ต้องเสี่ยงกับการลงทุน เพราะกลัวแพ้เงินเฟ้อ

เคยได้ยินไหมครับ การลงทุนคือความเสี่ยง แต่คุณจะเสี่ยงกว่า ถ้าคุณไม่ลงทุน คำพูดนี้คุณเชื่อหรือเปล่าครับ ผมเชื่อนะ แต่ผมไม่ได้ซาบซึ้งอะไรกับมันมากนัก แล้วยิ่งในภาวะปัจจุบันนี้ อาจเรียกได้ว่า ช่วงภาวะเงินเฟ้อกันทั่วโลก ประเทศไทยอาจจะหนักน้อยหน่อย ต่างประเทศเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปี เงินเฟ้อพุ่งขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ แบบนี้เรียกว่า Stagflation และ Stagflation คืออะไร และการลงทุน ที่จะต้องเอาชนะเงินเฟ้อ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจ

เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร หากเข้าสู่จุดเริ่มต้น “Stagflation” เพราะเหตุ หากราคาน้ำมันแพงลากยาว 6 เดือน ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆขึ้นกันแทบทุกประเภท เรามาเข้าใจคำว่า Stagflation กันครับว่ามันคืออะไร

Stagflation คำที่หลายคนพูดถึง มันคืออะไร

คำว่า “Stagflation” หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือ ไม่ขยายตัว  โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เช่น สงคราม การเจอภัยธรรมชาติ พืชผลมีราคาแพงขึ้น และมีความเสียหายต่อภาคการผลิต

นิยามคำว่า “Stagflation” มาจาก 2 คำ คือ “Stagnation” คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือไม่ขยายตัว และคำว่า “Inflation” ระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น

คนไทย ต้องกลัว Stagflation ไหม


ปัจจุบันประเทศไทย มีสัญญาณที่ใกล้เคียง ภาวะ Stagflation เนื่องจากเกิดจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัวและมีความไม่แน่นอน

หากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนานๆ จนกระทบภาคการผลิต ทำให้ภาคการผลิตแบกรับต้นทุนไม่ไหว และหยุดการผลิต ทำให้ราคาสินค้าแพง ค่าครองชีพสูงเพิ่มมากขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม ส่งผลให้คนเริ่มประหยัด ใช้จ่ายน้อยลง หรือ หยุดการใช้จ่าย ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว

ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น ยังมีความน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อในประเทศไทย โดยนี่อาจจะถือเป็นจุดเสี่ยงเริ่มต้น ที่ไทยอาจจะเข้าสู่ “Stagflation100%” เนื่องจาก หากราคาพลังงานหรือราคาน้ำมันที่เกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กินเวลาไปถึง 6 เดือน  ซึ่งหากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อยาวนานออกไป ก็มีโอกาสเกิด Stagflation


โดยสรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ถือเป็นภาวะ Stagflation 100% เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนรวมไปถึงกลุ่มยุโรป ยุติลงได้เร็วเท่าไหร่ ยังคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ไม่เกิดภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน แต่หากสถานการณ์ต่อเนื่องและยาวนานออกไป ก็ต้องจับตาและเตรียมรับมือ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดภาวะ Stagflation ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

อย่าคิดเอาชนะเงินเฟ้อ ไม่มีทางชนะเงินเฟ้อ

นายวรรธนะ วงศ์สีนิล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ฟิลลิป จำกัด ได้เขียนเตือนเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ไว้เสมอในเพจชมรมคนรักหุ้นกู้และพันธบัตร

ช่วงนี้อย่าไปกังวลกับการลงทุนที่จะต้องเอาชนะภาวะเงินเฟ้อเลยครับ ยังไงก็ไม่มีทางชนะ ️อัตราเงินเฟ้อจะยิ่งสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจพลิกฟื้นโดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มฟื้นตัว ดังนั้นยิ่งคิดจะเอาชนะก็จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม

แค่อยู่เฉยๆ เงินออมคุณก็ติดลบ นั่นคือการทำงานของเงินเฟ้อ

อย่าไปคิดที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อตามที่ได้ร่ำเรียนกันมา เพราะมันเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่ได้เกิดจากกลไกทางเศรษฐกิจเช่นปกติ แต่มันเกิดจากการปรับขึ้นราคาสินค้า จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจ นโยบายการเงินจากการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงน่าจะไม่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก แต่กลับจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก จึงเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยแทบจะไม่ได้โงหัวขึ้นเลย ถ้าเรายิ่งขวนขวายที่จะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อด้วยแล้ว เราอาจจะได้การผิดนัดชำระหนี้แทนที่ก็เป็นได้

อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะใช้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้เพียงบางประเภทเท่านั้น แต่จะไม่สามารถควบคุม Stagflation ได้ หรือแม้แต่อัตราเงินเฟ้อแบบ Cost-push ดังนั้น การที่แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยอาจจะเป็นขาขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ แต่อย่าลืมว่าถ้าเกิด Stagflation จริง โอกาสที่อาจจะประสบกับการผิดนัดชำระหนี้ก็มีมากขึ้นไปด้วย

เงินต้นต้องไม่สูญ ก็บุญแล้ว

ความเห็นส่วนตัวแล้ว เราควรจะรักษาเงินต้นเอาไว้ให้มั่นคงที่สุดในระยะ 1-2 ปีนับจากนี้ แล้วค่อยหาโอกาสในการเพิ่มความเสี่ยงขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ หุ้นกู้กลุ่ม ปตท. ปูนใหญ่ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับพันธบัตรออมทรัพย์ ควรที่จะลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล (Loan Bond) ในตลาดรองไปพลางๆ ก่อน ได้น้อยแต่ได้ชัวร์ นอนหลับสนิท น่าจะดีกว่าได้มาไม่กี่งวด

ถ้าคุณลงทุน แล้วนอนไม่หลับ มันจะดีเหรอ

ในชีวิตจริง ตราบใดที่เงินต้นเรายังอยู่ครบ แค่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูงขึ้นก็ยังดีกว่าสูญเงินต้น วันนี้ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังมีอนาคตที่ยังคลุมเครือรอเราอยู่ ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีวันหมดอายุนั้นจะลงทุนไปเพื่อ… ในเมื่อเราไม่ได้รับคืนเงินต้นเลย เหมือนให้เงินคนอื่น 100 แล้วเขาแบ่งคืนให้แค่ปีละไม่กี่บาทเท่านั้น ที่ให้คืนในรูปดอกเบี้ยก็เอาจากเศษของเงินต้นที่เราจ่ายไป นำกลับมาให้เราในชื่อดอกเบี้ยเท่านั้น เรื่องสุดท้ายคือหลักประกันของตราสารหนี้ พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นหลักประกันที่มีความมั่นคงเพียงพอหรือเปล่า เป็นหลักประกันของกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ถ้าเกิดปัญหาในกลุ่มแล้วหลักประกันนี้อาจจะลอยหายไปในอวกาศได้เช่นกัน

หน่วยงานที่ดูแลและกำกับไม่ได้รับประกันเงินต้นให้แก่นักลงทุนแต่อย่างใด ไม่รับรองแม้กระทั่งความถูกต้องของข้อมูลเพราะอาจจะถูกแต่งเสริมขึ้นมาได้ แค่ยื่นให้พิจารณาตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างถูกต้องก็สามารถออกเสนอขายให้นักลงทุนได้

สิ่งที่ควรทำในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่นับวันจะเลวร้ายลงและยังไม่เห็นโอกาสที่จะพลิกฟื้นกลับมาในระยะนี้คือ การรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยที่สุดเท่านั้น

ครับ จากทั้งหมดในบทความนี้ เราพูดถึงกันในเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งในความรู้สึกของผม เราอย่าเอาความกลัวเงินเฟ้อมาเป็นตัวตั้ง หากเราจะลงทุน เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เราคำนึงถึงการความเสี่ยง และเงินต้นที่ลงทุน เป็นตัวตั้งดีกว่าครับ ผลตอบแทนที่เราจะได้จากการลงทุนมากเท่าไรก็ตาม หากมีความเสี่ยง ที่เงินต้นของคุณ มีโอกาสติดลบ กรณีที่เกิดการขาดทุน จะมีประโยชน์อะไรล่ะครับในการลงทุนนั้นๆ สำคัญที่สุดคือรักษาเงินต้นให้ได้ เพราะยิ่งในช่วงภาวะแบบนี้ ภาวะเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจตกต่ำ จะมีการลงทุนรูปแบบไหนครับ ที่เราจะชนะเงินเฟ้อได้ในภาวะแบบนี้ บอกเลยว่ายาก ถ้าคุณคิดว่ามีบอกผมด้วยครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ประเทศไทย จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแล้วหรือ??

เงินเฟ้อไทย ติดลบ 0.54% ในรอบ 51 เดือน เกิดอะไรขึ้น? แล้วจะมีผลกระทบอย่างไร?

เงินเฟ้อของไทยติดลบ 0.54% เมื่อเทียบระหว่างเดือนมีนาคมปีนี้ กับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 33 เดือน และต่ำสุดในรอบ 51 เดือน

นักวิชาการยืนยัน ยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากเป็นเงินเฟ้อ ทางเทคนิค

อธิบายว่า เงินเฟ้อติดลบ เนื่องมาจาก การระบาดของ โควิด 19 และราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตามปีนี้คาดว่า GDP ประเทศไทยจะ ติดลบ 5.8%

ถ้าเงินฝืดจริง ก็เป็นไปตามชื่ออะครับ คือ ฝืด ทำอะไรออกมาก็ขายไม่ค่อยได้ คนไม่ค่อยซื้อของ เงินไม่สะพัด ผลกระทบที่ตามมา คงไม่ต้องอธิบายนะครับ

ต้องลุ้นกันนะครับว่า จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดหรือเปล่า แก้ด้วยการลดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยก็ลงไป ไม่ได้มากกว่านี้แล้ว ต้องรอลุ้นรัฐบาลที่จะอัดฉีดเงินเข้าระบบกันครับว่า จะเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ขึ้นหรือเปล่า?

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney