ธุรกิจโฮสเทล ใครเริ่มก่อน อาจเจ๊งก่อน ถ้าไม่ทำ Feasibility Study

ในช่วงสถานการณ์ covid แพร่ระบาดแบบนี้ ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบที่สุดตอนนี้ ก็คือ กลุ่มธุรกิจโรงแรม และเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการท่องเที่ยว บทความนี้ผมจะมาพูดถึงธุรกิจโฮสเทล เป็นธุรกิจที่ เด็กรุ่นใหม่ ในความคิดผม ส่วนใหญ่จะเป็นลูกคนมีฐานะ มารวมกลุ่มกัน ลงหุ้นทำธุรกิจนี้ ผมเองมองเห็นจุดอ่อนในธุรกิจนี้ค่อนข้างเยอะ ธุรกิจโฮสเทล กระแสที่มาแรง แต่ตอนนี้ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลานั้น

Hostel หรือถ้าสมัยก่อนเขาจะเรียกว่า Guest house ซึ่งธุรกิจที่มี Guesthouse เยอะที่สุดในกรุงเทพฯก็คือถนนข้าวสาร ถ้ารองลงมาก็น่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต

ธุรกิจนี้ส่วนใหญ่ จะนำตึกเก่า ซึ่งสภาพเดิมไม่น่าไฉไลนัก แต่ด้วยความเป็นเด็กรุ่นใหม่ ทำอะไรนอกกรอบ ดีไซน์โดดเด่น เท่ ทำเลส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯก็ จะอยู่ฝั่งเมืองเก่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือตอนนี้ก็มาเกาะแนวรถไฟฟ้า

hostel บางแห่ง ลงทุนปรับโฉมรีโนเวทตึก กันแบบแทบจำไม่ได้ ใช้งบประมาณไม่ใช่น้อย แต่นี่คือข้อจำกัดและมุมมองจากวิเคราะห์สินเชื่อเก่าอย่างผม ธุรกิจโฮสเทลส่วนใหญ่ คนที่ดำเนินการจะเป็นการเช่าตึกมาทำ คุณกล้าที่จะลงทุนหรือ renovate ตึกซึ่งผมว่าเสี่ยงมาก คุณมีสิทธิ์เป็นเพียงแค่ผู้เช่า แล้วในบางครั้งสัญญาเช่าสั้น 3 ปี จะต่อ ค่อยว่ากัน อยากทำกันจนตัวสั่นยอมเซ็นกับเจ้าของตึกเก่า งงไหมล่ะครับ ทำไมผมถึงเอาข้อมูลนี้มาพูด ผมเองเห็นลูกค้าบางคน อยากทำ อยากเป็น ผมก็เตือนแล้วเตือนอีก สุดท้ายก็ยังดื้อรั้นที่จะทำ… ไปไม่รอดครับ

อย่างที่บอกครับตัวสถานประกอบการที่เรียกว่า Core Asset เป็นเพียงสิทธิการเช่าเท่านั้น คุณไม่สามารถเอามาเป็นหลักประกันในการกู้เงินธนาคารได้ บางคนมีทุน ถ้าเจ๊งก็หมดเงิน บางคนไม่มีทุน กู้สินเชื่อ personal loan บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ย 15% ถึงกว่า 20% เอามารวมหุ้นกับเพื่อนๆ เพื่อทำโฮสเทล สุดท้ายไปไม่รอด และข้อจำกัดอีก 1 ข้อ คือธุรกิจโฮสเทล ยังไม่ถูกกฎหมาย พรบ.โรงแรม ทำให้ไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารได้ เงินกู้สินเชื่อธุรกิจ ดอกเบี้ยต่ำๆหมดสิทธิ์ครับ

อันนี้ไม่ต้องพูดถึงช่วงสถานการณ์ covid นะครับ แม้แต่ช่วงภาวะปกติก็ตาม ถามว่ามีแขกเข้าพักไหม คำตอบคือมีครับ แต่มันเป็นรายได้หรือกระแสเงินสดเข้าเพื่อหล่อเลี้ยงกิจการเท่านั้น อย่าไปฝันว่าจะได้เงินทุนคืนจากการลงเงินในการปรับปรุงหรือ renovate ตึกเก่าให้ออกมาเป็น hostel สไตล์เท่ๆเก๋ๆ

ผมกำลังจะบอกอะไรให้นะครับ นักลงทุน ผู้ประกอบการ hostel บางคน ละเลย หรือไม่ได้ทำ Feasibility Study หรือบางคนทำ แต่สมมติฐานในการทำธุรกิจ ที่เรียกว่า assumption ในการ run Cashflow วาง assumption แบบลำเอียง กลัวจะไม่ได้ทำ สมมติฐานสวยหรู ยังไง CashFlow มันก็ได้สิครับ สุดท้ายธุรกิจไปไม่รอด

ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุน จริงๆแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับ Feasibility Study เป็นอย่างมากนะครับ ถ้าใครทำไม่เป็น ให้มืออาชีพทำให้ครับ บริษัทผม Antonio Attorney ยินดีรับใช้ ติดต่อได้ที่ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

การเขียน Feasibility Study และ Cashflow จากคนเขียนเรื่องเพื่ออนุมัติสินเชื่อ ประสบการณ์ตรง จากธนาคาร

Antonio Attorney นอกจากให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงินและกฎหมายแล้ว ซึ่งจะมีหน้าที่ ให้คำปรึกษา วางแผนด้านการเงิน และระบบบัญชี เพื่อแก้ปัญหา หรือปรับโครงสร้างหนี้ การใช้วงเงินกู้ที่เหมาะสมกับธุรกิจ ให้กับลูกค้า และให้คำปรึกษา วางแผนด้านการเงิน เพื่อขอวงเงินเพิ่ม เพื่อขยายกิจการ

และบริษัท ยังมีบริการรับเขียนแผนธุรกิจ จัดทำ Feasibility Study และจัดทำ Cash flow เพื่อช่วยให้ท่านผู้ประกอบการ สามารถนำเสนอข้อมูล และเอกสารเพื่อยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างมีระบบ และความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในธุรกิจ

สำหรับธุรกิจของลูกค้ารายนี้ ทําฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ และใช้บริการวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินอยู่แล้ว  ครั้งนี้ ต้องการขอวงเงินเพิ่มเพื่อขยายกิจการ ลูกค้าจึงว่าจ้างบริษัท ดำเนินการจัดทำ Feasibility Study และทำ Cash flow

วันนี้ได้เข้าพบลูกค้าเพื่อนำเสนอ และอธิบาย เนื้อหาใน Feasibility Study เและทำความเข้าใจ ด้านตัวเลขผลประกอบการ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และจะได้นำเอกสารเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคารต่อไป

นอกจากนี้ ทีมงานของบริษัท ยังเป็นตัวแทนลูกค้า เพื่อนำเสนอ Feasibility Study Cash flow ต่อธนาคาร หรือสถาบันการเงินด้วยครับ

สำหรับท่านผู้ประกอบการ SME ที่มีความต้องการ จะเริ่มต้นกิจการ หรือขยายกิจการ จำเป็นที่จะต้องขอวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร แล้วไม่สามารถเขียนหรือจัดทำ Feasibility Study ได้ด้วยตัวเอง หรือทำได้แต่ไม่ดีพอ Antonio Attorney เราให้บริการ จัดทำ Feasibility study และ Cashflow จากทีมงานมืออาชีพ ซึ่งผ่านงานจากธนาคารโดยตรง ทำหน้าที่เขียนบทวิเคราะห์สินเชื่อ เพื่อนำเสนอขออนุมัติโดยตรง

ทำไมถึงต้องจ้างบริษัท ผมจะขอนำเสนอแบบนี้ครับ เพราะเรามีทีมงาน ที่เป็นบุคลากร ที่ผ่านงานด้านการวิเคราะห์สินเชื่อจากธนาคาร และเป็นผู้นำเสนอขออนุมัติสินเชื่อโดยตรงต่อคณะกรรมการสินเชื่อ หรือผู้มีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อ

ฉะนั้นบุคลากรของบริษัทเรา จะเข้าใจว่าสิ่งไหนที่บอร์ดคณะกรรมการสินเชื่อของธนาคาร มองเป็นประเด็นจุดเด่น จุดด้อยของแต่ละธุรกิจ บริษัทเราจะเขียนเนื้อหาสาระ ที่ตรงเป้าตรงประเด็น ไม่ยืดเยื้อหรือมีแต่น้ำ และในด้านเชิงตัวเลข ทีมงานเราทราบดีว่า จะต้องจัดทำ Cash Flow ให้ออกมาในรูปแบบไหนที่จะสามารถ โน้มน้าว และจัดทำตัวเลข แบบที่ธนาคารพิจารณาแล้ว จะต้องอนุมัติสินเชื่อให้

มั่นใจได้ว่า Feasibility Study ที่จัดทำขึ้นจากบริษัทเรา จะตรงประเด็น ชัดเจน เป็นมุมมองที่ธนาคารจะต้องเห็นควร พิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้
อย่างแน่นอน

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

สภาพคล่อง กระแสเงินสด สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจ SMEs รอดหรือ ไม่รอด ดูกันที่ตรงนี้

สภาพคล่องหรือกระแสเงินสด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจ SMEs จะต้องบริหารให้ถูกหลัก เพราะถ้าแบ่งแยก และพิจารณาในส่วนของงบการเงิน กับสภาพคล่องทางธุรกิจ อาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสภาพคล่องดีบริษัทจะมีกำไร หรือสภาพคล่องไม่ดีบริษัทจะไม่มีกำไร ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ในความคิดเห็นผมคือมันต้องมีความสมดุลกัน

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน โควิด 19 คือ วิกฤตที่ธุรกิจ SMEs จะต้องฝ่าด่านนี้ไปให้ได้ ถ้าบริษัทไม่มีสภาพคล่อง หรือกระแสเงินสดที่ดี อย่าหวังเลยครับว่าวิกฤติครั้งนี้คุณจะรอด ทีนี้มาดูกันครับว่า เราจะรอดกันได้อย่างไร

มาพิจารณาในหลักการนะครับ สภาพคล่อง หรือกระแสเงินสด เกิดจากอะไรบ้าง เช่น เกิดจากยอดขาย ซึ่งอาจจะเป็นยอดขายปกติ หรือเกิดจากยอดขายที่ไม่ปกติ คือขายของออกไปโดยที่รู้ทั้งรู้ว่าขาดทุน อาจจะลักษณะที่เขาเรียกว่าโละสต๊อก หรือขายทรัพย์สินที่บริษัทมีอยู่ออกไป เพื่อเอากระแสเงินสดเข้ามาในกิจการ ครับทีนี้มาดูใน 3 แนวทางกรณีตัวอย่างดังนี้

กรณีที่ 1 ขายของออกไปได้ในราคา 80 บาท แต่ต้นทุนทั้งหมด 100 บาท ต้นทุนที่ว่าคือต้นทุนในสินค้าและต้นทุนในส่วนของค่าบริหารจัดการ คุณอาจจะได้เงินเข้ามา 80 บาท แต่เมื่อคุณลงบัญชีหรือสรุปงบกำไรขาดทุนตอนสิ้นเดือน จะปรากฏว่าคุณขาดทุน 20 บาท กรณีแบบนี้ถ้าคุณมีวงเงิน OD ไอ้ 20 บาทที่คุณขาดทุน มันก็จะไปแฝงคือมันก็จะไปติดลบเพิ่มในวงเงิน OD คุณ เรียกง่ายๆ คือ OD จะค่อยๆหร่อยหรอลงเรื่อยๆ

กรณีที่ 2 ต้นทุนขาย 100 บาท ขายสินค้าได้ 200 บาท แต่เก็บเงินไม่ได้ เพราะปล่อยเครดิตการค้า พอถึงรอบเวลาที่คุณต้องจ่ายต้นทุนค่าสินค้า ปรากฏว่า คุณยังไม่สามารถเก็บเงินลูกค้าที่คุณขายเครดิตได้ นั่นก็คือคุณจะเกิดการขาดสภาพคล่อง 100 บาททันที มันก็จะไปกัดกร่อนในวงเงิน OD คุณอีก

กรณีที่ 3 ต้นทุน 100 บาท แต่ขายสินค้าไม่หมดหรือขายได้น้อยมาก ถึงแม้จะมีกำไร แต่คุณจะมีเงินจมอยู่ในสต๊อกสินค้าหรือสินค้าสำเร็จรูป ที่พร้อมขาย สรุปก็คือ เงินคุณก็จะหายไปจากระบบ แล้วมันก็จะไปกัดกร่อนวงเงิน OD คุณลงไปอีก

ครับทั้ง 3 กรณี ที่ผมเอามาเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าขายของได้ ขายของไม่ได้ ขายของได้แต่เก็บเงินไม่ได้ คุณเริ่มเห็นปัญหาแล้วใช่ไหมครับ ฉะนั้นผมอาจจะไม่สรุปอะไรให้ฟัง เพราะคุณน่าจะรู้ดีแล้วในฐานะที่คุณเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs การบริหารกระแสเงินสดหรือบริหารสภาพคล่องของกิจการ สำคัญมากนะครับ ลองหันกลับไปพิจารณาธุรกิจของคุณดูว่า คุณเป็นแบบกรณีไหน ขอให้ทุกคนโชคดี และผ่านพ้นวิกฤต covid-19 ครั้งนี้ไปให้ได้นะครับ

สุดท้ายผมขอฝากบริษัท Antonio Attorney ที่ปรึกษาด้านการเงิน เราเชี่ยวชาญด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวงเงินสินเชื่อ หรือการเป็นตัวแทนเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ฝากปัญหาเรื่องหนี้สินที่ทำให้คุณปวดหัว ให้เราเป็นคนดูแลและจัดการให้ครับ เราพร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับธุรกิจคุณ

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

เมื่อธุรกิจ SME ไปไม่ไหว การเข้าฟื้นฟูกิจการของบริษัทและ SME ภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย

แนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการเงินนั้น โดยทั่วไปก็ได้แก่ การหาแหล่งสินเชื่อหรือเงินทุนใหม่เพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนในกิจการ ตลอดจนการเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้บ่อยครั้งในการแก้ไขปัญหาทางการเงินของกิจการที่อยู่ในสภาพหนี้สินล้นพ้นตัวก็คือ บางครั้งกิจการที่อยู่ในสถานะดังกล่าวยังพอมีความสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปและสร้างกระแสเงินสดได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ไม่พอที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้การเงินได้ตามเงื่อนไขเดิม ซึ่งเป็นไปได้ยากที่กิจการที่อยู่ในสถานะเช่นนี้จะหาแหล่งสินเชื่อหรือเงินทุนใหม่ได้ หรือถ้าหาได้ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งสุดท้ายก็จำเป็นที่จะต้องเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

การเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้

ลูกหนี้จะต้องขอเจรจาทำความตกลงกับเจ้าหนี้แต่ละรายด้วยตนเอง ซึ่งถึงแม้ว่าลูกหนี้จะสามารถทำความตกลงกับเจ้าหนี้บางรายได้สำเร็จแล้วก็ตาม แต่ก็อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จนัก ทั้งนี้การที่ลูกหนี้จะขอให้เจ้าหนี้ทุกรายมาเจรจาทำความตกลงร่วมกัน และตกลงยินยอมข้อเสนอในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะต้องอาศัยความสมัครใจของเจ้าหนี้ทุกๆราย และเจ้าหนี้แต่ละรายก็ย่อมมีผลประโยชน์และเหตุผลความจำเป็นต่างกันไป

เจ้าหนี้แม้ว่าจะมีหนี้หรือเสียงข้างน้อยก็ไม่ถูกผูกพันให้ต้องยินยอมตามความต้องการของเจ้าหนี้ที่มีหนี้หรือเสียงข้างมาก เจ้าหนี้ที่ไม่ประสงค์จะเจรจาประนอมหนี้กับลูกหนี้ก็สามารถไปดำเนินการฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลายได้ ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้อื่นๆทันที ทั้งนี้ อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า อุปสรรคและข้อจำกัดทั้งหลายดังกล่าวเกิดจากการที่กระบวนการเจรจาประนอมหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับหรือหลักเกณฑ์ให้เจ้าหนี้ต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับความตกลงยินยอมของเจ้าหนี้เอง

กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ภายใต้หมวด 3/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

เป็นกระบวนการทางกฎหมายอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดอุปสรรคและข้อจำกัดในการปรับปรุงโครงสร้างกิจการและหนี้ของลูกหนี้ที่อยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว เพื่อให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขปัญหาการชำระหนี้และดำเนินกิจการต่อไปได้ ในขณะที่เจ้าหนี้ก็จะได้รับชำระหนี้มากกว่าการไปฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย (ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้หรือการชำระบัญชีเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้) โดยไม่กระทบถึงสิทธิเหนือหลักประกันต่างๆที่มีอยู่เดิม และหากการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นผลสำเร็จ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นตัวลูกหนี้เองที่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเงินและดำเนินกิจการต่อไปได้ พนักงานลูกจ้างและคู่ค้าของลูกหนี้ที่ต้องพึ่งพิงกิจการของลูกหนี้ และบรรดาเจ้าหนี้ที่จะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้มากกว่ากรณีที่ลูกหนี้ต้องล้มละลาย นอกจากนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ เพราะกระบวนการนี้สามารถช่วยไม่ให้กิจการต่างๆที่มีช่องทางฟื้นฟูกิจการต้องล้มละลายไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งการล้มละลายของกิจการใดกิจการหนึ่งย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกิจการขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลเป็นจำนวนมาก

ลูกหนี้ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้นั้นจะต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้ต่อเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือในอนาคตก็ตาม) อีกทั้งมีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ โดยบุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีลักษณะดังกล่าว ได้แก่ ตัวลูกหนี้เอง, เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันซึ่งมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นสถาบันการเงิน), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทหลักทรัพย์) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบริษัทวินาศภัยหรือบริษัทประกันชีวิต)

มาตรการและขั้นตอนหลักในกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลายเริ่มต้นที่การสร้างสภาวะการพักการชำระหนี้โดยผลของกฎหมาย (Automatic Stay) กล่าวคือ เมื่อศาลล้มละลายมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองจากการถูกฟ้องร้องบังคับคดีในทางแพ่ง และการงดให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และตัวลูกหนี้เองก็ถูกห้ามมิให้ชำระหนี้หรือก่อหนี้และกระทำการใดๆในทางที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากการดำเนินการที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจตามปกติ

วัตถุประสงค์และประโยชน์ของสภาวะการพักชำระหนี้มีอยู่หลายประการ ได้แก่

1)การสงวนและรักษาทรัพย์สินของลูกหนี้เอาไว้ เพื่อให้ลูกหนี้ยังคงสามารถใช้ในการประกอบธุรกิจได้ต่อไป และรวบรวมไปจัดสรรชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ แทนที่จะปล่อยให้เจ้าหนี้ไปฟ้องร้องบังคับคดีกันเอาเอง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบถึงการประกอบธุรกิจของลูกหนี้ และก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างเจ้าหนี้

2)ให้โอกาสและระยะเวลาช่วงหนึ่งแก่ลูกหนี้ในการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาของกิจการ ตลอดจนการเจรจาหาทางออกร่วมกับเจ้าหนี้โดยไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับเพื่อชำระหนี้

3)การบรรเทาภาวะวิกฤตทางการเงินเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

4)ให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายภายใต้สภาวะการพักชำระหนี้ตามรายละเอียดดังจะได้กล่าวต่อไป

ดังนั้น เมื่อศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พร้อมทั้งแต่งตั้งบุคคลที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอให้เป็นผู้ทำแผนแล้ว ผู้ทำแผนจะเข้ามามีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ (ยกเว้นสิทธิในการรับเงินปันผล) เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องนำหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการมายื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อรวบรวมและสรุปภาระหนี้สินทั้งหมดที่ลูกหนี้มีอยู่ โดยเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนอาจขอตรวจและโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ที่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องได้ ในกรณีดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะสอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอหรืออนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนตามจำนวนที่ถูกต้อง

ผู้ทำแผนที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง (ลูกหนี้อาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทำแผนเองก็ได้) จะต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จและยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอรับชำระหนี้ข้างต้น

ผู้ทำแผนจะต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการโดยมีรายการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายการสำคัญ ได้แก่ รายละเอียดของสินทรัพย์และหนี้สินของลูกหนี้ หลักการและวิธีการฟื้นฟูกิจการ แนวทางการแก้ปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติตามแผน ระยะเวลาดำเนินการตามแผน ไม่เกิน 5 ปี และรายละเอียดเกี่ยวกับผู้บริหารแผน เป็นต้น โดยผู้ทำแผนจะต้องจัดเจ้าหนี้ออกเป็นกลุ่มๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และกำหนดวิธีการชำระหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มตามความเหมาะสม เช่น การยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ การลดจำนวนหนี้ การแปลงหนี้เป็นทุน การตีโอนหลักประกัน เป็นต้น ซึ่งจะพิจารณาจากทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่ ประมาณการกระแสเงินสดที่ลูกหนี้จะได้รับ และจำนวนหนี้ที่เจ้าหนี้นำมายื่นคำขอรับชำระหนี้และได้รับคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ เจ้าหนี้มีประกันจะยังคงมีสิทธิเหนือหลักประกันที่เจ้าหนี้มีอยู่ และเจ้าหนี้ (ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ประเภทใด) จะต้องได้รับชำระหนี้ไม่ต่ำกว่ากรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย อาจกล่าวได้ว่า เนื้อหาหลักของแผนฟื้นฟูกิจการนั้นที่จริงแล้วก็มีลักษณะเป็นไปในทำนองเดียวกับสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั่วๆไป

เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับแผนฟื้นฟูกิจการจากผู้ทำแผนแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาลงมติว่าจะยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ มติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการจะต้องเป็นมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานมติดังกล่าวต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจะเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ เมื่อศาลเห็นว่า แผนฟื้นฟูกิจการมีรายการครบถ้วนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดแล้ว ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ และแจ้งคำสั่งไปยังผู้ทำแผนและผู้บริหารแผน (ตามที่เสนอชื่อไว้ในแผนฯ) ผู้บริหารแผนจะเข้ามามีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ (ยกเว้นสิทธิในการรับเงินปันผล) แทนที่ผู้ทำแผนตั้งแต่ผู้บริหารแผนทราบคำสั่งดังกล่าว

แผนฟื้นฟูกิจการซึ่งศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้วจะมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องมีการจัดทำสัญญาและลงนามระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกรายเหมือนกรณีการเจรจาจัดทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยทั่วไป โดยในระหว่างระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปีนั้น ผู้บริหารแผนจะเป็นผู้ดำเนินการให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งโดยหลักก็ได้แก่ การชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้และดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ จนกว่าการฟื้นฟูกิจการจะได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อการฟื้นฟูกิจการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้ว ศาลจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเพื่อให้ผู้บริหารของลูกหนี้กลับมามีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามกฎหมายต่อไป หลังจากนั้น ลูกหนี้ก็จะดำเนินธุรกิจไปตามปกติโดยไม่ต้องตกอยู่ในการควบคุมดูแลของศาล และไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้สภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) อีกต่อไป

อนึ่ง การที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี โดยอาจขอขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ตามแผนให้หมดภายในระยะเวลาดังกล่าว ระยะเวลาดำเนินการตามแผนเป็นเพียงกรอบระยะเวลาที่ผู้บริหารแผนจะต้องดำเนินการอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามแผนให้เป็นผลสำเร็จตามที่แผนฟื้นฟูกิจการกำหนดไว้เท่านั้น เช่น แผนฟื้นฟูกิจการอาจกำหนดให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เป็นเวลา 10 ปี และวางเงื่อนไขว่า การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการให้ถือว่าเป็นผลสำเร็จเมื่อลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ครบถ้วนตามงวดการชำระที่ถึงกำหนดในช่วง 5 ปี ดังนี้ หากผู้บริหารแผนสามารถดำเนินการดังกล่าวได้เป็นผลสำเร็จ ศาลก็สามารถมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการได้ โดยลูกหนี้ยังคงต้องผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ส่วนที่เหลือตามแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังจากนั้นให้แก่เจ้าหนี้ต่อไปจนครบ

ปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายให้มีกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ซึ่งประกอบธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมSME (เอสเอ็มอี) ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจํากัด บริษัทจํากัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย และไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ โดยลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท ลูกหนี้ที่เป็นคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสามล้านบาท และลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัดต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสามล้านบาทแต่ไม่ถึงสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม

กระบวนการฟื้นฟูกิจการสำหรับSME (เอสเอ็มอี)

มีหลักการในทำนองเดียวกับการฟื้นฟูกิจการสำหรับกิจการขนาดใหญ่ข้างต้น แต่มีความกระชับรวดเร็วกว่า โดยกระบวนการที่แตกต่างกันในสาระสำคัญ ได้แก่ การที่ผู้ร้องขอฟื้นฟูฯ จะต้องเสนอแผนตั้งแต่ในชั้นยื่นคำร้อง พร้อมหลักฐานแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบกับแผนไม่น้อยกว่าสองในสามของหนี้ทั้งหมด และศาลจะพิจารณามีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนไปในคราวเดียวกัน, การลดขั้นตอนการขอรับชำระหนี้ และระยะเวลาการดำเนินการตามแผนจะไม่เกินสามปี

จากที่กล่าวมาโดยสรุปข้างต้น จะเห็นได้ว่า มาตรการและขั้นตอนต่างๆในการฟื้นฟูกิจการในภาพรวมและโดยจุดมุ่งหมายนั้นมิได้แตกต่างไปจากหลักการปรับปรุงโครงสร้างกิจการและหนี้ในทางธุรกิจโดยทั่วไป เพียงแต่กฎหมายได้สร้างสภาพบังคับและหลักเกณฑ์ตามกฎหมายขึ้นให้ทุกฝ่ายได้ถือปฏิบัติเพื่อลดอุปสรรคที่จะเกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ในกระบวนการปกติ ดังนั้น กระบวนการฟื้นฟูกิจการจึงเป็นโอกาสและช่องทางที่ดีในการช่วยให้กิจการที่ประสบปัญหากลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ที่มา : โดย: คุณอนุรักษ์ นิยมเวช https://mgronline.com/

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney

สินเชื่อ Soft Loan กู้วิกฤตโควิด ช่วย SME ให้รอด

Soft loan สินเชื่อที่ออกโดยแบงค์ชาติ เป็นพรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้ประกอบการ sme ดอกเบี้ย 2% ผ่อน 2 ปีฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

ย้ำนะครับ ให้กู้กับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจเท่านั้น และต้องมีวงเงินอยู่กับธนาคารอยู่แล้ว และต้องเป็นลูกหนี้ดีด้วย ย้ำนะครับ

บริษัทที่จะขอกู้ Soft Loan ได้ ต้องเป็นบริษัทที่ไม่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เป็นหนี้เสีย และไม่เป็นบริษัทที่ให้บริการทางด้านการเงิน สุดท้ายคือ ต้องมีเงินกู้ไม่เกิน 500 ล้านบาท

ธนาคารต้องไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แต่ในเรื่องจริงเท่าที่ผมทราบมามีการเก็บค่าฟรี 2-4%

soft loan ลูกหนี้เดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อ ได้ไม่เกิน 20% ของภาระหนี้ ที่มีอยู่กับสถาบันการเงิน แต่หากจะขอวงเงินเพิ่มมากกว่า ก็จะเป็นการพิจารณาแต่ละกรณีกรณีไป ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้

ลูกหนี้หลายคน ได้รับการปฏิเสธสินเชื่อ soft loan จากธนาคาร โดยให้เหตุผลว่าเงินหมดแล้ว แบงค์ชาติยืนยันว่า ยังเหลืออยู่ ฉะนั้นธุรกิจ sme รายไหนที่มีวงเงินอยู่กับธนาคารนั้นๆแล้วถูกปฏิเสธ แจ้งไปที่แบงค์ชาติเลยครับ

สินเชื่อ soft loan ในครั้งนี้ แบงค์ชาติมีนโยบายให้กู้กับลูกหนี้ ที่มีภาระหนี้เดิมอยู่กับธนาคารนั้นๆเท่านั้น เนื่องจากจะใช้เวลาในการพิจารณาที่ค่อนข้างเร็ว เพราะธนาคารจะทราบ คุณสมบัติและประวัติของลูกหนี้รายนั้นอยู่แล้ว

การจะทำประกัน ในการขอสินเชื่อ soft loan นี้ การทำประกันไม่มีผลกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติ

ได้สินเชื่อ soft loan จากธนาคารออมสินแล้ว ขอสินเชื่อ soft loan จากธนาคารอื่นที่เรายังเป็นหนี้อยู่ได้ไหม คำตอบคือได้ครับ

หมายเหตุ สินเชื่อ soft loan ก้อนแรก แบงค์ชาติใส่เงินผ่านธนาคารออมสิน 1.5 แสนล้าน

วงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ ไม่นับรวมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ฉะนั้นความหมายคือ นับรวมเฉพาะลูกหนี้ที่มีสินเชื่อเพื่อธุรกิจเท่านั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย

พูดง่ายๆคือ ถ้าคุณเป็นลูกหนี้เฉพาะกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร แล้วจะขอวงเงินสินเชื่อ soft loan นี้ไม่ได้ครับ

แต่ถ้าคุณ เป็นลูกหนี้สินเชื่อบ้าน 2 ล้านบาท และเป็นสินเชื่อธุรกิจกับธนาคารนั้นด้วย 5 ล้านบาท แบบนี้คุณมีสิทธิ์ขอสินเชื่อ soft loan ได้ที่ 20% ของหนี้สินเชื่อธุรกิจ 5 ล้านบาทเท่านั้น

ข้อนี้สำคัญ หากคุณเป็นหนี้สินเชื่อธุรกิจ 3 ธนาคาร 1 ธนาคาร เป็นหนี้เสีย อีก 2 ธนาคารเป็นหนี้ดี คุณสามารถขอสินเชื่อ soft loan กับ 2 ธนาคารที่คุณมีสถานะเป็นลูกหนี้ที่ดีได้เท่านั้น เคลียร์นะครับ

ตามนี้เลยครับ สงสัยมีข้อร้องเรียน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากธนาคารเจ้าหนี้ของเรา 1213 โทรได้เลยครับ

ครับ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ sme ที่มีปัญหา ขอวงเงินสินเชื่อ soft loan ก้อนนี้ไม่ได้ และธุรกิจเริ่มถึงทางตัน

Antonio Attorney บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงิน และกฎหมาย พร้อม ที่จะเป็นที่ปรึกษา แนะนำให้คุณรอด จากวิกฤตในครั้งนี้

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ YouTube

และติดตามผมต่อได้ที่ facebook/AntonioAttorney

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonioattorney