หนี้ แก้ได้ ด้วยความจริง และสติ

“หนี้” คำนี้ จะอยู่ในห้วงความคิดของใครหลายคน ที่เป็นหนี้ คำว่านี่มันจะวนเวียนอยู่ในสมองและความคิดของคุณ แทบจะตลอดเวลาที่คุณตื่น และยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนประสบปัญหา งานหาย เงินหด รายได้ลด ค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่สิ่งที่ยังคงเดิมคือ “หนี้” เรามาเรียนรู้ การแก้ไขปัญหา หนี้ ในบทความนี้ครับ

“หนี้” ที่หลายคน ต้องแบกรับในแต่ละเดือน สร้างความเครียด และความกดดันให้กับลูกหนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องหาวิธีการ จัดการหนี้ในช่วงโควิด19 นี้ ให้เร็วและดีที่สุด

ไม่ควรมี หนี้ เกิน 40% ของรายได้ ตัวเลข ที่ไม่มีอยู่จริงของลูกหนี้

โดยทั่วไป เราไม่ควรมีหนี้เกิน 40% ของรายได้ อันนี้คืออัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ จากทฤษฎีของนักการเงิน ถ้ามีภาระหนี้เพียงแค่นี้ ชีวิตคุณจะสบายๆ แต่ในเรื่องชีวิตจริง คงจะหายากครับ จะมีใครที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้

เป็นหนี้

หนี้ แก้ด้วย ความจริง และ สติ

จากประสบการณ์ของผม การแก้ปัญหาหนี้ ตอบได้เลยนะครับว่า ลูกหนี้ทุกราย ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครบจบทุกรายนะครับ เพราะเงื่อนไข ปัจจัยต่างๆ อาจจะไม่เอื้ออำนวย ให้แก้หนี้ได้ทุกราย ทุกปัญหาหนี้ แก้ไม่ได้ทุกรายนะครับ จะแก้หนี้ได้คุณต้องยึด 3 หลักนี้ให้มั่น ความจริง สติ และห้ามเด็ดขาดนะครับ การสร้างหนี้เพิ่ม

เป็นหนี้ แก้ได้ ด้วยกระดาษ 1 ใบ

ข้อแรก หนี้ แก้ได้ด้วย ความจริง ความจริงก็คือคุณเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ แต่ละหนี้ เป็นหนี้ประเภทอะไร จำนวนเจ้าหนี้กี่ราย มีภาระหนี้เท่าไหร่ เป็นหนี้ ที่มีหลักประกัน หรือหนี้ไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ ค่างวดในการชำระหนี้ต่อเดือนเท่าไหร่

ข้อสอง จัดลำดับความสำคัญ ในการชำระหนี้ ในหลักการ แนะนำว่าให้ชำระหนี้ ในส่วนที่เป็นหนี้ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ส่วนหนี้ ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ลำดับสุดท้ายที่จะชำระหนี้ คือเราต้องพยายามปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงให้หมดเร็วที่สุด แต่ข้อนี้ยกเว้นหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถนะครับ เพราะทางไฟแนนซ์ได้คิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate คือไม่ลดต้นลดดอก เราจ่ายจบก่อนกำหนดไม่มีประโยชน์

สำหรับผม ผมมักจะจ่ายหนี้ก้อนเล็กให้หมดก่อนก้อนใหญ่ เพราะถ้าคุณชำระหนี้ก้อนเล็กจบ คุณจะรู้สึกมั่นใจ และมีกำลังใจในการจ่ายหนี้ เมื่อชำระหนี้ก้อนเล็กหมด ก็ไล่เก็บหนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

ที่นี้ มาถึงที่บอกว่าจบหนี้ได้ด้วยกระดาษ 1 ใบ ทำแบบนี้ครับ ให้คุณทำรายการหนี้ และลงรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมด  หลังจากนั้นคุณควรจะนั่งอ่านและนั่งดูมันไปเรื่อยๆ ผมให้เวลาคุณประมาณ 3 วัน กับการพิจารณากระดาษ 1 ใบนี้ ผมฟันธงเลยครับว่าคุณจะมีไอเดีย และมีแนวทาง ที่จะเกิดขึ้น เป็นแนวทางที่คุณจะตกผลึกได้ด้วยตัวเอง หากคุณ เริ่มที่จะแก้หนี้ด้วยกระดาษ 1 ใบ คุณจะเป็นลูกหนี้ที่กล้าหาญมาก เพราะผมท้าเลยครับว่า ลูกหนี้หลายคนไม่กล้ามานั่ง list รายชื่อเจ้าหนี้ หรือนั่งเขียนภาระหนี้ที่มีอยู่ เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

พิจารณาวิเคราะห์ รายรับ รายจ่าย

รายรับ ด้านรายรับ คุณลองนั่งเขียนดูครับว่า คุณมีรายรับอย่างไร คุณจะหารายรับเพิ่มขึ้น จากเดิมได้หรือไม่ ขยันมากขึ้น ยอมเสียตัวตน ลดอีโก้ของตัวเองลง ผมว่าทุกคนสามารถหารายได้เพิ่มให้กับตัวเองได้นะ แต่ ขอร้องนะครับ การพนัน กับการถูกชักชวน ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้อย่าไปลองนะครับ ขอเป็นรายได้ที่เกิดจากการทำงาน ลงมือลงแรงจริงๆครับ

รายจ่าย ด้านรายจ่ายนี้ ให้คุณลิสต์ออกมา มีรายจ่ายอะไรบ้าง รายจ่ายนี้ไม่รวมภาระหนี้ต่อเดือนนะครับ คือรายจ่ายจากค่ากินค่าอยู่จริงๆ ถ้าเป็นรายจ่าย เช่น ค่าเทอมลูก อันนี้คุณหารเฉลี่ยเป็นรายเดือนนะครับ สมมุติคุณรวบรวมรายจ่ายทั้งหมดได้หมดแล้ว

คุณมานั่งพิจารณาดูในฝั่งของรายจ่ายดูครับ นั่งดูไปดูมาวัน 2 วัน 3 วัน 5 วัน คุณจะตกผลึกแน่นอน ว่าคุณจะสามารถลดรายจ่าย อะไรลงได้บ้าง เช่น ประหยัดค่าโทรศัพท์ ประหยัดค่าไฟ ประหยัดค่าอินเทอร์เน็ต ประหยัดค่าเคเบิ้ลทีวี ประหยัดค่าน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ลดเกรดหรือคุณภาพของ ของที่ใช้ลง กินแบบประหยัด ตัดเรื่องสังสรรค์ออกจากชีวิต เหล่านี้ทั้งหมด คุณไปคิดค้นหากันเอาเองครับ

อย่างที่ผมบอกครับ แก้หนี้ได้ด้วยความจริง แล้วมาถึงตรงนี้คุณต้องเริ่มใช้ สติ ละ เพราะคุณจะเริ่มเครียด เริ่มรับตัวเองไม่ได้ เริ่มอับอายเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง คุณต้องยอมรับความจริงและคุณต้องมีสติ แล้วคุณจะได้ไปต่อ

ที่นี้คุณต้องมาเปรียบเทียบกันดูครับระหว่าง รายรับกับรายจ่าย ก่อนจะเปรียบเทียบคุณต้องพยายามหารายรับเพิ่มให้ได้ แล้วคุณต้องพยายามลดรายจ่ายลงให้ได้ มันจะมี 3 แนวทางที่เหลือ คือ

  1. รายรับมากกว่ารายจ่าย อันนี้คุณมีโอกาสรอดแล้วครับ เพราะคุณสามารถดำรงชีพได้ คุณมีค่าใช้จ่ายเพียงพอแน่นอน และยังมีเงินเหลือสำหรับการจ่ายหนี้ ใครอยู่ในข้อนี้รอดครับ สำหรับคุณที่อยู่ในข้อนี้ เดี๋ยวเราจะไปอธิบายในส่วนต่อไปในบทความครับ
  2. รายรับใกล้เคียงกับรายจ่าย แบบนี้คุณก็น่าจะรอด แต่คุณอาจจะใช้หนี้ได้ไม่หมด อนาคตคุณ ไม่น่าจะดี ถ้าคุณยังคิดใช้หนี้ แต่คุณก็น่าจะรอด
  3. รายรับ น้อยกว่ารายจ่าย แบบนี้บอกเลยครับว่าไม่รอด ยังไงก็ไม่รอด เพราะผมบอกแล้วนะครับว่า หลักเกณฑ์ในการคิดเราจะไม่เอาภาระหนี้มาคิด รายรับเทียบกับรายจ่าย นั่นแสดงว่า คุณยังจะไม่ต้องใช้หนี้ แต่ทุกเดือน ทุกเดือน คุณติดลบตลอด เพราะรายรับคุณน้อยกว่ารายจ่ายมาโดยตลอด คำถามคือแล้วที่ผ่านมาคุณอยู่ได้ยังไง กรณีที่ 3 อันนี้ทฤษฎีไหนก็ช่วยไม่ได้ครับ

ถ้าคุณเป็นหนี้ แบบที่ 1 คือ มีรายรับมากกว่ารายจ่าย

ในกรณีนี้ คุณมีโอกาสรอด และเห็นทางสว่างมากที่สุด หลังจากที่คุณ list เจ้าหนี้ ทั้งหมดแล้ว คุณมานั่งวิเคราะห์ครับว่า คุณจะชำระหนี้อย่างไร กับเงินที่คุณเหลืออยู่ต่อเดือน คุณมีรายรับมากกว่ารายจ่าย คุณจะมีเงินอยู่ 1 ก้อนที่จะเอาไปชำระหนี้ได้ในทุกเดือน ซึ่งมันจะไม่กระเทือนกับรายจ่ายประจำเดือนของคุณ

ไล่เจรจาหนี้กับทุกเจ้าหนี้ครับ ขอลดดอกเบี้ย ขอลดค่างวด คุณมีหน้าที่ต่อรอง ต่อรองไปเรื่อยๆ อย่าถามผมว่า มีวิธีคุยกับเจ้าหนี้ยังไง ผมแนะนำครับคือ สู้ และตื๊อ กรณีที่คุณจะขอปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการลดค่างวดและลดดอกเบี้ย คุณต้องสู้ และตื๊อ ค่อยๆปรับ ค่อยๆแก้ ไปทีละรายทีละราย

แต่หากคุณ จะใช้วิธีเก็บเงิน แล้วไล่ทุบทีละเจ้า ที่เรียกว่าทำ Hair Cut กรณีแบบนี้คุณไม่ต้องตื๊อครับ มีหน้าที่เก็บเงินอย่างเดียว แล้วรอจังหวะที่เจ้าหนี้เสนอ ใช้จังหวะนั้นปิดหนี้ซะ สำหรับการปิดหนี้แบบขอ HairCut ลดต้นลดดอก ผมแนะนำให้ใช้กับหนี้ก้อนเล็กๆก็ได้นะครับ เพราะคุณสามารถรวบรวมมาปิดได้ง่าย

หรือ คุณอาจจะเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่เป็นโครงการของแบงค์ชาติริเริ่ม ร่วมกับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท เขาจะรวมหนี้ของคุณเป็นก้อนเดียว อัตราดอกเบี้ย 5% ผ่อนระยะยาว 10 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้ด้วยนะครับว่า จะยอมเข้าร่วมโครงการหรือเปล่า

หรือ โครงการรวมหนี้ ซึ่งแบงค์ชาติก็ริเริ่มโครงการนี้เช่นกัน โครงการรวมหนี้  คุณจะต้องมีหนี้บ้าน แล้วผ่อนหนี้บ้านตรง และคุณต้องการรวมหนี้บ้าน กับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลทั้งหลายที่มี สามารถเอาสินเชื่อประเภทนี้รวมกับหนี้บ้าน และผ่อนกับเจ้าหนี้บ้านแค่ 1 ราย รายการผ่อนคุณจะได้ดอกเบี้ย ใกล้เคียงกับดอกเบี้ยที่ผ่อนบ้าน ถูกกว่าหนี้บัตรเครดิต และหนี้สินเชื่อบุคคลมากโขครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ในความคิดของผมนะ เพราะคงไม่ค่อยมีเจ้าหนี้บ้านรายไหนอยากแบกรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

จ่ายหนี้ไม่ไหว

ชีวิต มีแต่เสมอตัว กับติดลบ แบบนี้ จะแก้หนี้อย่างไร

ถ้าคุณเป็นหนี้ แล้วมีรายรับเทียบกับรายจ่ายในแบบที่ 2 และ 3 คือ มีรายรับเท่ากับรายจ่าย และมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย ถ้าคุณอยู่ในหลักเกณฑ์ 2 ข้อนี้ แนะนำว่าทำใจ อยู่กับความจริง และมีสติ เพราะการที่คุณเข้าหลักเกณฑ์ 2 ข้อนี้ คือ คุณมีรายรับเพียงพอต่อการดำรงชีพเท่านั้น แต่แบบที่ 3 คุณไม่มีรายรับเพียงพอกับการดำรงชีพ ไม่ต้องพูดถึงการจ่ายหนี้ จ่ายหนี้ไม่ได้แน่นอน

หากคุณอยู่ใน 2 ข้อนี้ อย่างที่บอกครับ คุณต้องยอมรับความจริงให้ได้ก่อน คุณไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการชำระหนี้แล้วครับ ปล่อยวาง และมีสติ คุณทำได้อย่างมากที่สุด เช่น ถ้ามีทรัพย์สิน โอนออกเป็นชื่อบุคคลอื่นซะ ถ้าคู่สมรสมีทรัพย์สิน หย่ากันซะผมจะไม่แนะนำให้คุณขายทรัพย์สิน เพื่อมาชำระหนี้นะ เพราะถ้าทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ขายมาชำระหนี้แล้ว ยังไงก็ชำระหนี้ไม่หมดอยู่ดี ไม่ต้องขายครับ โอนออกเป็นชื่อคนอื่นไปเลยครับ แต่ถ้าทุกทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ติดค้ำประกันธนาคาร อันนี้ทำอะไรไม่ได้ครับ

การที่คุณจะโอนทรัพย์สินเป็นชื่อคนอื่น คุณจะไม่เข้าข่าย ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หรือฉ้อโกงเจ้าหนี้ ก็ต่อเมื่อ เจ้าหนี้รายหนึ่งรายใดยังไม่ได้ใช้สิทธิทางศาล คือยังไม่มีเจ้าหนี้ทำจดหมายบอกเลิกสัญญา และขอให้คุณชำระหนี้คืนทั้งหมด หรือที่เรียกว่า โนติส หากคุณพึ่งเริ่มเป็นหนี้เสีย แล้วคุณมานั่งวิเคราะห์ตามขั้นตอนของผม ว่าไม่รอดแน่ รีบเลยครับ เพราะหากเจ้าหนี้มีโนติสมาหาคุณแล้ว หรือแม้กระทั่งได้รับหมายฟ้องแล้ว แบบนี้ยักย้ายถ่ายเทไม่ได้นะครับโดนคดีอาญา อาจจะติดคุกได้นะครับ ฉะนั้นถ้ารู้ตัวก่อนรีบเผ่นก่อนครับ

หลังจากที่คุณยอมรับความเป็นจริงที่มันจะเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นคุณต้องใช้สติ คุณต้องมีสติ การมีสติจะทำให้คุณไม่คิดทำอะไรวู่วาม มาถึงขั้นตอนนี้หลายคนอาจจะยอมรับสภาพตัวเองไม่ได้ ก็ยังจะคิดที่จะกู้ หรือสร้างหนี้เพิ่ม เพื่อมาจ่ายหนี้เดิมๆที่วนเวียนอยู่มาหลายปี บอกเลยนะครับว่า คุณจะกู้เงินกับธนาคารไม่ได้อีกแล้ว เพราะธนาคารมันเห็นภาระหนี้คุณเต็มเอียด คุณจะกู้ได้ก็เพียงแค่ เพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงาน ญาติพี่น้อง ผมขอล่ะครับ คุณรู้อยู่แล้ว ว่าคุณยืมเงินเขามา คุณไม่มีปัญญาใช้คืนเขาแน่ อย่าไปสร้างบาปสร้างกรรมแบบนั้นเลยครับ สงสารคนที่เขาให้ยืมเงินมาครับ

สรุปสุดท้ายนะครับ หลายคนบอกว่าทุกปัญหามีทางออก แต่สำหรับปัญหาเรื่องหนี้ ทุกปัญหาไม่มีทางออกครับ เพราะไม่สามารถแก้หนี้ได้ทุกคนหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับว่า คุณสร้างหนี้มากมายจนเกินตัวเกินไป เรียกว่าหนี้ท่วมตัว ถ้าแก้ไม่ได้ ยอมรับความจริง มีสติ แล้วชักดาบ สวัสดีครับ


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่ปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กิจการไปได้ดี เริ่มความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม มาถึงตรงนี้ Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

คุ้มไหมกับการติดเครดิตบูโร แต่ได้ส่วนลดหนี้เยอะมากๆ

กรณีเป็นหนี้ธนาคาร แล้วไม่จ่ายรอจนให้ธนาคารโทรมาไกล่เกลี่ย และเสนอส่วนลด เราจะได้ส่วนลดเยอะ คุ้มกับเครดิตที่เสียไป หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า ติดเครดิตบูโร คุ้มหรือไม่ จากข้อมูลดังกล่าว ผมสรุปเองเลยว่า ปัญหาส่วนใหญ่จะมาจาก การเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลนะครับ ไม่ใช่หนี้บ้าน หรือ หนี้รถนะครับ ที่จะมีส่วนลดเงินต้นให้

ติดเครดิตบูโร แต่ได้ลดหนี้ คุ้มที่จะแลกไหม

จากคำถามที่ว่า หากลูกหนี้ได้ขอ hair cut ได้ส่วนลดหนี้เยอะๆ จ่ายหนี้น้อยกว่า คุ้มหรือไม่ กับการต้องติดประวัติเครดิตบูโร ทำให้มีประวัติ หนี้เสีย เทียบกับการ สู้ต่อ ผ่อนหนี้ไป ไม่ต้องบ่น  ผ่อน แบบมองไม่เห็นฝั่ง แต่เครดิตบูโรยังดีอยู่( ดีอยู่จริงไหม จะมาบอกในลำดับต่อไป )…คุ้มไหม

ปัจจัย สำคัญในการพิจารณาคือ คุณยังจ่ายหนี้ ต่อเดือน ไหวไหม

คำถามที่ว่าคุ้มไหมที่ติดเครดิตบูโรแต่จ่ายหนี้ลดลง ผมจะให้ข้อสังเกตและพิจารณาดังนี้นะครับ อย่าเอาคำว่า “คุ้มไหม” มาเป็นตัวตั้งครับ เราต้องเอาความสามารถในการชำระหนี้ของเรา ที่มีอยู่ ว่าเราจ่ายได้หรือไม่ ควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นตัวตั้งมากกว่า

ไม่ไหว อย่าฝืนผ่อนต่อ

มีน้องหลายคน ที่ LINE มาพูดคุยสอบถามกับผม ให้ข้อมูลว่า เป็นหนี้เยอะ ผ่อนไม่ไหว จ่ายได้แค่ขั้นต่ำ หมุนไปเรื่อย ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดแรง ตอนนี้เหนื่อยมาก ผมก็ได้ขอข้อมูลของเขาเพิ่มเติม ให้ช่วยเขียนลิสต์รายชื่อเจ้าหนี้มาทั้งหมด และภาระผ่อนหนี้แต่ละเดือน สุดท้ายขอทราบเงินเดือนหรือรายได้ต่อเดือน ได้ข้อมูลมาแทบเป็นลมตกใจ บอกที่ผ่านมาน้องอยู่มาได้ยังไง หลายคนบอกว่ากู้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้กู้ไม่ได้แล้ว ภาระหนี้เต็ม ก็หยิบยืมเงินเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนในครอบครัว มาหมุนหนี้ สุดท้ายตอนนี้เริ่มถึงทางตัน  

นั่นแหละครับ ผมถึงบอกว่า กับคำถามที่ว่า คุ้มหรือไม่ กับการติดประวัติเครดิตบูโร คุณควรจะเอาความสามารถในการชำระหนี้ มาเป็นตัวตั้ง ในการตัดสินใจมากกว่า ว่าเรากลัวติดประวัติเครดิตบูโร เป็นคนเครดิตเสีย เอาจริงๆนะ คุณยังสามารถจะรักษาเครดิตได้อยู่หรือเปล่า อันนั้นคือ ปัจจัยที่คุณจะต้องมาพิจารณามากกว่า

เอาเป็นว่า มาถึงตรงนี้ หากคุณไม่เชื่อผม คุณยังคงคิดว่าอยากจะผ่อนต่อไปเรื่อยๆ ผมตั้งข้อสังเกต แบบนี้นะครับ แบ่งเป็น 2 กรณี นะครับ คือ 1) พยายามผ่อนไปเรื่อยๆ 2) หยุดจ่าย เก็บเงินก้อน รอทุบ หรือขอแฮร์คัท

กรณีที่ 1 ถ้าคุณผ่อนไหว ไม่อยากเสียเครดิต ก็ผ่อนไปเรื่อยๆครับ พยายามค่อยๆลดหนี้ ไม่สร้างหนี้เพิ่ม พยายามเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ใช้หนี้ให้มากขึ้น ตัดหนี้เงินต้น ให้มากขึ้น คุณหมดหนี้แน่นอนครับ แต่จะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่กลัวว่า คุณจะหมดแรงไปเสียก่อน อันนี้ คุณต้องคุยกับตัวเองดูนะครับ

กรณีที่ 2 หยุดจ่าย เก็บเงินก้อน รอแฮร์คัท อันนี้ หลักสำคัญที่สุด คือคุณต้องเก็บเงิน เก็บเงิน และเก็บเงิน เพื่อรวบรวมเงินก้อนใหญ่ไว้รอทุบกับเจ้าหนี้

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้หนี้แบบกรณีที่ 1 หรือ กรณีที่ 2 พิจารณาสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ แบบนี้ครับ

สิ่งที่ควรพิจารณาในเบื้องต้น
1.จำนวนมูลหนี้ทั้งหมด คือ มีหนี้มากน้อยแค่ไหน และมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไร เมื่อเทียบกับรายได้ ถ้าวางแผนดีๆ คุณจะรอดหรือเปล่า ถ้ารอด รักษาสถานะเครดิตบูโรไว้ครับ แต่คุณต้องมีวินัยการเงินค่อนข้างสูง
2.อายุปัจจุบันผู้กู้ ถ้าอายุยังน้อยการรักษาเครดิตไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากอายุเยอะ ไม่จำเป็นต้องรักษาเครดิตละครับ ผมแนะนำ มาขยายความคำว่าอายุน้อยรักษาเครดิตไว้ก็ดี แต่การที่คุณจะพยายามรักษาเครดิต แต่หากคุณจ่ายหนี้ไม่ตรง สักงวด สองงวดเกือบทุกบัตร คุณต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1-2 ปี คุณถึงจะกู้ได้อยู่ดีนะครับ เพราะถือว่า คุณมีประวัติไม่ดี เหมือนกัน
3.อาชีพงานปัจจุบัน ธุรกิจที่คุณทำอยู่ยังไปต่อได้ไหม หรืองานที่คุณทำอยู่ บริษัทคุณมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูแล้ว ไปต่อได้ คุณอาจจะเลือกรักษาเครดิตไว้ กัดฟัน จ่ายหนี้ต่อไป
4.รายได้ปัจจุบันและรายได้เสริม(ถ้ามี) คุณต้องพยายาม เพิ่มรายได้ หารายได้ปัจจุบัน และรายได้เสริมในอนาคตหากคุณขยันมากพอ และสามารถชำระหนี้ที่คุณต้องการรักษาสถานะมันไว้ได้ ก็ลุยเลยครับ ถ้าคุณกลัวการติดเครดิตบูโร
5.ทรัพย์สินตนเองและคู่สมรสจดทะเบียน คุณมีทรัพย์สินมากพอ ที่เจ้าหนี้จะไม่ให้ส่วนลดหรือเปล่า เพราะเขามองว่าคุณมีทรัพย์สินอยู่
6.ความมีวินัยการออมเงิน ถ้าคุณพร้อมและยอมที่จะแลกกับการเสียประวัติเครดิตบูโรคุณต้องมีเงินออมเพียงพอ ที่จะขอชำระหนี้แบบ Hair Cut ได้ คือคุณต้องมีเงินก้อน แต่อีกวิธีคือ ถ้าคุณยังมีเครดิตพอ สามารถหยิบยืมเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเป็นเงินก้อนมาตัดหนี้ได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ
7.สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ อันนี้ผมอาจจะแยกย่อยไปได้เลยว่าธนาคารไหนให้ส่วนลดมาก ธนาคารไหนให้ส่วนลดน้อย หรือธนาคารไหนไม่ให้ส่วนลดเลย ต้องดูด้วยครับว่าหากคุณเป็นลูกหนี้กับธนาคารที่มันไม่มีนโยบายให้ส่วนสด ขอยังไงคุณก็ไม่ได้ครับ ด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้มีมากขึ้น ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ ละคุณเพียงเพื่อรอให้ธนาคารโทรมาและหวังส่วนลดนั้น บางรายอาจจะไม่สำเร็จการต่อรองทุกรายนะครับ ขึ้นกับเจ้าหนี้ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้นๆ ด้วย
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น

สิ่งที่ควรพิจารณาในเบื้องต้น
1.จำนวนมูลหนี้ทั้งหมด คือ มีหนี้มากน้อยแค่ไหน และมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไร
2.อายุปัจจุบันผู้กู้ ถ้าอายุยังน้อยการรักษาเครดิตไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากอายุเยอะ ไม่จำเป็นต้อวรักษาเครดิตละครับ ผมแนะนำ มาขยายความคำว่าอายุน้อยรักษาเครดิตไว้ก็ดี แต่การที่คุณจะพยานามรักษาเครดิต แต่หากคุณจ่ายหนี้ไม่ตรง สักงวด สองงวดเกือบทุกบัตร คุณต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1-2 ปีคุณถึงจะกู้ได้อยู่ดีนะครับ เพราะถือว่า คุณมีประวัติไม่ดี เหมือนกัน
3.อาชีพงานปัจจุบัน ธุรกิจที่คุณทำอยู่ยังไปต่อได้ไหม หรืองานที่คุณทำอยู่บริษัทคุณมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูแล้ว ไปต่อได้ คุณอาจจะเลือกรักษาเครดิตไว้ กัดฟัน จ่ายหนี้ต่อไป
4.รายได้ปัจจุบันและรายได้เสริม(ถ้ามี) คุณต้องพยายาม เพิ่มรายได้ หารายได้ปัจจุบันและรายได้เสริมในอนาคตหากคุณขยัน มากเพียงพอ และสามารถชำระหนี้ที่คุณต้องการรักษาสถานะมันไว้ได้ ก็ลุยเลยครับ ถ้าคุณกลัวการติดเครดิตบูโร
5.ทรัพย์สินตนเองและคู่สมรสจดทะเบียน คุณมีทรัพย์สินมากพอ ที่เจ้าหนี้จะไม่ให้ส่วนลดหรือเปล่า เพราะเขามองว่าคุณมีทรัพย์สินอยู่
6.ความมีวินัยการออมเงิน ถ้าคุณพร้อมและยอมที่จะแลกกับการเสียประวัติเครดิตบูโรคุณต้องมีเงินออมเพียงพอ ที่จะขอชำระหนี้แบบhair cut ได้ คือคุณต้องมีเงินก้อน แต่อีกวิธีคือ คุณยังมีเครดิตพอ สามารถหยิบยืมเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเป็นเงินก้อนมาตัดหนี้ได้
7.สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ อันนี้ผมอาจจะแยกย่อยไปได้เลยว่าธนาคารไหนให้ส่วนลดมาก ธนาคารไหนให้ส่วนลดน้อย หรือธนาคารไหนไม่ให้ส่วนลดเลย ต้องดูด้วยครับว่าหากคุณเป็นลูกหนี้กับธนาคารที่มันไม่มีนโยบายให้ส่วนล ขอยังไงคุณก็ไม่ได้ครับด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้ ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ เพื่อรอให้ธนาคารโทรมาและหวังส่วนลดนั้น ไม่มีความสำเร็จการต่อรองทุกราย ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้น
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น

ด้วยในปัจจุบัน สถาบันการเงิน/ธนาคาร มีการจัดระบบการตามหนี้ ทวงหนี้ อย่างเป็นระบบและความเร็วในการทวงหนี้ ซึ่งหากไม่ชำระหนี้ เพื่อรอให้ธนาคารโทรมา และหวังส่วนลดนั้น ไม่มีความสำเร็จการต่อรองทุกราย ขึ้นกับเจ้าหนี้ หรือ เงื่อนไขของธนาคารนั้น
อีกทั้ง ธนาคารอาจมีการขายโอนหนี้ให้บริษัทฯ ติดตามหนี้ ซึ่งการต่อรองอาจมีความยากขึ้น อันนี้ คือ จากประสบการณ์ตรงของผมเลยนะ แต่สาเหตุที่คุณจะต้องตัดสินใจอย่างที่ผมบอกมันคือความสามารถที่คุณจะชำระหนี้ต่อได้ไหม อยู่ดีละครับ จ่ายไม่ไหวพยายามจ่ายต่อสุดท้ายคุณก็ หนี้เสียอยู่ดี

ปัจจัย 2 ข้อที่คุณจะ Hair Cut หนี้และได้ส่วนลดไม่มาก

1. คุณมีหน้าที่การงานดีอาชีพมั่นคง รายได้ดี หรือเจ้าหนี้มีข้อมูลว่าคุณมีทรัพย์สิน มากมาย พร้อมที่จะถูกเจ้าหนี้อายัดหรือยึดทรัพย์ไปขายทอดตลาดได้ แบบนี้คุณจะมีโอกาสได้ส่วนลดไม่มาก หรืออาจไม่ได้เลย

2. ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของคุณ


ดังนั้นลูกหนี้ ควรพิจารณาความคุ้มได้คุ้มเสีย ให้รอบด้าน คือ
-กรณี มีหนี้มาก แต่รายได้ อาชีพไม่แน่นอน อายุมากไม่มีทรัพย์สิน และไม่คิดจะกู้ การปล่อยไม่ชำระ จะเป็นประโยชน์ เพราะถ้ายื้อไม่มีประโยชน์ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่มี หรือการยืมญาติ ยืมหนี้นอกระบบ มาใช้หนี้ในระบบ ยิ่งทำให้ลำบากมากขึ้น
-กรณี หนี้ไม่มาก อายุไม่มาก อาชีพ รายได้ ยังเพียงพอในการชำระหนี้ ควรพยายามใช้หนี้ และมีวินัยการใช้หนี้ การเก็บเงิน จะเป็นประโยชน์มากกว่าปล่อยประวัติให้เสีย เพราะบางอาชีพ บางบริษัทฯ เช่น บริษัทมหาชน สถาบันการเงิน จะตรวจประวัติทางการเงิน ประวัติคดีการเงิน
-กรณี มีความสามารถการชำระหนี้ได้ แต่ค่อนข้างตึงตัว และยังมีรายได้ชัดเจน ประวัติยังดีไม่เสีย หากมีทรัพย์บ้านปลอดภาระ ไปกู้เอนกประสงค์ มาปิดหนี้ รายอื่นๆ ให้เหลือหนี้รายเดียว ก็อาจคือทางรอด


-หรือ กรณี ไม่มีความสามารถการชำระหนี้ ให้เลือกเจ้าหนี้ตามลำดับความสำคัญ ที่มีผลกระทบกับบุคคลคู่สมรสก่อน หากมีทรัพย์ปลอดภาระร่วมกัน ควรขายหรือโอน ก่อนที่เจ้าหนี้ จะมีโนติส หรือ ฟ้องศาล จากนั้น พิจารณาเจ้าหนี้เป็นรายๆ การต่อรองขึ้นกับ เจ้าหนี้และเงื่อนไขของธนาคารนั้นฯ ด้วย

ผมขอแทรก ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาอีกนิดนึงนะครับ ผมเห็นข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตค่อนข้างเยอะ ว่าถ้าเรา hair cut หนี้ เราจะติดประวัติเครดิตบูโร เราจะกลับไปกู้ธนาคารนั้นอีกไม่ได้แล้ว ผมอยากจะบอกว่า หากคุณค้างชำระหนี้กับธนาคารนั้นๆ เช่นบัตรเครดิตธนาคารที่คุณถือบัตรอยู่ คุณจ่ายไม่ตรง แล้วคุณยังหวังว่าคุณจะกลับไปกู้ธนาคารนั้นได้อีก ผมก็บอกไปเลยว่าไม่ได้เหมือนกัน เป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ ตัดสินใจกันเอาเอง

สุดท้ายละผมจะมาสรุปแบบนี้ การที่จะตัดสินใจขอ hair cut หนี้ และเป็นการเสียประวัติหรือไม่ คุ้มไหม

1. บอกเลยครับว่าการที่คุณเป็นหนี้ที่จ่ายไม่ตรงเป็นปกติ ประวัติมีเครดิตบูโรคุณก็ไม่ดีเหมือนกัน คุณก็อาจจะไปกู้ที่อื่นไม่ได้เหมือนกัน อยู่ดี แต่หากคุณจ่ายหนี้แบบแฮร์คัทขอลดต้นลดดอก ประวัติในบัญชีของคุณก็ไม่ดีเหมือนกัน

2. ปัจจัยที่จะนำมาพิจารณาในการเลือกชำระหนี้ คือความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ หากคุณไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะผมจะถามคุณว่า ถ้าคุณยังอยากจะชำระหนี้ต่อคุณจะเอาเงินที่ชำระหนี้มาจากไหน ตอบผมให้ได้ ถ้าตอบไม่ได้ แสดงว่ายังไงก็ตามคุณก็ต้องเลือกวิธีการหยุดจ่ายหนี้แล้วขอ hair cut จ่ายหนี้แบบลดต้นลดดอก อยู่ดี

3. คุณเตรียมพร้อมทำตัวให้เบาหรือยัง ก่อนที่จะเข้าสู่โหมดไม่จ่ายแล้วขอ hair cut นั่นคือคุณต้องไม่มีพันธะอะไรทรัพย์สินอะไรให้เขายึดเลย

ผมเองผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมทำตัวให้เบา ไม่มีทรัพย์สินอะไรให้ยึด แม้กระทั่งบัตร ATM ผมผมยังไม่มี บัตรเครดิตไม่ได้ใช้ ไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีเงินเดือนไม่มีประกันสังคม สุดท้ายผมมุดดินอยู่ 12 ปี ตอนนี้ผมโผล่ขึ้นมาแล้วครับ เมื่อปีที่แล้ว ผมกู้ซื้อรถไป 2 คัน ผ่านเรียบร้อย นั่นคือบทสรุปของผม   ขอให้ลูกหนี้ทุกคน โชคดีครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

” หนี้” คุณสนิทกับ หนี้ มากน้อยแค่ไหน

หนี้ เมื่อเริ่มเป็นหนี้ ชีวิตคนจะสะดวกสบายขึ้น หรือ มีปัญหาทางการเงินมากขึ้น หนี้มี ทั้งหนี้ดี และ หนี้ไม่ดี เรามาทำความรู้จักกันว่าหนี้ที่ดีเป็นอย่างไร แล้วต้องระวังหนี้ไม่ดี มีอะไรบ้าง

หนี้ เมื่อเริ่มเป็นหนี้ ชีวิตคนจะสะดวกสบายขึ้น หรือ มีปัญหาทางการเงินมากขึ้น หนี้มี ทั้งหนี้ดี และ หนี้ไม่ดี เรามาทำความรู้จักกันว่าหนี้ที่ดีเป็นอย่างไร แล้วต้องระวังหนี้ไม่ดี มีอะไรบ้าง


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

หนี้ คำนี้ คุณรู้จัก และเข้าใจดีแค่ไหน

คำว่า หนี้ แบ่งประเภทของ หนี้ คือ หนี้ดี และ หนี้ไม่ดี หลายคน จะมีความรู้สึกและฝังใจ กับคำว่า หนี้ จึงอาจแปลกใจกับคำว่า หนี้ดี มันมีด้วยเหรอ การเป็นหนี้แล้วมันดียังไง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจ คำว่า หนี้ดี และ หนี้ไม่ดี

ไม่มีใครอยากเป็น หนี้ แต่บางครั้ง เราก็อาจมีเหตุความจำเป็น ที่จะต้องใช้เงินในจำนวนที่มากกว่าเงินออม ที่สะสมไว้ เช่น ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ลงทุนทำธุรกิจ ซื้อรถยนต์ ค่าเล่าเรียน เป็นต้น

การก่อหนี้ บางที สมารถให้ประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว ตรงกันข้าม หากขาดการวางแผนที่ดี และขาดวินัยทางการเงิน โอกาสเกิดภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว จนประสบปัญหาทางการเงิน และถูกฟ้องดำเนินคดี ก็มีโอกาสสูงเช่นกัน

ผมอยากจะบอกว่า ปัจจัยที่แบ่งคำว่า หนี้ดี กับ หนี้ไม่ดี ถ้าคุณเข้าใจ เรียนรู้ และมีความรู้ทางการเงิน คุณจะไม่กลัวคำว่า หนี้ เลย เพราะหนี้ สร้างคุณประโยชน์ สร้างความสุขให้กับตัวคุณและครอบครัว ได้อย่างมากมาย

คุณ สนิทกับ หนี้ มากน้อยแค่ไหน

คนส่วนใหญ่ไม่อยากมีหนี้ แต่รู้จัก “หนี้” เป็นอย่างดี บางคนเรียกว่าสนิทสนมกับหนี้มาก หากเป็นหนี้ที่ดี รวมไปถึงสามารถบริหารจัดการหนี้ได้ มีวินัยทางการเงิน ก็ไม่ถือว่าการก่อหนี้เป็นเรื่องที่ผิด แต่หากเป็นการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือยตามกระแส “ของมันต้องมี” และไม่มีวินัยการจัดการหนี้ที่ดี ย่อมส่งผลเสียได้ ดังนั้น จึงต้องทำความเข้าใจว่า หนี้ดี และ หนี้ไม่ดี เป็นอย่างไร

หนี้ดี คืออะไร

หนี้ดี คือ หนี้ที่สามารถทำให้เกิดรายได้ หรือสามารถสร้างผลประโยชน์ได้มากขึ้นในอนาคต ได้มากกว่ารายจ่าย เช่น การลงทุนต่อยอดทางธุรกิจ ที่สามารถทำกำไรได้เยอะกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน หนี้ดี สามารถเปลี่ยนเป็นหนี้ไม่ดีได้เช่นกัน หากขาดการวางแผนและขาดวินัยทางการเงิน เช่น จะซื้อคอนโด คำนวนราคาผ่อนแล้วผ่อนไหว ไม่กระทบกับเงินเก็บ ทำเลดี ติดรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก จะปล่อยเช่าก็ได้ราคาดี ครอบคลุมค่าผ่อนพร้อมดอกเบี้ย หรือจะขายก็ขายได้ ได้ราคาดีเช่นกัน หนี้ดี คือหนี้ที่ควรจะมี เพราะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเป็นการสร้างทรัพย์สินที่ดีในอนาคตอีกด้วย

หนี้ไม่ดี คืออะไร

หนี้ไม่ดี คือ หนี้ที่ไม่สร้างรายได้ หนี้ที่กู้มาเพื่อใช้จ่าย เช่น หนี้บัตรเครดิต ส่วนใหญ่เกิดมาจากพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่เกินกำลัง ขาดการวางแผนทางการเงิน และแก้ปัญหาการเงินอย่างผิดวิธี ต้องการซื้อสินค้าหรือใช้จ่ายตามกระแสที่ไม่จำเป็นมากเกินไป จึงต้องหันไปพึ่งพาบัตรเครดิต เป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ หรือ ตกงาน ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ และยังแก้ปัญหาโดยการทำบัตรเครดิตเพิ่มไปเรื่อยๆ ทำให้ท้ายที่สุด รายจ่ายหนี้สูงกว่ารายได้ ดังนั้นหนี้ไม่ดี ไม่ควรจะมีเด็ดขาด

และหนี้ไม่ดี อีกประเภทคือ กู้มาเพื่อจ่ายหนี้เดิม ผมบอกได้เลยครับว่า เกิน 80% ของคนไทยเป็นหนี้เสีย แบบเกินแก้ เพราะกู้หนี้ มาจ่ายหนี้ ครับ

แยกแยะ หนี้ ให้เป็น

ดังนั้น ก่อนจะเป็นหนี้ ต้องแยกให้ออกระหว่าง ความจำเป็น และความอยาก ก่อนใช้เงินทุกครั้ง การวางแผนทางการเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน และไม่ก่อหนี้สินจนเกินตัว จะช่วยทำให้มีอนาคตทางการเงินที่มั่นคงได้

ผมจะสรุปแบบนี้นะครับ หนี้ดี คือ หนี้ ที่สร้างรายได้ให้กับคุณ หนี้ดีคือหนี้ ที่คุณกู้ยืมเงินคนอื่น เพื่อมาซื้อทรัพย์สิน หรือประกอบธุรกิจ ช่วยให้ได้ผลประโยชน์ออกดอกออกผล มีกำไรส่วนต่าง เอาไปชำระดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ได้ และยังเหลือกำไรให้กับตัวคุณ แบบนี้ครับเรียกว่า หนี้ดี

ส่วนหนี้ที่ เรียกว่าหนี้ไม่ดี คือ กู้มาเพื่อสร้างภาระ สร้างความเครียด สร้างความล่มจม บางครั้งผมเห็นบางครอบครัว แตกแยก เพราะหนี้ นี่แหละ เพราะคุณไม่ตระหนัก ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น จากการสร้างหนี้ให้กับตัวเอง สุดท้าย ผมจะบอกว่า คิดเยอะๆครับ ก่อนที่จะสร้างหนี้ และหาความรู้ทางด้านการเงินให้กับตัวเองเยอะๆ โชคดีทุกคนครับ


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

ยุติธรรมไหม กับผู้ค้ำประกันหนี้ คนกู้ไม่จ่ายหนี้ คนค้ำซวย โดนยึดบ้านขายทอดตลาด

ผู้ค้ำประกัน ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง หากคนกู้ หรือ ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้

กรณีตัวอย่าง อีก 1 กรณี ที่ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบหนี้ หากผู้กู้ ไม่ชำระหนี้ ลามปามไปจนถึง ผู้ค้ำประกันถูกยึดบ้านไปขายทอดตลาด เราจะแก้ไขปัญหานี้ อย่างไร?


แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้
ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

แก้หนี้