงื่อนไขในอนาคต

ผลดีผลเสีย ถ้าคุณเลือกกู้ก้อนแรกผิดประเภท

สรุป การพิจารณาเลือกกู้รถ หรือบ้าน ให้พิจารณาด้านความจำเป็น มากกว่าความอยากได้ (Need > want) อีกทั้งการกู้รถหรือบ้าน นั้น หากกู้รถวงเงินสูงก่อนมีบ้าน ให้มีการผ่อนชำระค่างวดรถเป็นปกติ อย่างน้อย 3-6 งวด และมีส่วนต่างของรายได้ของการผ่อนบ้านได้ ก็สามารถจะกู้บ้านได้ แต่หากสัดส่วนการผ่อนรถที่ตึงตัว จะทำให้การขอกู้บ้านจะได้ยากขึ้น อาจต้องหาผู้กู้ร่วมที่มีศักยภาพ

สำหรับคนที่กู้บ้านก่อน การจะออกรถ ยังสามารถขอกู้รถได้ เพราะเงื่อนไข การกู้รถ ง่ายกว่าบ้าน อาจดูที่รายได้ยังพอได้ หรืออาจต้องวางเงินดาวน์สูงขึ้น และอาจต้องมีผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) มาประกอบการพิจารณา ซึ่งหากผู้ค้ำประกัน มีอาชีพ มีรายได้ ก็ทำให้กู้รถได้ง่ายขึ้น
(ปกติกู้รถ ไม่ตรวจบูโร ผู้ค้ำประกัน แต่ในปัจจุบัน อาจจะตรวจ)
จนท.สินเชื่อรถ มักจะถามถึง ความเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ เป็นเจ้าของโฉนดบ้านหรือไม่ หรือมีทรัพย์อสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เพื่อเป็นข้ออ้างว่าทำให้อนุมัติง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริง เป็นการสืบทรัพย์ผู้กู้โดยตรง กรณีผู้กู้ไม่สามารถผ่อนรถได้ รถถูกยึด หากขายทอดตลาดแล้วไม่พอ ก็จะง่ายในการฟ้องอายัดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อชดใช้ส่วนต่างได้
และถึงแม้ว่า เกณฑ์ ธปท.ที่กำหนด สามารถคืนรถได้ หากไม่มีการค้างชำระ แต่ความเป็นจริง ต้องพิจารณาสินเชื่อรถให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง ซึ่งมีหลายกรณี หากผู้กู้จะคืนรถ ไฟแนนซ์ จะมีข้ออ้างไม่รับคืนรถ จะมีการบ่ายเบี่ยง และบางกรณี ถึงแม้ว่าจะรับคืนรถตามสภาพที่สมบูรณ์แล้วก็ตาม ไฟแนนซ์ ก็ยังจะฟ้องให้ชำระส่วนต่าง ซึ่งผู้กู้ที่คืนรถแล้ว ก็ต้องจ้างทนายไปต่อสู้กับไฟแนนซ์ ผลคือผู้กู้อาจจะชนะคดี หรือแพ้คดีก็ได้
ให้พิจารณาตามข้อกฎหมาย และข้อมูลในสัญญาสินเชื่อรถ หากผู้กู้ชนะคดี ก็ยังมีประวัติทางการคดีการเงิน ซึ่งผู้กู้ต้องเก็บเอกสารการฟ้องชนะ ไว้ชี้แจงการขอสินเชื่อครั้งต่อไป และผู้กู้จะติดประวัติการคืนรถ(ข้อมูลในกลุ่มชมรมไฟแนนซ์รถ )

การจะเลือกเป็นหนี้ ก้อนไหนก่อนดี ระหว่าง หนี้บ้าน กับ หนี้รถ คือ ดูความจำเป็น ของชีวิต และดูคุณสมบัติในการที่เรา จะเป็นลูกหนี้ และมีภาระที่ต้องผ่อนหนี้ กันไปจนจบ ทบทวน และตัดสินใจกันเองครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ แต่ถ้าคุณกู้บ้านก่อน แล้วจะกู้รถ ง่ายกว่า ครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME