หนี้สาธารณะ ของไทย พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 15 ปี

ย้อนดูสถิติ “หนี้สาธารณะ” ของไทย ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่การมีตัวเลขหนี้ ทะลุ 60% ของจีดีพี สูงสุดเป็นประวัติการณ์

วิกฤติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ลากยาวกว่า 2 ปี และภาครัฐต้องใช้ยาแรงผ่านมาตรการคุมเข้ม เพื่อสกัดการแพร่ระบาด จนส่งผลต่อทั้งการดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชน ต่อเนื่องสู่การหดตัวครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจ กระทั่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือ บรรเทาความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น

ขณะที่รายได้รัฐบาลน้อยลงตามทิศทางเศรษฐกิจที่ถดถอย แต่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อกอบกู้สถานการณ์ ทางออกที่เกิดขึ้นจึงเป็นการ “กู้เงิน” หรือตั้งงบประมาณขาดดุล แต่ไม่ว่าจะวิธีการใดต่างก็ล้วนทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น

การเพิ่มขึ้นของ “หนี้สาธารณะ”

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ครั้ง มูลค่ารวม 1.5 ล้านล้านบาท และยังมีการตั้งงบประมาณปี 2564 และปี 2565 ขาดดุลที่ 6.23 และ 7 แสนล้านบาท ตามลำดับ เพื่อนำเงินมาใช้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน การก่อหนี้ดังกล่าว มีผลให้ระดับหนี้สาธารณะไทยพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลอด 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 ถึง  2.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นราว 17.7% ต่อปี

จากข้างต้น ทำให้ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ระดับ 58.31% ต่อจีดีพี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้มีผลให้ไทยมีช่องว่างในก่อหนี้หรือพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) เหลือน้อยลงมาก เนื่องจากเพดาน หนี้สาธารณะ ในเวลานั้นคือ 60% ต่อจีดีพี ซึ่งการที่เศรษฐกิจยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ เป็นผลให้ช่องว่างที่เหลือดังกล่าวดังกล่าว หมายถึงความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น้อยลงตามไปด้วย

จึงเป็นที่มาให้รัฐบาลเห็นชอบปรับกรอบเพดานหนี้จาก 60% สู่ระดับ 70% ต่อจีดีพี โดยมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2564

ล่าสุด เมื่อ 1 เม.ย.65 ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เปิดเผย ยอด หนี้สาธารณะ ไทยล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 9.8 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 60.17%

นอกจากนั้น ในวันที่ 12 เม.ย.65 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหาร หนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 2 ตามที่ทางสบน.เสนอ ซึ่งการปรับปรุงแผนครั้งนี้จะมีผลให้ยอดหนี้สาธารณะคงค้างปรับตัวขึ้นเป็น 62.76% ต่อจีดีพี โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่า ยังอยู่ภายใต้เพดานหนี้สาธารณะใหม่ ที่เพิ่งขยายออกไปที่ระดับ 70% ต่อจีดีพี และไม่หลุดจากกรอบวินัยการเงินการคลังที่ได้มีการกำหนดไว้

(ที่มา:สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, กรุงเทพธุรกิจ)

ภาวะวิกฤติกับความจำเป็นในการก่อหนี้ของรัฐ

เหตุการณ์ หนี้สาธารณะ ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา พบว่า ช่วงที่เกิดวิกฤติซับไพรม์ หรือที่รู้จักกันชื่อ “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” (Hamburger Crisis) นั้น หนี้สาธารณะไทยในปีงบประมาณ 2552 เพิ่มขึ้นสูงจากปีก่อนถึง 21.20% หรือกว่า 5.9 แสนล้านบาท แต่เมื่อวิกฤติดังกล่าวผ่านไป ในปีต่อมาหนี้สาธารณะลดลงไป 5.97% และขนาดเศรษฐกิจขยายตัวกว่า 1.17 ล้านบาท

ฉะนั้นในภาวะวิกฤติการก่อหนี้อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำเพื่อนำเงินดังกล่าวมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งยังบรรเทาผลกระทบภาระของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งหากการดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ประเด็นสำคัญของไทย ไม่ได้อยู่ที่เพียงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของตัวเลข หนี้สาธารณะ แต่ยังรวมไปถึง “แผนการใช้เงิน” และ “การบริหารจัดการหนี้สาธารณะ” ของรัฐบาลที่จะต้องนำมาร่วมพิจารณาด้วย

หากเทียบกับนานาประเทศ ตัวเลข หนี้สาธารณะ ของไทยนั้นยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แม้จะทะลุ 60% ต่อจีดีพีไปแล้วก็ตาม โดยหากวัดตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินของไทย การแบกหนี้จำนวนดังกล่าวยังถือว่าไม่สูงเกินไป สะท้อนจากความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) ที่ยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ตามการจัดของ Fitch Rating 


สำหรับเจ้าของกิจการ ที่มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน ผ่อนธนาคารไม่ไหว เริ่มมีความรู้สึกว่า ธนาคารเริ่มคุยยากขึ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแล ไม่เหมือนเดิม หรือ ท่านที่ประสบปัญหาเรื่องหนี้ ในนามบุคคลทั่วไป เรา บริษัทที่ปรึกษาการเงิน Antonio Attorney ทีมงานเรา พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา รับหน้าที่ เจรจา แก้หนี้ ให้กับธุรกิจของคุณนะครับ สนใจติดต่อสอบถาม พูดคุยกับผมได้ ครับ 081 869 0878

หรือ ให้ผมเป็นที่ปรึกษา แบบส่วนตัว

แบบที่ 1 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ไม่จำกัดครั้ง คุยกันได้ตลอดชีพ ค่าบริการ 2,000 บาท ตลอดชีพ

แบบที่ 2 สามารถเจอผมได้ 1 ครั้ง คุณอาจจะพาครอบครัวหรือทีมงาน เราพูดคุยกับผมได้ ประชุมร่วมกันครับ วันนี้ขอจำกัดเวลาประมาณไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะครับ หลังจากนั้นคุณสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับผมได้ไม่จำกัดครั้ง แล้วคุยตลอดชีพได้เช่นเดียวกันครับ แบบที่ 2 ราคาค่าบริการ 5,000 บาทครับ

KBANK 766 2 21897 3 / SCB 407 0 55631 0

เมื่อโอนเงินแล้ว ส่งสลิปโอนเงินมาที่ LineID : @antonio ส่งสลิปมาแล้ว ไม่ต้องทักนะครับ เดี๋ยวข้อความมันจะเลื่อน ผมจะหาไม่เจอว่าใครโอนเงินมา เนื่องจาก ผมมีคนไลน์เข้ามาจำนวนมาก ส่งสลิปมาแล้วรอ ผมจะรีบติดต่อกลับนะครับ

แก้หนี้ สร้างหนี้ เราจัดการให้

ติดต่อ LineID : @antonio

ติดตามคลิปดีๆ ในแวดวงการเงิน การธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Youtube

และติดตามผมต่อได้ที่ Facebook/AntonioAttorney.Company

สนใจให้ผมเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว คลิกเลยครับ

ดูคลิปพิเศษจาก Antonio https://bit.ly/3wqjila

ติดต่อ ผมที่ email : antonioattorney@gmail.com หรือ LineID : @antonio

ที่ปรึกษาสำหรับ ผู้ประกอบการ SME แก้หนี้ หรือ ขอกู้เงิน สินเชื่อ คลิกเลยครับ Antonio SME

%%footer%%

Leave a Reply Cancel reply